ตอนที่ 27: วางเดิมพัน
่ปิดเทอมก่อนขึ้นปีสาม ฤทธาและเพื่อนๆ อย่างซูคิม จิมมี่ เรโซ่ และยอนมิน นัดกันซ้อมทีมเบาๆ เพื่อเตรียมรับภารกิจจากหอิญญายุทธในอนาคต แม้จะเริ่มวางโครงสร้าทีมกันไว้บ้าง แต่ฤทธายังไม่เร่งรีบ เพราะในใจเขามุ่งเป้าไปที่สนามประลองกลาง ซึ่งกำลังจะเปิดศึกในไม่ช้า
พวกเด็กๆ รวมตัวกันไปล่าสัตว์ เพื่อฝึกการต่อสู้ร่วมกัน แบ่งหน้าที่กันทำ เสร็จแล้วมาประชุมกัน เพื่อพูดคุยถึงการทำหน้าที่แต่ละคน
“ข้าว่าตำแหน่งอย่างตอนนี้ก็ดีนะ ข้ากับซูอยู่หน้า ฤทธากับเรโซ่คุมปีกซ้ายและขวา ยอนมินอยู่กลางคอยสนับสนุน” จิมมี่บอกกับทุกคน
ทุกคนมองตากันพร้อมพยักหน้าเห็นด้วย
“ว่าแต่เราจะใช้ชื่อทีมว่าอะไรดี” เรโซ่ถาม
คำถามนี้ทำให้ทุกคนหยุดคิดแล้วมองหน้ากัน แต่แล้วสายตาทุกคนก็มาหยุดอยู่ที่ฤทธา เหมือนจะขอความคิดเห็น
“อ่า..ข้าชอบอะไรแบบที่เป็สองอย่างแต่ขัดแย้งกันน่ะ อย่างเช่น กลางวันกลางคืน ขาวและดำ พิษกับยาถอนพิษอะไรแบบเนี้ย แต่ข้าตั้งชื่อไม่เก่งนะ แฮะๆ”
ฤทธาตอบแบบไม่ให้ความหวัง
“น่าสนใจ อะไรสองอย่างที่คู่กันแต่ต่างกัน”
ซูคิมเกาคางใช้ความคิด
“มืดกับสว่าง เป็ไง” ยอนมินลองเสนอสิ่งที่คิดออก
“มืดกับสว่าง หนาวกับร้อน แสงกับเงา ูเากับทะเล”
จิมมี่เดินพึมพำใช้ความคิด
ฤทธากับซูคิมมองตากัน เหมือนสองคนจะสะดุดคำๆ หนึ่งเมื่อสักครู่
“แสงกับเงา”
ฤทธาและซูคิมพูดขึ้นมาพร้อมกัน ทำให้ทุกคนหยุดและหันมามอง
“ถ้าเป็ แสงเงาล่ะ” จิมมี่ถามทุกคนอีกที
“เยี่ยม ชื่อนี้แหละ แสงเงา” ยอนมินเห็นด้วย
สรุปทุกคนเห็นด้วยกับชื่อทีมแสงเงา หลังจากประชุมเสร็จก็แยกย้าย
จนถึงวันที่สนามประลองกลางเปิด
สนามประลองกลางเป็พื้นที่มิติพิเศษของสำนัก ซึ่งเปิดเพียงเดือนละสองครั้ง คือวันแรกของเดือนและวันที่สิบหกของเดือน โดยศิษย์อันดับหนึ่งถึงห้าสิบ จากสี่สำนักใหญ่จึงจะมีสิทธิ์เข้าร่วมการประลองได้ และต้องแสดงป้ายประจำตัวเพื่อระบุระดับพลังและธาตุ การต่อสู้ ในนั้นมีการรับชมทั่วทั้งสนาม อีกทั้งยังเปิดให้เดิมพันอย่างเป็ทางการ ไม่ว่าจะเป็หินิญญา ศาสตราวุธ หรือแม้แต่โอสถหายาก
แม้ฤทธาจะเพิ่งได้อันดับห้าสิบ และอยู่ที่ระดับสี่ หลอมรวมธาตุขั้นสิบชั้นฟ้า เขาตั้งใจกดพลังไว้ ยังไม่ทะลวงขึ้นระดับห้า เพื่อรอการประลองที่สนามประลองกลางโดยเฉพาะ ชื่อเสียงจากการเป็อันดับ หนึ่งของปีสอง ทำให้หลายคนจับตามอง
