เกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 4 บทที่ 99 ครั้งแรก [Re-write]

            ยากนักที่หลิงจือเซวียนจะได้เห็นหลิงมู่เอ๋อร์เผยท่าทางของสาวน้อยออกมาในยามปกติ หลิงมู่เอ๋อร์เก่งกล้าเกินไป ราวกับผู้ชายก็มิปานเขาผู้เป็นพี่ชายในหลายด้านล้วนไม่อาจสู้นางได้  บัดนี้มีคนผู้หนึ่งสามารถให้หลิงมู่เอ๋อร์ได้พึ่งพาและเชื่อถือเช่นนี้ ในใจของหลิงจือเซวียนก็รู้สึกขอบคุณเขากลัวว่าน้องสาวของเขาจะมีกายเป็นหญิงแต่ใจเป็นชาย บัดนี้ ก็ไม่ต้องกังวลแล้ว

            หญิงสาวที่รู้จักเขินอายช้าเร็วย่อมเริ่มรู้จักกับความรักเป็นแน่ หากเดาไม่ผิดผู้ที่จะทำให้นางได้สัมผัสกับความรักครั้งแรกก็คือเจ้าหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้านี้

            สำหรับสายตาของหลิงมู่เอ๋อร์แล้วหลิงจือเซวียนยังคงมีความเชื่อมั่นว่า เจ้าเด็กนี่อาจไม่หล่อเหลาเท่าซูเช่อและไม่งดงามดั่งมารร้ายเท่าหนานกงอี้จือ ทว่าหลิงจือเซวียนกลับมั่นใจในตัวเขาอย่างมาก สายตาที่เขามองหลิงมู่เอ๋อร์มีความอบอุ่นไม่เหมือนสายตาที่มองผู้อื่นในยามปกติเขาเต็มใจที่จะมอบความพิเศษนี้ให้กับหลิงมู่เอ๋อร์ย่อมเพราะมีความรู้สึกต่อนางเพียงแต่บุรุษเช่นนี้ก็เหมือนกับเสือดาวที่พร้อมจะจู่โจมตลอดเวลาในยามปกติสงบไม่เคลื่อนไหว แต่เมื่อลงมือขึ้นมาก็จะต้องได้มาไว้ในกำมือ

            “ท่านแม่ชามของพี่ใหญ่ใส่ไม่ลงแล้ว พวกท่านให้เขากินเองเถอะ!”หลิงมู่เอ๋อร์เห็นท่าทางลำบากใจของซั่งกวนเซ่าเฉิน ก็อดเอ่ยปากไม่ได้

            หยางซื่อมองหลิงมู่เอ๋อร์อย่างหยอกล้อ“ยังคงเป็นมู่เอ๋อร์ของพวกเรารู้จักเป็นห่วงคน คนแก่อย่างพวกเราช่างไม่รู้จักดูสถานการณ์เกินไปแล้ว”

            ป้าเฉินที่อยู่ด้านข้างกล่าวเหน็บแนมว่า“เด็กสาวสมัยนี้ ช่างไม่สงวนกิริยาเอาเสียเลย บุตรสาวย่อมใช้สกุลอื่น [1]!จริงๆ”

            หลิงมู่เอ๋อร์ขมวดคิ้วจ้องป้าเฉินอย่างไม่พอใจ แต่ป้าเฉินมิได้ใส่ใจ ยิ้มยิงฟันให้หลิงมู่เอ๋อร์สีหน้าเต็มไปด้วยความยิ้มเยาะ

            ในยามที่สายตาแหลมคมสายหนึ่งหยุดลงบนร่างของป้าเฉินป้าเฉินก็เกิดความรู้สึกราวกับเหยื่อที่ถูกจับจ้องนางอดทนต่อความรู้สึกที่อยากตัวสั่น มองชายหนุ่มที่อยู่เบื้องหน้าก็เห็นดวงตาของชายหนุ่มผู้นั้นเย็นยะเยือก เผยประกายความดุร้ายออกมาราวสัตว์ร้ายที่เตรียมโจมตี

