ท่านพี่! ข้าในเวอร์ชันนี้ดีหรือไม่ (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 34 จัดการพวกเจ้าด้วยตัวเอง

            “ดูท่าลู่เหวินถงคงทำให้เจ้าขุ่นเคืองไม่น้อยเลยสินะ ไหนลองบอกพี่ใหญ่มาซิว่าจะให้พี่ใหญ่ช่วยจัดการเขายังไง” 

            “คนฉลาดเช่นท่านจะไม่เข้าใจเรื่องพวกนี้เลยหรือขอรับพี่ใหญ่”

            “โอ...ไม่ง่ายเลยนะหมิงเฉินที่เจ้าจะเรียกข้าเช่นนี้ เอาล่ะ...ข้าจะสั่งให้คนไปตรวจสอบเรื่องการเรียนของเขาสักหน่อย หากพบว่าใครมีส่วนช่วยเหลือเขาในการสอบที่ผ่านมา ข้าจะสั่งลงโทษพวกเขาทั้งหมดด้วย เจ้าพอใจหรือยัง”

            รัชทายาทเซียวเซียนอวี้เป็นโอรสองค์โตที่เกิดจากฮองเฮา และยังมีน้องชายร่วมอุทรคือองค์ชายสามเซียวเซียนฉืออีกหนึ่งคน ยังโชคดีที่เขาเกิดมาเป็นโอรสลำดับที่หนึ่ง ดังนั้นตำแหน่งรัชทายาทจึงตกเป็นของเขาอย่างไม่มีใครคัดค้านได้ ทั้งความสามารถของเขายังโดดเด่นกว่าองค์ชายคนอื่น เพียงแต่พี่น้องที่เขาไว้ใจที่สุดนอกจากองค์ชายสามเซียวเซียนฉือแล้วก็เห็นจะเป็นเซียวหมิงเฉิน บุตรชายของเสด็จลุงเซียวอ๋องอีกคนเท่านั้น และวันนี้เขารู้สึกเบื่อที่ต้องคอยปะทะคารมกับน้องชายคนอื่นในวัง เขาจึงหลบออกมาพบเซียวหมิงเฉินที่จวน แต่ไม่นึกว่าจะมีลาภปากได้ดื่มเหล้าชั้นดีกับน้องชายไปเสียนี่

            “เหล้าดี! เจ้าได้เหล้านี้มาจากที่ใด และข้าไม่เคยเห็นวิธีดื่มเช่นนี้มาก่อนเลย” เซียวเซียนอวี้ยกแก้วใสที่มีน้ำแข็งก้อนกลมๆ ลอยอยู่ในเครื่องดื่มสีอำพันอย่างสนใจ รสชาติของเหล้ามีรสหวาน หอมกลิ่นไม้ ทั้งยังมีกลิ่นหอมที่เขาอธิบายไม่ได้ปนอยู่ในนั้นด้วย

            “ใช่แล้วพี่หมิงเฉิน เหล้าแก้วนี้ดื่มได้คล่องคอนัก” เซียวเซียนฉือองค์ชายเจ้าสำราญดื่มเหล้าในแก้วด้วยความพอใจ

            “ชย่าเอ๋อสอนวิธีดื่มนี้ให้กับข้า ซี่โครงหมูย่างซอสนี่ก็อร่อย กินแล้วเข้ากันดีมาก” เซียวหมิงเฉินเลื่อนจานใส่ซี่โครงหมูย่างซอสบาร์บีคิวไปตรงหน้าอีกฝ่าย

            เซียวเซียนอวี้หยิบซี่โครงขึ้นมากินอย่างไม่ลังเล “อืม...ได้กลิ่นไหม้กำลังดี รสชาติหวานแล้วก็ไม่เผ็ดจนเกินไป เมื่อจิบเหล้าแก้วนี้ตามยิ่งอร่อยมากขึ้น น้องสะใภ้ช่างทำอาหารได้เก่งจริงๆ”

            “พี่สะใภ้สนใจจะลงทุนเปิดโรงสุรากับข้าหรือไม่นะ สุราชั้นดีเช่นนี้คงทำกำไรได้ไม่น้อย” เซียวเซียนฉือมีนิสัยต่างจากพี่ชาย เขาเป็นองค์ชายที่ชอบเดินทาง ทั้งยังชอบการค้าขายมากกว่าการสิ้นเปลืองสมองและความคิดไปกับการใช้เล่ห์เหลี่ยมในราชสำนัก

            “ด้านองค์ชายรองเป็นอย่างไร ไม่มีความเคลื่อนไหวเลยหรือ” 

