“เอกเอาเรือนนี้ดีกว่า ดูเข้ากับน้องดีนะ” พี่น้ำแนะนำนาฬิกาข้อมือให้เอกเนื่องจากเอกข้อร้องไห้เธอเลือกให้เพราะเขาค่อนข้างเลือกของไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ อีกอย่างวันนี้พี่น้ำดูมีความสุขมากทั้งยังดูไม่เขินอายเหมือนเดิม อากัปกิริยาทุกอย่างของเธอดูมั่นใจยิ่งขึ้น
แต่พี่น้ำเป็แบบนี้ก็ดีแล้วเพราะการมั่นใจตัวเองนั้นสำคัญมากๆ
“ครับ” เอกยอมรับโดยทันทีเพราะเขา้าเอาใจพี่สาว ก็อย่างว่าแหละพี่สาวคนเดียวแถมยังน่ารักอีกด้วย
นาฬิกาข้อมือในตลาดคลองถมมันไม่มีของแบรนด์หรือของแท้อยู่แล้วมีแต่ของก๊อบปี้เกรดเอ อีกอย่างถึงจะใส่ของแท้ผู้คนก็ไม่ค่อยสนใจอยู่ดี บางทีอาจโดนตำหนิด้วยซ้ำว่าใช้เงินฟุ่มเฟือย ก็เงินในชนบทแบบนี้มันหายากมาก..
ทางด้านเจมส์และบาสขอแยกออกไปซื้อของก่อนที่เอกจะมาที่ร้านขายนาฬิกาแล้ว สงสัยเพื่อนของเขาอาจรู้ก็ได้ว่าถ้าหากมาตรงนี้จะได้รอนาน ก็เป็แบบนั้นจริงๆ เพราะพี่น้ำเอานาฬิกามาให้เอกลองสวมตั้งสิบเรือน..
..
พอกลับถึงบ้านเอกก็สังเกตเห็นบ่อปลาที่สร้างพึ่งเสร็จในวันนี้ เขาเดินไปสำรวจบ่อปลาสักเล็กน้อยเพื่อจะดูให้แน่ใจว่าใช้ได้หรือเปล่า
หลังจากสำรวจเสร็จแล้วปรากฏว่าไม่มีอะไรผิดแปลกไป เอกจึงลงมือทำบ่อปลาสองบ่อนี้ให้เหมาะกับเลี้ยงจิ้งหรีดทันที เขาเดินไปหยิบอุปกรณ์ที่เตรียมไว้ จากนั้นก็เดินกลับมายังบ่อเพื่อต่อเติม เขาไม่ได้เพิ่มเติมอะไรมากมายแค่เอาถุงพลาสติกมาแปะบริเวณปากบ่อด้านในเพื่อป้องกันไม่ให้จิ้งหรีดออกไปได้
เอกทำแบบเดิมสองบ่อโดยใช้เวลานานพอสมควรจวนจะมืดเพราะไม่มีใครช่วย เขาทำเองคนเดียวทั้งหมด ส่วนพี่น้ำกับแม่ก็ยุ่งเื่งานบ้านเขาไม่อยากรบกวน พ่อนี่ไปเอาวัวกลับบ้านยังไม่กลับมาเลย
เอกก็ไม่ได้บ่นอะไรยังไงงานนี้ก็เป็งานของเขา แต่เมื่อผ่านไปสักพักพี่น้ำก็มาช่วยเอกทำ เธอรีบที่จะทำงานบ้านให้เสร็จไวๆ จะได้มาช่วยเขาโดยเฉพาะ เธอเองก็ไม่อยากได้ส่วนแบ่งฟรีๆ โดยไม่ทำอะไร เมื่อเป็เช่นนี้งานจึงไวขึ้นทันตาเห็น เอกกับพี่น้ำทำบ่อเลี้ยงเสร็จโดยใช้เวลาไม่กี่นาที
หลังจากที่บ่อเสร็จแล้วเขากับพี่น้ำก็ช่วยกันยกแผงใช่กระดาษมาจัดเรียงในบ่อเพื่อเป็ที่อยู่ของจิ้งหรีด แผงไข่นี้เอกซื้อมาทั้งหมดกว่า200แผง ซึ่งเป็เงินกว่าสองร้อยบาท แน่นอนว่าเขาซื้อมาจากในเมืองถึงได้แผงไข่เยอะขนาดนี้
หลังจากนั้นเอกก็เอาแม่จิ้งหรีดที่ตั้งไข่จำนวนมากมาที่บ่อเลี้ยงใหม่สองบ่อนี้ โดยที่เขาคาดว่าอีกประมาณสามสัปดาห์จะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้จำนวนมาก เมื่อเป็เช่นนี้แล้วหลังจากนี้อีกสามสัปดาห์การขายจิ้งหรีดของเขาก็จะไม่ติดขัดเลย
จากนี้เป็ขั้นตอนสุดท้ายนั่นก็คือฝาครอบบ่อ เอกปรับแต่งเล็กน้อยโดยเอาตาข่ายมาครอบอีกชั้นเพื่อให้มั่นคงแข็งแรง สามารถป้องกันนกกับหนูเข้ามากินจิ้งหรีดเขาได้เป็อย่างดี
เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นก็เป็เวลาหนึ่งทุ่มพอดีเขากับพี่น้ำก็เข้าบ้านเพื่อไปกินข้าวซึ่งพ่อกับแม่รอพวกเขาอยู่ จะว่าไปทุกอย่างก็ลงตัวพอดีพอเมื่อเอกทำงานเสร็จ
