ความสุขสั้น ๆ ของศิลา
“สวัสดีค่ะคุณศิลา “จันทร์แขกล่าวทัก เมื่อศิลาเปิดประตูห้องพัก
“คุณแข มายังไงกันครับ เชิญเข้ามาข้างในก่อนซิครับ นายพงศ์รู้คงดีใจน่าดูเลย “ศิลาเชื้อเชิญอย่างคนมีความหวังลึก ๆ ในใจ
“คุณศิลาทายซิว่าแขพาใครมาด้วย " จันทร์แขยิ้มหน้าทะเล้นให้ชายหนุ่ม
ศิลาหน้าบานขึ้นมาทันที เมื่อรู้ว่าคำถามของจันทร์แขหมายถึงใคร
“ขอบคุณ คุณแขมากครับ ไหนล่ะครับเสือน้อย แกอยู่ไหน “ศิลาละล่ำละลักถาม ด้วยความดีใจ ส่ายตามองหาไปมา
“นี้ไงคะ “จันทร์แขเบี่ยงตัวออกจากเด็กน้อย ที่ยืนอยู่ด้านหลังของเธอ
ร่างของเด็กน้อยปรากฏขึ้นทันที ศิลาหัวใจพองโต เมื่อได้เห็นหน้าลูก เขาอุ้มเสือน้อยขึ้นมากอด อย่างลิงโลดใจ
“สวัสดีคับคุณลุง “เสือน้อยยกมือไหว้
ศิลาหอมแก้มดังฟอด ด้วยความรักความคิดถึงล้นหัวใจ เขากอดลูกชายไว้แนบอก กอดให้สมกับความคิดถึง มา ณ บัดนี้เขารู้แล้วว่า บิดานั้นมีความรักบุตรขนาดไหน เขารู้แล้วว่า คำที่ทนงเกียรติบอกรักเขานั้น เป็ความจริงทั้งสิ้น และความหมายของคำว่า ลูกผู้ชายนั้นมันยิ่งใหญ่ กว่าคำว่าผู้ชายมากขนาดไหน เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมป๋า ถึงต้องรับผิดชอบดวงมณีกับลูก ทุกคำที่ทนงเกียรติเคยพูดไว้นั้น มันถูกต้องทั้งหมด บัดนี้เขาเข้าใจแล้วว่าความรับผิดชอบ จะต้องมีอยู่ในความเป็ลูกผู้ชาย และเมื่อได้บวกกับความรักด้วยแล้ว มันยิ่งเป็เื่ที่ยิ่งใหญ่ ไม่ว่าจะเกิดกับลูกผู้ชายคนไหนก็ตามที
“คุณศิลาค่ะ เดี๋ยวเย็น ๆ แขจะมารับแกนะคะ “จันทร์แข เปิดโอกาสให้ สอง พ่อลูกได้อยู่ด้วยกัน
“แขไปก่อนนะคะ “หญิงสาวกล่าวลา เมื่อเห็นพงศ์เกษมเดินตรงมา
“ขอให้มีความสุขนะเพื่อน “พงศ์เกษม อดปลื้มใจไปกับเพื่อนด้วยไม่ได้
“แกก็ด้วย ขอให้มีความสุข คุณแขครับ ผมขอบคุณ ขอบคุณ คุณแขมาก ๆ เลยครับ “ศิลาหันมากล่าว ขอบคุณจันทร์แขอีกครั้งอย่างจริงใจ
“เสือน้อย อย่าลืมสัญญา ที่ให้กับแม่แขนะครับ “จันทร์แขทวงสัญญาก่อนไป
“เสือน้อย ไม่ลืมหรอกครับแม่แข “
“ดีแล้วลูก เย็น ๆ แม่แขจะมารับนะครับ “
“คับ “เสือน้อยรับคำเสียงใส
“แขไปก่อนนะคะ “
