The RockStar ย้อนเวลามาเป็นหัวโจก

    Chapter [5] กลอนรัก

    Chapter [5] กลอนรัก...“อื้ม...ดูดีใช้ได้เลย” ผ่านมาอีกหนึ่งสัปดาห์แล้วหลังจากที่นภาได้เงินมาในจำนวนหนึ่ง ด้วยเงินจำนวนที่มากขนาดนี้ เขาสามารถนำมันไปเป็นทุนการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยได้อย่างแน่นอน อย่างน้อยก็ใช้เป็นค่าอยู่ค่ากินจนเรียนจบไปเลยก็ได้ แค่ประหยัดหน่อยเท่านั้น ส่วนสาเหตุที่ชายหนุ่มกล่าวขึ้นมาข้างต้นนั้นไม่ใช่อะไรเลยนอกจากของที่เขาพึ่งจะซื้อจากเงินที่พึ่งได้รับมาหมาดๆ
    “น่าจะคุ้มกับราคาที่เสียไปอยู่แหละมั้ง” ชายหนุ่มมองครีมทาหน้า กับเครื่องสำอางบำรุงร่างกายที่ขายอยู่ชุดละพันกว่าบาทอย่างพึงพอใจ หลังจากที่เขาลองใช้มาได้ 3 วัน ผลปรากฏว่าหน้าของเขามันน้อยลง ทั้งผิวทั่วร่างยังขาวขึ้นอีกหนึ่งระดับอีกต่างหาก
    “จะเป็นดารานี่ก็ต้องหัดดูแลตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ล่ะนะ” นภาลูบคางตัวเองพร้อมหันหน้าส่องกระจกซ้ายทีขวาทีดูก็รู้ว่าหลงตัวเองมากแค่ไหน
    “พ่อผมไปโรงเรียนละนะ” กล่าวจบ ชายหนุ่มจึงเดินออกจากบ้านพร้อมกับห่อข้าวมื้อเที่ยงไปด้วยหนึ่งกล่อง
    ‘ต้องประหยัดเงินเข้าไว้’ นี่คือสิ่งที่เขาคิด ทุกๆ วัน นภาจะได้เงินไปโรงเรียนอยู่ที่ 50 บาท ซึ่ง 10 บาทสำหรับค่ารถรับส่งทั้งไปเเละกลับ นี่ถ้าไม่ใช่เพราะคนขับรถเป็นคนรู้จักของพ่อเขาเองก็คงไม่ได้ราคาที่ถูกแสนถูกนี่เช่นเหมือนกัน
    ‘ไหนจะค่าข้าวอีก’ ค่าข้าวนี่แหละตัวดี เพราะไม่ว่าจะเป็นผัดผักง่ายๆ หรือข้าวไข่เจียว ราคาขั้นต่ำมันก็อยู่ที่ 30 บาทแล้ว สู้ห่อไปกินเองเสียยังจะดีกว่า นี่คือสิ่งที่ชายหนุ่มคิด เพราะจากวันนี้ไปจนถึงวันจบการศึกษา หากเขาเริ่มที่จะห่อข้าวมาเองก็จะมีเงินเก็บอยู่ที่หลักพันเลยเชียว

    ...

