บทที่ 2 นี่ข้าเบื่อหรือ?
ด้วยความที่ชีวิตในแต่ละวันเริ่มต้นขึ้นเหมือนเดิมทุกในทุกวันั้แ่ที่เข้าเมืองไปเมื่อวันนั้นก็ผ่านมานานแล้วไม่รู้ว่าในเมืองจะเป็ยังไงบ้าง “ข้าชักจะเบื่อแล้วสิ ข้าเบื่อแล้ว...มีอะไรให้ข้าทำบ้างนะ”ร่างบางพูดกับตัวเองพลางเดินวนๆอยู่ในบ้านคิดได้แบบนั้นร่างบางก็กระจายเวทมนตร์ตรวจจับออกไปรอบตัวด้วยระดับเวททำให้รู้ว่าโลกใบนี้มันกว้างใหญ่นักกว้างใหญ่กว่าที่อำนาจการตรวจจับตอนนี้จะทำได้ “เฮ้ออ.. ข้าต้องหาอะไรทำ ไม่อย่างนั้นข้าคงได้เบื่อจนตายแน่ๆ”ร่างบางพูขึ้นหลังจากที่นอนกลิ่งไปมาบนพื้น
“อ่า.. นี่ข้าลืมไปได้ยังไง”เ้าตัวพูดขึ้นจากนั้นก็กระจายรูนสื่อสารออกไป “นี่.. เ้าคนเมื่อวานได้ยินข้าหรือไม่” ร่างบางถามออกไป
อีกด้านหนึ่ง...
“หืออ.. เสียงนี้มัน”ทหารหนุ่นหันลี้หันขวางมองหาที่มาของเสียง “ท่านแม่ทัพหรือขอรับ..”ทหารหนุ่มส่งเสียงออกไปด้วยความตื่นเต้นนี่มันคือธาตุแบบไหนกันนะที่สามารถทำแบบนี้ได้
“ใช่.. นามของเ้าว่าอะไร” เ้าของเสียงถามกลับมา
“ อีริก ขอรับ นามของข้าคือ อีริก”ทหารหนุ่มรีบตอบกลับไป
“ดี...” ทันทีที่สิ้นเสียงตอบบนพื้น ณจตุรัสกลางเมืองก็ปรากฏวงเวทขนาดใหญ่พร้อมกับอักษรมากมายที่ยากจะเข้าใจและก็ยังเป็คำถามว่าธาตุใดที่สามารถทำแบบนี้ได้ ใจกลางวงเวทตอนนี้ปรากฏตัวของร่างบางที่เป็ผู้ร่ายเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ทรางความปั่นป่วนภายในเมืองไม่น้อย ทั้งเหล่าทหาร ชาวบ้านหรือแม่แต่คนระดับสูงในราชสำนัก
“นั่น.. แม่ทัพ์”เสียงชายคนหนึ่งกล่าวออกไปทั้งที่ยังอยู่ภายใต้อาการตกตลึง “เร็วเข้ารีบไปแจ้งทางสำนักให้ทราบ ท่านแม่ทัพปรากฏตัวแล้ว”หนึ่งในผู้าุโเร่งออกคำสั่งในทันทีส่วนตนเองนั้นกำลังหาทางที่เข้าไปพบท่านแม่ทัพโดยที่จะไม่เป็การเสียมารยาทมากเกินไป
ทางด้านของเ้าตัวที่เป็ต้นเหตุของทั้งหมดก็กำลังเจอกับปัญหา
“ข้าลงผิดที่อีกแล้ว...คิดว่าจะห่างกว่านี้สักหน่อย”ร่างบางพูดกับตัวเองและค่อยลอยตัวเข้าไปหานายทหารคนหนึ่งที่ตอนนี้ทุกคนกำลังสงสัยสาเหตุของการปารกฏตัวของท่านแม่ทัพ์