ศิลายืนมองพงศ์เกษมกับจันทร์แข เดินเคียงคู่กันไปอย่างมีความสุข ก็อดที่จะสะท้อนใจกับตัวเองเสียไม่ได้ เมื่อไหร่หนอ เขาจะได้มีโอกาสเดินเคียงคู่ไปกับแพรพิมพ์ โดยมีเสือน้อยแทรกอยู่ตรงกลาง ระหว่างเขากับแพรพิมพ์บ้างหนอ
“เราเข้าไปข้างในกันเถอะเสือน้อย พ่อ .... เออ ลุงมีของเล่นให้เสือน้อยเยอะแยะเลย “
ศิลาบอกลูก ขณะที่เขาอุ้มลูกเดินเข้าไปในห้อง ด้วยความปลื้มปีติใจ
โลกหม่นหมองของศิลา เวลานี่ดูสดชื่นมีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง ถึงจะยังไม่เต็มใบก็ตามที แต่เขาก็พอใจ ที่ได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับลูกบ้าง ในส่วนลึกของหัวใจ เขาก็ยังแอบหวังไว้ว่า สักวันหนึ่ง แพรพิมพ์คงจะยอมรับให้เขาเข้ามาร่วมใช้ชีวิตไปด้วยกัน ยอมรับเขาเป็สามี เป็พ่อของลูก เป็คนที่คอยดูแล ปกป้องปัดเป่าความทุกข์ และภัยอันตรายต่าง ๆ ให้ห่างไป เขาใช้เวลาอันน้อยนิดที่มีอยู่อย่างเต็มที่ กับความหวังความฝัน และกับเสือน้อยอย่างเต็มที่ เขาเหลือบมองนาฬิกาที่ผนังห้อง เเล้วก็อดใจหายไม่ได้ ความหดหู่เริ่มก่อตัวขึ้นมา เขากอดเสือน้อยไว้แน่น ด้วยความเสน่หา สมองเริ่มสับสน ไม่รู้ว่าจะหาทางไหน ให้แพรพิมพ์ยอมรับตัวเขา แล้วยอมให้เขารับผิดชอบ กับสิ่งที่เขากระทำมาั้แ่ต้น
ในที่สุดศิลาตัดสินใจเด็ดขาด ว่าจะต้องจัดการเื่นี้ให้เรียบร้อยเสียที ไม่ว่าผลจะออกมาอย่างไรก็ตาม เขาพร้อมที่จะยอมรับสภาพที่จะ
ตามมา
เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ศิลาใจหายวาบ เมื่อถึงเวลาที่เสือน้อยจะต้องจากเขาไป เขาเดินไปเปิดประตูห้อง
“เป็ไงบ้างคะ เสือน้อยดื้อหรือเปล่าคะ “จันทร์แขถามยิ้ม ๆ
“ไม่ครับ “ศิลาตอบเสียงสะท้าน ใบหน้าเจื่อนสี
พงศ์เกษมซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ จันทร์แข มองเห็นหน้าเพื่อนแล้วอดสลดใจไม่ได้
“นายใหญ่ นายไม่ต้องวิตกกังวลไปหรอกนะ เราสองคนจะช่วยหาทาง ช่วยเหลือนายอีกทางหนึ่ง ฉันเชื่อว่าเื่นี้ จะต้องจบลงด้วยดี เชื่อ
ฉันซิ “
“แขก็คิดเช่นเดียวกับคุณพงศ์ค่ะ เอาอย่างนี้นะคะ แขจะหาโอกาสพาเสือน้อยมาหาคุณบ่อย ๆ “จันทร์แขอดที่จะเห็นใจชายหนุ่มไม่ได้
“ขอบคุณครับ คุณแข ที่เข้าใจผม พงศ์ด้วยนะ ฉันขอบใจนายจริง ๆ “
