ตอนที่ 20 คืนสยอง
หลังจากหลินจงเดินจากไปหลินซิ่วและหลินหานก็อารมณ์แปรปรวนขึ้นมาทันใดจนถึงตอนนี้สีหน้าของพวกเขาก็มิค่อยสู้ดีเท่าใดนัก
หลินหร่วนพยายามเอ่ยโน้มน้าวใจแต่ก็มิเป็ผล ทำได้เพียงปล่อยเขาไป
นางเข้าใจอารมณ์ของหลินหานเป็อย่างดี มิว่าหลินจงจะมิได้เื่เพียงใดแต่หลินจงก็ยังเป็พ่อของเขา แม้ว่าหลินจงจะอ่อนแอแต่เขาก็รักหลินหานกับหลินซิ่วมากเช่นกัน ก่อนที่เขาจะแต่งงานกับตระกูลหวังถึงแม้ว่าในตอนนั้นตระกูลหลินจะยากจน แต่ก็มีความสุขมาก ๆ ถึงเยี่ยงไรหลินหานก็ตัดขาดกับหลินจงมิได้ นี่คือธรรมชาติของมนุษย์เพราะนี่คือสิ่งที่บุตรควรกระทำ
หลินหร่วนมิเคยคิดจะบังคับให้หลินหานและหลินซิ่วเกลียดชังหลินจงเพราะนี่เหมือนจะผิดศีลธรรมไปหน่อย
เพียงแต่นางมิ้าให้หลินหานกับหลินซิ่วเป็คนโง่เขลา เื่นี้สำหรับนางแล้วถือเป็ปัญหาที่น่าปวดศีรษะเช่นกัน
เื่นี้จำต้องค่อย ๆ สอนพวกเขาทำให้พวกเขาทราบถึงความกตัญญูที่ถูกต้อง
ความคิดในศีรษะของหลินหร่วนตีกันยุ่งเหยิงไปหมดทันใดนั้นนางก็ผล็อยหลับไปด้วยความงุนงง
หลินหานนอนมิหลับตลอดทั้งคืนตัวเขาก็คิดเหมือนหลินหร่วนเช่นกัน หลินจงคือพ่อของเขา แม้ว่าหลินจงจะอ่อนแอแม้ว่าหลินจงจะปกป้องพวกเขามิได้ จนทำให้พวกเขาถูกปฏิบัติอย่างทารุณแต่นอกเหนือจากนั้น หลินจงก็นับว่าเป็พ่อที่ดีคนหนึ่ง
ดังนั้นมิว่าเขาจะทำตัวแข็งกร้าวเพียงใดหรือมิอยากจะสนใจหลินจงเพียงใดทว่าในใจกลับวางมิลง โดยเฉพาะคืนนั้นที่หลินจงนำเอาข้าวสาลีมาให้
หวังซื่อควบคุมทุกสิ่งอย่างในบ้านการที่หลินจงนำเอาข้าวสาลีมาให้ ใช่ว่าจะมิทราบว่าพ่อของเขาพยายามมากเพียงใด
ตลอดหลายปีมานี้ หลินหานมักครุ่นคิดอยู่เสมอว่าหากครอบครัวนี้มิมีหวังซื่อจะดีเพียงใดเขามิเคยกลัวที่จะมิมีแม่ เช่นนั้นวันเวลาของพวกเขาคงราบรื่นมิน้อย
เหตุใดถึงต้องมีหวังซื่อนางอสรพิษนั่นด้วยกัน ดวงตาของหลินหานฉายแสงเย็นวาบในราตรีที่มืดมิด
ทันใดนั้นบริเวณลานบ้านก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาฟังดูแล้วเหมือนเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินอย่างกระสับกระส่าย
เสียงฝีเท้านี้มิเหมือนเสียงฝีเท้าของมนุษย์
หลินหานตั้งใจฟังอยู่ชั่วครู่จากนั้นก็ลุกขึ้นมาจากเตียง
หรือว่าจะเป็หมาป่าที่ลงมาจากูเาแต่คาดว่าคงมีจำนวนมิน้อยเลยทีเดียว
หลินหานใกลัวจนขนลุกไปทั้งร่างบ้านของพวกเขาทั้งเก่าและทรุดโทรม ผนังก่อด้วยอิฐที่มาจากดินโคลนประตูก็แค่ตั้งไว้เท่านั้น ถ้าหากว่าหมาป่าชนเข้ามามิอยากจะคาดคิดถึงผลลัพธ์ที่ตามมาเลยสักนิด