            นางหดคอก้มหน้ากินข้าวนางกล่าวอยู่ในใจว่า “ดูจากท่าทางหวงลูกน้อยของเจ้าเด็กนั่นฐานะของเด็กสาวนางนี้ในใจเขาไม่ต่ำเลย”

            “ถูกแล้วเฉินเอ๋อร์ตอนนี้เจ้าพักอยู่ที่ใด?” หากไม่มีที่พักแล้วล่ะก็ไม่สู้กลับมาพักที่นี่? หยางซื่อดูแลซั่งกวนเซ่าเฉินอย่างกระตือรือร้น

            หลิงมู่เอ๋อร์กำลังคิดจะพูดว่าเขามีที่พักเขาไม่เพียงมีที่พัก อีกทั้งสถานที่ที่คนเขาพักอยู่ยังเป็นจวนโหวที่นั่นมีข้าทาสบริวาร ดีกว่าบ้านของพวกเรามากนัก

            ก่อนที่นางจะเอ่ยปากซั่งกวนเซ่าเฉินก็กล่าวว่า “ขอบคุณท่านป้ามาก ทว่าตอนนี้ข้าทำงานให้ฝ่าบาทต้องเข้าออกวังหลวงเป็นประจำ ช่วงเวลาที่อาศัยอยู่ด้านนอกมีไม่มากนักหากข้ามีความจำเป็นจะต้องมาหาท่านป้าแน่ ถึงเวลานั้นขอท่านป้าอย่ารังเกียจว่าข้ามารบกวนก็พอแล้วขอรับ”

            หยางซื่อตะลึงไป“ทำงานให้ฝ่าบาท? เข้าออกวังหลวงเป็นประจำ? เฉินน้อยตอนนี้เจ้าทำสิ่งใดอยู่หรือ?”

            “ตอนนี้ข้าเข้าไปอยู่ในหน่วยองครักษ์หลวงขอรับ”สีหน้าของซั่งกวนเซ่าเฉินราบเรียบ “ทำให้ท่านป้าต้องเห็นเรื่องน่าขันแล้ว”

            หลิงมู่เอ๋อร์เบะปากกล่าวในใจว่า “พูดซะยากไร้เสียเหลือเกินองครักษ์หลวงกับผู้บัญชาการองครักษ์หลวงเป็นคนละเรื่องกันดีหรือไม่? กององครักษ์หลวงเป็นสถานที่ทั่วไปหรือ? หากไม่ใช่ทายาทรุ่นที่สองของขุนนางก็ต้องมีความสามารถที่แท้จริง เขาสามารถกลายเป็นผู้บัญชาการองครักษ์หลวงได้นั่นยิ่งไม่ใช่สิ่งที่คนธรรมดาจะกระทำได้”

            “เจ้าหนุ่มเฉินช่างมีความสามารถจริงๆ” หลิงต้าจื้อถอนใจอย่างชื่นชม “กององครักษ์หลวงนั้นร้ายกาจอย่างมาก ทุกวันนี้ทุกคนต่างพูดว่า กององครักษ์หลวงมีแต่ฮ่องเต้เท่านั้นที่สามารถบัญชาการได้เจ้าสามารถเข้าหน่วยองครักษ์หลวงได้ แสดงว่าเจ้าจะต้องมีความสามารถพวกเรารู้สึกนับถือเจ้าจริงๆ มามามา ทุกคนมาคารวะสุราเจ้าหนุ่มเฉินจอกหนึ่งแสดงความยินดีที่เขาได้เลื่อนตำแหน่งเป็นขุนนาง

            งานเลี้ยงสุราผ่านไปรอบหนึ่งซั่งกวนเซ่าเฉินก็เริ่มมึนเมาอีกแล้วหลิงจือเซวียนประคองซั่งกวนเซ่าเฉินไปยังเรือนด้านหลัง ที่นั่นมีห้องที่แยกไว้อยู่การตกแต่งด้านในเหมือนกับที่บ้านในสมัยก่อนนั่นเป็นการตกแต่งตามความชอบของซั่งกวนเซ่าเฉินในตอนที่ซั่งกวนเซ่าเฉินที่ครึ่งหลับครึ่งตื่นก้าวเข้าไปในนั้นในชั่วขณะหนึ่งหัวใจก็สั่นไหว