ฤทธาคืออันดับหนึ่งของปี รองลงมาคือเรโซ่ ซุนโฮอันดับสามและยอนมินในอันดับสี่
เพื่อให้ได้อันดับสูงขึ้น ฤทธาเริ่มวางแผนั้แ่ไต่ลำดับในสนามประลองปกติ จนถึงอันดับปัจจุบัน
ก่อนหน้านั้นเขาไปเดินดูตลาดแลกเปลี่ยน เพื่อหาดูสมุนไพรและสมบัติต่างๆ แต่ก็ไม่พบอะไร แถมชีต้าร์ยังบอกอีกว่า มีแต่ของธรรมดาสำหรับเด็กๆ ใช้กัน เลยเดินไปหาพวกศิษย์พี่ที่นัดกันไว้
การประลองเริ่มต้นั้แ่หนึ่งทุ่มถึงสองทุ่มครึ่ง และจบด้วยการประมูลไอเท็มอีกหนึ่งชั่วโมง วันนี้ซึ่งมีคิวว่างมาก
ฤทธาใช้โอกาสนี้โชว์ฝีมือ เขาไปจองคิวท้าอันดับร้อยเก้าสิบเก้า สักพักมีอัตราต่อรองขึ้นเป็แปดต่อสิบ แทงฝั่งผู้ท้าชิงแปดจะได้คืนสิบ เพราะมีโอกาสชนะน้อย
อันดับหนึ่งร้อยเก้าสิบเก้า ระดับห้าหลอมิญญาขั้นสอง ผู้ท้าชิงระดับสี่หลอมรวมธาตุขั้นสิบ
เมื่อพบศิษย์พี่แล้ว ฤทธาแบ่งหินิญญาขั้นกลางให้คนละสามแสน เพื่อให้แทงฝั่งเขาแล้วทบไปเรื่อยๆ
ในสนามประลองกลางไม่ได้ห้ามเหมือนการแลกแต้มในสำนัก เพราะนี่เป็การใช้หินิญญา
ศิษย์พี่ทั้งสองพอรู้อยู่แล้วว่าฤทธามีหินิญญามากมาย พวกเขาก็เลือกแทงข้างฤทธาเช่นกัน พวกที่เข้ามาส่วนมากเป็ศิษย์ปีสามและปีสี่ของแต่ละสำนัก ระดับห้าขึ้นไปทั้งนั้น และแล้วฤทธาก็ลงประลองศึกแรก
“ข้าฤทธา สำนักเย่วจีปีสอง ศิษย์พี่โปรดออมมือ”
ฤทธาแนะนำตัว
“ข้าจินเป่า สำนักชิงเหอปีสาม เ้าอยากเดิมพันเท่าไหร่” จินเป่าถามผู้ท้าชิง
“ข้ามีหินกลางอยู่สองแสน ข้าวางแสนนึงได้หรือไม่”
ที่สนามมีเสียงฮือฮา
“เป็ปีสองที่รวยไม่เบานี่ เอาสิ”
ทั้งคู่ส่งมอบหินิญญาให้กรรมการ
“เริ่ม”
เสียงกรรมการประกาศ
จินเป่าเสกะุน้ำโจมตีฤทธาทันที ฤทธาวิ่งหลบพัลวัน พร้อมกับพยายามล้วงยันต์จากเสื้อแต่สะดุดขาจึงทำตกไป เขาหลบแล้วล้วงยันต์อันใหม่ เขาใช้ยันต์ไฟโจมตีกลับ แล้ววิ่งไปเก็บยันต์ที่ตก ท่าทางของเขาทำให้ทั้งสนามมีเสียงหัวเราะ เพราะคิดว่าเขาคงตื่นเต้น
จินเป่าเพิ่มจำนวนะุน้ำที่แหลมคมขึ้นมาเป็สิบอัน แล้วโจมตีอีก ฤทธาหลบไม่พ้นจึงยกโล่แสงขึ้นกัน พอลดโล่ลงจินเป่าก็ประชิดตัวแล้ว
จินเป่าต่อยเข้าที่หน้าฤทธาเต็มๆ ฤทธากระเด็นไปนอนคว่ำ จินเป่าะโตามทันที เสียงฮือทั้งสนามคิดว่าจบแล้วทีนี้ ฤทธานอนคว่ำอยู่ เขาพลิกตัวใช้มือขวายกโล่แสงขึ้นกัน จินเป่าที่ะโตาม หวังถึงพื้นจะเตะเข้าที่โล่ แล้วต่อด้วยะุน้ำ เขาเหยียบพื้นเต็มแรง
ตู้ม!!