“เห็นทีแข ต้องพาเสือน้อยกับเสียทีล่ะคะ เดี๋ยวจะผิดสังเกต “จันทร์แขเอ่ย เพราะไม่อยากเห็นสีหน้าหม่นหมองของศิลา เพราะอดสงสารเสียไม่ได้
“ครับ เข้ามาข้างในก่อนซิ เสือน้อยนั่งเล่นอยู่ข้างใน “
ทั้งสามก็เดินเข้าไปในห้อง จันทร์แขเดินเข้าไปหาเสือน้อย
“เราต้องกลับบ้านกัน แล้วละเสือน้อย เย็นมากแล้ว ลาคุณลุงก่อนซิลูก “จันทร์แขบอกเด็กน้อย
เสือน้อยทำตามอย่างนอบน้อม ศิลากอดลูกอีกครั้ง ด้วยความชอกช้ำใจ
“แล้วมาหา ..... ลุงอีกนะครับ “ศิลาบอกลูกเสียงอ่อนระโหยโรยแรง
“คับ คุณลุง “
“แขไปก่อนนะคะ “
“นายใหญ่ ฉันไปส่งคุณแข กับเสือน้อยก่อนนะ เดี๋ยวจะกลับมาคุยด้วย “
ศิลาพยักหน้ารับรู้ มองเด็กน้อยเดินจากไป ด้วยดวงใจโหยหา
พงศ์เกษมพาทั้งสองมาส่ง ถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ
ก่อนที่จันทร์แข จะพาเสือน้อยเข้าบ้าน จันทร์แขทวงสัญญา เป็การทบทวนความจำของ เด็กน้อย
“เสือน้อย แม่แขบอกเสือน้อยไว้เมื่อเช้านี้ เสือน้อยยังจำได้ไหมครับ “
เด็กน้อยทำท่าคิดสักครู่ แล้วพยักหน้าหงึก ๆ แทนคำพูด
“ถ้าจำได้ ไหนลองทวนให้แม่แขฟังหน่อยซิครับ “
“เรารักแม่แพร เราจะไม่บอกเื่คุณลุง เดี๋ยวแม่แพรเสียใจ เพราะแม่แพรกลัวว่า เสือน้อยจะไปรักคุณลุงมากกว่าแม่แพร “เด็กน้อยพูดเสียงใสชัดเจน
“ดีมากลูก “จันทร์แขชม
“คุณพงศ์ จะเข้าไปข้างในก่อนไหมคะ “จันทร์แขหันมาถาม
“คงไม่หรอกครับ ผมเป็ห่วงนายใหญ่มากเหลือเกิน ผมคงต้องลาตรงนี้เลยแล้วกัน “
“ก็ได้ค่ะ เสือน้อย ลาคุณลุงพงศ์เสียซิลูก “เด็กน้อยทำตาม
“คุณพงศ์ แขขอบคุณ คุณมากนะคะ ที่พาแข ไปเที่ยว วันนี้แขมีความสุขมากเลยค่ะ “
“ผมก็เช่นเดียวกันครับ “ชายหนุ่มส่งสายตาหวานซึ้งให้
“คุณแพร ค่ะ มีแขกมาขอพบค่ะ รออยู่ที่สวนหย่อมหลังตึกค่ะ “สะอิ้งเดินเข้ามารายงาน
“ทำไมไม่เชิญเขา เข้ามานั่งรอในห้องรับแขกล่ะ “แพรพิมพ์ถามอย่างสงสัย
“สะอิ้งบอกแล้วค่ะ แต่เขาขอรอคุณแพรอยู่ที่นั่น “
“แล้วเขาบอกชื่อหรือเปล่า แล้วมีธุระอะไร “
“เขาบอกว่ามีธุระสำคัญมาก ที่จะคุยกับคุณแพรเป็การส่วนตัว “
สะอิ้งบอก ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าชายผู้นั้นคือใคร แต่เขาขอร้องไว้ว่าไม่ต้องบอกชื่อกับแพรพิมพ์
“ผู้หญิงหรือผู้ชาย” แพรพิมพ์เริ่มหวั่นใจ
