“ในเพลานี้น้ำเซี๊ยะลิ้วของท่านไม่น่าจะเหมาะเพราะข้าไม่อาจวางใจผู้ใดได้ รู้หน้าไม่รู้ใจ หากเ้าและหยางเจ๋อมีแผลการร้ายเป็เหตุให้ไท่เว่ย์ได้รับอันตราย เ้าจะกลายเป็ฏไปในทันที”เด็กหนุ่มอ้าปากค้าง ก่อนที่จะคุกเข่าลงต่อหน้าเสิ่นเฉิงครั้นก็เอ่ยเจตนาแสดง
“หามิได้ขอรับข้าแค่จะนำน้ำเซี๊ยะลิ้วที่ข้าปรุงพิเศษนี้ให้แก่ไท่เว่ย์มิได้คิดร้ายต่อไท่เว่ย์แต่อย่างใด หากท่านไม่เชื่อข้าดื่มให้ท่านดูก่อนก็ได้”หลี่หลิวอวี่รินชาเซี๊ยะลิ้วที่เขาปรุงลงจอกครั้นก็กรอกเข้าปากตนเองจนลูกกระเดือกที่ลำคอของเขาเคลื่อนลงดังอึก“ท่านเสิ่นเองก็ควรจะดื่มด้วยนะขอรับ เผื่อว่าข้าจะซ่อนยาแก้พิษไว้ในกระพุ้งแก้มของข้า”น้ำเสียงของหลี่หลิวอวี่ตัดพ้อเสิ่นเฉิงผู้นี้เห็นว่าเขาคิดเป็ฏั้แ่เมื่อไหร่กันเขาตั้งใจปรุงอาหารวันละสามมื้อ มื้อละสี่ห้าสำรับเลี้ยงคนทั้งจวน ด้วยตัวคนเดียวทั้งก่อไฟ เผาฟืน เหน็ดเหนื่อยและร้อนแค่ไหนไม่เคยบ่น จู่ ๆจะมาปรักปรำให้เขาใช้อาหารมาเป็หนทางฆ่าคน คนผู้นี้ใช้สิ่งใดครุ่นคิดกัน
“ข้าทำไปตามหน้าที่หามีสิ่งใดเคลือบแฝงไม่ไท่เว่ย์สำคัญต่อความมั่นคงข้าเคยทำพลาดจนไท่เว่ย์ต้องเดินทางมารักษายังหุบเขาหมื่นพิษ เ้าจงเข้าใจข้าด้วย”คำพูดของเสิ่นเฉิงเข้มแข็ง พอเพียงกับเจตนาจริงใจของหลี่หลิวอวี่เสิ่นเฉิงจึงยอมให้เด็กหนุ่มนำสิ่งที่เขาตั้งใจทำเข้าไปให้จางหย่ง
“ชาเซี๊ยะลิ้วสูตรพิเศษขอรับไท่เว่ย์สูตรนี้ข้าคิดค้นขึ้นมาเพื่อบำรุงชี่ให้เกิดการสมดุลภายใน”หลี่หลิวอวี่รินชาลงจอกพลางปากก็สาธยายสรรพคุณไป
“ไหนว่าเ้าปรุงยาไม่เป็”จางหย่งเอ่ย เขายื่นมือมารับจอกน้ำชา ครั้นก็ใช้ริมฝีปากแตะจิบชิมรสชาติ“รสชาติดีทีเดียว” ด้วยคำชมพาให้สีหน้าของหลี่หลิวอวี่อมยิ้ม ครั้นก็โค้งคำนับ
“ขอบคุณไท่เว่ย์ชาเซี๊ยะลิ้วนี้หาใช่ตำรับยาไม่เป็เพียงผลพลอยได้จากประโยชน์ของผลไม้ที่ข้าค้นพบสรรพคุณของมันโดยบังเอิญขณะที่ข้าเข้าไปเก็บผักสดท้ายจวนขอรับก่อนหน้านี้ข้าได้ปรุงให้ศิษย์น้องได้ชิมรสชาติแล้ว นางว่ารสชาติดีข้าจึงกล้านำมาให้ท่านขอรับ” จางหย่งพยักหน้าเขาไม่เฉลียวใจแม้แต่น้อยว่านี่คือการประจบของเด็กหนุ่มเขาจึงได้เพียงแต่เอ่ยชมแล้วเพลิดเพลินกับชารสเลิศในถ้วยต่อ
“ข้าแต่ไท่เว่ย์...ข้ามีสิ่งหนึ่งอยากขอท่านขอรับ”หลี่หลิวอวี่คุกเข่าลงต่อหน้า พาให้สายตาของเซวียนจางหย่งมองตาม
“เ้าอยากได้สิ่งใดล่ะอาอวี่”จางหย่งมองทอดสายตามองเด็กหนุ่ม
เด็กหนุ่มจดศีรษะลงกับพื้นครั้นก็เอ่ยสิ่งที่เขา้าออกมา “ได้โปรดรับข้าร่วมกองทัพด้วยเถิดขอรับไท่เว่ย์” แววตาคมปรายตามองการกระทำของเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างครุ่นคิดพลันก็พาให้รอยยิ้มกระตุกขึ้นที่มุมปากเล็กน้อยด้วยมองเห็นเงาอดีตของตนเองผ่านการกระทำของหลี่หลิวอวี่ในตอนที่เขาขอพระราชทานพระาานุญาตฮ่องเต้ให้แต่งราชโอการส่งเขาไปออกทัพยังหัวเมืองเหนือ
