ระบบผู้นำตระกูลสุดแกร่ง 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 151 ครรภ์มารและค่ายมารกลืนสวรรค์ ช่างน่าเสียดายเสียเหลือเกิน

            เสียงของจักรพรรดิต้าเยี่ยนดังก้องทำให้ทั่วทั้งบริเวณตกอยู่ในความโกลาหล

            "สูด..." ผู้ฝึกตนมากมายต่างพากันสูดลมหายใจเข้าลึก!

            ผู้สืบทอดของจักรพรรดินีหานเหรินเติบโตมาถึงขั้นนี้แล้วหรือ!

            กระทั่งอสูรทักษิณยังถูกสังหาร!!!

            ต้องรู้ว่าฉายาอสูรทักษิณนั้นบ่งบอกถึงศิษย์ผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในหนานหลิงไม่มีผู้ใดเทียบเทียมได้!

            และที่มาของอสูรทักษิณเองก็ยิ่งน่าสะพรึงกลัว!

            เขาคือหัวหน้าศิษย์แห่งเผ่าหงส์สวรรค์อมตะ!

            สายเลือดอสูรของพวกเขานั้นสูงส่งเป็นอย่างยิ่งยากต่อการสืบพันธุ์ จำนวนประชากรน้อยนิด จึงเป็นเจ้าแห่งแดนอสูร!

            บรรพบุรุษของพวกเขาเคยมีจักรพรรดิอสูรผู้ครอบครองอาวุธจักรพรรดิคทาสังหารเทพ!

            บัดนี้พญาหงส์สวรรค์ชราได้สูญเสียทายาทของตนเองไปแล้วจะพิโรธถึงเพียงใดกัน

            เกรงว่าขุนเขาหนานหลิงครึ่งหนึ่งจะต้องถูกพลิกคว่ำ!

            แต่ถึงผู้ฝึกตนเหล่านี้จะตกตะลึงแต่กลับมองข้ามสิ่งสิ่งหนึ่งไป

            ไหมารกลืนสวรรค์!

            นั่นคืออาวุธประจำกายของจักรพรรดินีหานเหรินที่โจษจันไปทั่วหล้า!

            หายสาบสูญไปนานแล้วหลายแสนปีน้อยคนนักที่จะได้เห็นมัน

            ทว่าตอนนี้มันกลับมาปรากฏขึ้นอีกครั้งและอยู่ในการครอบครองของผู้สืบทอด!

            แววตาของเหล่าผู้อาวุโสสูงสุดจากสำนักศักดิ์สิทธิ์ต่างๆในขณะนี้ล้วนฉายแววละโมบ

            ไหมารกลืนสวรรค์!

            นั่นคืออาวุธจักรพรรดิ!

            เหตุใดสำนักศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาถึงด้อยกว่าตระกูลเก่าแก่และราชวงศ์โบราณ?

            เพราะพวกเขาไร้ซึ่งอาวุธจักรพรรดิที่จะใช้ข่มขวัญใต้หล้า!

            การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่ขุนเขาหนานหลิงครั้งนี้จึงอาจเป็นโอกาสอันดีสำหรับพวกเขา!

            เมื่อคิดได้ดังนั้นผู้อาวุโสสูงสุดจำนวนไม่น้อยก็บีบยันต์หยกจนแตก ส่งกระแสจิตไปยังเจ้าสำนักของตน

            เทพสวรรค์จากสองตระกูลใหญ่ก็เช่นกัน

            ตระกูลของพวกเขาตระหง่านอยู่เหนือแผ่นดินแดนใต้เจ้าสำนักต้องได้รับข่าวสารภายในเวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูป!

            "ไป!" เทพสวรรค์ตระกูลเจียงโบกมือครั้งหนึ่งสัตว์อสูรโบราณนับร้อยต่างเหาะเหินขึ้นสู่เวหา พุ่งทะยานไปยังขุนเขาหนานหลิง!

            คนจากตระกูลจีและราชวงศ์จิ่วหลีก็ไม่ยอมน้อยหน้าต่างหันหลังกลับออกไปโดยไม่เอ่ยคำใด!

            หากถามว่าใครแค้นเคืองต่อสายเลือดของหานเหรินมากที่สุดคงหนีไม่พ้นสามมหาอำนาจนี้เป็นแน่

            หลานชายสายตรงของจักรพรรดิจิ่วหลีตายอย่างอนาถ!

            ทายาททั้งสองที่ตระกูลเจียงเก็บซ่อนไว้จำต้องหลั่งเลือด!

            กายาเทพที่ตระกูลจีเลี้ยงดูมาต้องสิ้นชีวี!

            ทั้งหมดทั้งมวลล้วนถูกกลืนกินพลังด้วยวิชามารกลืนสวรรค์!

            แม้จะไร้ซึ่งสิ่งล่อตาล่อใจอย่างอาวุธจักรพรรดิพวกเขาก็ยังคงเร่งร้อนไปยังขุนเขาหนานหลิง เพื่อไล่ล่าผู้สังหารทายาทของตน!