“ผู้ชายค่ะ “
แพรพิมพ์ไม่อยากคาดเดา แต่ก็อดหวั่นใจไม่ได้ เขาจะมาไม้ไหนกับเรานะ
“สะอิ้งไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะตามไป “
“ค่ะ คุณแพร “
สะอิ้งออกไปได้สักครู่ แพรพิมพ์ครุ่นคิดอยู่สักประเดี๋ยว จึงตัดสินใจเดินออกจากห้องนั่งเล่น แล้วเดินไปยังสวนหย่อมหลังตึก เมื่อเธอเห็นแขกที่มาขอพบ เป็คนคนเดียวกันกับที่เธอคาดไว้ไม่มีผิด สีหน้าที่เตรียมพร้อมเมื่อครู่นี้ ถึงกับเปลี่ยนสีทันที อารมณ์เกลียดชังเริ่มผุดขึ้นมา กลางหว่างใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
“แพร “ศิลาเอ่ยเรียกอยู่ภายในลำคอ
“คุณมาที่นี่ทำไม “แพรพิมพ์กระชากเสียงเข้มถาม
“ผมมีเื่ที่จะคุยและตกลงกับแพร “
“แต่ฉันไม่มี ไม่มีั้แ่วันที่ถูกคนใจสัตว์ ทำลายฉันในวันนั้นแล้ว กลับไปได้แล้ว ฉันไม่้าจะพบหน้า คนใจทรามอย่างคุณอีก “แพรพิมพ์สะบัดหน้า เดินหนีทันที
ศิลาวิ่งพรวดเข้าขวางหน้า แล้วรั้งตัวแพรพิมพ์ไว้ อีกฝ่ายพยายามขัดขืนดิ้นรน เพื่อให้หลุดจากการรั้งตัวของชายหนุ่ม ศิลาเห็นแพรพิมพ์ดิ้นรนขัดขืน เขาจึงดึงร่างบอบบาง ของหญิงสาวเข้ามากอด ไว้อย่างแ่า
“ปล่อยน่ะ ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ไอ้คนใจชั่ว ฉันไม่อยากให้คุณมาถูกเนื้อต้องตัวของฉัน รู้ไว้เสียด้วยว่าฉันเกลียดคุณที่สุดในโลก ได้ยินไหม “แพรพิมพ์พยายามดิ้นรน จากวงแขนของศิลา
“แพรฟังผมก่อนซิ ผมขอร้องเถอะ ให้โอกาสกับผมบ้าง ขอเพียงแพรยอมรับฟังผม แล้วหลังจากนั้นผมจะยอมทำทุกอย่าง ที่แพร้า “ศิลาบอก ขณะที่เขาก็พยายามต่อต้านกับการดิ้นรนของเธอ
“ปล่อยฉัน ได้ยินไหม ฉันบอกว่าให้ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ “แพรพิมพ์ตวาดเสียงเข้ม ใส่เขา
“ผมจะปล่อยแพร ถ้าแพรสัญญากับผมว่า จะคุยกับผมดีๆ “ศิลายื่นข้อเสนอ
“ฉันไม่มีอะไรจะคุยกับคุณ “แพรพิมพ์กระชากเสียงห้วน
“งั้นผมก็ไม่ปล่อย “ชายหนุ่มยื่นคำขาด
แพรพิมพ์หยุดดิ้นรน แล้วยืนนิ่ง ไม่มีคำพูดหลุดออกมาจากปากของเธอ แม้สักคำเดียว กิริยานิ่งเฉยของเธอทำให้ ชายหนุ่มเริ่มกลัว เขาจึงรีบคลายวงแขนออกทันที
“ผมขอโทษ ผมไม่มีเจตนา จะทำกับแพรแบบนี้ “ศิลารีบอธิบายเสียงสั่น