            หลิงจือเซวียนสังเกตเห็นสายตาของซั่งกวนเซ่าเฉินจึงหัวเราะเบาๆ ว่า “นี่เป็นความคิดของมู่เอ๋อร์นางบอกว่าเวลาที่เจ้ามาแล้วก็จะได้มีที่พัก”

            ในใจของซั่งกวนเซ่าเฉินเต็มไปด้วยความว้าวุ่นสาวน้อยนางนั้นไม่เคยลืมเขา! เมื่อคิดถึงจุดนี้ ในใจก็รู้สึกอบอุ่นขึ้นมา

            ชายที่ไม่รู้จักแสดงความรู้สึกของตนมาก่อนเผยสีหน้ายินดีออกมาริมฝีปากบางยกขึ้นเล็กน้อย เห็นได้ชัดถึงอารมณ์ที่เบิกบาน

            “เจ้าพักอยู่ที่นี่สักครู่”หลิงจือเซวียนจัดการที่พักให้ซั่งกวนเซ่าเฉินเรียบร้อยเมื่อคิดถึงความเข้มงวดที่อาจารย์จูมีต่อเขา เขาก็รีบมุ่งไปยังห้องหนังสืออย่างรีบเร่ง

            ซั่งกวนเซ่าเฉินนอนอยู่บนเตียงอ่อนนุ่มหลังใหญ่มองดูการตกแต่งทั้งหมดในห้อง ในใจของเขาก็มีไฟกองหนึ่ง แทบจะเผาไหม้ตัวเขาขึ้นมา

            ในเวลานี้ในวินาทีนี้  เขาอยากจะถามสาวน้อยคนนั้นมากกว่าเหตุใดจึงดีกับเขาเช่นนี้ ในหัวใจของนาง เขาเป็นเพียงพี่ชายคนหนึ่งเท่านั้นหรือ? หากเป็นเช่นนี้จริงวันหลังเขาจะใช้ฐานะพี่ชายอยู่เคียงข้างนาง ปกป้องนางไม่ให้นางได้รับความน้อยเนื้อต่ำใจใดๆแต่หากไม่ใช่…เขาอยากเปลี่ยนเป็นอีกฐานะหนึ่งมาดูแลนาง

            ถูกแล้ว!ซั่งกวนเซ่าเฉินรู้ดีว่าที่ตนต้องการคือสิ่งใด นับจากแยกจากสาวน้อยนางนั้นตกกลางคืนในยามหลับฝันล้วนเป็นเงาร่างของนาง ในเวลานั้นเขาก็ตระหนักได้แล้ว

            ทว่าเวลานั้นพวกเขาได้แยกจากกันแล้วขวางกั้นด้วยภูเขานับพันลูกแม่น้ำนับหมื่นสาย เขาแบกรับความแค้นของครอบครัวไว้ในใจมีกลอนที่หนักอึ้ง จึงไม่อยากทำให้นางเดือดร้อนไปด้วย บัดนี้เมื่อได้พบกันอีกครั้ง ความรู้สึกที่สะกดกั้นไว้ยาวนานถึงเพียงนั้นก็ออกจะควบคุมไม่ได้เสียแล้ว

            “คุณหนูคุณชายจูมาแล้วขอรับ” ซั่งกวนเซ่าเฉินนอนอยู่บนเตียงได้ยินเสียงที่อยู่ไม่ไกลอย่างชัดเจน

            ด้วยระดับฝีมือของเขาในตอนนี้ขอเพียงเขาเต็มใจฟัง เสียงของเรือนรอบๆบริเวณนี้ล้วนสามารถได้ยินอย่างชัดเจน

            คุณชายจู? นั่นเป็นผู้ใดกัน? หรือว่าในช่วงที่เขาไม่ได้ปรากฏตัวสาวน้อยคนนั้นได้รู้จักกับชายอื่น?

