เหนือฟ้า ราชันตลาดหุ้น

    ตอนที่ 56 การเดิมพัน!



    ผมชวนธีร์เริ่มแผนการใหญ่ ผมถาม
    “คุณธีร์ยังเป็นผู้จัดการกองทุนไทยสตาร์อยู่ไหมครับ?”
    ธีร์พยักหน้าตอบ“ใช่ แต่ว่าตั้งแต่ผมมาเป็นรองประธานธนาคารก็ไม่ได้ดูแลละเอียดเหมือนเมื่อก่อนแล้ว ผมมอบให้รองผู้จัดการกองทุนดูแล”
    ผมบอก “ผมคิดว่าที่ตลาดหุ้นถล่มแบบนี้เป็นเพราะวรเดชแน่ๆ แม้จะไม่มีหลักฐาน”
    ธีร์ขมวดคิ้ว“ถึงจะเป็นวรเดชจริงๆ แล้วเกี่ยวอะไรกับผมล่ะ?”
    ผมอธิบาย “ก็ถ้าตลาดหุ้นตกแบบนี้ คนที่ถือหน่วยลงทุนของกองทุนก็จะขาดทุนไปด้วยอีกหน่อยคงไม่มีใครอยากซื้อกองทุนเพราะขาดทุนกันหมด”
    คุณธีร์บอกว่า“ก็มีผลอยู่บ้าง”
    เวลาเราซื้อหุ้นก็จะได้หุ้นมา แต่ถ้าเราซื้อกองทุนเราจะเรียกว่าซื้อหน่วยลงทุนซึ่งกองทุนมักจะเอาเงินคนที่ซื้อหน่วยลงทุนไปลงทุนหุ้นหลายๆ ตัว ไม่ใช่แค่สองสามตัว หุ้นส่วนใหญ่ที่ลงทุนก็มักเป็นหุ้นในเซ็ทห้าสิบด้วย
    ผมพูดต่อ“ถ้าหุ้นตกแบบนี้ คนถือกองทุนก็จะขาดทุนกันหมด ถ้าเป็นแบบนั้นคนแห่ถอนหน่วยลงทุนขึ้นมา กองทุนต้องเองก็จะถูกบีบให้ขายหุ้นเพื่อเอาเงินไปคืนคนซื้อหน่วยลงทุน ทั้งตลาดหุ้นและกองทุนจะยิ่งแย่นะครับ”
    คุณธีร์ขมวดคิ้ว ผมดูกิริยาแกก็รู้ว่าคุณธีร์เองก็กังวลไม่น้อย “สรุปว่าคุณจะให้ผมทำยังไง?”
    ผมตอบ“คุณธีร์อาจจะต้องประชุมกับกองทุนอื่นๆ เพื่อซื้อหุ้นสู้กับวรเดช”
    คุณธีร์ตาโต“ประชุมกับกองทุนอื่นๆ เหรอ นี่มันเรื่องใหญ่นะ”
    ผมพยักหน้า“ใช่ครับ ไม่งั้นตลาดหุ้นพังหมดแน่”
    ธีร์มีสีหน้าเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด “แล้วฉันจะให้คำตอบ”
    สรุปแผนผมเลยนะ ผมรู้ว่าวรเดชมันดึงต่างชาติมาเทขายหุ้นไทย รวมทั้งเล่นชอตและรอซื้อคืนหุ้นตอนถูกๆ ด้วย แต่ผมไม่รู้ว่ามันจะทุบหุ้นไทยไปถึงเมื่อไหร่
    คุณธีร์เป็นผู้บริหารกองทุน มีเม็ดเงินในมือนับหมื่นล้าน แต่ถ้าหุ้นตกเรื่อยๆ กองทุนของคุณธีร์ก็จะขาดทุน ประชาชนที่ซื้อกองทุนของคุณธีร์ก็อาจจะแห่ขายหน่วยลงทุนของกองทุนของคุณธีร์ออกมาก็ได้ ซึ่งทำให้กองทุนต้องขายหุ้นเพื่อเอาเงินมาคืนประชาชน
    ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ทั้งตลาดหุ้นและกิจการกองทุนก็จะซบเซาทันที
    ผมจึงให้คุณธีร์ไปบอกเพื่อนในวงการกองทุนว่าให้ช่วยกันซื้อหุ้นไทย ก่อนที่ตลาดจะล่ม กองทุนจะทยอยเจ๊ง

