เสียงฝีเท้านับสิบดังกึกก้องขึ้นเรื่อยๆ ใกล้เข้ามาทุกที
เสี่ยวหลงเปายืนตัวแข็ง มือกำดาบไม้จนข้อนิ้วขาว หัวใจเต้นถี่จนได้ยินเสียงเืสูบฉีดในหูของตัวเอง อาจารย์เซวียนคงยืนขวางอยู่ข้างหน้าเขาราวกับกำแพงหิน สายตาจับจ้องไปยังประตูวัดที่ปิดสนิทโดยไม่กะพริบ
เขากำจี้หยกที่คล้องคออยู่ไว้ในมืออีกข้างโดยไม่รู้ตัว ความอุ่นแปลกประหลาดที่เคยรู้สึกได้จากมันเมื่อตอนกลางวันบัดนี้กลับเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง เหมือนมันเองก็รับรู้ถึงอันตรายที่กำลังจะมาถึงไม่ต่างจากเขา
แล้วเสียงนั้นก็มาถึง
ประตูไม้หนาที่ลงกลอนไว้แ่าถูกกระแทกจนสั่นะเื ครั้งแรก...ครั้งที่สอง...ก่อนจะแตกกระจายเป็เสี่ยงๆ ในครั้งที่สาม เศษไม้ปลิวว่อนท่ามกลางแสงตะเกียงที่สั่นไหว
ร่างในชุดดำสนิทหลั่งไหลเข้ามาทางประตูที่พังทลาย นับแล้วไม่น้อยกว่ายี่สิบคน ทุกคนสวมหน้ากากผ้าปิดบังใบหน้าครึ่งล่าง เหลือเพียงดวงตาเยียบเย็นที่จ้องมองมายังสองอาจารย์ศิษย์อย่างไร้ความปรานี
แสงตะเกียงในศาลาสั่นไหวราวกับหวาดกลัวไปกับสถานการณ์ตรงหน้า เงาของผู้บุกรุกทอดยาวปกคลุมพื้นไม้จนมืดครึ้ม กลิ่นเหล็กเย็นจากดาบและมีดที่แต่ละคนพกติดตัวลอยปนกับกลิ่นฝุ่นควันจากประตูที่เพิ่งพังทลาย เสี่ยวหลงเปารู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งร่าง นี่ไม่ใช่โจรป่าหรือนักเลงข้างถนนที่เขาเคยได้ยินเื่เล่า แต่เป็กลุ่มคนที่เคลื่อนไหวเป็ระเบียบ มีวินัย ราวกับกองทัพขนาดย่อม
นำหน้ามาคือชายร่างสูงใหญ่ในชุดคลุมสีดำปักลายเหยี่ยวสีเงินที่หน้าอก ใบหน้าเปลือยเปล่าไม่ปิดบัง แผลเป็ยาวพาดผ่านตาข้างซ้ายจนถึงกราม ดวงตาข้างที่เหลือมีแววโเี้ราวกับสัตว์ล่าเหยื่อ
"เซวียนคง" ชายคนนั้นเอ่ยชื่อของอาจารย์อย่างคุ้นเคย น้ำเสียงเยาะเย้ย "นานแล้วสินะ ที่เราไม่ได้เจอกัน"
"ท่านมาที่นี่ทำไม" อาจารย์เซวียนคงถามด้วยน้ำเสียงเ็า ไม่มีร่องรอยความหวาดกลัวปนอยู่แม้แต่น้อย
เสี่ยวหลงเปาไม่เคยได้ยินน้ำเสียงเช่นนี้จากอาจารย์มาก่อน เ็าและแข็งกร้าวราวกับเป็คนละคนกับชายชราผู้อ่อนโยนที่เลี้ยงดูเขามาตลอดสิบแปดปี ราวกับส่วนหนึ่งของตัวตนอาจารย์ที่เขาไม่เคยรู้จักได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาในค่ำคืนนี้
"เ้าก็รู้อยู่แก่ใจ" ชายแผลเป็ยิ้มเยาะ สายตาเหลือบมองผ่านไหล่อาจารย์ไปยังเสี่ยวหลงเปาที่ยืนอยู่ด้านหลัง "ส่งเด็กนั่นมาให้เรา แล้วเราจะไว้ชีวิตเ้า"
เสี่ยวหลงเปารู้สึกเืในกายเยือกเย็นวูบ มือที่กำดาบไม้สั่นเทาโดยไม่รู้ตัว เขาไม่เข้าใจว่าทำไมคนแปลกหน้าเหล่านี้ถึง้าตัวเขา และคำว่า "เด็กนั่น" ที่ชายแผลเป็เอ่ยออกมานั้นฟังดูราวกับพวกเขารู้จักตัวตนของเขาดีกว่าที่เขารู้จักตัวเองเสียอีก
"ไม่มีวัน"
อาจารย์เซวียนคงตอบสั้นเพียงสองคำ ก่อนที่ร่างของท่านจะพุ่งออกไปข้างหน้าเร็วราวสายฟ้า
ไม้เท้าในมือท่านกลายเป็อาวุธในพริบตา ฟาดเข้าใส่คนแรกที่บุกเข้ามาใกล้ที่สุดจนกระเด็นล้ม เสียงกระดูกหักดังกรอบแกรบ
เสี่ยวหลงเปาไม่เคยเห็นอาจารย์เคลื่อนไหวเร็วเช่นนี้มาก่อนเลยตลอดสิบแปดปี ร่างที่เคยเดินช้าๆ อย่างสงบเสงี่ยมในทุกเช้ากลับพุ่งทะยานออกไปราวกับนกเหยี่ยวโฉบเหยื่อ ไม้เท้าเก่าที่ใช้พยุงตัวยามเดินกลายเป็อาวุธที่แม่นยำและร้ายกาจในมือของท่าน
"จับตัวเด็กไว้! ฆ่าคนแก่นั่นทิ้งได้เลย!"