            “ให้เขาเข้ามาเถอะ!”หลิงมู่เอ๋อร์พูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ

            ผ่านไปครู่หนึ่งบุรุษผู้หนึ่งก็ก้าวเข้ามาในห้อง น้ำเสียงของเขาอ่อนโยนอย่างมากทั้งยังมีความเอ็นดูหลิงมู่เอ๋อร์อีกด้วย “ของที่เจ้าต้องการข้าหามาให้เจ้าแล้ว

            “โอ้!เร็วถึงเพียงนี้เชียวหรือ? ขอบคุณพี่ชายมาก”หลิงมู่เอ๋อร์หัวเราะอย่างมีความสุข “จะนั่งพักสักหน่อยหรือไม่?”

            “ไม่ล่ะเจ้าก็รู้นิสัยของท่านพ่อข้า เขาเข้มงวดกับพวกเรามาก ตอนนี้เป็นเวลาเรียนหนังสือข้าไม่กล้าอยู่ที่นี่นานนัก” ชายผู้นั้นกล่าวอย่างทำอะไรมิได้

            “ตอนกลางคืนข้าจะทำของอร่อยให้พวกท่านกินปลอบใจปลอบใจพวกท่าน พวกท่านเรียนหนังสือทั้งวันเช่นนี้ เหน็ดเหนื่อยเกินไปแล้ว”หลิงมู่เอ๋อร์พูดด้วยรอยยิ้ม

            “ดีสิ”บุรุษผู้นั้นยิ้มบาง

            “ยังมีเรื่องใดอีกหรือไม่?”

            “มู่เอ๋อร์ได้ยินว่าวันนี้ที่บ้านเจ้ามีแขกมา คนผู้นั้นยังเป็นพี่ชายบุญธรรมของเจ้าด้วย?”

            “ใช่สิข้ามิใช่เชิญพวกเจ้าทั้งครอบครัวหรือ? ท่านอาจารย์จูปฏิเสธในคำเดียวเสียแล้วข้าก็ไม่สะดวกที่จะเกลี้ยกล่อม”

            “เจ้าก็รู้นิสัยของท่านพ่อข้าเขาไม่ชอบการสมาคมกับผู้คน แม้จะบอกว่าเป็นพี่ชายบุญธรรมของเจ้าแต่สำหรับเขาแล้วก็ไม่ต่างกับการพบปะกับผู้คนนัก”

            “ข้าเข้าใจดังนั้น จึงไม่เคยบังคับเขามาก่อน พี่จูยังมีเรื่องใดอีกหรือไม่?”

            “ไม่มีอะไรเพียงถามดูเท่านั้น มู่เอ๋อร์มีพี่ชายอยู่ผู้หนึ่งแล้วเหตุใดจึงได้มีพี่ชายบุญธรรมอีกเล่า?”

            พรืด!หญิงสาวหัวเราะอย่างเฉิดฉัน “คำพูดนี้ของพี่จูช่างน่าสนุกนักหรือคนที่มีพี่ชายบุญธรรมพวกนั้นล้วนไม่มีพี่ชาย? ข้ากับพี่ใหญ่มีนิสัยใจคอตรงกันเมื่อก่อนก็ได้รับความช่วยเหลือจากเขาหลายครั้ง ดังนั้นจึงสานสัมพันธ์เป็นพี่น้องบุญธรรมกับเขาพี่จูมีความสนใจในตัวพี่ชายผู้นี้ของข้าหรือ? หากอยากพบล่ะก็ข้าสามารถแนะนำให้พวกท่านรู้จักกันได้”

            “ไม่ต้องแล้วไม่ต้องแล้ว”

            ซั่งกวนเซ่าเฉินฟังเสียงของพวกเขาหายไปเขามองเพดานด้านบน พูดเสียงเบาว่า “ดูท่า เด็กสาวตัวน้อยจะเติบโตแล้วจริงๆ ”

            ผู้ที่ชอบพอนางมีไม่น้อยเลย!