เขาอยากจะเรียกหลินหร่วนทว่าทันใดนั้นกลับมีมืออุ่นยื่นมาจับมือของเขาเอาไว้
ั้แ่ได้ยินเสียงคราแรกหลินหร่วนก็ตื่นขึ้นมาแล้วนางค่อย ๆ เอ่ยเสียงเบาในความมืดว่า “เ้ากับหลินซิ่วไปหลบอยู่ในตู้ก่อนเร็วเข้า”
หลินหานตื่นใมากยิ่งนักดังนั้นเขาจึงดึงมือของหลินหร่วนออก แล้วเอ่ยถามเสียงเรียบว่า “แล้วพี่เล่า ? ”
สิ่งที่แข็งแรงที่สุดในบ้านก็คือตู้ทว่าตู้หลังนั้นมิได้ใหญ่มากนัก สามารถเข้าไปได้แค่หลินหานกับหลินซิ่วเท่านั้น
หลินหร่วนจึงหยิบกริชใต้หมอนออกมานี่คือกริชที่ได้มาจากหัวขโมยในเมืองวันนั้น หลังจากที่นำกลับมานางก็ได้ลับกริชเอาไว้จนคมกริบ
“เลิกเอ่ยวาจาเหลวไหลได้แล้วเ้ารีบพาหลินซิ่วไปหลบในตู้เร็วเข้า ถ้าหากหมาป่าบุกเข้ามาข้ามิสามารถปกป้องพวกเ้าได้”
หลินหานฟังเสียงเคลื่อนไหวด้านนอกพลางกัดฟันเอ่ย“ข้าจะออกไปดูเอง”
หลินหร่วนกลอกตาไปมานางลงมาจากเตียงเรียบร้อยแล้ว มือหนึ่งอุ้มหลินซิ่วที่กำลังหลับสบายอยู่ส่วนอีกมือหนึ่งคว้าเข้าที่คอเสื้อของหลินหานแล้วผลักพวกเขาเข้าไปในตู้จากนั้นก็ปิดล็อคเอาไว้
เด็กหญิงที่มิรู้เื่รู้ราวถูกอุ้มมาไว้ในตู้ที่คับแคบนี้ดังนั้นนางจึงรู้สึกมิสบายตัวเล็กน้อย นางพึมพำอยู่สองสามคำทว่าเพียงมินานก็ผล็อยหลับไปดังเดิม
หลังจากหาที่ปลอดภัยให้เด็กทั้งสองคนแล้วหลินหร่วนจึงค่อย ๆ ใช้มือผลักหน้าต่างออกไปมองสถานการณ์ในลานบ้านด้วยสายตาระมัดระวัง
พอมองออกไปก็อดมิได้ที่จะสูดหายใจเข้าลึก
เพราะในลานบ้านมีเสือขาวอยู่สองตัวมีตัวใหญ่หนึ่งตัวและตัวเล็กอีกหนึ่งตัว
ในอากาศมีกลิ่นคาวเืหลินหร่วนคาดการณ์ว่าเสือตัวใหญ่คงจะถูกฝูงหมาป่าไล่กัดจึงได้รับาเ็ดังนั้นมันจึงพาลูกเสือหนีมายังเชิงเขา ทว่าหมาป่าคงไล่ตามมามิหยุดเสือสองตัวนี้จึงบังเอิญเข้ามาในบ้านของพวกเขา
ถือว่าพวกเขาซวยเข้าแล้วบ้านหลังนี้อยู่ติดกับเชิงเขาพอดี กำแพงทั้งต่ำและทรุดโทรมดังนั้นสัตว์เหล่านี้จึงสามารถะโเข้ามาได้โดยมิต้องใช้แรงมากนัก
จะมัวรอแบบนี้มิได้หากกลุ่มหมาป่าตามมา พวกเขาต้องถูกค้นพบเป็แน่
บัดนี้พลังของนางมีอยู่อย่างจำกัดนางสามารถควบคุมสัตว์ได้คราละสองตัวเท่านั้นข้างนอกนั่นมิทราบว่ามีหมาป่าอีกกี่ตัว และเสือสองตัวนี้แม้ว่าเสือตัวใหญ่จะได้รับาเ็มา ทว่านางก็มิกล้าประมาทอยู่ดีบ้านของพวกนางอยู่ห่างจากหมู่บ้านพอสมควร คงเป็การยากหากจะไปขอความช่วยเหลือ
แม้ว่าจะสามารถลงไปขอความช่วยเหลือได้ทันทว่าพวกชาวบ้านจะยอมเสี่ยงชีวิตมาช่วยเหลือพวกเขาเยี่ยงนั้นหรือ ?