            “คำถามของเจ้าทำให้ความอยากอาหารของข้าลดลงไปมากทีเดียว” เซียวเซียนอวี้ยกเหล้าขึ้นกระดกไปจนหมดแก้ว “ตอนนี้ดูเหมือนสกุลเจินจะสนับสนุนเขาอยู่ ทั้งสกุลเจินยังฝึกนักฆ่าขึ้นมาอีกเกือบเท่าตัว คงเพราะก่อนหน้านี้เจ้ากำจัดคนของเขาไปเยอะนั่นล่ะ”

            “คนสกุลเจินฉลาดจริงๆ คิดที่จะส่งลู่เยี่ยนฟางเข้ามาเป็นพระชายาของท่าน ทั้งยังหาทางหนีทีไล่ไว้กับฝั่งขององค์ชายรองอีกด้วย” เซียวหมิงเฉินพูดเสียงเยาะ

            “คงคิดว่าจะใช้สาวงามมาหลอกล่อข้าได้ แต่ฝันไปเถอะ หากข้าจะหาพระชายาสักคน ข้าต้องหาสตรีที่ข้ารักด้วยตัวเอง”

            “เสด็จอารู้เรื่องนี้หรือไม่”

            “เสด็จพ่อย่อมรู้เรื่องนี้ แต่พระองค์ยังไม่ทำสิ่งใด ต้องรอให้ท่านหมอเทวดาเฉียวรักษาบิดากับมารดาของเจ้าให้หายเสียก่อน เพราะเสด็จพ่อคิดว่าเรื่องที่เสด็จลุงแพ้ศึกในคราวนั้นอาจเกี่ยวพันกับน้องรองและคนสกุลเจิน”

            “ข้าส่งคนไปสืบเรื่องนี้แล้ว คิดว่าคนสกุลเจินมีส่วนร่วมอย่างแน่นอน เพียงแต่องค์ชายรองจะมีส่วนรู้เห็นหรือไม่ยังสืบไม่พบ แต่ข้าก็ยังสงสัยว่ามันจะเป็นไปได้หรือที่องค์ชายรองจะร่วมมือกับแคว้นอื่นเพื่อมาทำลายแคว้นตัวเอง” เซียวหมิงเฉินขมวดคิ้วคิด

            “ไม่แน่ว่าเขาอาจจะยกดินแดนทางเหนือบางส่วนให้กับแคว้นหนานก็ได้ เพราะเจ้าอย่าลืมว่าพื้นที่ตรงนั้นเป็นข้อพิพาทระหว่างเรากับแคว้นหนานมาตลอด แค่ตัดพื้นที่บางส่วนไป ส่วนตัวเขาก็ได้ขึ้นนั่งบนบัลลังก์อย่างที่เขาใฝ่ฝัน เท่านี้ก็ถือว่าคุ้มค่าสำหรับเขาแล้ว” เซียวเซียนอวี้ยิ้ม “เพียงแต่น้องรองคงต้องเสียเวลาไปเปล่าๆ เสียแล้ว”

            “ทำไม?” เซียวหมิงเฉินถามอย่างสงสัย

            “องค์หญิงเล็กหวางลี่แห่งแคว้นหนานกับข้ามีใจต้องกันขอรับ หากจะแต่งงานเชื่อมสัมพันธ์ ข้ากับนางก็ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด” เซียวเซียนอวี้ยิ้ม

            “ในเมื่อเรื่องมันง่ายเช่นนี้ แล้วการรบที่ชายแดนเหนือทำไมยังมีอยู่เล่า” เซียวหมิงเฉินถามต่อ

            “ไม่ว่าจะแคว้นไหนก็ต้องมีเรื่องน่ารำคาญเช่นนี้อยู่ไม่ใช่หรือ” เซียวเซียนอวี้พูดขึ้นอย่างไม่ใส่ใจ

            “อ้อ...แคว้นหนานก็มีคนอย่างองค์ชายรองด้วยเหมือนกันสินะ” เซียวหมิงเฉินพยักหน้าเข้าใจ “หากเราช่วยองค์รัชทายาทแคว้นหนานปราบกบฏของพวกเขาได้สำเร็จก็เท่ากับพวกเราได้ปราบกลุ่มผู้สนับสนุนขององค์ชายรองไปด้วยอย่างนั้นสิ”

            “พี่หมิงเฉินฉลาดมาก” เซียวเซียนฉือยกแก้วให้พี่ชาย

     

            จากนั้นไม่นาน สำนักศึกษาหลวงได้มีหนังสือไล่ออกส่งมายังจวนสกุลลู่ แจ้งถึงความประพฤติที่ไม่เหมาะสมพร้อมทั้งการทุจริตในการสอบเลื่อนขั้นของลู่เหวินถง เรียกว่าอนาคตที่จะสอบเข้ารับราชการของลู่เหวินถงได้จบสิ้นลงแล้ว