หญิงสาวยังคงยืนมองเฉย ไม่สนใจในคำพูดของอีกฝ่าย
“ผมอยากจะคุยเื่ลูกของเรา “
“ลูกของฉัน” หญิงสาวพูดสวนทันที โดยไม่ได้มองหน้าอีกฝ่ายเลย
“แพร ผมจะมารับแพรกับลูกไปอยู่ด้วยกัน แพรอย่าทรมานผมต่อไปเลยอีกนะ ทุกวันนี้ผมก็เหมือนกับ ตกนรกทั้งเป็อยู่แล้ว ได้โปรดเถอะให้อภัยผมด้วย “ชายหนุ่มคุกเข่าอ้อนวอน ขอความเมตตาเห็นใจจากหญิงสาว
แพรพิมพ์เดินถอยหลังไปสองสามก้าว แล้วจ้องเขาตาเขม็งด้วยความเกลียดชัง
“ฉันต่างหากล่ะ ที่เป็คนตกนรกทั้งเป็ ความสุขความฝันที่ฉันมีทั้งหมด กลับต้องพังทลายลง ก็เพราะถูกทำลายด้วยน้ำมือของคนใจชั่วอย่างคุณ ไปเสียเถอะ อย่าได้เข้ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตฉันและลูกเลย ทางใครก็ทางมัน อย่ามาสร้างเวรสร้างกรรมซึ่งกันและกันเลย ทุกวันนี้ฉันก็อยู่อย่างขมขื่นใจอยู่แล้ว อย่าเข้ามาสร้างความรันทด ในชีวิตฉันอีกเลย ฉันขอร้องคุณไปให้ไกล จากชีวิตของเราสองแม่ลูกด้วยเถิด “
“แต่ผมรักแพรกับลูก และสิ่งที่ผมทำไปทุกอย่าง มันเกิดจากความตั้งใจ และความรักของผมทั้งสิ้น ทุกอย่างที่เกิดมันไม่ได้เกิดจากการแก้แค้น แต่มันเกิดจากความรักที่ผมมีให้คุณ เชื่อผมเถอะครับว่าผมรักแพรจริง ๆ “
“การกระทำแบบนี้น่ะหรือ เรียกว่าความรัก “หญิงสาวเน้นเสียงค่อนขอด
“ผมไม่มีทางเลือกจริง ๆ เมื่อผมรู้ว่าจะต้องสูญเสียแพรไป มันยิ่งทำให้ผมกระวนกระวาย กลัวจะเสียแพรไป ผมยอมรับว่า ผมเห็นแก่ตัว ทำอะไรโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง จนทำให้แพรและคนอื่น ๆ เดือดร้อนไปด้วย “
“มาคิดได้ตอนนี้ มันก็ไม่มีประโยชน์อะไรแล้ว ไปเสียเถอะ แล้วอย่ามายุ่งวุ่นวายกับชีวิตของฉันอีก “
“ผมจะยังไม่ไปไหนจนกว่า แพรจะยอมยกโทษ และให้อภัยกับผม “
“ฉันไม่รู้จักคำว่ายกโทษ และให้อภัย ว่ามีความหมายอย่างไร อย่ามาอ้อนวอนเลย เสียเวลาเปล่า ๆ คุณเอาเื่ไร้สาระทั้งหมด ออกไปจากชีวิตฉันเสียเถอะ “แพรพิมพ์เน้นน้ำหนักเสียง ให้เข้มขึ้นอย่างตั้งใจ
“ถ้าแพรไม่ยกโทษและอภัยให้ผม ผมก็จะขอชดใช้สิ่งที่ผมทำกับคุณ ด้วยชีวิตของผมเอง “
ชายหนุ่มหมดแรงที่จะทรงตัวให้มั่นคงอยู่ได้ คำพูดที่เขาได้ยินนั้น มันทำให้เขาหมดหวัง น้ำตาแห่งความสิ้นหวังเริ่มซึมขึ้นที่หัวตา