“ยินดีที่ได้พบกันอีกครั้งครับ ท่านแม่ทัพ” อีริกทหารหนุ่มที่เป็เป้าหมายของร่างบาง กล่าวทักทายด้วยความตื่นเต้นไม่คิดว่าจะได้พบท่านแม่ทัพและโดยที่จุดประสงค์ของท่านแม่ทัพจะเป็ตัวเขาเองและเหตุการณ์ที่ตัวตนในตำนานเข้าไปหาและสนทนาแค่นายทหารหนุ่มเท่านั้น ไม่ใช่ขุนนางหรือราชสำนักคนใดเป็เพียงแค่นายทหารหนุ่มใต้บังคับบัญชาเท่านั้น
“โซเทีย นามของข้าคือ โซเทียจากนี้ให้เรียกชื่อข้าเท่านั้น” ร่างบางตอบกลับไปเพราะไม่เข้าใจคนที่นี่เลยเหตุใดถึงเรียกเขาว่า แม่ทัพ์
“ขอรับ..ท่านโซเทีย”ทางนายทหารหนุ่มรู้สึกเป็เกียรติอย่างยิ่งที่ได้เรียกนามของท่านโดยที่ท่านเป็ฝ่ายอนุญาต“ท่านโซเทียมาที่นี่ มีอะไรให้กระผมรับใช้ครับ”คำถามของทหารหนุ่มดังพอที่จะทำให้คนรอบข้างได้ยินตอนนี้ทางเขาและคู่สนทนาเป็จุดที่น่าสนใจที่ของของเมืองนี้แล้วและเชื่อว่าทุกคนเองก็อยากรู้เช่นกัน
“ข้าเบื่อ...ที่ที่ข้าอยู่นั้นไม่ค่อยมีอะไรให้ทำเท่าไหร่เ้าพอจะแนะนำได้ไหมว่าเมืองนี้มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง”เ้าตัวตอบและถามกลับในขณะที่ยืนคิดอะไรไปเรื่อยเปือย “เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน..ตอนนี้ข้าหิวแล้ว พาข้าไปร้านที่เ้าเคยพาไปดีกว่า” ร่างบางเสนอออกมา
“ยินดีเลยขอรับ.. กระผมจะนำทางไปเองท่านอยากทานอะไรเป็พิเศษไหมขอรับ” ทหารหนุ่มถามร่างบางในขณะที่เดินนำทางไปด้วยและเหตุการณ์นี้ก็ทำทหารหนุ่มคนนี้เป็คนที่น่าจับตามมองที่สุดไม่ว่าจะฝ่ายไหนทุกคนอยากรู้ว่าทหารหนุ่มรู้จักกับตัวตนระดับตำนานนั้นได้ยังไง เพราะจากบทสนทนาเมื่อสักครู่ทำให้รู้แล้วว่าทั้งคู่เคยเจอกันมาก่อน
“ปลา.. อาหารที่ประกอบไปด้วยปลา” ร่างบางตอบออกมาเพราะถ้าจะถามว่าชอบอาหารแบบได้มากที่สุดเ้าตัวต้องตอบว่าปลาอยู่แล้ว “อีริกเ้ามานำทางให้ข้าแบบนี้ เ้าไม่ต้องทำงานรึ”ร่างบางถามออกไปเพราะที่จริงก็ไม่อยากจะรบกวนใครมากเพราะเดี๋ยวจะมีปัญหาอื่นๆตามมา
“ไม่ขอรับ ทางกระผมเองได้รับหน้าที่ใหม่หลังจากที่ท่านโซเทียรักษาแก่นธาตุของกระผมทำให้ผมได้เป็ผู้ฝึกสอนทหารหน้าใหม่ที่สำนักราชวังขอรับ”ทหารหารหนุ่มตอบออกมาด้วยตาเป็ประกายในใจอยากจะขอบคุณให้มากกว่านี้แต่ไม่รู้จะทำยังไงเนื่องด้วยเ้าตัวห้ามไว้[หากเ้ายังไม่หยุดขอบคุณข้า...รับรองเลยว่าเ้าจะลอยออกไปนอกเมืองโดยที่ไม่ต้องเดินให้เหนื่อยเลย...] แววตาที่แสดงออกมาว่ารำคาญจนถึงที่สุดแล้ว
