๑๖
ล่ากำนัน
ข้าพเ้าจำวันที่ฝันเื่นี้จริงๆ มิได้แล้ว ทราบแต่เพียงว่าข้าพเ้าฝันในปลายเดือนมิถุนายน ๒๕๖๗
ในความฝันของข้าพเ้า ข้าพเ้ารู้สึกว่าข้าพเ้าเข้าไปอยู่ในหนังหรือละคร ของ "ฉลอง ภักดีวิจิตร" ก็ไม่ปาน
หนัง-ละครของฉลอง ภักดีวิจิตร พระเอกมักเป็ตำรวจจับผู้ร้าย ไม่ก็ตำรวจปลอมเป็คนธรรมดาไปสืบราชการลับ ในความฝันเื่นี้ ดูเหมือนว่าข้าพเ้าจักเป็เพียงตำรวจนายหนึ่งเท่านั้น
...
กำนันแป้ง เป็พ่อค้ายาเสพติดผู้ร้ายกาจที่สุดคนหนึ่งของประเทศ เขาเป็ชายอายุประมาณ ๖๐ ปี มีหน้าเหลี่ยม ผิวคล้ำสีน้ำตาลไหม้ สูงราวๆ ๑๗๒-๑๗๓ เิเ น้ำหนักเกือบๆ ๖๐ กิโลกรัม หูไม่กางแต่ยาว ผมสีดำ จมูกจัดว่าโต เหมือนลูกชมพู่อันอวบอิ่ม ริมฝีปากหนาทั้งบนแลล่าง ปากเป็กระจับ เขามักสวมกางเกงแพรจีน เสื้อม่อฮ่อมสีน้ำเงิน พาดผ้าขาวม้าไว้ที่บ่า ไม่ก็ผูกผ้าขาวม้าไว้ที่พุง
กำนันแป้งเป็คนไม่สูบบุหรี่ แต่ "เคี้ยวหมาก" ปากของกำนันจึงแดงก่ำไปด้วยน้ำหมากผสมปูนแดง
ดังที่ได้กล่าวข้างต้นว่ากำนันเป็พ่อค้ายาเสพติด แต่สุดท้ายก็จนมุมตำรวจ จึงต้องหนีมากบดานในน้ำตกแห่งหนึ่งแถบภาคใต้ ชื่อของน้ำตกนั้นคือ "น้ำตกศรีราช"
พวกตำรวจต่างนั่งท้ายรถกระบะโฟร์วิล เพื่อมุ่งหน้าไปยังน้ำตกแห่งนี้ ข้าพเ้าผู้เป็หนึ่งในตำรวจเ่าั้ก็เดินทางไปด้วย
ชุดที่พวกตำรวจใส่นั้น เป็เครื่องแบบสีดำทั้งตัว ก้ำกึ่งระหว่างชุดตำรวจควบคุมฝูงชน กับชุดทหารพราน เสื้อเป็เสื้อยืดแขนยาวสีดำ กางเกงเป็กางเกงคาร์โก้สีดำ สวมใส่ถุงเท้าสีดำ (หรือจะสวมสีอื่นก็ได้แต่อย่าให้ผู้บังคับบัญชาเห็น) รองเท้ามาร์ตินสีดำ สวมหมวกลักษณะเดียวกันกับหมวกของลูกเสือสามัญ แต่มีสีดำ ถืออาวุธปืนครบมือทั้งปืนกล ปืนพก มีด
พวกตำรวจได้ระดมสรรพกำลังในการสำรวจน้ำตกแห่งนี้ มันเป็น้ำตกที่ทอดยาวเป็บริเวณกว้าง มีป่าไม้โดยรอบมากมาย มีหินน้ำตกก้อนเล็กก้อนใหญ่เรียงรายนับไม่ถ้วน น้ำนั้นใสจนข้าพเ้าอยากถอดเสื้อผ้าอาบน้ำตกในบัดเดี๋ยวนั้น
พวกเราสำรวจกันหนักหนาสาหัสเอาการ เนื่องด้วยน้ำตกนั้นมีลักษณะเป็ูเาเล็กๆ สูงหลายชั้น ทางเดินก็เป็ถนนดินลูกรังแคบๆ บางจุดรถกระบะโฟร์วิลไม่สามารถเข้าถึงได้จึงต้องเดินเท้าผ่านป่าพนารกชัฏ จนกระทั่งพวกเรามาพบกับชาวบ้านกลุ่มหนึ่งที่มาหา "ของป่า"
ชาวบ้านพวกนี้แต่งกายในชุดนายพราน มากันสามสี่คน หน้าตาคมเข้มแบบคนใต้ สำเนียงการพูดออกจักทองแดงหน่อยๆ หนึ่งในนั้นเอ่ยปากถามนายตำรวจคนหนึ่ง
"อ้าวผู้กอง ...มาทำอะไรครับ"
"พวกเรามาหาตัวกำนันแป้ง" นายตำรวจตอบ
"กำนันแป้งเหรอครับ!!!" นายพรานถามด้วยความใ ขณะที่อีกสองสามคนหน้าซีดเป็ไก่ต้ม
"ใช่ มีสายรายงานมาว่ากำนันแป้งกบดานที่น้ำตกแห่งนี้ พวกพี่เคยเห็นกำนันแป้งป้วนเปี้ยนอยู่แถวนี้หรือไม่"
คราวนี้คนถูกถามหน้าซีดเป็ไก่ต้มตามเพื่อนบ้าง แล้วตอบไปอย่างปฏิเสธทันควัน
"ไม่เห็นจ้ะ"
"อืม...ถ้าพวกพี่เห็น รบกวนช่วยบอกพวกเราด้วย ขอบคุณครับ"
นายพรานพยักหน้าส่งๆ พวกตำรวจเดินผ่านคนเหล่านี้ไป
...