    ผมเดินทางกลับบ้านพร้อมดูทีวีจากสมาร์ทโฟนซึ่งรายงานข่าวเศรษฐกิจ ซึ่งรายงานว่าปิดตลาดหุ้นวันนี้ตลาดหุ้นเหลือ 1430 จุด ตกลงจากเมื่อวานอีก 10 จุด ตลาดหุ้นตกทุกวันทำให้ผู้ลงทุนได้รับความเดือดร้อนมาก หลายคนเริ่มแห่ถอนหน่วยลงทุนจากกองทุนกันแล้ว

    เช้าวันต่อมาตลาดหุ้นไทยเปิดมาเหลือเพียงแค่ 1400 จุด จากเมื่อวาน 1415 จุด หล่นลงมาพรวดเดียวเลย 15 จุด สำหรับคนในตลาดหุ้น 15 จุดถือว่าลบเยอะพอสมควรเลย โดยสำนักข่าวรายงานว่าเศรษฐกิจไทยและโลกกำลังถดถอย หลายบริษัทใหญ่ในโลกไม่ล้มละลายก็ขาดทุน ข่าวร้ายพวกนี้ทำให้ตลาดหุ้นทรุดลงอย่างรวดเร็ว
    ลูกค้าบริษัทผมเริ่มทนไม่ไหวส่งคำสั่งขายหุ้นออกมา จากนั้นผมเช็คข่าวในเฟซบุ๊คก็ตกใจ
    วรเดช!วรเดชซื้อโฆษณาและปล่อยคลิปตัวเองพูดผ่านเฟสบุ๊คว่า
    “ในสภาวะหุ้นตกแบบนี้ คุณมีแค่สองทางเลือก ยอมขาดทุนขายหุ้นที่ติดดอยไว้หรือไม่ก็เล่นชอตหุ้น”
    ผมได้รู้จักวรเดชผ่านทีวีก็ตอนที่มันแนะนำให้เล่นชอตหุ้นนั่นแหละ หลังจากนั้นผมก็ได้พบวรเดชอย่างบังเอิญที่มหาวิทยาลัยแล้วก็ได้ทำงานกับมันในที่สุด
    คนอย่างวรเดชแทบหมดต้นทุนทางสังคมไปแล้ว แต่คำพูดที่ถูกต้อง แม่นยำ ทำให้นักลงทุนในตลาดหุ้นเชื่อถือ
    ผมเห็นยอดไลค์เป็นหมื่นเหมือนกันนะ อย่างว่าตอนนี้ตลาดหุ้นตก คนขวัญเสีย ต้องการให้ที่พึ่งทางใจ ให้คำแนะนำคำปรึกษา ทำให้กระแสวรเดชดีพอสมควรเลย
    วรเดชไม่ใช่แค่จะใช้ต่างชาติทุบหุ้นไทยอย่างเดียวนะ มันยังจะใช้คนไทยทุบหุ้นไทยด้วย!
    ผมใจเต้นตึกตัก ถ้ามันทำสำเร็จ มันจะฟื้นฐานะขึ้นมาทันที ผมรีบกดโทรศัพท์เรียกพี่นิคหัวหน้าฝ่ายข้อมูลเข้ามารายงาน
    “พี่นิค วรเดชตอนนี้อยู่ไหนพี่พอจะรู้ไหม?”
    พี่นิคส่ายหน้า“ตั้งแต่พี่ลาออกมา ก็ไม่รู้ความเคลื่อนไหวของวรเดชอีกเลย อยู่ในประเทศไทยหรือเปล่าก็ไม่รู้”
    ผมอดขมวดคิ้วไม่ได้ วรเดชมันเปิดกองทุนอยู่ต่างประเทศ มันไม่จำเป็นต้องอยู่เมืองไทยก็รวยได้ แถมสามารถหนีคดีได้อีก
    ทันใดนั้นคุณธีร์ก็โทรศัพท์มา ผมรีบรับสาย
    “คุณพล็อต ผมคุยกับผู้จัดการกองทุนอีกหลายคนแล้วนะ เขาสนใจแผนของคุณ พวกกองทุนเริ่มกังวลว่าธุรกิจกองทุนของเราอาจขาดทุนกันหมด”
    ผมตาลุกวาว “พวกเขาว่าไงบ้างครับ”
    ธีร์ตอบ “พวกเขาอยากพบคุณ เพื่อคุยแผนกัน”
    ผมรีบรับปากทันที

