ในฝันร้ายของกู้เยว่ฉี นางเห็นงานเลี้ยงชมจันทร์ทุกขั้นตอน โคลงอันไพเราะของผู้ชนะทั้งสามนางจำได้ขึ้นใจ คราวนั้นนางไม่เห็นตงฮุ่ยิอยู่ในสายตาเพราะรู้ว่าตนเองสามารถเขียนลวี่ซือเอาชนะได้แน่ แต่ที่มิได้คาดคิดก็คือผู้ที่ชนะอันดับสามมิใช่ลี้อิ่ง จงเป่าหนิงสหายของนางแซงหน้าสตรีอื่นขึ้นมาได้
ตัวนางที่ชนะเลิศเลือกเอากล่องสีทองที่แกะสลักอย่างงดงาม ส่วน ตงฮุ่ยิเลือกเอากล่องสีแดง ทำให้กล่องสีดำตกเป็ของจงเป่าหนิง เมื่อเปิดกล่องทั้งสามปรากฎว่าสิ่งที่นางได้ไปก็คือ สิ่งของที่มีค่าน้อยที่สุด ทว่านางกลับได้โอกาสในการนั่งอยู่ใกล้กับหลิงเจาเหว่ยและพูดคุยกับเขาอย่างถูกคอ
‘ข้าคิดว่าตนเองฉลาดนักหนา แท้จริงก็เป็เพียงสตรีตาไร้แวว ไม่ว่าจะเลือกสิ่งของหรือบุรุษล้วนมองดูเพียงหีบห่อ สุดท้ายได้ของแย่ที่สุดมาทั้งคู่’
พลันกู้เยว่ฉีก็ชะงักมือที่กำลังเขียนโคลง นางกำลังข้องใจในตัวคุณชายสกุลมู่ ในคืนที่นางคลานเข้าไปซ่อนในพงหญ้าคืนนั้น บุรุษที่ถูกเรียกว่าหัวหน้ามู่คือคนที่ช่วยฝังศพให้นาง เสียงของเขายังคงก้องอยู่ในหัว
“สตรีโง่ที่คิดว่าตนเองอยู่เหนือคนทั้งปวงอย่างเ้า สุดท้ายก็สิ้นชีพเพราะความหลงตนเอง หากเ้าไม่ชิงตายไปก่อน ข้าก็คงจะล้วงความลับในจวน อ๋องได้แล้ว แต่ก็ช่างเถอะ จุดจบของเ้าก็ต้องเป็เช่นนี้อยู่แล้ว กู้เยว่ฉีข้าหวังว่าชาติหน้าของเ้าจะดีกว่าชาตินี้”
เขาพูดราวกับว่านางทำให้แผนของเขาผิดพลาด จริงสิ ความลับในจวนอ๋องที่เขาอยากจะได้คือสิ่งใด? กู้เยว่ฉีเผลอตัวเอียงหน้าไปมองมู่จ้านกับมู่ชางที่กำลังนั่งดื่มสุราสนทนากันอย่างออกรส
‘สกุลมู่เองก็คิดว่าข้าสมควรตายอย่างนั้นหรือ?’
หลิงเจาเหว่ยเห็นกู้เยว่ฉีจ้องเขม็งไปยังขุนพลแซ่มู่ก็ไม่พอใจ ในที่นี้บุรุษที่นางสมควรให้ความสนใจมากที่สุดก็คือเขา จวนแม่ทัพจะสู้จวนอ๋องได้อย่างไร?