            จักรพรรดิแห่งต้าเซี่ยยั้งเท้าอยู่กับที่ดวงตาของเขาเปล่งแสงพร่างพราว ตรึกตรองอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังขุนเขาหนานหลิงเพื่อช่วงชิง

            ไม่เพียงแต่เพื่อไหมารกลืนสวรรค์เท่านั้น

            ยังมีมรดกของสายเลือดหานเหรินอีกด้วย

            นอกจากเคล็ดกลืนสวรรค์แล้วผู้แข็งแกร่งต้องห้ามผู้นั้นยังสรรค์สร้างวิชาลับหาใครเทียมอีกหลายวิชาซึ่งไม่ด้อยไปกว่าวิชาลับทั้งเก้าเลย!

            หากได้ครอบครองก็มากพอที่จะสะเทือนทั้งแคว้นตงฮวง!

            ส่วนทองคำเซียนและวิชาเก้าลับที่อยู่ตรงหน้า...

            ไว้ค่อยกลับไปช่วงชิงจากทะเลไร้สิ้นสุดในภายหลังก็แล้วกัน!

            อย่างไรเสียตระกูลมู่ก็หนีไปไหนมิได้อยู่แล้ว!

            จักรพรรดิต้าเซี่ยยื่นมือออกไปหาเหล่าองค์ชายองค์หญิงดึงพวกเขาขึ้นมา ก่อนหันไปมองมู่เสินฉวนแวบหนึ่ง แล้วแสยะยิ้มเย็นชาให้

            "วันนี้ถือว่าเจ้าโชคดีไป"

            "สักวันข้าจะไปเยือนทะเลไร้สิ้นสุดด้วยตนเอง!"

            ดวงตาของมู่เสินฉวนหรี่ลง เขาขมวดคิ้ว

            อึดใจถัดมา เขาก็ลงมือโดยไม่ลังเล

            พลังโลหิตพลุ่งพล่านขึ้นงอนิ้วทั้งห้าเป็นกรงเล็บ เหวี่ยงกรงเล็บลงมาอย่างรวดเร็ว!

            วิชามังกรสวรรค์ เคล็ดวิชากรงเล็บมังกร!

            สีหน้าของจักรพรรดิต้าเซี่ยเปลี่ยนไปเขาปกป้องเหล่าลูกหลานด้วยมือข้างหนึ่งส่วนอีกข้างปล่อยหมัดพลังราชันย์มังกรออกมา!

            ตูม!

            เสียงดังสนั่นกึกก้องอยู่เบื้องบนการโจมตีน่ากลัวทั้งสองปะทะกัน จนทำให้ห้วงอากาศพังทลายคลื่นพลังที่มองไม่เห็นได้กวาดไปทั่วอาณาบริเวณ!

            ร่างกำยำของจักรพรรดิต้าเซี่ยถอยไปข้างหลังหลายก้าวสีหน้าเปี่ยมด้วยความตกตะลึง

            เหล่าองค์ชายองค์หญิงต่างกระเด็นลอยละลิ่วไปตามแรงปะทะกระอักโลหิตออกมาเป็นจำนวนมาก

            แรงปะทะที่เหลือเพียงน้อยนิดเกือบสังหารพวกเขาไปแล้ว!

            "หากพูดมากอีกคำข้าจะทำให้พวกเจ้าออกไปจากหุบเขามารฝังฟ้านี้ไม่ได้!"

            มู่เสินฉวนจ้องมองด้วยสายตาคมกริบเอ่ยออกมาอย่างเฉยเมย

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของจักรพรรดิต้าเซี่ยก็แปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย

            เขาไม่คาดคิดเลยว่ามู่เสินฉวนจะมีพลังต่อสู้ที่แข็งแกร่งถึงเพียงนี้

            ด้วยพลังลมปราณระดับเอกะขั้นเก้าแต่กลับผลักให้เขาถอยไปได้หลายก้าว และแม้เขาจะไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดแต่พลังราชันย์มังกรเหล่านั้นก็หาใช่สิ่งที่ใครจะรับมันได้ง่ายๆ!

            ยิ่งไปกว่านั้น ดูจากท่าทางสบายๆของมู่เสินฉวนแล้ว เหมือนไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดเช่นกัน

            "ไป!" จักรพรรดิต้าเซี่ยข่มความโกรธในใจสุดกำลังเขาที่ไม่กล้าอยู่ต่อโบกมือใหญ่ นำพาเหล่าลูกหลานขึ้นมา และเร่งรีบจากไป

            ไม่นาน มหาอำนาจระดับสูงต่างๆที่อยู่ในที่แห่งนี้ก็ทยอยจากไปจนหมด

            ไม่มีใครกล้าลงมือกับมู่เสินฉวนเพียงลำพัง

            ในที่สุดก็เหลือเพียงแค่สำนักศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือและผู้ฝึกตนไร้สังกัดเท่านั้น

            มู่เสินฉวนเหลือบมองไปยังตำหนักเซียนของสำนักศักดิ์สิทธิ์เหยาฉือแล้วไม่ได้อยู่เสียเวลาต่อ เพียงพลิ้วกายจากไปในทิศทางของทะเลไร้สิ้นสุด

            ตอนนี้ได้เคล็ดวิชาลับมาอยู่ในมือแล้วเขาควรจะกลับไปลงทุนให้เหล่าอัจฉริยะของตระกูล เพื่อรอรับผลตอบแทนกลับมาอีก!