    “เห้อ...” ถึงหน้าห้อง นภาก็ต้องถอนหายใจออกมาเป็นครั้งแรกของวัน เขาจะต้องมาเจอหน้าไอ้พวกเด็กเวรตะไลอีกแล้วสินะ น่ารำคาญพวกมันซะจริง ไม่เบื่อที่จะแกล้งกันบ้างรึไง?
    ปัก!แล้วก็ตามระเบียบ ขนาดก้าวเท้าเข้ามาในห้องแค่ก้าวเดียว กระดาษที่ถูกขยำจากมือของไอ้เพลิงก็มาอยู่ที่หัวเขาเสียแล้ว เอาตรงๆ เขาก็หลบได้แหละ แต่ถ้าหลบ พวกมันก็จะโยนมาอีกเรื่อยๆ สู้รับกระดาษเข้าหัวก้อนเดียวจะดีกว่า
    “เฮดช็อตเลยว่ะ ฮ่าฮ่า!”
    ‘หัวเราะไปเถอะไอ้พวกเด็กเวร’ อีกไม่กี่เดือนก็ถึงวันปัจฉิมแล้ว หากเขาจบไป เขาก็คงไม่ต้องมากังวลเรื่องพ่อของไอ้เด็กเวรนี่อีก เมื่อถึงเวลานั้นเขาคงต้องเอาคืนอย่างสาสมกับที่มันทำเขาอย่างแน่นอน แต่ตอนนี้คงต้องเรียนก่อนล่ะนะ
    ครืน...!เสียงเปิดประตูของครูคาบภาษาอังกฤษดังขึ้นทำให้นักเรียนที่กำลังหยอกกันต้องหยุดชะงัก และกลับไปยังที่นั่งของตัวเองในเวลาต่อมา
    ครูคนนี้น่ากลัวมากสำหรับเหล่านักเรียน จะบอกว่าน่ากลัวกว่าครูฝ่ายปกครองก็ได้ เพราะหากทำอะไรให้ครูไม่พอใจเข้า ผลที่ตามมาคือโดนดุพร้อมกับไล่ออกไปนอกห้อง แม้แต่ไอ้เพลิงเองก็ต้องยอมให้กับครูคนนี้
    “เอาล่ะ เราจะมาเริ่มกันที่การเช็คชื่อนะคะ” ครูสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงน่าฟังเป็นภาษาอังกฤษ และนี่คือเหตุผลที่แม้แต่ไอ้เพลิงที่กระทั่งครูใหญ่ยังต้องไว้หน้า ต้องยอมให้แก่ครูคนนี้ นั่นเพราะว่าเธอสวยมากเลยยังไงล่ะ
    ‘น่ารักมากครับ ผมให้เต็มสิบ’ เสียงในใจของชายหนุ่มดังขึ้นมาจากการแสดงออกทางสีหน้า เธอสวยมากจริงๆ แม้แต่นภาที่เป็นคนเลือดเย็นเอง ยังต้องแอบชมความงดงามของเธอในใจ
    “เอาล่ะ เช็คชื่อกันเสร็จแล้ว คราวนี้เราจะมาทวนการบ้านกันก่อน ไหนใครจำได้บ้างว่าครูให้การบ้านอะไรเอาไว้?”
    เหวอ...!เหวอที่ว่ามานี้คือสีหน้าของเด็กทั้งห้อง การบ้าน? การบ้านอะไร ครูสั่งเอาไว้ตอนไหนใครจะไปรู้? นี่คือสีหน้าที่เด็กๆ ในห้องแสดงออก คงจะมีแค่นภาที่ยังคงสงบนิ่ง ไม่แปลกที่เพื่อนๆ ในห้องจะไม่รู้ว่าเธอสั่งงานอะไรเอาไว้
    ‘เล่นพูดด้วยสำเนียงร้อยเปอร์เซ็นต์แบบนั้นใครมันจะฟังออกล่ะครับคุณครู?’ ชายหนุ่มได้แต่ส่ายศีรษะไปมา ไม่ใช่แค่สำเนียงเท่านั้นที่ยาก แต่คำที่เธอเลือกจะใช้ยังยากเข้าไปด้วยอีกต่างหาก
    “หืม? นายนภา เธอส่ายหน้าให้ครูแบบนั้นทำไม หรืออยากจะมาตอบคำถามหน้าห้อง?”
    ‘เวรแล้วไงล่ะ’ ตอบคำถามหน้าห้องสำหรับคาบนี้ คือนรกทั้งเป็นเลยล่ะ เพราะหากตอบผิดหรือทำให้ครูสาวคนนี้ไม่พอใจ ผลตอบแทนสำหรับความงั่งนั้นคือการลงโทษแบบที่นักเรียนสมัยนี้แทบจะนับเป็นศัตรู นั่นคือการจดอะไรซักอย่างที่เกี่ยวกับเนื้อหาที่ตอบไม่ได้ซ้ำๆ หลายหน้า
