รุ่งอรุณของวันใหม่มาเยือนพร้อมกับความหวังที่ลุกโชนในใจของหลิงเอ๋อร์ นางตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่แตกต่างจากทุกวันที่ผ่านมา ความมั่นใจใหม่ที่ได้รับจากบทเรียนเมื่อคืนทำให้นางรู้สึกเหมือนเป็คนใหม่
นางลุกขึ้นมาแต่งตัวอย่างพิถีพิถัน เลือกชุดสีขาวที่เรียบง่ายแต่เน้นรูปร่างของนาง ผ้าไหมนุ่มนวลพาดไหล่อย่างประณีต เผยให้เห็นเส้นคอที่เรียวงามและกระดูกไหปลาร้าที่โค้งอ่อนโยน นางหวีผมให้เรียบร้อยแต่ปล่อยให้เส้นผมบางเส้นหลุดออกมาแต่งหน้าอย่างธรรมชาติ ทาแป้งบางๆ ให้ผิวดูเนียนใส และเพิ่มสีชมพูอ่อนๆ ที่ริมฝีปากเพื่อให้ดูสดใสน่าจูบ
นางมองตัวเองในกระจกเงาน้ำเล็กๆ และเห็นความเปลี่ยนแปลงในดวงตาของตัวเอง มันไม่ใช่ดวงตาของเด็กสาวไร้เดียงสาอีกต่อไป แต่เป็ดวงตาของผู้หญิงที่รู้จักความลับแห่งเสน่หา ดวงตาที่เปล่งประกายแห่งความมั่นใจและความลึกลับ นางยิ้มให้กับตัวเองในกระจก รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจและความปรารถนาที่ซ่อนเร้น
วันนั้นเป็วันที่อาซานต้องไปตรวจตราสวนด้านหลังคฤหาสน์ นางรู้กิจวัตรของเขาดี จึงตั้งใจไปรอเขาที่ทางเดินที่เขาต้องผ่าน นางถือตะกร้าใส่ดอกไม้สดที่เก็บมาจากสวน แสร้งทำเป็กำลังทำงานตามปกติ แต่ในใจกำลังวางแผนการใช้บทเรียนที่ได้รับจากลู่เฟิง
เมื่อเห็นอาซานเดินมาทางนี้ นางรู้สึกตื่นเต้นจนหัวใจเต้นแรง แต่นางพยายามควบคุมตัวเองให้ดูเป็ธรรมชาติ นางทำตามที่ลู่เฟิงสอน เริ่มจากการใช้สายตา นางเงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยดวงตาที่เปียกชื้นเล็กน้อย เหมือนกับมีน้ำค้างยามเช้าติดอยู่ แววตาของนางเต็มไปด้วยความรักที่ลึกซึ้งและความปรารถนาที่แฝงเร้น
"พี่อาซาน..." นางเรียกเบาๆ ด้วยเสียงที่นุ่มนวลกว่าปกติ เสียงที่มีความหวานซึ่งและเซ็กซี่อย่างธรรมชาติ
อาซานหยุดเดินและหันมามองนาง ใบหน้าของเขายังคงเรียบเฉยเหมือนเมื่อวานนี้ แต่หลิงเอ๋อร์สังเกตเห็นว่าดวงตาของเขาแวบวับเล็กน้อยเมื่อเห็นนาง มันเป็การตอบสนองที่เขาพยายามปกปิด แต่นางจับได้