            คงไม่มีใครต้องการทองคำโลหิตหงส์และคัมภีร์ไร้กำเนิด

            ส่วนทองคำโลหิตหงส์ก็ให้ครรภ์กระบี่ต้าหลัวกลืนกินบางทีอาจเลื่อนขั้นไปถึงขั้นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ชั้นสูง หรืออาวุธกึ่งจักรพรรดิได้

            ส่วนคัมภีร์ไร้กำเนิด...

            หากเหยาซีตั้งครรภ์จริงและให้กำเนิดทายาทที่มีกายาศักดิ์สิทธิ์แต่กำเนิดได้ก็คงใช้ประโยชน์จากมันได้

            มิเช่นนั้นก็คงทำได้เพียงเอามาศึกษาดูเท่านั้น

            อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ในใจของมู่เสินฉวนนึกสงสัยอยู่บ้าง

            หากลงทุนในคัมภีร์ไร้กำเนิดจะได้รับอะไรตอบแทน?

            ...

            ขุนเขาหนานหลิง ในถ้ำที่มืดมิดแห่งหนึ่ง

            บุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้นใบหน้าที่หล่อเหลาซีดเซียวไม่น้อย

            ร่างกายของเขามีบาดแผลสาหัสหลายแห่งแผลจำนวนไม่น้อยลึกจนเห็นกระดูก หรือกระทั่งเห็นอวัยวะภายในทั้งร่างเต็มไปด้วยเลือด

            แม้เขาจะใช้วิชาลับสมานร่างแต่ก็เป็นไปอย่างเชื่องช้า

            ฟุ่บ...

            เงาดำสายหนึ่งวูบผ่านไปส่งเสียงแหบพร่าออกมา

            "อย่างที่เจ้าคาดไว้มีบุคคลสำคัญจำนวนมากจากแคว้นตงฮวงมายังขุนเขาหนานหลิงและกำลังค้นหาที่อยู่ของเจ้า"

            "เทพสวรรค์… มีนับไม่ถ้วน!"

            เมื่อได้ยินเช่นนั้นสีหน้าของบุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงก็ยังคงสงบเยือกเย็น หลังจากเงียบไปพักใหญ่เขาก็ค่อยๆ เอ่ยออกมา

            "ทำตามแผนที่วางไว้เถิด"

            "เข้าใจแล้ว" เงาดำค่อยๆ จางหายไป

            บุตรศักดิ์สิทธิ์เหยากวงพิงร่างเข้ากับกำแพงหินด้านหลังเงยหน้าขึ้นมองไปยังทิศทางใดทิศทางหนึ่ง

            ถึงแม้ว่าสิ่งที่เขามองเห็นจะเป็นเพียงความมืดมิด

            สีหน้าของเขาก็ยังคงซับซ้อนเป็นอย่างยิ่ง

            ผ่านไปครู่ใหญ่เขาก็ถอนหายใจออกมาอย่างแผ่วเบา "มู่อู๋ซวงไม่ใช่ว่าข้าไม่ให้โอกาสเจ้าได้ตัดสิน"

            "แต่...ข้าไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว!"

            พลังของอสูรทักษิณนั้นเกินความคาดหมายของเขาไปมาก

            ทั้งสองต่อสู้กันที่หุบผาสายโลหิตหลายครั้งหลายคราต่อสู้กันจนฟ้าดินมืดมิด งัดเอาไพ่ตายออกมาจนหมดสิ้น

            วิชาทั้งหลายถูกเร่งเร้าต่อเนื่องกระทั่งพลังและโลหิตศักดิ์สิทธิ์แทบจะเหือดแห้งไปแล้ว!

            สุดท้ายหากไม่ได้พึ่งพาพลังจักรพรรดิที่แผ่ออกมาจากไหมารกลืนสวรรค์

            เขาคงต้องจบลงด้วยการตายไปพร้อมกับอสูรทักษิณเป็นแน่!

            ตอนนี้เขากำลังได้รับบาดเจ็บสาหัสหากยังคงอยู่ที่นี่ เกรงว่าจะหนีรอดจากการตามล่าของเทพสวรรค์จากห้าดินแดนไม่ได้และจะถูกเจอตัวเข้าสักวัน!

            เขาจึงทำได้เพียงแค่ส่งต่อความโกรธแค้นนี้ไปยังมู่อู๋ซวง

            ครรภ์มาร ค่ายมารกลืนสวรรค์เอ๋ย…ช่างน่าเสียดายยิ่งนัก