“ไม่ได้...”จางหย่งเอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มพาให้หลี่หลิวอวี่เงยหน้าขึ้นมองคนที่เขาอุตส่าห์ประจบประแจง
“ด้วยเหตุใดขอรับ”เด็กหนุ่มถามเสียงอ่อน เงยหน้ามองคนที่นั่งอยู่สูงกว่าตนพลันน้ำตาก็รื้นขึ้นคลอหน่วยตา เด็กหนุ่มไม่เคยเผื่อใจให้กับคำปฏิเสธมาก่อนความหวังของเขาพังครืนลงมาไม่เป็ท่าเหตุที่เขาถูกปฏิเสธนี้อาจเพียงเพราะเขาไม่เคยแสดงความสามารถในการสู้รบให้ไท่เวย์ได้ประจักษ์เขาจึงได้รับคำตอบที่ทำให้เขาคอตกได้เช่นนี้
“เพราะเ้ายังเรียนวิชาฝังเข็มกับตั่วฟางซื่อไม่สำเร็จข้าจะรับเ้าเข้ากองทัพในฐานะฟางซื่อได้อย่างไร”ทว่าซุ่มเสียงเยือกเย็นยังคงเอ่ยต่อพาให้หลี่หลิวอวี่ที่กำลังก้มหน้ายกแขนเสื้อขึ้นซับน้ำตาที่กำลังจะไหลพรากเงยหน้ามองคนพูดในทันที
“อ อะ อะไรนะขอรับ” เด็กหนุ่มถามย้ำ
“ตามที่เ้าได้ยินนั่นล่ะ”หลี่หลิวอวี่ฉายรอยยิ้มสดใสทั้งน้ำตา
“ขอบคุณไท่เว่ย์ ขอบคุณไท่เว่ย์ขอบคุณไท่เว่ย์” เขาเอ่ยพูดซ้ำ ๆ ด้วยความดีใจ จนพาให้เสิ่นเฉิงที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าฉากกั้นชะโงกหน้าเข้ามาแล้วพบกับเหตุการณ์ที่ทำให้เขาต้องเข้ามาแทรกแซง
ด้วยการเดินตรงเข้ามายังหลี่หลิวอวี่แล้วแยกเด็กหนุ่มที่ซบหน้าเข้ากับแข้งของจางหย่งให้ออกห่างจางหย่งจึงทำท่ายกมือขึ้นห้ามปรามความตั้งใจขององครักษ์ผู้ภักดีไว้แต่เพียงเท่านั้น
“ไม่เป็ไรเสิ่นเฉิง...ต่อจากนี้ไปเขาจะเป็ทหารฝึกหัดในอุปการะของข้า”เสิ่นเฉิงเหลือบตาลอบมองเด็กหนุ่ม ครั้นก็นึกกระหยิ่มในความพยายามของหลี่หลิวอวี่เขาเห็นดีด้วยกับการตัดสินใจของไท่เว่ย์เพราะเขาเองก็อยากมีอาหารอร่อยกินไปอย่างนี้ทุกมื้อ
…
ตะวันเดือนเลื่อนคล้อยพาฤดูชุนเฟิน[1]ย่างเข้าสู่ฤดูชิงิ[2]อย่างรวดเร็ว เดือนกว่ามาแล้วที่หัวเมืองเหนือไร้ข่าวคราวสร้างความกังวลใจให้ผู้นำทัพเช่นเซวียนจางหย่งไม่น้อยด้วยเกรงศึกหนักมาเยือนในคราวที่มิทันได้ตระเตรียม
“ท่านเฉิ่งขอรับ...ท่านเฉิ่ง”เสียงเอะอะโวยวายมุ่งตรงเข้ามายังจวนพำนักพาให้เซวียนจางหย่งหันหาเสิ่นเฉิงที่กำลังมุ่งมั่นอ่านตำราปึกหนาอยู่ใกล้ ๆ
“เ้าได้ยินเช่นข้าหรือไม่เสิ่นเฉิง?”
“ขอรับไท่เว่ย์เป็เสียงของอาอวี่ขอรับ” ถึงแม้เสิ่นเฉิงจะได้ยินและล่วงรู้ว่าเป็เสียงของผู้ใดทว่าเขาก็ไม่ได้ตระหนกกับเ้าของเสียงสักเท่าไหร่เพราะหลี่หลิวอวี่มักโวยวายเรียกเขาเช่นนี้อยู่เสมอ
“เ้าจะไม่ออกไปดูหน่อยหรือ”ความเห็นที่แฝงไว้ด้วยคำสั่ง พาให้เสิ่นเฉิงผุดขึ้นจากเก้าอี้คำนับต่อผู้บังคับบัญชาครั้งหนึ่ง ก่อนที่จะออกเดินตามเสียงไปทว่ายังก้าวไม่ทันพ้นธรณีประตูจวน หลี่หลิวอวี่ก็ผลุนผลันหน้าตาตื่นเข้ามา
“ท่านเฉิง ท่านเฉิง ช ชะ ช่วยได้ขอรับช่วยศิษย์พี่ของข้าด้วย” เสิ่นเฉิงมองคนนั่งยองที่พูดไปหอบตัวโยนไปอย่างตั้งใจพานให้จางหย่งต้องออกปากถามอย่างร้อนใจด้วยเกรงว่าจะเกิดเหตุไม่ดีตามที่เขาสังหรณ์
[1] 春分ชุนเฟิน กลางฤดูใบไม้ผลิ
[2]清明 ชิงิ qīngmíngอากาศเย็น ท้องฟ้าโปร่ง น่าอภิรมย์