หญิงสาวมองเห็นกิริยาท่าทาง และใบหน้าอันเต็มไปด้วยความเศร้าโศกรันทด ความผิดหวัง ความสูญเสียอาดูร ซึ่งปะปนกันอยู่บนในดวงหน้า และแววตาที่ฉ่ำไปด้วยน้ำใส ๆ ที่ทำท่าจะร่วงหล่นเสียให้ได้ เล่นเอาแพรพิมพ์ใจหายวาบเหมือนกัน นึกสงสารเขาขึ้นมาอย่างจับจิตจับใจ แต่เธอก็ต้องแข็งใจ ไม่สะทกสะท้านกับอาการของเขา
“คุณไปเสียเถอะ ฉันไม่้าชีวิตของคุณ ชีวิตของคุณมันไม่มีประโยชน์อะไรกับฉัน เราต่างคนต่างอยู่เถอะนะ ในไม่ช้าเราก็จะลืมกันและกันได้เอง “หญิงสาวพูดเสียงอ่อนลง
“ผมจะลืมได้ก็ต่อเมื่อ ผมสิ้นลมหายใจจากโลกนี้แล้ว “ศิลากล่าว ด้วยเสียงสั่นเครือ
“แพร ให้โอกาสผมไม่ได้เชียวหรือ เปิดใจรับผมสักนิดด้วยเถอะ ให้ผมพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า ผมรักคุณกับลูกจริง ๆ ทุกสิ่งที่ทำไป ผมทำด้วยความรัก และความตั้งใจจริง ๆ “ศิลายังคงพยายามอ้อนวอน
“จบลงเพียงแค่นี้เถอะนะ อย่าได้มาเพิ่มความทุกข์ให้ฉันอีกเลย ฉันขอร้อง “แพรพิมพ์พูดจบ ก็เดินจากเขาไปด้วยความรู้สึกหม่นหมอง
“เดี๋ยวซิแพร ทำไมคุณถึงใจแข็งแบบนี้ “
น้ำใส ๆ ที่เอ่อขึ้นตรงหัวตา ก็เริ่มไล่ตามกันมา น้ำตาของลูกผู้ชายไหลพรั่งพรูออกมาอย่างสิ้นท่า การกระทำที่เขาก่อขึ้นมานั้น มันก็สร้างความปวดร้าว ให้เขาอย่างแสนสาหัสอยู่แล้ว ยิ่งมาได้รับฟังคำพูดของแพรพิมพ์ ยิ่งสร้างความอาดูรยิ่งขึ้น ด้วยเขานึกไม่ถึงว่าผลลัพธ์ ที่ออกมาจะตรงกันข้าม กับที่เขาคาดคิดเอาไว้อย่างสวยหรู
“นายหายไปไหนมา “พงศ์เกษมถาม เมื่อเห็นศิลาเดินด้วย ท่าทางอ่อนแรงอ่อนใจ
“ไปหาแพรมา “ศิลาบอก เมื่อตัวเองนั่งบนเก้าอี้ด้วยความผิดหวัง
พงศ์เกษมมองหน้าซีด ๆ สีของเพื่อนรักแล้ว อดใจหายไม่ได้
“แล้วคุณแพรว่าอย่างไรบ้าง “พงศ์เกษมถามเบา ๆ ด้วยเกรงว่าคำถาม ของเขาจะไปะเืใจเพื่อน
ศิลาถอนหายใจก่อนตอบ
“แพรไม่ยอมยกโทษและอภัยให้ฉันเลย ฉันคาดการณ์ผิดไปถนัด ฉันไม่คิดเลยว่าผู้หญิงใจดี อ่อนหวานอย่างแพร จะใจแข็งได้ขนาดนี้ แล้วนี่ฉันจะทำอย่างไร นายช่วยคิดหน่อยซิ ว่าจะทำอย่างไร ให้แพรยอมยกโทษให้ฉัน มันมืดแปดด้านไปหมด “ศิลาถอนใจอย่างหมดกำลังใจ
“ใจเย็น ๆ ซิเพื่อน มันต้องมีทางออกซี “พงศ์เกษมพูดให้กำลังใจ