            ในฐานะบุรุษเขาสามารถตรวจสอบได้ถึงวัตถุประสงค์ของอีกฝ่ายอย่างชัดเจน เขาถามถึงตัวเขาซึ่งเป็นพี่บุญธรรมอย่างอ้อมค้อมก็เพราะกลัวนางจะถูกคนแย่งชิงไปเท่านั้นเอง

            ซั่งกวนเซ่าเฉินยังต้องเข้าวังไปทำงานนอนพักเพียงครู่เดียวก็จากบ้านสกุลหลิงไป ก่อนจากไปเขายังรับปากหยางซื่อว่าจะกลับมาพักบ่อยๆ

            เดิมเขาไม่คิดจะมารบกวนพวกเขาเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ศัตรูที่อยู่ในที่ลับของเขาส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของพวกเขาทว่าพี่จูผู้นั้น ทำให้เขารู้สึกถึงอันตรายขึ้นมา

            แม้ว่าจะมิได้พบคนผู้นั้นแต่จากท่าทีของหลิงมู่เอ๋อร์ก็สามารถรู้ได้ว่านางมีความรู้สึกที่ดีอย่างมากต่อพี่จูผู้นั้น นั่นเป็นคู่ต่อสู้ที่อันตรายอยู่บ้างผู้หนึ่ง

            กิจการที่โรงหมอดีขึ้นเรื่อยๆทั่วทั้งเมืองหลวงต่างก็รู้ถึงการคงอยู่ของเซียนแพทย์หลิงมู่เอ๋อร์ผู้ที่มีโรคต่างๆ ที่รักษาไม่หายก็มาหานางในยามที่นางสามารถแก้ปัญหาที่หมอท่านอื่นแก้ไม่ได้ครั้งแล้วครั้งเล่ารักษาได้แม้กระทั่งโรคที่หมอหลวงรักษาไม่หายชื่อเสียงของนางก็ยิ่งพุ่งทะยานไปจนถึงจุดสูงสุด

            คนที่มาด้วยความเลื่อมใสยิ่งมายิ่งมากจึงยากที่หลิงมู่เอ๋อร์จะไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเหล่าขุนนางและผู้สูงศักดิ์พวกนั้นคนพวกนั้นเห็นว่าเซียนแพทย์เป็นหญิงสาวงดงามเยาว์วัยนางหนึ่งก็เกิดความคิดที่จะรับนางเข้าไปอยู่ในเรือนหลัง ไม่ว่าใครก็กลัวความตายโดยเฉพาะเหล่าคนที่มีอำนาจพวกนี้

            พวกเขาคิดว่านำหญิงสาวที่มีทักษะทางการแพทย์สูงส่งเช่นนี้เข้าไปอยู่ในเรือนหลัง ชีวิตน้อยๆของพวกเขาก็จะสามารถอยู่ได้นานขึ้นอีกหลายปี เพียงแต่ความคิดเช่นนี้เมื่อได้เห็นที่ชูเซ่อมักจะปรากฏกายเข้าออกคู่กับหลิงมู่เอ๋อร์เป็นประจำและโดยเฉพาะในยามที่พบว่า ผู้บัญชาการองครักษ์หลวงเป็นพี่บุญธรรมของหลิงมู่เอ๋อร์  ก็ได้สลายไปราวกับหมอกควัน

            “มู่เอ๋อร์อากาศวันนี้นับว่าไม่เลว ไม่สู้ไปพายเรือในทะเลสาบเป็นอย่างไร?” ซูเช่อขี่อยู่บนม้าพูดกับหลิงมู่เอ๋อร์ที่อยู่ในรถม้า

            หลิงมู่เอ๋อร์นวดหว่างคิ้วกล่าวอย่างช่วยไม่ได้ว่า​ “จวิ้นอ๋องน้อย ข้ายังมีคนไข้ที่ต้องดูแลไม่มีเวลาว่างออกไปเที่ยวเล่น”