"ข้ามีดอกไม้สวยๆ มาให้ดู" นางยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน รอยยิ้มที่ไม่ได้เป็เพียงการยิ้มธรรมดา แต่เป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่หาและความลึกลับ แล้วค่อยๆ เดินเข้าไปใกล้ สะโพกของนางแกว่งไปมาอย่างเซ็กซี่โดยไม่รู้ตัว "ดอกกุหลาบที่เ้าเคยชมเมื่อก่อน มันบานสวยมากเลยค่ะ"
นางยื่นดอกกุหลาบสีขาวให้เขา และเมื่อเขายื่นมือมารับ นางก็จงใจให้ปลายนิ้วของตัวเองแตะัักับมือของเขาเล็กน้อย เหมือนกับที่ลู่เฟิงสอนไว้ การััที่แ่เบาแต่จงใจ ปลายนิ้วของนางลื่นไถลไปตามหลังมือของเขาอย่างช้าๆ ราวกับไม่ได้ตั้งใจ แต่ความจริงแล้วเป็การคำนวณที่ละเอียดลออ
อาซานสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงัันั้น ความรู้สึกซาบซ่านแล่นไปทั่วร่างกายของเขา เขามองลงไปที่มือของทั้งคู่ที่ยังคงแตะกันอยู่ หัวใจของเขาเต้นแรงขึ้นโดยไม่อาจควบคุม ความรู้สึกที่เคยมีให้นางเริ่มกลับคืนมา แต่เขาพยายามระงับมันไว้ด้วยความพยายามอย่างหนัก
"ขอบใจ..." เขาพูดเสียงแหบ พยายามถอนมือออกจากการัันั้น แต่การเคลื่อนไหวของเขาช้าไปกว่าปกติ ราวกับร่างกายไม่อยากจะปฏิเสธััอันอบอุ่นนั้น
แต่หลิงเอ๋อร์ไม่ยอมปล่อยง่ายๆ นางค่อยๆ เลื่อนมือไปจับที่ข้อมือของเขาเบาๆ นิ้วของนางโอบรอบข้อมือของเขาอย่างนุ่มนวล ปลายนิ้วนวดคลึงเบาๆ ที่จุดที่เส้นเืเต้น "พี่อาซาน... ข้าคิดถึงเ้ามาก" นางพูดด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความรัก เสียงที่มีความเซ็กซี่และเร้าใจอย่างธรรมชาติ ดวงตาของนางมองเขาอย่างลึกซึ้ง เหมือนกับที่ลู่เฟิงสอนว่า 'ดวงตาคือหน้าต่างสู่จิติญญา'
นางเอนตัวเข้าไปใกล้เขามากขึ้น จนกลิ่นหอมอ่อนๆ ของผมและผิวกายของนางลอยมาถึงจมูกของเขา มันเป็กลิ่นหอมธรรมชาติที่เซ็กซี่และเร้าใจ ทำให้อาซานรู้สึกมึนงงและหวั่นไหว
อาซานรู้สึกว่าตัวเองกำลังจะยอมแพ้ต่อสายตาและััของนาง เขาเห็นความรักที่แท้จริงในดวงตาของนาง เห็นความอ่อนโยนและความปรารถนาที่เขาคิดถึงมาหลายวัน ส่วนลึกของใจเขาอยากจะโอบกอดนางและบอกว่าเขาก็คิดถึงนางเช่นกัน ร่างกายของเขาเริ่มตอบสนองต่อเสน่หาของนางโดยไม่อาจควบคุม
แต่แล้วเสียงของลู่เฟิงก็ดังขึ้นในหัวของเขา 'ใจแข็งเข้าไว้! ยิ่งนางพยายามเข้าหา เ้าก็ต้องยิ่งเ็า! นี่คือกุญแจสำคัญของแผนการ!'