    วันต่อมาผมไปที่บริษัทธีร์เพื่อเข้าประชุมกับผู้จัดการกองทุนหลายสิบคนในประเทศ ห้องประชุมใหญ่มาก มีทั้งผู้จัดการกองทุนทั้งหนุ่มสาวและคนสูงอายุนั่งที่โต๊ะประชุมขนาดยาว
    คุณธีร์แนะนำผมต่อทุกคน
    “นี่คือคุณรณรงค์ที่ทำงานกับวรเดชมาก่อน เขามีแผนจะแก้ทางวรเดชซึ่งอยู่เบื้องหลังทุบตลาดหุ้นเมืองไทย”
    ผมเดินไปที่หน้าห้องประชุมเพื่อแนะนำตัว ผู้จัดการกองทุนชายอายุประมาณสี่สิบถามว่า
    “เธอรู้ได้ยังไงว่าเป็นฝีมือของวรเดช?”
    “ตอนแรกผมไม่แน่ใจ แต่ผมเห็นคลิปเมื่อวานของวรเดชที่บอกให้คนไทยขายหุ้น ชอตหุ้นแล้ว ผมยิ่งมั่นใจมากขึ้นครับ”
    ผู้จัดการกองทุนหญิงคนหนึ่งถามว่า“คุณเอาเรื่องส่วนตัวของคุณกับวรเดชมาปะปนด้วยหรือเปล่า พวกเราไม่ใช่เครื่องมือของคุณนะ”
    ผมรีบพูด “วางใจได้ ไม่เกี่ยวครับ วรเดชทุบหุ้นทั้งตลาด ถ้าตลาดพังคนก็จะไม่เชื่อใจตลาดหุ้นอีก ตลาดหุ้นจะซบเซาไปหลายปีกว่าจะฟื้นความเชื่อมั่น ผมเชื่อว่าถ้าเป็นแบบนั้น อาจมีหลายคนที่นั่งประชุมในนี้ต้องตกงานแน่นอนครับ ผมเองเปิดบริษัทหลักทรัพย์ก็จะลำบากเหมือนกัน เราต้องรีบหยุดมันครับ”
    ผู้จัดการกองทุนหญิงพยักหน้า ผมเชื่อว่าหลายคนในนี้ก็กลัวตกงานแหละ
    “ว่ามาคุณมีแผนอะไร?” ผู้ชายหัวโล้นคนหนึ่งพูด
    ผมเริ่มอธิบาย“ถ้าพวกคุณรวมเงินกันช่วยกันซื้อหุ้นก็จะทำให้หุ้นขึ้นได้ ตอนนี้ผมวิเคราะห์แล้ว ต่างชาติชอตหุ้นไทยและเทขายหุ้นไทยด้วย แต่ถ้าพวกคุณลากหุ้นขึ้นได้ พวกที่ชอตไว้ก็จะขาดทุน สิ่งที่พวกเขาจะต้องทำคือรีบกลับมาซื้อหุ้นคืน ใครที่ไม่ยอมขายชอตทิ้งก็จะกลายเป็นขาดทุนแน่ๆ เราจะเล่นงานพวกต่างชาติคืนบ้าง”
    ผมอธิบายต่อ “ผมรู้ว่าการดันหุ้นขึ้นในสภาวะตลาดหุ้นขาลงแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย วรเดชใช้แผนทุบหุ้นจากเซ็ทห้าสิบก่อน เราก็จะแก้เกมโดยลากหุ้นเซ็ทห้าสิบให้ขึ้นก่อน โดยเริ่มจากกลุ่มพลังงานซึ่งเป็นหุ้นกลุ่มใหญ่สุดในตลาด จากนั้นก็เป็นกลุ่มแบงค์”
    ลุงหัวโล้นคนหนึ่งรีบพูดขัด “ตอนนี้ราคาน้ำมันลง คุณจะให้พวกผมไปซื้อหุ้นน้ำมัน เท่ากับพวกผมไปซื้อหุ้นบริษัทผลประกอบการแย่หรืออาจขาดทุนเนี่ยนะ”
    ผมพยักหน้า “ผมดูราคาน้ำมันแล้วมันตกลงมาหนักมาก สมัยก่อน 80 ดอลลาห์ต่อบาร์เรล ตอนนี้แค่ 30 ดอลลาห์ต่อบาร์เรล ต้นทุนผลิตน้ำมันของประเทศตะวันออกกลางอย่างพวกซาอุฯ อิหร่าน มีต้นทุนเพียงสิบกว่าดอลลาห์ต่อบาร์เรล ผมว่ามันคงลงมากกว่านี้ไม่ได้หรอกครับ เราซื้อหุ้นตอนถูกสุดท้ายต้องได้กำไรแน่นอนครับ”
    ลุงหัวโล้นเงียบไป ธีร์พูดขึ้น “คุณนครครับ ผมว่าคุณรณรงค์พูดมีเหตุผลนะครับ สมัยก่อนตอนวิกฤติเศรษฐกิจอเมริกาปี 51 ราคาน้ำมันก็เคยลงมาแถวๆ 30 ดอลจากนั้นก็ขึ้นไปร้อยกว่าดอลลาห์นะครับ ส่วนหุ้นน้ำมันตอนนั้นตกต่ำมาก แต่ตอนหลังก็ขึ้นเป็นเท่าๆ ตัวกันหมดเลย”
    ผมยิ้มขอบคุณให้ธีร์ ผมพูดต่อ “พอเราไล่ซื้อหุ้นกลุ่มน้ำมันเสร็จ ต่อไปเราจะซื้อหุ้นกลุ่มธนาคาร ต่อไปก็กลุ่มค้าปลีก สื่อสาร เมื่อเราลากหุ้นทีละกลุ่มให้ขึ้นไป ผมในฐานะที่เปิดบริษัทหลักทรัพย์ก็จะออกบทวิเคราะห์ให้ลูกค้าอ่านว่าถ้าใครไม่รีบซื้อหุ้นราคาถูกๆ ตอนนี้จะตกรถ ผมรู้ว่าหลายคนในที่นี้ก็มีบริษัทหลักทรัพย์เป็นของตัวเอง พวกคุณก็ช่วยกันออกบทวิเคราะห์เชียร์ซื้อหุ้นสิครับ ผมเชื่อว่านักลงทุนจะฟื้นความเชื่อมั่น แห่กันมาซื้อหุ้นไม่ก็หน่วยลงทุนของกองทุนพวกคุณ ซึ่งพวกคุณก็จะได้ทั้งค่าคอม ค่าบริหารกองทุน ได้ผลประโยชน์กันถ้วนหน้าครับ”
    ผู้จัดการกองทุนทั้งหมดต่างเห็นด้วย ผู้จัดการกองทุนหญิงคนหนึ่งอายุราวห้าสิบพูดขึ้น
    “แผนของคุณไม่เลว แต่ก็ไม่ใช่จะไม่มีความเสี่ยง พวกเราต้องเอาเงินลูกค้าไปเสี่ยง แล้วคุณล่ะต้องเสี่ยงอะไร?”