เสียงะโของชายแผลเป็ดังก้องกลบเสียงโกลาหล คนชุดดำที่เหลือกรูเข้าใส่อาจารย์เซวียนคงพร้อมกันหลายทิศทาง
ท่านหมุนตัวหลบ
ก้าวเท้าถอย
ฟาดไม้เท้าสวนกลับ
ทุกจังหวะเคลื่อนไหวของอาจารย์งดงามและรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อสำหรับชายชราวัยขนาดนั้น ร่างที่ดูซูบผอมกลับกลายเป็พายุที่กวาดล้างศัตรูรอบตัวทีละคน เสียงร้องด้วยความเ็ปดังขึ้นสลับกันไม่ขาดสาย
ไม้เท้าฟาดเข้าที่ข้อมือคนหนึ่งจนดาบหลุดจากมือ
หมุนตัวหลบดาบที่แทงเข้ามาจากด้านหลังเพียงเส้นผมกั้น
กระแทกศอกเข้าที่ท้องอีกคนจนล้มลงกับพื้นด้วยเสียงครวญคราง
เสี่ยวหลงเปายืนนิ่งตะลึงอยู่กับที่ ไม่เคยเห็นอาจารย์แสดงฝีมือขนาดนี้มาก่อนตลอดชีวิต ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตรงหน้าราวกับภาพในฝันที่ไม่อาจเชื่อได้ว่าเป็ความจริง ชายชราผู้สอนธรรมะและปรัชญาชีวิตให้เขาทุกเช้า กลับกลายเป็นักรบที่เคลื่อนไหวดุจสายลมในยามนี้
แต่จำนวนคนที่มากเกินไปเริ่มไล่ต้อนท่านให้ถอยร่นเข้าไปทีละก้าว
เสี่ยวหลงเปายืนนิ่งตะลึงอยู่กับที่ ไม่เคยเห็นอาจารย์แสดงฝีมือขนาดนี้มาก่อนตลอดชีวิต ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตรงหน้าราวกับภาพในฝันที่ไม่อาจเชื่อได้ว่าเป็ความจริง
"เสี่ยวหลงเปา! วิ่งไป!"
เสียงะโของอาจารย์ปลุกเขาให้กลับมามีสติ แต่ร่างกายกลับไม่ยอมขยับ ขาทั้งสองข้างราวกับหยั่งรากติดอยู่กับพื้น
ชายชุดดำคนหนึ่งฉวยโอกาสที่อาจารย์เสียสมาธิเพียงเสี้ยววินาที พุ่งเข้าใส่เสี่ยวหลงเปาทันที มีดสั้นในมือแวววาวสะท้อนแสงตะเกียง
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินกว่าจะคิดตาม เสี่ยวหลงเปาเห็นเพียงเงาสีดำพุ่งเข้ามาในระยะประชิด กลิ่นเหล็กเย็นจากใบมีดโชยมาปะทะจมูก สัญชาตญาณเข้าครอบงำร่างกายก่อนสมองจะทันประมวลผล
เสี่ยวหลงเปายกดาบไม้ขึ้นป้องกันตามสัญชาตญาณ
ท่าัหลบเงาที่ฝึกมาทั้งสัปดาห์พาร่างของเขาบิดหลบไปด้านข้างในเสี้ยววินาทีสุดท้าย มีดสั้นเฉียดผ่านแก้มไปเพียงเส้นผมกั้น เขากระตุกข้อมือส่งดาบไม้ฟาดกลับไปตามที่อาจารย์เคยสอน
ปัง!