เขาฝืนใจดึงมือออกจากการจับของนาง การเคลื่อนไหวนั้นต้องใช้ความพยายามอย่างมาก ราวกับกำลังต่อสู้กับแรงดึงดูดที่ทรงพลัง "ข้า... ข้ามีงานต้องทำ" เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้เรียบเฉย แต่ความลังเลในเสียงของเขาเป็ที่ประจักษ์ เสียงของเขาแหบแห้งและสั่นเครือเล็กน้อย
หลิงเอ๋อร์ไม่ยอมแพ้ นางจำคำสอนของลู่เฟิงได้ว่า 'อย่าให้เขารู้สึกว่าเ้ากำลังพยายามจงใจ ทุกอย่างต้องดูเป็ธรรมชาติ' นางจึงแสร้งทำเป็เศร้าเล็กน้อย แต่ไม่ได้ยืนกรานหรือร้องไห้เหมือนเมื่อก่อน แทนที่จะทำเช่นนั้น นางค่อยๆ ปล่อยมือของเขาออกอย่างเชื่องช้า ปลายนิ้วของนางลื่นไถลออกจากิัของเขาอย่างไม่เต็มใจ
"ข้าเข้าใจค่ะ..." นางพูดเบาๆ เสียงของนางเต็มไปด้วยความเศร้าและความผิดหวัง แต่ก็มีความเข้าใจและความอดทนอยู่ด้วย แล้วก้าวถอยห่างออกไป แต่ก่อนจะเดินจากไป นางหันกลับมามองเขาอีกครั้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความเข้าใจ ดวงตาของนางเปียกชื้นด้วยน้ำตาที่ไม่ได้ไหลออกมา "ข้าแค่อยากให้เ้ารู้ว่า... ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ข้าจะรอเ้าเสมอ"
คำพูดนั้นทำให้อาซานรู้สึกเหมือนถูกใครแทงหัวใจ เขาเห็นความจริงใจในดวงตาของนาง เห็นความรักที่ไม่มีเงื่อนไข และมันทำให้เขารู้สึกผิดอย่างมากที่ต้องทำร้ายจิตใจของนาง แต่เขาก็ยังคงต้องทำตามแผนการที่วางไว้
หลิงเอ๋อร์เดินจากไปอย่างช้าๆ โดยไม่หันกลับมามอง แต่นางรู้สึกได้ว่าอาซานยังคงยืนมองตามหลังนางอยู่ การเดินของนางมีจังหวะที่เซ็กซี่และเย้ายวน สะโพกแกว่งไปมาอย่างธรรมชาติ ผ้าไหมสีขาวพลิ้วไหวตามลมเบาๆ เผยให้เห็นรูปร่างอันเรียวงามของนาง นางยิ้มในใจ เพราะรู้ว่าบทเรียนของลู่เฟิงเริ่มออกผล แม้อาซานจะยังคงปฏิเสธนาง แต่นางเห็นความลังเลและความขัดแย้งในดวงตาของเขาชัดเจน
ตลอดวันนั้น หลิงเอ๋อร์ใช้โอกาสทุกครั้งที่เจออาซานในการฝึกฝนบทเรียนที่ได้รับ เมื่อส่งน้ำชาให้เขาที่ป้อมยาม นางจงใจให้นิ้วแตะกับนิ้วของเขาเมื่อส่งถ้วย การัันั้นนานกว่าที่จำเป็ และนางจะมองเข้าไปในดวงตาของเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรักและความปรารถนา
"น้ำชาร้อนๆ ค่ะ พี่อาซาน" นางพูดเบาๆ เสียงของนางหวานซึ่งและเซ็กซี่ "ข้าชงพิเศษให้เ้า ใส่ใจทุกขั้นตอน"
เมื่อเขายื่นมือมารับถ้วย นางจงใจให้ปลายนิ้วของตัวเองแตะัักับมือของเขา แล้วค่อยๆ ลื่นไถลไปตามหลังมือของเขาอย่างช้าๆ ราวกับไม่ได้ตั้งใจ แต่ความจริงแล้วเป็การคำนวณที่ละเอียดลออ
อาซานสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงัันั้น เขาเงยหน้าขึ้นมองนาง และพบกับดวงตาที่เต็มไปด้วยความรักและความปรารถนา ดวงตาที่ดูเหมือนจะพูดว่า 'ข้ารักเ้า... ข้า้าเ้า' โดยไม่ต้องออกเสียง
"ขอบใจ..." เขาพูดเสียงแหบ พยายามหลีกสายตาจากนาง แต่ดวงตาของเขากลับไม่อยากจะหันไปทางอื่น
เมื่อเดินผ่านกันในสวน นางจะส่งยิ้มอ่อนโยนและมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก รอยยิ้มที่ไม่ได้เป็เพียงการยิ้มธรรมดา แต่เป็รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยเสน่หาและความลึกลับ นางจะเดินผ่านเขาอย่างช้าๆ ให้เขาได้ัักลิ่นหอมอ่อนๆ ของผมและผิวกายของนาง
บางครั้งนางจะจงใจทำของหล่นใกล้ๆ เขา แล้วก้มลงเก็บอย่างช้าๆ ท่าทางของนางเซ็กซี่และเย้ายวนโดยไม่รู้ตัว เส้นคอที่เรียวงามและกระดูกไหปลาร้าที่โค้งอ่อนโยนปรากฏให้เห็นชัดเจน ทำให้อาซานต้องหันหน้าไปทางอื่นอย่างรีบเร่ง
เมื่อพูดคุยกับเขา นางจะใช้เสียงที่นุ่มนวลและเต็มไปด้วยความอบอุ่น เสียงที่มีความหวานซึ่งและเซ็กซี่อย่างธรรมชาติ นางจะยืนใกล้เขามากกว่าปกติ จนกลิ่นหอมของนางลอยมาถึงจมูกของเขา และเมื่อพูด นางจะมองเข้าไปในดวงตาของเขาอย่างลึกซึ้ง ราวกับกำลังพูดกับจิติญญาของเขาโดยตรง
"พี่อาซาน..." นางจะเรียกชื่อเขาด้วยเสียงที่นุ่มนวลและเซ็กซี่ "เ้าดูเหนื่อยมาก ข้าอยากดูแลเ้า..."