พ่อบ้านประจำจวนอ๋องหันไปดูก้านธูปที่กำลังจะมอดก็หันมาประกาศ “ใกล้จะหมดเวลาแล้ว เร่งมือด้วยขอรับ”
กู้เยว่ฉีหันไปมองลี้อิ่งที่ในฝันร้ายเขียนโคลงได้อันดับสี่ นางพยายามเขียนลวี่ซือคล้ายกับที่ลี้อิ่งเขียน ฉันทลักษณ์แม่นยำแต่ไร้ความลุ่มลึก พอพ่อบ้านชิงร้องบอกว่าหมดเวลา สตรีทุกคนก็วางพู่กันแล้วลุกขึ้นกลับเข้าที่นั่ง
“เก็บมาส่งได้” พ่อบ้านโบกมือ บ่าวรับใช้ก็เก็บกระดาษที่คุณหนูทั้งหลายเขียนเอาไว้มาส่ง
ร่างสูงโปร่งในชุดองครักษ์ของจวนอ๋องยืนกอดอกมองงานเลี้ยงจากหอคอยฟากตะวันออก วันนี้ผู้คนหลายร้อยเดินขวักไขว่ หัวหน้าคนรับใช้แต่ละเรือนคอยควบคุมสั่งการให้สาวใช้และบ่าวรับใช้ดูแลแขกที่มาร่วมงานอย่างแข็งขัน
“ดีนะ ที่พวกเราปลอมเป็องครักษ์ หากต้องคอยแบกถาดอาหารเดินเข้าเดินออกล่ะก็ เห็นทีคงไม่มีเวลาเงยหน้ามองผู้ใดแล้ว”
“หัวหน้า ถ้าข้าให้ท่านทำเช่นนั้น ข้าก็ถูกตีตายพอดี” อีกฝ่ายหัวเราะแหะๆ เขาต้องพยายามไม่เอ่ยแซ่ของคนที่ยืนอยู่ข้างๆ ออกมา
มู่โจวยกยิ้มมุมปาก จ้องมองไปยังลานกลางสวน “เ้าอย่าลืมล่ะ ข้าบอกแล้วให้เรียกข้าเหล่าโจว มัวแต่เรียกหัวหน้าประเดี๋ยวคนอื่นก็สงสัย”
“ขออภัยเหล่าโจว” เซียวเกิงยกมือขึ้นตบปากตนเองเบาๆ “ข้ายังชินปากอยู่ ต่อไปจะฝึกใหม่ให้ดีขอรับ”
ชายหนุ่มร่างสูงควักเอากระบอกขนาดนิ้วชี้ที่เป็สีทองออกมารูดให้ยาวออกแล้วยกขึ้นส่อง “ไม่รู้ว่าขุนพลจ้านจะได้พบว่าที่คู่หมั้นหรือยัง?” ในน้ำเสียงของมู่โจวฟังแล้วกลั้วเสียงหัวเราะน้อยๆ “ถ้ายัง ข้าอาจจะต้องจัดให้สักหน่อย”
เซียวเกิงส่ายหน้าไปมา หัวหน้าของตนดูภายนอกดุดันเคร่งขรึมแต่มักจะหาเื่แกล้งพี่ชายทั้งสองอยู่เรื่อยๆ พอถูกพี่ชายทั้งสองจับได้ก็จะตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จจนไม่ถูกลงโทษ
“อย่าเลยขอรับ หากว่าทำให้จวนอ๋องเกิดความหวังขึ้นมา จวนแม่ทัพจะลำบาก ระยะนี้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียดอยู่ด้วย”
มู่โจวชะงักเล็กน้อย จริงด้วย ครานั้นท่านพ่อบอกว่าหลิงอ๋องหวังจะให้พี่ชายคนโตของเขาหมั้นหมายกับหลิงซวงบุตรสาวที่เกิดจากชายาเอกม่าน แต่ท่านพ่อยืนยันว่านั่นจะเป็การทำให้ราชสำนักหวาดระแวงสกุลมู่ ปลายกล้องส่องทางไกลของมู่โจวสะดุดที่ใบหน้าของกู้เยว่ฉีพอดี นางกำลังหันหน้าไปทางตำแหน่งที่พี่ชายทั้งสองของเขานั่งอยู่
“เหล่าเซียว เ้าว่าคืนนี้จะมีแข่งขันเขียนลวี่ซือใช่หรือไม่?” ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเพราะเห็นท่าทางของกู้เยว่ฉีดูเหมือนไม่ตั้งใจแข่งขัน
“ขอรับ สายเราแจ้งมาเช่นนั้น”
“คุณหนูกู้ก็คงจะแสดงความสามารถต่อหน้าคนทั้งจวนอ๋องเพื่อ่ชิงโอกาสในครั้งนี้แน่” ชายหนุ่มลดกล้องส่องทางไกลอันจิ๋วลง ระยะหอคอยของพวกเราอยู่ห่างจากลานจัดเลี้ยงพอสมควร ได้ยินเสียงดนตรีแต่บางคราลมพัดเอาเสียงประกาศลอยหายไป “เ้าว่านางจะได้อันดับหนึ่งหรือไม่?”