            เสนาบดีลู่โมโหบุตรชายในเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เขาไม่รู้มาก่อนเลยว่าบุตรชายจะเป็นคนไร้ความสามารถเช่นนี้ ทั้งเรื่องติดสินบนในการสอบเขาก็ไม่เคยรู้

            “เจ้าอธิบายมาให้ชัดเจน ข้าส่งเจ้าเข้าไปศึกษาที่สำนักศึกษาหลวงด้วยความยากลำบาก ตอนนั้นเจ้ามาคุกเข่าขอร้องให้ข้าช่วย ข้าแบกหน้าของข้าไปรับรองเพื่อให้เจ้าได้เข้าเรียน แทนที่เจ้าจะตั้งใจศึกษาเล่าเรียน แต่เจ้ากลับทำเรื่องน่าอายเช่นนี้ลับหลังข้า แต่ไหนแต่ไรมาข้าภูมิใจในความสามารถของตัวเองมาตลอด แต่เป็นเจ้า...เป็นเจ้าที่ไม่เอาไหนทำให้ข้าต้องขายหน้าเช่นนี้” 

            ไม่แปลกที่เสนาบดีลู่จะโมโหบุตรชายถึงเพียงนี้ แต่เดิมเขาเป็นเพียงบัณฑิตยากจนที่ตั้งใจศึกษาเล่าเรียนจนสอบผ่านในทุกสนาม แม้แต่การเข้าสอบหน้าพระพักตร์ยังสอบได้ลำดับที่สองเป็นถึงปั๋งเหยี่ยน ซึ่งเป็นรองแค่บัณฑิตจอหงวนเท่านั้น ความภาคภูมิใจนี้ติดตัวเขามาตลอด แต่ไม่คิดว่าความภาคภูมิใจทั้งหมดของเขาจะจบลงด้วยความไม่เอาไหนของบุตรชายเพียงคนเดียวคนนี้

            “ท่านพี่ใจเย็นก่อนนะเจ้าคะ” เจินอี๋เหนียงรีบห้ามเพราะกลัวว่าสามีจะลงโทษบุตรชาย

            “เจ้ายังบอกให้ข้าใจเย็นได้อีกหรือ ข้าไม่คิดบัญชีกับเจ้าก็ดีเท่าไหร่แล้ว การที่ถงเอ๋อรู้จักติดสินบนเจ้าหน้าที่จะเป็นความคิดของเขาคนเดียวได้ยังไง ต้องเป็นเจ้าและคนสกุลเจินของเจ้าที่คอยเสี้ยมสอนเรื่องพวกนี้ให้เขาแน่ ข้าจะบอกให้ว่าเล่ห์เหลี่ยมที่ครอบครัวของพวกเจ้าใช้ทำการค้ามันไม่ได้ผลกับการทำงานในราชสำนักหรอก คราวนี้คอยดูว่าฝ่าบาทจะเรียกพวกเราทั้งตระกูลไปตัดหัวเมื่อไหร่ก็แล้วกัน” เสนาบดีลู่พูดจบก็เดินออกจากจวนไป เรื่องใหญ่เช่นนี้เขาต้องรีบเข้าวังเพื่อขอเข้าเฝ้า หากฝ่าบาทยังให้โอกาสก็นับว่าพวกเขายังโชคดี แต่ถ้าไม่แล้วล่ะก็ อย่าได้คิดว่าคนสกุลลู่จะมีผู้สืบสกุลต่ออีกเลย

            “ถงเอ๋อ เจ้าบอกแม่มาว่าเรื่องนี้มันเป็นยังไงกันแน่ เจ้าติดสินบนเจ้าหน้าที่เพื่อให้เจ้าสอบผ่านจริงหรือ” 

            เจินอี๋เหนียงถามบุตรชายอย่างกังวล เมื่อครู่นางไม่ได้แก้ตัวออกไปเพราะนางยังไม่เข้าใจสถานการณ์จึงต้องปล่อยให้สามีเข้าใจผิดไปก่อน ตั้งใจว่าเมื่อพูดกับบุตรชายรู้เรื่องค่อยไปอธิบายกับสามีในภายหลัง

            “เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วข้าคงไม่ปฏิเสธ เป็นเรื่องจริงทั้งหมดที่ข้าติดสินบนเจ้าหน้าที่ให้ช่วยเหลือข้าในการสอบเลื่อนขั้น ทั้งการสอบระดับซิ่วไฉที่ผ่านมา ข้าก็ติดสินบนเจ้าหน้าที่ไปไม่น้อยเช่นกัน” ลู่เหวินถงพูดอย่างไม่สำนึก “มีข้าคนเดียวเสียเมื่อไหร่ที่ทำเช่นนี้ คุณชายจากสกุลใหญ่หลายๆ คนก็ทำเหมือนกับข้า ท่านพ่อที่เป็นถึงเสนาบดีกรมพระคลังจะไปกลัวกับข้อหาเล็กน้อยนี้ทำไม”