ทุกครั้งที่นางทำเช่นนั้น นางจะเห็นว่าอาซานมีปฏิกิริยาตอบสนอง เขาจะสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อถูกัั ร่างกายของเขาจะตึงเครียดขึ้น ดวงตาของเขาจะอ่อนลงเมื่อได้ยินเสียงของนาง และเขาจะมองนางนานขึ้นก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น การหายใจของเขาจะเร็วขึ้นเล็กน้อย และนางสังเกตเห็นว่าเขาต้องใช้ความพยายามมากขึ้นในการควบคุมตัวเอง
แต่อาซานก็ยังคงฝืนใจปฏิเสธนาง เขาจะรับน้ำชาแล้วบอกว่าไม่ต้องส่งให้อีก เสียงของเขาแหบแห้งและไม่มั่นคง "ข้า... ข้าไม่้าให้เ้ามาส่งอีกแล้ว มันไม่เหมาะสม"
เขาจะเดินหลบเลี่ยงเมื่อเห็นนางเดินมา แต่การเดินหลบของเขาดูไม่เด็ดขาดเหมือนเมื่อก่อน มันดูลังเลและไม่แน่วแน่ ราวกับร่างกายและจิตใจของเขากำลังต่อสู้กัน
และเขาจะตอบคำถามของนางสั้นๆ แล้วหาข้ออ้างไปทำงานอื่น "ข้าต้องไปตรวจดูกำแพงด้านตะวันออก" หรือ "ข้ามีงานสำคัญที่ต้องทำ" แต่เสียงของเขาไม่ได้ฟังดูเด็ดขาดเหมือนเมื่อก่อน มันเต็มไปด้วยความลังเลและความขัดแย้ง
ความขัดแย้งในใจของอาซานทวีความรุนแรงขึ้นทุกวัน เขารู้สึกเหมือนถูกดึงไปสองทาง ทางหนึ่งคือความรักและความปรารถนาที่มีให้หลิงเอ๋อร์ ความรู้สึกที่เขาพยายามปราบปรามมาหลายวันแต่กลับยิ่งแรงกล้าขึ้นเรื่อยๆ อีกทางหนึ่งคือคำสัญญาที่ให้ไว้กับลู่เฟิงและความเชื่อว่ากลยุทธ์นี้จะนำไปสู่ความสำเร็จ
เขาเห็นความเปลี่ยนแปลงในตัวหลิงเอ๋อร์ นางดูมีเสน่หาและน่าดึงดูดมากขึ้น ทุกการกระทำของนางดูอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความรัก แต่ไม่ได้ดูเป็การขอร้องหรือการยื่นหน้าเข้าหาเหมือนเมื่อก่อน มันทำให้เขาอยากเข้าใกล้นางมากขึ้น อยากัันาง อยากโอบกอดนาง และอยากบอกนางว่าเขาก็คิดถึงนางเช่นกัน
ในยามค่ำคืน เมื่อเขานอนบนเตียงเล็กๆ ในป้อมยาม เขาจะนึกถึงััอันอ่อนโยนของนาง นึกถึงกลิ่นหอมของนาง นึกถึงดวงตาที่เต็มไปด้วยความรักของนาง และนึกถึงเสียงหวานซึ่งของนาง ร่างกายของเขาจะตอบสนองต่อความทรงจำเ่าั้โดยไม่อาจควบคุม ทำให้เขาต้องลุกขึ้นมาราดน้ำเย็นใส่หน้าเพื่อให้สติกลับคืนมา