“ข้าก็ยินดีกับหน้าที่ใหม่ขอเ้าด้วยเป็ธรรมดาที่ผู้แข็งแกร่งกว่าจะต้องนำทางผู้ที่ยังด้อยกว่า...ชีวิตมันก็เป็อย่างนี้” ร่างบางกล่าวไว้ พลางค่อยๆมองซ้ายมองขวาไปเรื่อยๆ“ข้าชักจะหงุดหงิดแล้วนะ.. เหตุใดคนเ่าั้ถึงเดินตามเราไม่เลิก..ให้ข้าสลายไปเลยดีหรือไม่”คำที่ร่างบางกล่าวออกมานั้นฟังดูหงุดหงิดและน่ากลัวจริงๆคนเ่าั้ได้ยินเป็ต้องหยุดฝีเท้าทิ้งระยะห่างออกมาเพราะเชื่อว่าหากร่างบางทำจริงก็คงทำได้ไม่ยาก
“เป็คนจากทางราชสำนักขอรับ..เราใกล้จะถึงแล้วขอรับแค่ผ่านตรอกด้านหน้าไป”ทหารหนุ่มบอกกับร่างบางในขณะที่ตอนนี้มีสีหน้าที่หงุดหงิดเต็มทนแล้ว
ในที่สุดก็ถึงปลายทางที่้าระหว่างที่เดินทางมานั้นมันช่างน่าหงุดหงิดซะจริงๆมีแต่คนมองข้าอย่างกับข้าเป็ุ์อัปลักษณ์พวกนั้นแต่ยังไงก็ถึงแล้วจะได้ไม่ต้องเจอกับสายตาพวกนั้น... ว่าแต่ที่นี่ดูเปลี่ยนไปมากมันดูสวยงายมากกว่าก่อนหน้าเลย
“ที่ร้านนี้เปลี่ยนแปลงไปส่วนหนึ่งก็ต้องขอขอบคุณทางท่าโซเทียเลยเนื่องจากการที่ท่านมาเยือนร้านขนมแห่งนี้ทำให้ร้านของเราเป็ที่รู้จักมากขึ้นขนาดทางราชสำนักยังส่งราชเลขาเข้ามาสอบถามเลยว่าท่านซื้อสินค้าชิ้นใดออกไปบางให้นำส่งไปที่ราชสำนักด้วย เรียกได้ว่าวุ่ยวายไปสักพักเลยขอรับ”ทหารหนุ่มกล่าวออกมาโดยที่ไม่สามารถปิดความยินดีที่แสดงออกมาผ่านทางสายตาไปได้ซึ่งเื่นี้เองก็สามารถยกระดับครอบครัวของเขาไปได้มากโขเลยที่เดียว
“ข้าหิวแล้ว.. ข้าขอที่นั่งส่วนสักหน่อยนะเพราเ้าพวกน่ารำคาญน่าจะตามเข้าไปด้วยแน่ๆเลย”ร่างบางพูดพลางเดินนำหน้าเข้าร้านไปตามด้วยทหารหนุ่ม
“อ่าว.. อีริก เ้ามาได้ถูกเวลาพอดีเลยข้ากำลังวุ่นวายเลย”หญิงสาวนางหนึ่งเอ่ยทักทหารหนุ่มใขตอนที่เดินเดินผ่านเข้าร้านไปพอดี “ว่าแต่เ้ามากับใครละ ลูกค้าหรือ” หญิงสาวถามออกมาด้วยความสงสัยเพราะไม่เคยเห็นลูกค้าคนนี้ในเมืองมาก่อน เนื่องจากเธอพึ่งกลับมาจากสถานศึกษาหลังจากที่ไม่ได้กลับมานาน เลยยังไม่ทราบตัวตนของบุคคลในตำนานที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“ใช่แล้วละ “มิล่า”ท่านโซเทียจะเป็ลูกค้าของเราวันนี้” อีริก บอกกับญาติสาวของตนไป“ขอที่นั่งให้ท่านโซเทียด้วย ขอแบบส่วนตัวเลยนะ”