    “...” ถูกเรียกแล้วยังไงก็ต้องไปเท่านั้นล่ะนะ เขาเองก็ไม่ใช่ว่าไม่รู้ด้วยหนิ แค่ตอบไปตามที่ได้ยินจะเป็นไรไปล่ะ?
    “เอ่อ...”
    “ตอบครูเป็นภาษาอังกฤษสิ!” ได้ยินแบบนี้เพื่อนๆ ในห้องก็ต้องแสดงสีหน้าเวทนาส่งมายังชายหนุ่ม ภาษาอังกฤษ? จะให้นภาที่มีเกรดเฉลี่ยภาษาอังกฤษน้อยสุดในห้องพูดภาษาอังกฤษเนี่ยนะ? นี่ครูตั้งใจจะแกล้งเขารึเปล่าเนี่ย?
    “อืม...อาทิตย์ที่แล้ว ครูสั่งให้คิดกลอนรักเป็นภาษาอังกฤษมาหนึ่งท่อนครับ”
    เหวอ...!เหวอคราวก่อนว่าหนักแล้วมาคราวนี้เพื่อนๆ ในห้องรวมทั้งครูสาวยังต้องเหวอกว่า จะบอกว่าเมื่อครู่นี้เจ้าเด็กที่ต้องไปแก้ศูนย์วิชาภาษาอังกฤษทุกเทอม พึ่งจะพูดภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วด้วยสำเนียงที่ไม่ขาดเกินเนี่ยนะ? ฝัน มันต้องเป็นฝันแน่ๆ
    “ครูครับ?” แม้แต่ตอนนี้นภาก็ยังเอ่ยขึ้นด้วยภาษาอังกฤษ นี่ทำให้ครูสาวถึงกับไปไม่เป็น
    “อะแฮ่ม! เก่งมาก ถือว่าพัฒนาการของเธอดีมากจริงๆ” ครูสาวไม่พ้นที่จะกล่าวชม ลูกศิษย์ที่ไม่เอาไหนที่สุดของเธอเขาสามารถใช้ภาษาอังกฤษได้อย่างดีเยี่ยมแล้ว นั่นทำให้เธอซาบซึ้งมากจริงๆ
    “แล้วเธอได้ทำมารึเปล่า?”
    “ฮะ? อะไรนะครับ?”
    “ครูถามว่าเธอได้ไปคิดกลอนมารึเปล่า? หรือจะบอกว่าไม่ได้ทำมา? ทั้งๆ ที่รู้ว่าการบ้านคืออะไรน่ะหรอ?” พึ่งจะแสดงสีหน้าปลาบปลื้มได้ไม่ถึงสามวินาที ครูสาวก็ต้องมีสีหน้าเคร่งขรึมอีกครั้ง
    “แน่นอนสิครับ ฮ่าฮ่า” จะให้บอกยังไงดี? ซวยแล้วไงล่ะ
    “ไหนล่ะ”
    ‘...’ พลันปรากฏจุดสามจุดขึ้นมาบนหัวของนภาในทันใด ภายในใจของเขาเองก็ทุกข์ร้อนไม่น้อยเลย ‘เวรแล้ว เวรแล้ว เวรแล้ว’ คำสองพยางค์ถูกเอ่ยขึ้นไม่หยุดพัก หรือจะบอกว่าทำไม่ได้ดี? ไม่สิ ทำได้แน่ ถึงจะไม่ใช่กลอน แต่มันก็น่าจะทดแทนกันได้แหละ ว่าแล้วชายหนุ่มจึงเริ่มเอ่ยขึ้นในทันที

    You so very precious when you smileHit it from the back and drive you wildGirl I lose myself up in those eyesI just had to let you know yor’ re Mine

    “จบแล้วครับ” บทกลอนที่เขากล่าวไปเมื่อครู่ คือเพลงที่เขาเคยฟังแว่วๆ ในตอนที่เป็นศูนย์เจ็ดซึ่งเขาคิดว่ามันเพราะดีจึงได้นำมากล่าวเป็นบทกลอนสำหรับการบ้านของครูสาวสวยคนนี้ เขากล่าวมันขึ้นด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไปอย่างนั้น โดยที่ไม่รู้เลยว่าบทกลอนที่เขาพึ่งจะเอ่ยไปข้างต้น จะนำพาเขาไปสู่หนทางที่เข้าใกล้ความฝันขึ้นไปอีกขั้น


    จบตอน