สามวันผ่านไป หลิงเอ๋อร์เริ่มรู้สึกท้อใจ แม้นางจะเห็นว่าอาซานมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อบทเรียนที่นางใช้ แต่เขาก็ยังคงปฏิเสธนางอย่างต่อเนื่อง นางเริ่มสงสัยว่าบทเรียนของลู่เฟิงอาจจะไม่ได้ผลเท่าที่คิด หรือว่านางใช้ไม่ถูกวิธี
ความสงสัยและความผิดหวังทำให้นางตัดสินใจไปหาลู่เฟิงอีกครั้ง นาง้าคำแนะนำเพิ่มเติม หรืออาจจะ้าบทเรียนที่มีพลังมากกว่านี้
เย็นวันนั้น หลิงเอ๋อร์เดินไปหาเรือนพักของลู่เฟิงด้วยใจที่เต็มไปด้วยความกังวล นางพบเขานั่งอยู่หน้าเรือนเหมือนเดิม ดูเหมือนกำลังรอนางอยู่
"ท่านตาหลี่เ้าค่ะ" นางเรียกด้วยเสียงที่เศร้าหมอง
"โอ้ หลิงเอ๋อร์" ลู่เฟิงยิ้มให้นาง "มาแล้วรึ ข้าคาดไว้แล้วว่าเ้าจะมา"
"ท่านรู้หรือเ้าคะ" หลิงเอ๋อร์ถามด้วยความประหลาดใจ
"ข้าเห็นเ้าพยายามใช้บทเรียนที่สอนไป" ลู่เฟิงพยักหน้า "และข้าก็เห็นว่าอาซานเริ่มมีปฏิกิริยา แต่เขายังคงต้านทานอยู่ใช่ไหม"
หลิงเอ๋อร์พยักหน้าอย่างเศร้าใจ "ใช่เ้าค่ะ ข้าเห็นว่าเขาเริ่มสนใจข้าแล้ว แต่เขาก็ยังคงปฏิเสธข้าอยู่ ข้าไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไรต่อไป"
ลู่เฟิงพยักหน้าอย่างเข้าใจ "นั่นเป็เื่ปกติ บุรุษบางคนมีความต้านทานที่แข็งแกร่ง โดยเฉพาะคนที่มีความมุ่งมั่นสูง เหมือนอาซาน"
เขาหยุดพูดชั่วครู่ แล้วจึงมองหน้านางอย่างจริงจัง "บทเรียนแรกนั้นเป็เพียงการเริ่มต้น มันเหมือนกับการจุดไฟเล็กๆ แต่หาก้าให้ไฟนั้นลุกโชนจริงๆ เ้าต้องใช้บทเรียนที่ลึกซึ้งกว่า"
"บทเรียนที่ลึกซึ้งกว่าหรือเ้าคะ" หลิงเอ๋อร์ถามด้วยความสนใจ
ลู่เฟิงพยักหน้าช้าๆ แววตาของเขาเปล่งประกายแห่งความลึกลับ "บทเรียนต่อไปนั้น... เป็บทเรียนที่จะทำให้เ้าสามารถเข้าถึงจิตใจลึกที่สุดของบุรุษได้ มันจะทำให้เขาไม่สามารถต้านทานเ้าได้อีกต่อไป"
เขาเอนตัวไปข้างหน้า ลดเสียงลงเป็กระซิบ "แต่บทเรียนนี้... มันไม่ใช่เื่เล่น มันจะเปลี่ยนแปลงเ้าไปตลอดกาล และเมื่อเ้าได้เรียนรู้แล้ว จะไม่มีทางถอยกลับได้อีก"
คำพูดของลู่เฟิงทำให้หลิงเอ๋อร์รู้สึกทั้งตื่นเต้นและกลัวไปพร้อมๆ กัน นางรู้ว่าเขากำลังพูดถึงสิ่งที่ร้ายแรงและมีนัยสำคัญ แต่ความปรารถนาที่จะได้อาซานกลับคืนมานั้นแรงกล้าเกินกว่าจะหยุดยั้ง