เซียวเกิงติดตามมู่โจวสืบเสาะเื่ของสกุลกู้มาพักใหญ่ เขาจึงตระหนักถึงความรู้ความสามารถและความร้ายกาจของคุณหนูใหญ่สกุลกู้
“ชนะแน่นอนขอรับ ทั่วเมืองหรงเฉินนี้ยากจะหาผู้เทียบนางได้”
มู่โจวยิ้มกริ่ม “จวนอ๋องก็กำลังรอนางงับเหยื่อ หากนางชนะการเขียน ลวี่ซือในคืนนี้ก็เหมาะอย่างยิ่ง นี่เป็โอกาสดีสำหรับทั้งสองฝ่าย ส่วนพวกเราก็เข้าใกล้สิ่งที่ตามหาเข้าไปทุกที”
“หวังว่าแผนของนายน้อยครั้งนี้จะสำเร็จนะขอรับ”
มู่โจวหุบยิ้ม ครั้งก่อนเขารู้แผนลอบสังหารจอมปลอมของหลิงเจาเหว่ยแต่พอไปแอบดูกลับเห็นว่าฝีมือของมือสังหารกลุ่มนั้นคล้ายกับโจรสลัดในน่านน้ำที่เขากับพี่ชายเคยปะทะ เขาอดทนรอให้แผนของซื่อจื่อจอมเ้าเล่ห์เสร็จสิ้นก็คิดจะตามไปจับโจรพวกนั้นมาสอบสวนแต่กลับพบว่าคนของซื่อจื่อตามฆ่าปิดปากพวกมันจนหมด ดีที่เขาจับผู้รอดชีวิตมาได้สองคน
“ไม่น่าเชื่อว่ากู้เยว่ฉีที่อยากเป็ซื่อจื่อเฟยจนทำทุกวิถีทางจะยอมทำทีแสร้งปล่อยเพื่อจับ สกุลกู้ส่งคนมาช่วยซื่อจื่อแต่นางไม่ยอมฉวยโอกาสเข้าไปในจวนอ๋อง ทำให้พวกเขาต้องลำบากจัดงานเลี้ยงสิ้นเปลืองเงินทอง สตรีผู้นี้จิตใจ ลึกล้ำนัก ครั้งนี้นับเป็เวทีใหญ่ หากนางจะแสดงตนว่าเหนือกว่าตงฮุ่ยิกับ ลี้อิ่งก็เหมาะแล้ว การชนะสตรีอื่นต่อหน้าคนในงานใหญ่ย่อมยากจะมีผู้กล้าตำหนิว่านางไม่คู่ควร”
บุตรชายคนเล็กของจวนแม่ทัพมองไปยังงานเลี้ยงเบื้องล่าง คุณชายจากสกุลต่างๆ ถูกเชิญขึ้นมาอ่านโคลงของหญิงสาวที่เข้าแข่งขัน พอครบทั้งยี่สิบแผ่น พ่อบ้านชิงก็ประกาศให้ทุกคนในงานลงคะแนน บ่าวรับใช้ของจวนอ๋องถือแท่นเครื่องเขียนและกระดาษไล่ไปทีละโต๊ะให้แต่ละคนเขียนหมายเลขโคลงที่ตนชอบ จากนั้นก็มีกล่องรับคะแนนให้หย่อนบัตรลงไป
การขานคะแนนเป็ไปอย่างบริสุทธิ์ยุติธรรม กระทั่งมีการประกาศรายชื่อผู้ชนะสามคนแรก สตรีที่ทยอยเดินขึ้นเวทีนั้นไม่มีกู้เยว่ฉี มู่โจวขมวดคิ้ว
“ข้าไม่ได้ตาฝาดใช่หรือไม่? เหตุใดจึงไม่มีนาง?”
“ไม่มีจริงๆ ด้วยขอรับ”
ไม่เพียงแต่คนทั้งสองบนหอคอยรักษาการณ์ที่ใ หลิงเจาเหว่ยที่นั่งอยู่ปะรำพิธีเองก็ถึงกับกำจอกสุราแน่น เขามองไปทางกู้เยว่ฉีที่ก้มหน้าเล็กน้อย หยิบเอาขนมอบก้อนเล็กใส่ปากแล้วดื่มน้ำชาตาม คล้ายกับไม่ใส่ใจที่ตนพ่ายแพ้
*************
ไรเตอร์แนะนำ อีบุ๊กเื่ "พลิกชะตาแค้นสามี" จำนวน 2 เล่ม (ยังไม่จบ) ทาง mebmarket.com ค่ะ
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiNDQ1ODg3MCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjY6IjMwNjUxNCI7fQ