“ยินดีเลย เ้าค่ะท่านโซเทียเดี๋ยวเราจัดหาที่นั่งให้สักครู่นะเ้าคะ” มิล่ากล่าวออกไปพร้อมกับเดินนำทางอย่างกระตือรือล้นการทำงานงานที่คล่องแคล่วนี้เป็ที่สนใจของโซเทียเอามากๆเนื่องจากเป็อะไรที่ตรงข้ามกับร่างบางแบบคนละขั้ว “ตรงนี้เลยค่ะท่าน เนื่องจากเป็ส่วนท้ายของร้านค่อนข้างมีความส่วนตัวและยังมองเห็นทิวทัศของเมืองจากตรงนี้ได้เลย”เ้าตัวแนะนำที่ที่ดีที่สุดของร้านให้เนื่องด้วยญาติผู้พี่ของนางเป็คนพามาด้วยแสดงว่าจะต้องเป็บุคคลสำคัญอาจจะเป็คนในราชสำนักเลยก็เป็ได้
“จริงอย่างที่เ้าว่า ที่ตรงนี้ดีกว่าที่ไหน”โซเทียกล่าวเห็นด้วย มองออกไปตามที่มิล่าแนะนำซึ่งมันก็สวยจริงๆ “ข้าชอบตรงนี้”โซเทีย หันมายิ้มให้กับทั้งคู่ ทำเอาคนทั้งคู่ตลึงรอยยิ้มนั้น
“ข้าดีใจที่ท่านชอบ... ท่านโซเทียเลือกอาหารตามที่ท่านชอบได้เลยนะเ้าคะ หรือจะสั่งอย่างอื่นที่ไม่มีในรายการก็ได้แค่ข้าเองก็ไม่แน่ใจว่ารสมือของพ่อครัวจะเทียบเท่า พ่อครัวในราชสำนักได้หรือไม่”นางกล่าวออกมา
“ก็ต้องลอง... ข้าอยากได้ปลา อาหารที่ทำจากปลาและชากลีบบัวหนึ่งกา” ร่างบางสั่งอาหารและชาที่ตนรู้สึกว่าอยากทานที่สุด
“ได้เลยเ้าค่ะ ..ข้าจะให้พ่อครัวทำออกมาอย่างสุดฝีมือไม่ให้แพ้พ่อครัวจากราชสำนักเลยเ้าค่ะ”ดูเหมือนญาติฝ่ายหญิงของทหารหนุ่มคนนี้จะเข้าใจผิดคิดว่าข้ามาจากราชสำนักอะไรนั่นแน่ๆ
“อีริก.. ตรงกำแพงฝั่งนั้นข้ารู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่เหมือนกับที่ข้ามาครั้งก่อน มันคืออะไรอย่างนั้นรึ”ร่างบางถามออกมาเพราะรู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่างที่ต่างออกไปเป็พลังงานที่ข้าเองก็ไม่เข้าใจ
“ท่านโซเทีย รู้สึกถึงกำแพงธาตุด้วยหรือขอรับเป็กำแพงที่เมืองออสติกเราภูมิใจมากขอรับ มันช่วยป้องกันสัตว์อสูรจากป่าตะวันออกกำแพงนี้พึ่งสร้างได้ไม่นานขอรับเนื่องจากเราต้องรวบรวมจอมเวทธาตุลมเป็จำนวนมากเพื่อสร้างกำแพงนี้ขอรับ”ทหารหนุ่มเล่าออกมาด้วยความภูมิใจเพราะตัวของเขาเองก็เป็ส่วนหนึ่งของการพัฒนานี้
“กำแพงนั่น.... “โซเทียเหมือนกับนึกถึงอะไรบางอย่าง “เหมือนมีบางอย่างกำลังมานะ”ร่างบางกล่าวออกไปตามความรู้สึก เหมือนกับมีสัตว์อสูรที่ทรงพลังมาจากทางทิศนั้น