"ข้า... ข้าพร้อมแล้วเ้าค่ะ" นางตอบด้วยเสียงที่มั่นคง แม้จะสั่นเครือเล็กน้อย "ข้าจะทำทุกอย่างเพื่อให้ได้เขากลับมา"
ลู่เฟิงมองนางนานหลายนาที ราวกับกำลังชั่งน้ำหนักความมุ่งมั่นของนาง "เ้าแน่ใจแล้วหรือ หลิงเอ๋อร์ เมื่อเ้าก้าวข้ามเส้นนี้ไปแล้ว จะไม่มีทางกลับ เ้าจะไม่ใช่เด็กสาวไร้เดียงสาอีกต่อไป"
หลิงเอ๋อร์พยักหน้าอย่างหนักแน่น "ข้าแน่ใจเ้าค่ะ ข้าไม่อยากเป็เด็กสาวไร้เดียงสาที่ไม่สามารถได้สิ่งที่ตัวเอง้าอีกแล้ว ข้าอยากเป็ผู้หญิงที่มีพลังในการควบคุมชะตากรรมของตัวเอง"
รอยยิ้มอันน่าพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของลู่เฟิง "ดีมาก... ความมุ่งมั่นของเ้าทำให้ข้าประทับใจ"
เขาลุกขึ้นยืน แล้วมองขึ้นไปบนท้องฟ้าที่เริ่มมืดลง "บทเรียนต่อไปนั้นไม่สามารถสอนได้ในที่เปิดเผยเช่นนี้ มัน้าความเป็ส่วนตัวและความลับสนิท"
เขาหันกลับมามองนาง "เ้ามาหาข้าในคืนนี้ เมื่อดวงจันทร์ขึ้นสูงสุด ข้าจะสอนบทเรียนที่จะทำให้เ้าได้ทุกสิ่งที่ปรารถนา แต่จำไว้... นี่เป็โอกาสสุดท้ายที่เ้าจะเปลี่ยนใจได้"
หลิงเอ๋อร์รู้สึกตื่นเต้นจนตัวสั่น นางพยักหน้ารับคำ "ข้าจะมาเ้าค่ะ ข้าพร้อมแล้วสำหรับบทเรียนใดๆ ที่จะทำให้ข้าได้พี่อาซานกลับมา"
ลู่เฟิงยิ้มอย่างลึกลับ "งั้นก็ไปเตรียมตัวให้พร้อมเถอะ และจำไว้... สิ่งที่เ้าจะได้เรียนรู้ในคืนนี้ จะเป็ความลับระหว่างเราสองคนเท่านั้น"
หลิงเอ๋อร์พยักหน้าแล้วลุกขึ้นจากไป ใจของนางเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง นางรู้ว่าคืนนี้จะเป็คืนที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของนางไปตลอดกาล และนางพร้อมที่จะเสี่ยงทุกอย่างเพื่อความรักที่นางมีให้อาซาน
ส่วนลู่เฟิงนั้น เขายิ้มอย่างชั่วร้ายเมื่อมองดูหลังของหลิงเอ๋อร์ที่เดินจากไป 'ในที่สุด...' เขาคิดในใจ 'เหยื่อก็เข้ากับดักด้วยตัวเองแล้ว คืนนี้จะเป็คืนที่นางจะสูญเสียความไร้เดียงสาไปตลอดกาล และข้าจะได้สิ่งที่้ามาั้แ่แรก'
เขาหัวเราะเบาๆ ในลำคอ แล้วเดินเข้าไปในเรือนพักเพื่อเตรียมการสำหรับ 'บทเรียนพิเศษ' ที่จะมอบให้หลิงเอ๋อร์ในคืนนี้