ระหว่างกินข้าวอยู่นั้นเอกก็ถามแม่ขึ้น
“แม่ครับวันนี้ขายน้ำมันได้กี่ขวดครับ?” เอกที่กำลังตักข้าวเข้าปากถามแม่ขึ้น
“ขวดสีแดงขายได้10ขวด ส่วนสีเขียวขายได้เจ็ดขวดจ๊ะ” แม่ตอบด้วยรอยยิ้มเพราะเธอค่อนข้างมีความสุขที่ขายน้ำมันได้เยอะขนาดนี้ ถึงจะได้กำไรไม่มากแต่เมื่อเธอเห็นเงินจำนวนมากที่เธอได้รับเธอก็ดีใจอยู่ดี
“เยอะขนาดนั้นเชียวหรือครับ!” เอกใเพราะไม่คิดว่าจะมีคนมาซื้อมากมายขนาดนี้
“ใช่จ้ะ! มีคนต่างหมู่บ้านมาซื้อกับเราด้วยนะ?!” แม่พูดอย่างดีใจ
“เป็เพราะว่าบ้านเราติดถนนใหญ่แน่เลย..” เอกสันนิษฐาน
เมื่อน้ำมันขายดิบขายดีเช่นนี้เอกตั้งใจจะซื้อขวดมากรอกเพิ่มให้มันมากๆ เขาสงสารแม่ที่คอยกรอกคนเดียวเพราะน้ำมันค่อนข้างหนัก แต่หารู้ไม่ว่าทั้งวันแม่เอาแต่นั่งเก็บเมล็ดหญ้าออกจากข้าวสารรอขายทั้งวัน ซึ่งมันไม่ได้เหนื่อยอะไรเลย
อย่างไรก็ตามเอกก็ไม่สนใจว่าแม่เขาจะสุขสบายยังไง ในหัวของเขาตอนนี้กลัวว่าแม่จะลำบากอย่างเดียว ซึ่งเขายอมให้เป็แบบนั้นไม่ได้
..
หลังจากที่กินข้าวเสร็จเอกก็มาเช็กเงินสดในกระเป๋าของเขาปรากฏกว่าเหลือ870บาท สาเหตุก็เป็เพราะว่าซื้อนาฬิกาข้อมือไปจึงลดเหลือแค่นี้ ส่วนที่ขายน้ำมันได้เอกยังคงไม่แตะต้องมันเพราะเขากลัวว่าเงินมันจะคลาดเคลื่อน เดี๋ยวแบ่งกำไรไม่ลงตัว
เมื่อได้ผลสรุปเอกก็รอให้ถึงพรุ่งนี้จึงจะจัดการ รอให้น้ำมันขายหมดถึงจะทำสิ่งต่างๆ ได้ง่ายขึ้น
..
เข้าวันถัดมาเอกก็ตื่นไปโรงเรียนอีกเช่นเคย แน่นอนว่าเขาไปวิ่งออกกำลังกายเบาๆ ไม่ได้ทำอะไรมากเหมือนในปกติเพราะไม่ค่อยมีเวลา ซึ่งทำได้แค่นี้เขาก็รู้สึกว่าดีแล้ว
ั้แ่ที่เขาได้ย้อนเวลากลับมาแม่จองเขาก็ไม่เคยได้ปลุกเขาลุกจากที่นอนเลยสักครั้ง ถ้าเป็เมื่อก่อนคงได้ปลุกทุกวัน..
การเรียนของเอกก็ดำเนินไปตามตารางเรียน และเขาก็หลับอีกเช่นเคยในทุกๆ คาบ
..
ทางด้านเทียนพ่อของเอกพอถึง่เช้าเขาก็ขับรถมอเตอร์ไซค์พ่วงข้างของเขาไปเก็บเอาข้าวของผู้ที่มาบอกเขาั้แ่เมื่อวานมาสี กว่าจะสีข้าวเสร็จก็เป็เวลาสิบโมงเช้า
หลังจากนั้นเขาก็ลองปล่อยน้ำบ่อปลาว่ามีที่น้ำจะซึมได้หรือไม่ ปรากฏว่าไม่มีเขาก็ปล่อยน้ำให้ได้ระดับที่เขา้าทั้งสามบ่อ จากนั้นเขาก็เข้าเมืองเพื่อไปซื้อลูกปลามาเลี้ยง ซึ่งเขาเลือกปลาสองชนิดนั่นคือปลาดุกกับปลานิล ทั้งหมดอย่างละ300ตัว เป็เงินกว่า1,500บาท
สาเหตุก็เป็เพราะทั้งสองชนิดนี้เป็ปลาที่มีราคาและค่อนข้างหายากในพื้นที่ที่พวกเขาอาศัยอยู่ และที่สำคัญกว่านั้นมันเป็ปลาที่ชาวบ้านนิยมกันบริโภคด้วย
เมื่อเทียนซื้อปลาได้แล้วเขาก็ไม่ได้เอาปลากลับบ้านมาเอง เขาให้ทางร้านมาส่งเขาด้วยซึ่งเสียค่าส่งอีก200บาท ถ้าหากเขาเอาปลามาเองปลาคงตายหมดกลางทางแน่ๆ
..
เทียนซื้อปลาเสร็จเขาก็ไม่ได้กลับบ้านทันทีเขาเดินไปที่ร้านขายเครื่องให้ออกซิเจนด้วย เพราะถ้าปลาขาดออกซิเจนขึ้นมาพวกมันจะตายเอา อันนี้เอกบอกมา
รายการซื้อเขายังไม่หมดยังเหลือปูนขาวอีก เขา้าพวกมันเอาไปปรับสภาพน้ำด้วย ซึ่งราคาทั้งหมดที่เทียนต้องจ่ายในวันนี้มากกว่า6,000+ เลยทีเดียว