บริเวณใกล้เคียงกับน้ำตกศรีราชมีชุมชนอยู่ชุมชนหนึ่ง เรียกว่า "ชุมชนน้ำตกศรีราช" มีประมาณ ๑๐ หลังคาเรือน ชาวบ้านที่นี่ประกอบอาชีพทอผ้า ปลูกผักผลไม้ ขายของป่าจำพวกน้ำผึ้ง แลสมุนไพรต่างๆ หาปลาตามลำธารน้ำตก เลี้ยงหมู เลี้ยงวัว เลี้ยงไก่เลี้ยงเป็ด ทำสวนยางพารา ทำสวนปาล์ม ปลูกกาแฟ เป็ชุมชนเกษตรกรรมก็ว่าได้ แต่ผู้ที่อาศัยอยู่ ณ ชุมชนแห่งนี้ก็มักจักเป็คนชราเสียส่วนใหญ่ เนื่องด้วยลูกหลานของพวกเขาต่างจากบ้านเกิดเมืองนอนเข้าไปหางานทำในเมืองใหญ่กันหมด ชีวิตของคนในชุมชนจึงค่อนข้างลำบากหากมีเื่ทุกข์ร้อนที่สังขารไม่สามารถเอื้ออำนวยได้
กระทั่งการมาของ "กำนันแป้ง" ทำให้ความเป็อยู่ของชาวบ้านชุมชนแห่งนี้ดีขึ้น กำนันแป้งใช้ทรัพย์สินที่มีอยู่ของตนเองบรรเทาความทุกข์แก่ชาวบ้าน จ่ายค่าปุ๋ย ค่าอาหารสัตว์ ค่ารักษาพยาบาล ค่าซ่อมแซมบ้าน ให้แก่ชาวชุมชนอย่างทั่วถึง ทำให้คนในชุมชนนี้รักแลเทิดทูนกำนันแป้งเป็อันมาก จึงคอยรักษาความลับแลไม่แพร่งพรายเบาะแสของกำนันให้กับตำรวจ
วันนี้กำนันกำลังนั่งคุยกับตาสมที่บ้านของตาสม ถึงเื่การซ่อมแซมบ้านของตาสมเอง เนื่องจาก "หลังคารั่ว" หลายจุด แลกำนันแป้งจักออกค่าซ่อมแซมให้ตาสมทั้งหมด
การสนทนาพาทีไม่ทันเอวัง พวกพรานสามสี่คนก็วิ่งมาอย่างมีท่าทีใ
"กำนัน แย่แล้ว กำนัน" นายพรานคนที่พูดกับตำรวจะโบอก
"แย่เย่ออะไรของคุณวะ ไหนบอกผมมาซิ"
"กำนัน...พวก...ตำรวจ...มาที่น้ำตกแล้ว!!!" นายพรานพูดไปหอบไป
"หา!" ทั้งกำนันและตาสมอุทานพร้อมกัน
"ตำรวจมาเรอะ...งั้นผมต้องหนีแล้วสินะ" กำนันแป้งพูดด้วยอาการเสียขวัญ
"กำนันไม่จำเป็ต้องหนีหรอก" ตาสมกล่าว
"ทำไมรึตาสม"
"น้ำตกแห่งนี้มันมีรังลับอยู่...กำนันไปซ่อนตรงนั้นก็ได้"
"รังลับเหรอ"
"ใช่ เมื่อก่อนรังลับแห่งนี้ มีนักล่าสมบัติคนหนึ่งสร้างไว้เพื่อเก็บขุมทรัพย์ที่ตนหามาได้ แต่สมบัติได้ถูกนักล่าสมบัติคนอื่นๆ เอาไปเสียสิ้นแล้ว บัดนี้จึงเหลือแต่เพียงรังลับเปล่าๆ เท่านั้น"
"ทำไมมันดูคล้ายๆ นิทานอาหรับราตรีเื่ ๔๐ ขุมโจรจังเลยครับ" นายพรานเสริม
"นั่นสิ เพียงแต่ที่นี่เป็น้ำตก ไม่ใช่ทะเลทราย" กำนันพูดต่อ
"ก็ไม่รู้สินะ...แต่กำนันควรรีบไปที่นั่นจะดีกว่า เดี๋ยวผมจะนำทางให้"
"ตกลง"
กำนันรู้สึกปลอดภัยที่ตาสมบอกลู่ทางหลบหนีตำรวจได้ โดยหารู้ไม่ว่า ผู้กองได้ให้ตำรวจสองนายสะกดรอยตามนายพรานสามสี่คนนั้นจนมาถึงที่นี่ ตำรวจนายแรกได้บอกตำรวจนายที่สองให้ไปรายงานผู้กองให้รีบมาที่ชุมชนน้ำตกศรีราช เพื่อตามจับกำนันแป้ง
...
