ท่านอ๋องคนต่อไป ต้องเป็นข้า

    ตอนที่ 40 หยกชิ้นนั้น

    เพราะการสนทนาเมื่อวานทำให้องค์หญิงไม่สบายใจเป็นอย่างมาก แม้หวังหย่งจะให้คำมั่นสัญญาว่าจะกลับมาหาองค์หญิงอย่างแน่นอนแต่เพราะสงครามไม่มีสิ่งใดที่จะรับประกันได้ว่าทุกชีวิตในสมรภูมิจะได้รับความปลอดภัย

                หวังหย่งยังคงยุ่งอยู่กับการคิดแผนของเขาทั้งคืนแน่นอนว่าถึงตอนนี้คงไม่มีทางเลือกอื่นอีกแล้ว สงครามที่ทุกคนไม่อยากให้เกิดย่อมจะต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และสิ่งที่หวังหย่งกำลังทำอยู่นั้นมันสำคัญต่อสงครามครั้งนี้มาก หวังหย่งหวังเหลือเกินว่า จะไม่มีใครเข้าไปขัดขวางแผนการที่เขาวางเอาไว้  หาไม่แล้วเลือดจะนองแผ่นดินอีกครั้งอย่างแน่นอน

                องค์หญิงนอนมองหยกที่หวังหย่งมอบให้  นับตั้งแต่ครั้งแรกที่พวกเขาได้พบกันองค์หญิงก็เห็นแล้วว่า หยกชิ้นนี้คือสิ่งเดียวที่ติดตัวของเขาอยู่ตลอดเวลา  แม้หลังจากนั้นเขาจะหลบซ่อนมันไว้ไม่ให้ใครได้พบเห็นได้ง่ายๆแต่คนใกล้ชิดอย่างองค์หญิงก็รู้ดีว่า หยกชิ้นนี้ไม่เคยห่างกายหวังหย่งเลยองค์หญิงพยายามคิดทบทวนเกี่ยวกับหยกชิ้นนี้  ใครกันที่สามารถทำมันขึ้นมาได้สวยงามขนาดนี้มันต้องเป็นผลงานของนายช่างที่มีฝีมือเป็นเลิศ และราคาของมันก็คงจะไม่ใช่น้อยๆแต่ทำไม คนไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างหวังหย่ง จึงมีหยกชิ้นนี้ได้ จึงไม่แปลกใจเลยที่เขาจะรักมันมากองค์หญิงสัญญากับตัวเองว่าจะรักษาหยกชิ้นนี้ให้ดีที่สุดตราบเท่าที่ชีวิตของนาง

                วันนี้หวังหย่งออกไปทำธุระข้างนอกตั้งแต่เช้ามืดไม่บ่อยนักที่เขาจะรีบรุดออกไปข้างนอกเช่นนี้องค์หญิงจึงถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวอยู่ในตำหนักเพียงลำพัง  เมื่อเป็นเช่นนั้น องค์หญิงจึงได้แต่เดินเล่นไปมาอยู่ในสวนเพียงลำพัง

                แม้จะอยู่กับสวนแห่งนี้ในทุกวันแต่องค์หญิงไม่เคยเบื่อที่จะชื่นชมความงามของเลยแม้แต่นิดเดียว ดอกไม้หลากหลายชนิดส่งกลิ่นหอมอบอวลที่ทั่วเสียงนกที่แอบเข้ามาทำรังส่งเสียงร้องแข่งขันยังกับนักดนตรีชั้นเลิศมาเปิดการแสดงแต่จุดที่องค์หญิงชอบเป็นพิเศษ คือศาลากลางน้ำ ที่มีหมู่ปลาแหวกว่ายอยู่เบื้องล่างโดยเฉพาะเจ้ามูมู่ แม่สื่อตัวน้อยที่นำให้องค์หญิงและหวังหย่งได้พบกันคนทั้งสองจึงรักและเอาใจใส่กับมูมู่เป็นพิเศษเมื่อเห็นองค์หญิงมานั่งอยู่ริมสระน้ำ มูมู่จะว่ายเข้ามาใกล้ๆให้องค์หญิงได้ลูบหัวเบาๆ บางครั้งก็ป้อนอาหารให้กับมือ  ความเพลิดเพลินกับธรรมชาติ ทำให้องค์หญิงลืมไปว่าเวลาได้ผ่านไปเนิ่นนานเพียงใดแล้วมารู้สึกตัวอีกที เมื่อมีเสียงพูดของใครบางคนดังมาแต่ไกล

                “นานมาแล้วที่ข้าไม่ได้มาที่นี่มันยังคงสวยเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไปเลย” เสียงที่ดังขึ้นจากประตูทางเข้า ทำให้องค์หญิงต้องหันไปมอง