เสียงดังสนั่น
จินเป่ากระเด็นไปนอนหงายหมดสติ ทั้งสนามงงเกิดอะไรขึ้น? ฤทธาที่นอนคว่ำยกโล่กันอยู่ค่อยๆ โผล่หน้าขึ้นมาดู
กรรมการประกาศ
“ฤทธาชนะ จินเป่าะโลงมาเหยียบยันต์สายฟ้าไม่สามารถสู้ต่อได้”
ทั้งสนามฮาลั่น ทุกคนหัวเราะกับความโชคดีของฤทธา
“จะท้าสู้ต่อหรือไม่”
กรรมการถามฤทธา
“ท้าสิ ข้ายังไม่ได้ใช้แรงอะไรเลย ข้าซื้อยันต์มาเยอะเลยด้วย”
ในสนามหัวเราะอีกครั้ง
“ลงไปพักก่อน รอเรียก คู่ต่อไปเชิญขึ้นมา”
กรรมการบอกฤทธา
พอฤทธาออกมา อัตราต่อรองก็ขึ้นมา ฤทธาเจ็ดต่อสิบ หยวนเปียว สำนักเทียนหลงระดับห้าขั้นสี่ชั้นฟ้า
ฤทธาเดินมาหาศิษย์พี่ ทั้งสามยิ้มให้กัน แล้วซูกับจิมมี่เดินไปที่รับทายผล
“ฉลาด เ้าเล่ห์”
เสียงหนึ่งดังขึ้นในห้องกระจก้า ที่มองเห็นสนามประลอง เห็นเงาคนสองคนยืนมองลงไปที่สนาม
“นึกถึงพวกเราตอนเด็กๆ เลยใช่มั้ยล่ะ ฮ่า ฮ่า”
อีกเสียงหัวเราะขึ้นอย่างอารมณ์ดี
ฤทธายังคงใช้แผนโปรยยันต์มากมาย เหมือนว่าซื้อมาเยอะ แล้วเอาชนะเฉียดฉิว เขาลงเดิมพันครั้งละแสนหินิญญากลาง เขาเลือกใช้แผนหลอกลวง เช่น การแกล้งดูเหนื่อย ใช้ยาเสริมปราณระหว่างรอคิว เพราะรู้ว่าคู่ต่อสู้ดูอยู่
ตอนท้าอันดับหนึ่งร้อยเก้าสิบเจ็ด กู่เทียน สำนักเทียนหลงระดับห้า ขั้นแปดชั้นฟ้า อัตราต่อรองฤทธาห้าต่อสิบ
คราวนี้กู่เทียนขอเพิ่มเดิมพันเป็สองแสน ฤทธาก็ตกลง
“ข้ารู้ว่าเ้าแกล้งเป็หมู หลอกกินเสือ”
กู่เทียนใช้หอกธาตุไฟกล่าว ฤทธาเรียกเชือกรัดิญญาออกมา แล้วใช้แต่ปราณธาตุแสงในการต่อสู้ ที่ผ่านมาทุกคนใช้ปราณยุทธเป็ส่วนใหญ่ ทุกคนเห็นว่าฤทธาใช้โล่แสงคล่องมาก แล้วหมัดก็หนัก ชนะเพราะกู่เทียนเร่งโจมตีจนปราณหมด จึงโดนต่อยแพ้ไป
ฤทธาท่าทางเหนื่อยแต่ท้าต่อ ตอนนี้คนที่มาสู้ก็หวังได้หินจากฤทธา ต่างก็เพิ่มเดิมพัน
การแสดงของฤทธายังแเี เขาทำแม้กระทั่งแกล้งกระอักเื หลังจากโดนโจมตี ในตอนสู้กับอันดับหนึ่งร้อยเก้าสิบหก เพื่อหลอกล่ออันดับหนึ่งร้อยเก้าสิบห้า ให้ท้าแข่ง เพราะถ้าอันดับสูงกว่าจะท้าต้องเป็ฝ่ายเพิ่มเดิมพัน
ฤทธาชนะเพราะสู้อย่างดุเดือดและใช้ยันต์ไปมากมาย แถมยังได้รับาเ็ การแข่งครั้งนี้สูสีมากในสายตาคนดู
“จะท้าต่อหรือไม่” กรรมการถามฤทธา ฤทธาแกล้งตอบช้า รอเหยื่อติดกับ
“ข้าขอท้า เ้าลงแค่แสนเดียว ข้าลงสองแสนพร้อมธงเบญจเขตขั้น3ธงปักเขตแดน”
เสียงฮือฮาทั้งสนาม อันดับหนึ่งร้อยเก้าสิบห้าขอท้าฤทธา ผู้อันดับสูงกว่าต้องเป็ฝ่ายเพิ่มเดิมพัน ตามกฎกติกา
“ข้าขอพักหน่อยได้หรือไม่” ฤทธาถามกรรมการ