“ท่านโซเทีย หมายความว่าอย่างไรขอรับ”ยังไม่ทันที่ทหารหนุ่มจะได้คำตอบจากร่างบาง ก็ปรากฏเสียงดังที่สะท้านไปทั้งเมือง
ตู้มม.. โคร่มม...เสียงนี้ดังอย่างต่อเนื่องที่กำแพงฝั่งตะวันออก ฝั่งที่เป็ป่าอสูรเป็เสียงที่เหล่าอสูรพยายามพังกำแพงเข้ามา ทันทีที่มีการปรากฏตัวของสัตว์อสูรทหารหนุ่มก็เร่งออกจากร้านโดยให้คำตอบว่าต้องไปช่วยเหล่าสหาย
“เฮ้ออ อาหารของข้า” ร่างบางถอดใจส่งสัยวันนี้ข้าคงได้อดแน่ๆเพราะั้แ่ที่มีเสียงดังขึ้นและทหารหนุ่มมุ่งหน้าออกไปทั้งร้านก็ตกอยู่ในความวุ่นวาย เสียงโวยวาย เสียงกรีดร้อง ก็ดังไปทั้งร้านแต่ที่ข้าสนใจคือ ญาติหญิงของทหารหนุ่มนายนั้น นางทั้งวิ่ง ทั้งกรีดร้องั้แ่ห้องครัวและออกจากร้านหายลับสายตาไป ถ้าอย่างนั้นข้าคงต้องกลับก่อน
“อุ๊ตะ องค์เทพี... ทำไมท่านยังอยู่ที่นี่ข้านึกว่าท่านกลับไปแล้ว” ก่อนที่ร่างบางจะลุกหนีญาติฝ่ายหญิงก็เป็ฝ่ายเดินกึ่งวิ่งเข้ามาหาก่อน
“เ้าจะเห็นข้าได้อย่างไรเ้าวิ่งหนีออกไปเป็คนแรก” ร่างบางกล่าวพร้อมกับมองหญิงสาว
“ขออภัยเ้าค่ะ พอดีข้าในิดหน่อยพอข้ารวบรวมสติได้ก็เร่งกลับมาเลยเ้าค่ะ” มิล่า กล่าวแก้ตัวออกไปในใจรู้สึกผิดที่อยู่ๆก็ทิ้งแขกคนสำคัญของญาติมาเสียได้
“เ้าไปตั้งสติถึงจตุรัสกลางเมืองเลยรึ”ร่างบางกล่าวยิ้มๆ เพราะมองเห็นการกระทำของนางั้แ่ต้น
“ท่านเห็นด้วยหรือเ้าค่ะ... “ท่าทางร้อนรนที่แสดงออกมาสร้างขวามขบขันให้ร่างบางไม่น้อย “เอาเป็ว่าตอนนี้หนีออกจากที่นี่ก่อนนะเ้าคะส่วนเื่อาหารข้าจะขอชดเชยให้วันหลังนะเ้าคะ” มิล่าพูดจบก็เป็ฝ่ายจับมือของร่างบางพลางเร่งให้ลุกตามมาไวๆ
ร่างบางเดินตามออกมาอย่างว่าง่ายญาติผู้พี่ของนางเคยบอกไว้ว่าหากมีเหตุการณ์จวนตัวหรือมีภัยขึ้นกับเมืองให้เข้าไปหลบรวมตัวกันที่ราชสำนักซึ่งตอนนี้นางกำลังพาร่างบางไปหรือจะเรียกว่าลากก็ได้
“นี่เ้ากำลังจะพาข้าไปไหน.. “ ร่างบางถามออกมาเพราะยังไม่เข้าใจการกระทำของอีกฝ่าย
“ข้าจะพาท่านไปหลบที่ราชสำนักเ้าค่ะตอนนี้ในเมืองอันตรายมากเพราะเริ่มมีสัตว์อสูรทลายกำแพงที่นักเวทสร้างมาได้แล้วเ้าค่ะ” มิล่ากล่าวออกมาอย่างร้อนรน