“ใจฉันจะขาดอยู่แล้วนะ ฉันยังมองไม่เห็นหนทางเลย พงศ์ฉันมันเลวจนไม่สามารถ ให้อภัยกันได้เชียวหรือ บอกฉันหน่อยซิ ว่าฉันเลวมาก ขนาดให้อภัยกันไม่ได้เชียวเลยหรือ
“ไม่หรอกน่า นายอย่าคิดมากอย่างนี้เลย ฉันว่านายไปอาบน้ำอาบท่า แล้วพักผ่อนสักหน่อยไม่ดีหรือ ตื่นขึ้นมาสมองจะได้ปลอดโปร่ง มีเรี่ยวมีแรงแก้ปัญหาต่อไป ระหว่างที่แกพักผ่อน ฉันจะเตรียมอาหารไว้ให้เอง “พงศ์เกษมบอก เมื่อเห็นสีหน้าของเพื่อนไม่ดีนัก
“ขอบใจมากพงศ์ ที่เป็ห่วงฉัน ฉันคงนอนไม่หลับแน่ ถ้าฉันยังจัดการเื่นี้ไม่เรียบร้อย ฉันคงนอนตายตาไม่หลับแน่ “ศิลาบอก ด้วยน้ำเสียงชอกช้ำ
“ไม่เอาน่า ฉันเชื่อว่าเื่ของนาย จะต้องจบลงอย่างมีความสุข เอาอย่างนี้ ฉันจะช่วยพูดกับคุณแพรอีกแรง นายไปอาบน้ำอาบท่าก่อน แล้วพักผ่อนก่อนเถอะนะ อย่าเพิ่งคิดอะไรมาก เื่ทุกเื่ ปัญหาทุกปัญหาย่อมมีทางออก “พงศ์เกษมบอกเพื่อน เพื่อให้ศิลาคลายความวิตกกังวลลง
ศิลาพยักหน้ารับ แล้วลุกเดินหายเข้าไปในห้องน้ำ
“คุณแข ผมกลุ้มใจกับเื่ของนายใหญ่จังครับ คุณแขรู้ไหมเมื่อวานนี้ นายใหญ่เขาไปหาคุณแพรมา “
“จริงหรือคะ ไม่เห็นแพรพูดให้ฟังเลย “จันทร์แขถามด้วยความประหลาดใจ
“ก็จริงนะซิ ครับ “
“แล้วคุณศิลาเป็อย่างไรบ้างคะ “จันทร์แข ถามด้วยความเป็ห่วงเป็ใย
“จะเป็อย่างไรเล่า ก็เหี่ยวกลับมาน่ะซิ ทำท่าจะเป็จะตายเสียให้ได้ ผมเงี้ยสงสารจับใจ เฮ้ย! ผมเห็นแล้วไม่สบายใจเลย ท่าทางหมดกำลังใจเอามาก ๆ เสียด้วย “พงศ์เกษมพลอยหมดเรี่ยวแรงไปกับเพื่อนด้วย
“เราคงปล่อยให้เื่เป็แบบนี้ต่อไปไม่ได้อีกแล้ว เราจะต้องหาหนทางช่วยคุณศิลา แขนึกไม่ถึงเลยว่าแพรจะใจแข็งได้ถึงขนาดนี้ ไม่รู้จะทิฐิอาฆาตแค้นอะไรนักหนา อีกฝ่ายเขาก็ยอมรับผิดแล้ว น่าจะยอม ๆ เสีย อย่างน้อยก็เพื่อลูก เพื่ออนาคตของตัวเอง อยากจะตีเด็กดื้อเสียจริงๆ “จันทร์แขบอกอย่างเหนื่อยใจ
“แต่ผมว่าตอนนี้เราสั่งอะไร มาทานกันก่อนดีกว่า ผมชักจะหิวตงิด ๆ เสียแล้ว อิ่มท้อง เมื่อไร เผื่อสมองจะได้แล่นขึ้นมาบ้าง
พงศ์เกษมบอกพลาง ส่งสายตาหวาน ๆ ให้หญิงสาว
จันทร์แข ยิ้มให้อย่างเขิน ๆ ใบหน้าเป็แดงระเรื่อ พงศ์เกษมยิ้มให้เธอ อย่างเปิดเผยความรู้สึกในใจ ที่มีให้เธอ