ราวครึ่งชั่วโมง ตาสม กำนันแป้ง แลนายพรานสามสี่คนนั้น ออกเดินทางไปยังบริเวณที่มีรังลับนั้นอยู่
มันเป็ลำธารน้ำตกที่มีหินน้ำตกเรียงรายเป็สะพานอยู่หลายก้อน มีหินน้ำตกสีแดงอิฐริมฝั่งน้ำตระหง่านอยู่
"ที่นี่แหละ" ตาสมกล่าว
"ไหนรังลับล่ะตาสม ไม่เห็นมีเลย" หนึ่งในนายพรานถามแบบกวนส้นเท้า กำนันแป้งได้ยินดังนั้นก็พลันหน้าซีดเป็ไก่ต้ม แล้วตาสมจึงเดินมาที่หินน้ำตกสีแดงก้อนนั้น กำนันแป้งจึงเอ่ยถามขึ้น
"ตาสมจะทำอะไรน่ะ"
"เดี๋ยวก็รู้"
ตาสมเอามืออันเหี่ยวๆ ของแกดันหินสีแดงอิฐให้ขยับ ทันใดนั้นมีเสียงดังขึ้นมา
"กึ๊ก!!!"
แล้วน้ำแยกออกเป็สองทางซ้ายขวาบริเวณที่หินเรียงรายนั้นก็เลื่อนออกมา มันคือประตูกลนั่นเอง
ประตูกลแห่งนี้มีบันไดทอดยาวลงไปยังรังลับ ที่นี่จักเป็ที่ซ่อนของกำนันแป้ง
"กำนันเข้าไปซ่อนสักพักก่อน พอตำรวจไปแล้วพวกผมค่อยมาตาม" นายพรานพูด
"ตกลง"
"โชคดีนะกำนัน" ตาสมพูด
"ขอบคุณตาสมมาก"
แล้วกำนันแป้งก็ลงไปซ่อนตัวในรังลับแห่งนั้น ตาสมขยับหินน้ำตกสีแดงอิฐอีกครั้ง คราวนี้ประตูกลปิด น้ำไหลสู่ภาวะปกติ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
"ไปกันเถอะพวกเอ็ง"
ตาสมบอกเหล่านายพราน แล้วทั้งคณะก็เดินห่างจากที่ซ่อนลับแห่งนี้แล้วมุ่งหน้าไปยังชุมชน
...
ผู้กอง แลเหล่าตำรวจยังคงสำรวจน้ำตกไปเรื่อยเปื่อย ขณะเดียวกันที่ตำรวจสะกดรอยตามนายที่สองวิ่งไปรายงานผู้กองพอดิบพอดี
"ผู้กองครับ" ตำรวจนายนั้นพูดไปหอบไป
"มีอะไรเหรอจ่าสอง รีบร้อนมาเชียว"
"เจอตัวกำนันแป้งแล้วครับ"
"หา" ทุกคนยกเว้นตำรวจนายนั้นอุทาน
"เจอที่ไหนเหรอ"
"ชุมชนน้ำตกศรีราชครับ"
"งั้นไปกันเลยจ่า"
เมื่อเหล่าตำรวจเดินทางมาถึง ตำรวจสะกดรอยตามนายที่หนึ่ง ก็มาดักรอพวกผู้กองอยู่แล้ว
"กำนันแป้งอยู่ไหนล่ะจ่าหนึ่ง"
"กำนันแป้งออกจากชุมชนแล้วครับ"
"หา" ผู้กองอุทาน แล้วหันหน้าไปมองค้อนจ่าสอง
"กำนันแป้งมันไปหลบที่ซ่อนลับตรงน้ำตกครับ...เดี๋ยวผมพาไป"
จ่าหนึ่งบอกผู้กอง
"โอเค"
และแล้วพวกเราก็มาถึงที่ซ่อนลับของกำนันแป้ง แต่พวกเราจับกำนันแป้งเข้าซังเตได้หรือไม่นั้น เป็เื่ที่ข้าพเ้าสุดจักคาดคะเนได้ เพราะความฝันของข้าพเ้าพลันเอวังเสียก่อน เมื่อข้าพเ้าตื่นขึ้นมาในเช้าวันใหม่
จ๊ะ เสือไบ
๓๐ มิ.ย. ๒๕๖๗