“หลบ... หลบงั้นรึ” ร่างบางถามออกมาเสียงดัง“ข้ามิเคยต้องหลบ... คนอย่างข้าต้องเผชิญหน้าเท่านั้น”ร่างบางกล่าวออกมาอีกครั้งพร้อมกับสบัดมืองออกมา และวาดอักษรแปลกๆภายในพริบตา“เคลื่อนย้าย” ร่างของทุกคนในบริเวณนั้นที่กำลังมุ่งหน้าไปที่ราชสำนักหายไปทันที
อีกด้านหนึ่ง
“ทำไมยังไม่มีใครไปตรวจดูชาวเมืองคนอื่นๆที่ยังไม่ได้เข้ามาหลบภัย...หดหัวอยู่แต่ที่นี่ยังเรียกตัวเองว่าทหารได้อยู่หรือ”เสียงกล่าวของแม่ทัพธาตุลม กล่าวกับทางผู้ได้บังคับบัญชา
“หน่วยของเราออกไปแล้วขอรับท่านแต่ยังไม่ได้รัยการติดต่อกลับมาขอรับ” ทหารอีกคนกล่าว
“พวกเ้ารีบหาทางนำชาวบ้าน.....”ยังไม่ทันที่แม่ทัพธาตุลมจะกล่าวจบ วงเวทขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้น “นั่นมัน...”ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรก็ปรากฏชาวบ้านในเมือง และทหารบางคนออกมาจากวงเวทนั้น
“ให้ตายสิองค์เทพี... พวกเรารอดแล้ว”เสียงโห่ร้องด้วยความยินดีของชาวบ้านเรียกสติของแม่ทัพหนุ่มธาตุลมได้
“วงเวทของแม่ทัพ์...แม่ทัพ์ทรมาช่วยพวกเรา”แม่ทัพธาตุลมกล่าวออกมาด้วยความยินดี
ทางฝั่งของ อีริก
“ท่านอีริก นักเวทออกไปทำภารกิจกลับมาไม่ทันแน่ๆตอนนี้ไม่มีใครสามารถซ่อมกำแพงเมืองได้ทัน อีกไม่นานกำแพงเวทก็จะต้านไม่ไหวแล้ว”ทหารได้บังคับบัญชาได้กล่าวกับอีริก สถานะการณ์ในตอนนี้ทหารในเมืองหน้าด่านเองก็รับไม่ไหวเช่นกัน
ทางฝั่งของ มิล่า
“ท่าน... ท่านทำได้ยังไง ย้ายคนทั้งเมืองมาที่นี่”มิล่าถามออกมาด้วยความทึ่ง บุคคลคนนี้จะใช่คนที่ท่าแม่เล่าให้ฟังหรือไม่ภายในหัวตอนนี้สับสนไปหมด หากใช่ ตัวข้าเองล่วงเกินอะไรไปบ้างจะทำยังไงดีท่าทางสองมือกุมที่หัวตอนนี้ เรียกความขบขันของร่างบางได้ไม่น้อย
“เ้าเลิกทำท่าทางประหลาด แล้วก็เข้าไปหลบซะ..เดี๋ยวตรงนี้ข้าคงต้องไปหาอีริกก่อน” ร่างบางพูดเสร็จก็วาดวงเวทอีกครั้งยังไม่ทันที่มิล่าจะหายงง ร่างบางก็หายไปแล้วพร้อมกับชาวบ้านเดิมเข้ามาถามด้วยความสนใจเพราะเื่ที่เกิมเมื่อสักครู่นั้นสามารถนำไปอวดให้คนอื่นๆรู้ว่าตนเคยถูกช่วยไว้ด้วยแม่ทัพ์และเดินทางด้วยเวทเครื่อนย้ายของท่าน
อีกด้าน
“ต้านไว้ให้ได้ จนกว่าแม่ทัพทั้งสีธาตุจะมา”อีริกบอกกับเหล่าสหายของตน พร้อมกับเร่งพลังธาตุดินออกมาสร้างเป็กำแพงสูง ด้วยแก่นธาตุที่ทางโซเทียเคยรักษาให้ทำให้มันมีพลังที่สมบูรณ์มากขึ้นแค่คนเดียวสามารถส่งพลังได้มาเท่ากับคนห้าคนผู้คนอื่นๆที่ััได้ต่างนับถืออีริก ด้วยเื่นี้