            “มู่เอ๋อร์ยังโมโหเรื่องครั้งก่อนอยู่หรือ? หลายวันมานี้เจ้ามักจะไม่สนใจข้าข้ารู้สึกแย่เหลือเกิน” เสียงเศร้าสร้อยของซูเช่อดังเข้ามาจากด้านนอก

            หลิงมู่เอ๋อร์ยังติดใจอยู่บ้างจริงๆแต่ว่าซูเช่อเป็นเพื่อนที่ไม่เลว ขอเพียงรักษาระยะห่างของเพื่อนไว้นางก็จะไม่ผลักไสเขาออกไปไกลนัก

            ม้าที่ควบอย่างรวดเร็วตัวหนึ่งหยุดลงตรงหน้าพวกเขาม้าตัวนั้นควบตะบึงมาระยะหนึ่ง ในยามที่หยุดลงก็มีความรีบเร่งอยู่บ้างทำให้ม้าเหงื่อโลหิตที่อยู่ข้างกายของซูเช่อตกใจ โชคดีที่ทักษะการขี่ม้าของคนทั้งสองไม่เลวหลังจากคนผู้นั้นหยุดลงอย่างกะทันหันซูเช่อก็ได้ปลอบประโลมม้าวิเศษด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

            ซูเช่อเห็นผู้ที่มายิ้มตอบรับว่า “ที่แท้เป็นใต้เท้าซั่งกวน”

            ซั่งกวนเซ่าเฉินมิได้สนใจซูเช่อแต่มองหลิงมู่เอ๋อร์ที่อยู่ในรถม้า “มู่เอ๋อร์จะไปที่ใดหรือ?”

            หลิงมู่เอ๋อร์เลิกม่านออกในดวงตางุนงนมีความประหลาดใจแทรกอยู่เล็กน้อยนางคิดไม่ถึงว่าจะได้เห็นซั่งกวนเซ่าเฉินที่นี่

            “เหตุใดพี่ใหญ่จึงอยู่ที่นี่ได้? เมื่อครู่ข้าเตรียมจะไปตรวจรักษาไม่คาดว่าระหว่างทางรถม้าจะพัง เผอิญเจอกับจวิ้นอ๋องน้อยพอดีจวิ้นอ๋องน้อยตั้งใจจะไปส่งข้าระยะหนึ่ง” หลิงมู่เอ๋อร์เล่าตามความจริง

            “ข้าจะส่งเจ้าไปเองไม่ต้องรบกวนจวิ้นอ๋องน้อยแล้ว” ซั่งกวนเซ่าเฉินยื่นฝ่ามือออกไปให้หลิงมู่เอ๋อร์

            ดวงตาของซูเช่อหลี่ลง

            ต่อหน้าผู้คนมากมายบุรุษผู้หนึ่งยื่นมือไปให้สตรีนางหนึ่ง หากหญิงนางนั้นรับความสัมพันธ์ของคนทั้งสองก็มิอาจอธิบายอย่างชัดเจนได้แล้ว

            ไม่ต้องกล่าวถึงว่าคนทั้งสองมิใช่พี่ชายน้องสาวแท้ๆต่อให้เป็นพี่น้องแท้ๆ ก็จะถูกผู้คนนินทาเป็นแน่ ดังนั้นสาวน้อยนางนี้ย่อมไม่มีทางรับอย่างแน่นอน ใช่…หรือไม่?

             

             

             

            เชิงอรรถ

            [1] บุตรสาวย่อมใช้สกุลอื่นเป็นสำนวนหมายถึง ผู้เป็นบุตรสาวย่อมต้องออกเรือนแต่งไปใช้นามสกุลของสามี หรือหมายถือสตรีที่มีใจเอนเอียงเข้าข้างคนรักของตน

             

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่ทั้งทีขอเป็นผู้ดูแลฟาร์มผู้มั่งคั่งบ้างได้ไหมคะ?[แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    บันทึกลับองครักษ์เสื้อแพร [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    842K 1498
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    ท่านอ๋องผู้โหดร้ายกับหมอปีศาจ

    นิยาย รัก
    467K 4159
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663