ดาบไม้กระแทกเข้าที่ข้อมือคนร้ายจนมีดหลุดจากมือกระเด็นไปไกล เสี่ยวหลงเปาเองก็ใกับความสำเร็จของตัวเองไม่น้อยไปกว่าคู่ต่อสู้
มือของเขาสั่นเทาจากแรงกระแทกที่ส่งผ่านมาตามด้ามดาบไม้ หัวใจเต้นรัวจนแทบทะลุทรวงอก ทว่าไม่มีเวลาให้ตั้งสติ เพราะชายชุดดำคนนั้นถลึงตาด้วยความโกรธแค้นทันที
"ไอ้เด็กนี่มีฝีมือนี่"
ชายชุดดำคำรามด้วยความโกรธ ก่อนจะพุ่งเข้าใส่อีกครั้งด้วยหมัดเปล่า เสี่ยวหลงเปาถอยหลบตามท่วงท่าที่ฝึกมา แต่ก็รู้ตัวดีว่าเขายังห่างไกลจากฝีมือระดับที่จะรับมือกับคนที่ผ่านสมรภูมิจริงมาได้
หมัดแรกพลาดเป้าไปเพียงนิ้วเดียว
หมัดที่สองเขาหลบทัน แต่เสียหลักถอยจนหลังชนเสาไม้
หมัดที่สามเขาไม่ทันหลบ
แรงกระแทกที่ท้องทำให้เขาสำลักลมหายใจ ล้มลงคุกเข่ากับพื้นไม้ ปากขมด้วยรสเืจางๆ ที่ทะลักขึ้นมาในลำคอ สายตาพร่ามัวไปชั่วขณะก่อนจะกลับมาชัดเจนอีกครั้งเมื่อเห็นชายชุดดำก้าวเข้ามาใกล้พร้อมรอยยิ้มมุมปาก
เสียงร้องของอาจารย์เซวียนคงดังขึ้นอีกครั้งจากทางด้านหลัง เสี่ยวหลงเปาเหลือบมองไปเห็นท่านถูกล้อมด้วยคนชุดดำถึงห้าคนพร้อมกัน เืเริ่มซึมออกมาจากาแที่แขนซ้ายของท่าน แต่ไม้เท้าในมือก็ยังคงเคลื่อนไหวไม่หยุดยั้ง
ท่านต่อสู้ราวกับไม่รู้จักคำว่าเหนื่อยล้า แต่เสี่ยวหลงเปาที่นอนคุกเข่าอยู่กับพื้นสามารถมองเห็นได้ชัดเจนกว่าใคร ลมหายใจของอาจารย์เริ่มหอบถี่ขึ้นทุกขณะ หยาดเหงื่อปนเืไหลรินจากขมับลงมาตามแก้มที่เหี่ยวย่น ร่างที่เคยแข็งแกร่งเริ่มมีรอยเซถลาให้เห็นบ้างในบางจังหวะ
"อย่ามัวยืนดู! วิ่งไปตามที่ข้าบอกไว้!"
เสียงะโของอาจารย์แฝงไว้ด้วยความเ็ปที่ปกปิดไม่มิด เสี่ยวหลงเปารู้สึกน้ำตาคลอในตา ทั้งกลัวทั้งโกรธที่ตัวเองไม่มีกำลังพอจะช่วยอาจารย์ได้
เขาพยายามลุกขึ้นยืน ขาที่ยังอ่อนแรงจากหมัดเมื่อครู่ทำให้เซถลาไปข้างหนึ่ง แต่ก็ฝืนใช้ดาบไม้ค้ำยันตัวเองขึ้นมาได้สำเร็จ สายตามองไปยังอาจารย์ที่กำลังต่อสู้อยู่ท่ามกลางวงล้อมของศัตรู แผลที่แขนซ้ายของท่านดูลึกขึ้นกว่าเดิม เืสีแดงเข้มไหลรินลงมาจนเปื้อนชายจีวรสีเหลืองที่เคยสะอาดสะอ้าน
"อาจารย์!"
เสียงร้องของเสี่ยวหลงเปาดังแทรกขึ้นท่ามกลางเสียงโกลาหล อาจารย์เซวียนคงหันมามองเขาเพียงเสี้ยววินาที ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความรักและความกังวลปนกัน ก่อนจะต้องหันกลับไปรับมือกับดาบที่ฟาดเข้ามาจากด้านข้างทันที
ท่านหลบทัน แต่ก็เสียหลักเล็กน้อยจนต้องถอยร่นเข้าไปอีกก้าว หลังชนกับเสาไม้ต้นหนึ่งของศาลา
ชายแผลเป็ที่ยืนดูอยู่ห่างๆ ตลอดเวลากลับส่งเสียงหัวเราะเยาะออกมาลึกๆ ในลำคอ
"ยังจะดื้อรั้นอยู่อีกหรือ เซวียนคง ตัวคนเดียวจะสู้กับพวกเราทั้งหมดได้อย่างไรกัน"
"ตราบใดที่ข้ายังหายใจอยู่" อาจารย์เซวียนคงตอบพลางถอนหายใจแรง หน้าอกที่ขึ้นลงถี่บ่งบอกถึงความเหนื่อยล้าที่สะสมมา "ข้าจะไม่ยอมให้เ้าแตะต้องเด็กคนนี้เด็ดขาด"
คำพูดนั้นทำให้เสี่ยวหลงเปารู้สึกอกสั่นไปทั้งร่าง
"อย่ามัวยืนดู! วิ่งไปตามที่ข้าบอกไว้!"
เสียงะโของอาจารย์แฝงไว้ด้วยความเ็ปที่ปกปิดไม่มิด เสี่ยวหลงเปารู้สึกน้ำตาคลอในตา ทั้งกลัวทั้งโกรธที่ตัวเองไม่มีกำลังพอจะช่วยอาจารย์ได้
แต่เท้าของเขากลับยังไม่ยอมขยับไปไหน