“สิ่งที่พวกเ้าทำตอนนี้มันกันเ้าสัตว์พวกนั้นได้ไม่นานหรอกนะ” เสียงที่ดังขึ้นข้างหลังอีริกเป็เสียงที่คุ้นเคย
“ท่านโซเทีย....” อีริกส่งเสียงออกมาชื่อนี้ใครๆก็รู้จักในนามของแม่ทัพ์
“ท่านแม่ทัพ์... โอ้ องค์เทพีพระองค์ส่งแม่ทัพ์มาช่วยเราแล้ว” เป็เสียงโห่ร้องด้วยความยินดี
“องค์เทพี... องค์เทพีอันใด” ร่างบางถามออกมาจู่ๆก็เกิดความเงียบมีแค่เสียงของสัตว์อสูรที่กำลังโจมตีเท่านั้น“ข้าเพียงแต่มาบอกลา อีริก ข้าจะกลับแล้ว” ร่างบางกล่าวออกมาด้วยเสียงเย็นๆทุกคนทำสีหน้าประหลาดๆไม่เว้นกระทั่ง อีริก
“ท่านโซเทียขอรับ โปรดช่วยเมืองของเราด้วยเราไม่เคยเจอสัตว์อสูรโจมตีหนักขนาดนี้มาก่อนเลยขอรับ” เป็อีริกเองที่ก้มหัวขอรองกับท่านโซเทีย ทหารคนอื่นๆก็เริ่มทำตาม
โซเทียมองออกไปอย่าง งงๆสัตว์พวกนี้มันไม่ได้จะโจมตีเมืองสักหน่อย “พวกเ้าไม่เห็นรึมันโจมตีเฉพาะกำแพงธาตุลม หากมันจะโจมตีเมืองจริงๆมันก็อ้อมไปอีกฝั่งที่ไม่มีกำแพงก็ได้นิ” โซเทียกล่าวออกมา
“จริงด้วย...” เป็อีริกที่เริ่มคิดได้ก่อนใคร“แล้วเหตุใดมันจึงเลือกที่จะโจมตีกำแพงกัน” อีริกถามโซเทีย
“เ้าสังเกตุสิอสูรพวกนั้นมีธาตุในตัวที่เหมือนกับกำแพงพวกมันแค่แย้งกันที่จะอณาเขตที่เหมือนกับธาตุของจนเองจริงมั้ยใครๆก็อยากแข็งแกร่งขึ้น ไม่เว้นแม้กระทั้งสัตว์อสูร” ร่างบางกล่าวออกมาทำให้ทหารเ่าั้คิดได้ทุกคนมีประกายตาแห่งความเข้าใจ
“อย่างนี้นี่เอง แต่ทางเราจะทำอย่างไรกันดีชาวเมืองไม่ได้อยู่กันอย่างสงบแน่หากยังมีเสียงพวกนี้อยู่” อีริกกล่าวออกมา
“ข้าจัดการเอง... แต่เ้าต้องเลี้ยงอาหารข้าวันนี้ข้ายังไม่ได้กินอะไรเลย อีกอย่างญาติผู้น้องของเ้ากล่าวสัญญากับข้าไว้แล้ว”โซเทียกอดอกมองไปที่อีริกการกระทำที่เหมือนจะสนิทกันเรียกสายตาอยากรู้ของทหารทั้งหมด
“ได้เลยขอรับ ข้าสัญญาอีกคนได้โปรดช่วยเมืองของข้าด้วยขอรับ” อีรีกสัญญามาอีกคน