    ทุกคนในที่ประชุมต่างพยักหน้าเห็นด้วย ลุงหัวโล้นบอก“นั่นสิ เราขาดทุนเราก็ลำบาก แต่คุณแค่พูดเฉยๆ ต้องแผนคุณพลาดคุณก็ไม่เสียอะไร”
    ผมเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดีเลยบอก
    “ผมจะใช้เงินของบริษัทผมและเงินทั้งหมดของผมในการลงทุนครั้งนี้ด้วย”
    ทุกคนหันไปคุยกันอีกครั้ง สรุปเราจะตั้งกองทุนกลางขึ้นมาร่วมบริหาร ซึ่งมีเงินเป็นแสนล้าน รวมทั้งเงินผมทั้งหมดหลายสิบล้าน รวมทั้งบ้าน รถ ทรัพย์สินทั้งหมดของผมซึ่งไว้ค้ำประกันด้วย ซึ่งผมให้ธนาคารตีเป็นเงินสดให้ผมกู้เงินมาได้อีกหลายสิบล้าน
    เดิมพันครั้งนี้ คือการต่อสู้ครั้งใหญ่ของผม ถ้าพลาดผมก็หมดตัว!
    จบตอนที่ 56พล็อตเดิมพันหมดตัวเพื่อสู้กับวรเดช สถานการณ์จะเป็นยังไง โปรดติดตามตอนหน้างัดกลยุทธ์ต่อสู้กันซับซ้อนมาก

    ตอนต่อไปขอโดเนท 3 กำลังใจนะคร้าบ ขอบพระคุณมากเลย

    คล้ายกับเรื่องเหนือฟ้า ราชันตลาดหุ้น ที่คุณอ่าน