“เ้าจะปฎิเสธก็ได้ ถ้าเ้ารับคำท้า เ้าจะได้พัก เพราะมีอีกคู่ ถ้าอีกคู่สู้กันนานก็เป็โอกาสพักของเ้า” กรรมการชี้แจง
“ข้าตกลง” ฤทธาบอกกรรมการ
“รับคำท้า เชิญไปพักได้” มีเสียงเฮลั่นสนาม
ฤทธาสี่ต่อสิบ เทียนิ สำนักพยัคฆ์ทมิฬ ระดับห้าขั้นที่เก้า
ฤทธาสังเกตเห็นเทียนิให้คนไปลงเดิมพัน เขาแอบเหลือบมองพวกศิษย์พี่ ทั้งสองพยักหน้าให้
ครั้งนี้ไม่ง่ายฤทธาเพิ่มวิชาหุ่นเชิดมาใช้อีกหนึ่งวิชา ทุกคนในสนามวิเคราะห์ได้เลยว่า ฤทธาเป็นักิญญาระดับสาม ผู้บัญชาการิญญา
การต่อสู้รวดเร็วและดุเดือด ส่วนใหญ่ฤทธาจะเป็ฝ่ายถูกโจมตี เทียนิธาตุน้ำแข็ง พยามเสกน้ำแข็งจับฤทธาที่ว่องไว แต่จับผิดตัวไปจับหุ่นเชิดที่ฤทธาเสกมาแทนเขา
จนจังหวะสุดท้าย เทียนิสร้างกำแพงน้ำแข็งดักฤทธา และยึดขาฤทธาไว้ได้ แล้วใช้ะุน้ำแข็งโจมตีเต็มที่ จนฤทธานอนหมดสติไป
เทียนิยืนหอบหมดแรง แต่แล้วมียันต์มาแปะด้านหลัง แล้วก็ะเิ
ตู้ม!!!
เทียนิลงไปนอนอย่างหมดแรง เขาเงยหน้ามองฤทธา แล้วหันไปเห็นหุ่นไม้ของฤทธานอนอยู่ที่พื้นจึงเข้าใจ เสียงเฮลั่นสนาม คาดว่ามีคนเดิมพันข้างฤทธาเยอะมากแน่ๆ
จริง ๆ แล้วฤทธาไม่ได้าเ็อะไรมาก เพราะกายเนื้อของเขาแข็งแกร่งมาก และยังไม่เคยใช้พลังจริงเลยสักครั้ง
เขาฝากหินิญญาขั้นกลางไว้กับซูและจิมมี่จำนวนมาก เพื่อให้ทั้งสองลงเดิมพันข้างเขา จนทั้งสองได้กำไรมหาศาลจากการเดิมพันแบบต่อเนื่อง การต่อสู้แต่ละรอบของฤทธาเต็มไปด้วยความสูสีและเฉียดฉิว ชวนให้ศิษย์คนอื่นดูด้วยความตื่นเต้น
และแล้ว เขาก็ชนะห้าครั้งติดภายในวันเดียว จากอันดับสองร้อย ไต่จนถึงอันดับหนึ่งร้อยเก้าสิบห้า ได้อย่างงดงาม พร้อมสร้างชื่อเสียงเป็ที่เลื่องลือว่าเป็ผู้เล่นที่ควรจับตามอง
หลังการประลอง ฤทธาเข้าไปยังบ้านสวน ที่นั่นเขาเริ่มควบคุมค่ายกลวงเวทได้คล่องขึ้นเรื่อยๆ
ค่ายกลประเภทนี้ต่างจากค่ายกลิญญาตรงที่เน้นการใช้งานร่วมกับพื้นที่ กับอาณาเขตต่างๆ เช่น การสร้างระบบป้องกันหรือการเฝ้าระวังในบ้านพัก เหมือนอย่างที่เคยเห็นในจวนเ้าเมือง เพียงแต่ในกำไลเป็เวทแบบสำเร็จเรียกใช้ได้เลย
อีกด้านหนึ่ง ชีต้าร์ซึ่งเป็ผู้ดูแลนิลๆ ก็เริ่มฝึกนิลๆ ให้สู้กับสัตว์ที่จับมา นิลๆ มีพลังสายฟ้าอันดุดันที่ยังควบคุมได้ยาก แต่เริ่มแสดงศักยภาพขึ้นเรื่อยๆ แม้จะยังพูดไม่ได้ก็ตาม มันเริ่มเข้าใจคำสั่ง และมีพัฒนาการทั้งร่างกายและพลังอย่างรวดเร็ว
เมื่อทั้งหมดออกมาจากกำไลเพื่อมาพัก ทั้งสามก็นอนหลับไปอย่างอ่อนแรง
จบตอน.