หลินหร่วนมิเคยคิดฝากความหวังไว้ที่ผู้ใด
นางกำกริชในมือเอาไว้แน่นนางตั้งใจจะออกไปจัดการกับเสือสองตัวนี้ก่อน
นางค่อย ๆเปิดประตูอย่างแ่เบา ขณะที่นางก้าวเท้าออกจากประตูก็ถูกแม่เสือพบเห็นทันที
แม่เสือหันศีรษะมาจ้องมองหลินหร่วนพลางขู่คำรามเตือนเบา ๆ
หลินหร่วนมิได้สนใจเสียงคำรามของมันนางพบว่าแม้แม่เสือจะมีความระแวดระวังแต่ก็นอนอยู่กับพื้นมิได้ขยับเขยื้อนแต่อย่างใด เสียงหายใจของมันค่อนข้างถี่เสียงคำรามทุ้มต่ำ กลิ่นคาวเืในอากาศค่อย ๆ เข้มข้นขึ้น
ดูเหมือนว่าแม่เสือจะได้รับาเ็อย่างหนักซึ่งอาจอันตรายถึงชีวิตของมัน
หลินหร่วนยกยิ้มอยู่ภายในใจนางค่อย ๆ ขยับมือไปยังมุมกำแพงเพื่อหยิบมีดจากนั้นก็พุ่งเข้าไปหาแม่เสือซึ่งนอนอยู่เบื้องหน้านางมิกี่ก้าว ทว่าอยู่ ๆลูกเสือตัวเล็กก็พุ่งเข้ามาหานางพลางร้องคำรามอย่างสุดพลัง
ลูกเสือตัวนี้อายุเพียงมิกี่เดือนเท่านั้นและเสียงของมันก็มิได้คำรามเหมือนเสียงเสือที่โตเต็มวัยเลยเสียงของมันเป็เสียงเล็ก ๆ หลินหร่วนอดยกยิ้มขึ้นมิได้ลูกเสือตัวนี้ยังรู้จักปกป้องแม่ของมัน ทั้งยังรู้จักตอบแทนบุญคุณ
เพียงแต่ความน่ารักของมันใช้มิได้ผลกับหลินหร่วนนางทราบเพียงว่าหากมิสังหารมันให้ตาย ราตรีนี้คนที่ตายอาจจะเป็ตัวนางเอง
นางถือมีดเตรียมที่จะลงมือทันใดนั้นก็พลันได้ยินเสียงกรงเล็บดังขึ้นมาหน้าประตู
เมื่อนางหันไปมองเห็นว่ามีกรงเล็บโผล่เข้ามาใต้ประตู นี่มันกำลังขุดหลุมเพื่อจะเข้ามาข้างในเยี่ยงนั้นหรือ ?
บนกำแพงนั้นมีดวงตาสีเขียวจ้องมองมานับสิบคู่ บนชั้นบรรยากาศเต็มไปด้วยกลิ่นเหม็นสาปของหมาป่า
เมื่อแม่เสือได้ยินเสียงเคลื่อนไหวมันจึงคำรามออกมา หมาป่าบนกำแพงรีบถอยตัวกลับทันใด
หลินหร่วนหรี่ตาลงดูเหมือนว่าแม้ตัวมันจะได้รับาเ็ ทว่าตัวมันเองก็เป็ถึงาาแห่งผืนป่าตราบใดที่มันยังมิตาย มันก็ยังสามารถทำให้สัตว์อื่น ๆ ขลาดกลัวได้
ดูเหมือนว่าเสือทั้งสองตัวจะยังมิสามารถสังหารได้ในตอนนี้เพราะหากว่าพวกมันตกตายไป คาดว่ากลุ่มหมาป่าข้างนอกคงจะรีบกรูเข้ามาทันใด
ข้างนอกมีหมาป่าจำนวนมากมันเสี่ยงจนเกินไปหากจะฆ่าพวกมันทั้งหมดด้วยตนเองหลินหร่วนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจบางอย่าง
นางจะใช้เสือตัวนี้เก็บฝูงหมาป่า
เนื่องจากพลังของนางสามารถทำให้สัตว์เติบใหญ่ได้ดังนั้นย่อมมิมีปัญหาหากจะใช้รักษาอาการาเ็ส่วนเสือจะกัดนางหลังจากที่มันหายจากอาการาเ็หรือไม่นั้นนางก็มิกล้าประมาทเช่นกัน
หลินหร่วนหรี่ตาลงทันใดจากนั้นก็เอื้อมมือไปจับที่หลังคอของเสือน้อยแล้วยกขึ้นมา…