“ดี...ข้าจัดการให้” ทันทีที่กล่าวจบโซเทียก็ทำลายกำแพงธาตุลมทันทีแรงะเิของกำแพงทำให้สัตว์อสูรกระเด็นกลับเข้าไปในป่าแต่กลับไม่ทำอันตรายใดๆกับทางทหารที่อยู่ใกล้กับกำแพงร่างบางลอยตัวขึ้นวาดอักษรรูนที่สลับซับซ้อนลำแสงสีทองส่องสว่างพุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า ปรากฏการณ์นี้สังเกตุได้แม้อยู่ต่างเมืองและมันสร้างความตื่นตลึงให้กับผู้พบเห็นวงเวทกระจายตัวออกครอบคุมเป็โดมสีทองก่อนที่จะหายไปกำแพงที่มาจากธาตุปริศนาก่อตัวขึ้นมาเสร็จสบูรณ์สร้างแรงกดดันกระจายไปทั่วแต่คนที่อยู่ในเมืองกลับรู้สึกต่างออกไป รู้สึกสดชื่นและปลอดภัยมันเหมือนกับถูกสลักไว้ในิญญาว่าหากอยู่ภายใต้กำแพงเวทนี้ตอนนี้ตนปลอดภัยแล้ว
“ความรู้สึกแบบนี้มันคืออะไร...ข้ารู้สึกปลอยภัยอย่างบอกไม่ถูก” หลายคนต่างเห็นด้วยกับสิ่งที่นายมหารผู้นี้
“ท่านโซเทีย... สิ่งนี้คือกำแพงหรือ” อีริกรู้สึกสงสัยกับการปรากฏของกำแพงนี้มันดูแข็งแรงและน่าเกรงขามมากกว่ากำแพงธาตุลมที่นักเวทนับร้อยคนเป็ผู้สร้างซะอีก
“พวกเ้าจะรู้สึกอย่างนั้นก็ไม่แปลกผู้คนที่อยู่ภายใต้กำแพงนี้ก็จะรู้สึกเช่นเดียวกัน”โซเทียกล่าวออกไปกลับยิ่งสร้างความสงสัยให้กับทหารเหล่านี้มากขึ้นกว่าเดิม“กำแพงนี้มีผลทางด้านจิตใจบางส่วนนอกจากจะสามารถรักษาทางร่างกายด้วยแล้วสภาพจิตใจเองก็เหมือนกัน ภาวะเจ็บป่วยจะค่อยๆถูกรักษาจนหายดีแต่ต้องใช้เวลานิดหน่อย”ร่างบางกล่าวออกมาโดยที่ไม่ได้หันไปมองสีหน้าของทหารแต่ละคนเลยว่ามีสีหน้ากันอย่างไรเท่ากับว่า เมืองนี้ เมืองหน้าด่านเป็เมืองแห่งการรักษาไม่แล้วละสิถ้าเื่นี้รู้ถึงจักรวรรดิจะเป็อย่างไรคงเดาได้ไม่ยาก
“ท่าน... นี่มันเป็เื่ใหญ่มากๆข้าเชื่อว่าทางราชสำนักเองก็คงไม่ปล่อยเื่นี้ไว้แน่ท่านโซเทียช่วยอยู่เพื่ออธิบายให้กับทางราชสำนักทราบด้วยนะขอรับ”อีริกถึงกับต้องขอร้องอีกฝ่ายเพราะเค้าเองลำพังคงตอบคำถามที่ถูกสาดเข้ามาไม่ไหวแน่
“เกรงว่าจะไม่ได้เพราะข้าพึ่งนึกออกว่าข้ายังมีธุระที่ต้องทำอีก”ร่างบางเจตนาเลี่ยงที่จะพบกับทางราชสำนัก
“ท่านคงไม่คิดจะให้ข้าอธิบายกับทางราชสำนักอยู่คนเดียวใช่ไหมขอรับ” อีริกพยายามส่งสายตาขอร้องเพราะตอนนี้มีเสียงการเคลื่อนไหวบางอย่างที่ดังออกมาจากในเมือง แม่ทัพทั้ง 4 ธาตุ และพวกข้าราชสำนักกำลังมาเยือน
ร่างบางยิ้มตอบและค่อยสลายหายไปเหมือนกับฝุ่นข้าได้คำตอบแล้วสรุปข้าคนเดียวอีกแล้วที่ต้องเป็คนจัดการต่อ.......