            “ถงเอ๋อ! แต่เรื่องทุจริตในการสอบมันเป็นเรื่องใหญ่มาก ต่อไปเจ้าจะไม่มีโอกาสสอบเข้ารับราชการอีกตลอดชีวิตเชียวนะ”

            “ข้าไม่เห็นจะสนใจเลยขอรับ ตำแหน่งของท่านพ่อสามารถผลักดันข้าให้เข้าไปนั่งทำงานที่ไหนก็ได้ หรือหากทำไม่ได้ ข้าก็แค่ไปขอทำงานกับท่านตาก็ได้แล้ว สกุลเจินของท่านตามีกิจการมากมาย แค่หลานชายคนเดียวท่านตาคงหางานให้ข้าได้ไม่ยากกระมัง” ลู่เหวินถงพูดขึ้นอย่างรำคาญ “ตอนนี้ท่านพ่อสั่งกักบริเวณทำให้ข้าออกไปหาความสำราญข้างนอกไม่ได้ ท่านแม่ช่วยหาสาวใช้สาวๆ สวยๆ มาให้ข้าสักหลายคนเพื่อแก้เบื่อได้หรือไม่ขอรับ ขอที่หน้าตาผิวพรรณดีหน่อยก็แล้วกัน ที่ท่านแม่เลือกมาให้คราวที่แล้วดูจะอายุเยอะไปสักหน่อย”

            “เกิดเรื่องใหญ่เช่นนี้เจ้ายังคิดที่จะหาความสำราญจากสตรีอีกหรือ เจ้าทำไมไม่เอาเวลาไปคิดว่าเรื่องพวกนี้ใครอยู่เบื้องหลัง” 

            “ต้องคิดให้เสียเวลาทำไมขอรับ ก่อนหน้านี้มีคนเดียวที่บอกกว่าจะส่งคนไปตรวจสอบผลการเรียนของข้า”

            “ใครหรือ? เป็นใครที่อยากกลั่นแกล้งเจ้า” 

            เป็นเพราะวันนั้นเจินอี๋เหนียงและลู่เยี่ยนฟางถูกพาตัวไปรับโทษที่ศาลบรรพชนเสียก่อน ทำให้พวกนางไม่รู้ว่ามีอะไรเกิดขึ้นหลังจากนั้น ทั้งสามีและบุตรชายก็ไม่ได้เล่าเรื่องนี้ให้นางฟังเลยสักคน เพราะพวกเขาคิดว่าเซียวหมิงเฉินเพียงแค่ข่มขู่พวกเขาเท่านั้น ซึ่งไม่คิดว่าเซียวหมิงเฉินกลับลงมือทำจริงๆ 

            “เซียวหมิงเฉินอย่างไรขอรับ เขาประกาศต่อหน้าทุกคนว่าอยากจะตรวจสอบความรู้ของข้า ผ่านไปไม่กี่วันรัชทายาทก็ส่งผู้ตรวจการลงมาตรวจสอบความโปร่งใสที่สำนักศึกษาหลวง กว่าข้าจะรู้ตัวผลการตรวจสอบก็ถูกส่งมาที่จวนแล้ว คอยดูเถอะหากองค์ชายรองได้ขึ้นครองบัลลังก์เมื่อไหร่ ข้าจะจัดการกับเซียวเซียนอวี้และเซียวหมิงเฉินด้วยตัวของข้าเอง”

            “เจ้า...เจ้ากำลังพูดเรื่องอะไร นั่นมันข้อหากบฏเชียวนะ!”

            “ท่านแม่ ท่านไม่รู้จริงๆ หรือว่าท่านตาให้การสนับสนุนองค์ชายรองอยู่ ท่านรอดูต่อไปก็แล้วกัน ส่วนเรื่องที่จะจัดการกับเซียวหมิงเฉินนั้นข้าพูดจริง และจะทำให้มันเป็นจริงให้ได้ด้วย”

            องครักษ์ชุดดำที่อยู่บนหลังคานั่งฟังสองแม่ลูกปรึกษากันประหนึ่งกำลังฟังละคร ‘คิดจะจัดการกับเจ้านายของข้าหรือ ฝันไปหรือเปล่าเจ้าเด็กน้อย ยิงเจ้าทิ้งด้วยปืนเก็บเสียงกระบอกนี้ซะเลยดีไหมนะ’