                “เสด็จพ่อ”  องค์หญิงร้องเสียงหลง พร้อมกับรีบวิ่งไปหาท่านอ๋องในทันที

                “ข้าจะเข้าไปข้างในได้หรือไม่”  ท่านอ๋องหยอกล้อกับองค์หญิงอย่างเป็นกันเอง

                “ทำไมจะไม่ได้ละ เชิญเสด็จเพค่ะ”องค์หญิงรีบเชิญเสด็จ

                ท่านอ๋องเดินชมสวนด้วยความพอใจยิ่งนักสิ่งที่พระองค์ประสงค์จะทำให้องค์หญิง พระองค์ไม่เคยคาดคิดมาก่อนว่ามันจะสวยถึงเพียงนี้

                “เจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมเสด็จพ่อจึงสั่งให้คนสร้างที่นี่ให้เจ้า”

                “ไม่รู้เพค่ะ” องค์หญิงตอบออกไป

                “ก็เพราะข้าไม่อยากให้เจ้าต้องออกไปพบกับความวุ่นวายข้างนอก  หลังจากที่สงครามจบลงเราทุกคนล้วนเบื่อหน่ายกับการเข่นฆ่ากันแล้วแต่ถึงกระนั้นก็ยังมีคนอีกมากมายที่ยังโหยหามันอยู่ข้าหวังเพียงแค่ว่าจะให้พวกเราได้อยู่กันอย่างสงบ โดยเฉพาะเจ้าที่ข้าอยากให้เจ้าได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข หลีกเร้นจากความวุ่นวายเจ้าอาจจะคิดว่า ข้ารักพี่ชายเจ้ามากกว่าเจ้านั่นก็เพราะว่าเขาเป็นบุรุษที่จะต้องรับผิดชอบดูแลทุกๆ คนต่อจากข้า รวมถึงดูแลเจ้าแทนข้าในอนาคตข้างหน้าด้วย  ข้าจะต้องสอนเขาให้รู้จักวิถีของผู้นำเขาจะต้องเข้มแข็งและแข็งแกร่งกว่าผู้อื่นเท่านั้นจึงจะเอาตัวรอดได้แต่สตรีเช่นเจ้า จะมีอื่นใดอีกนอกจากอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน ที่นี่จึงต้องเป็นสถานที่ที่ดีที่สุดที่ธิดาที่ข้ารักที่สุดจะได้พำนักอยู่”        

                “ขอบพระทัยเสด็จพ่อที่สร้างมันขึ้นมา ลูกก็คิดเช่นนั้นมาตลอดลูกชอบมากๆ ชอบจนไม่อยากออกไปไหนเลยจริงๆ”

                “เจ้าไม่ต้องออกไปไหนหรอกข้างนอกนั่นเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม ทุกคนล้วนเกาะกินพวกเรา จะหาความจริงใจได้ยาก”

                “ลูกไม่ออกไปไหนหรอก ได้อยู่ในนี้ลูกก็มีความสุขมากอยู่แล้ว”

                “เพราะเช่นนี้แหละพ่อข้าจึงมาพบเจ้าในเช้าวันนี้” ท่านอ๋องกวาดสายตาเหมือนหาใครบางคนอยู่

                “ท่านพี่ออกไปข้างนอกตั้งแต่เช้าแล้วถ้าเสด็จพ่ออยากพบเขา ลูกจะให้คนออกไปตามเขาให้”

                ท่านอ๋องเดินเข้ามาจูงมือองค์หญิงพากันไปเดินไปนั่งที่ศาลากลางน้ำท่านอ๋องกุมมือองค์หญิงไว้พร้อมกับพยายามพูดบางอย่างออกมา

                “ลูกจงฟังพ่อนะ  บัดนี้สงครามกำลังจะเกิดขึ้นแล้ว พ่อเองก็ไม่มั่นใจว่าสงครามนี้จะส่งผลอย่างไรต่อเจ้าบ้างเมื่อสงครามจบลงสวนแห่งนี้จะยังคงอยู่หรือเปล่าหรือพวกเราจะมีชีวิตต่อไปอีกนานแค่ไหน ไม่มีใครให้ความมั่นใจได้ แต่พ่อเชื่อว่ามีคนอยู่คนหนึ่งที่จะกำหนดทิศทางของสงครามนี้ได้”

                “ท่านพี่” องค์หญิงเอ่ยออกมาเบาๆ

                “ถูกต้อง” ท่านอ๋องพยักหน้ารับ  “แต่บัดนี้พ่อยังไม่เชื่อใจนักว่าเขาจะเลือกอยู่ฝ่ายไหน การศึกที่ผ่านมา เขาวางแผนได้อย่างล้ำเลิศแต่ในขณะที่ชัยชนะกำลังอยู่ไม่ไกล เขากลับให้พวกเราพักรบเรื่องนี้ทำให้ทหารทุกคนไม่พอใจ แม้แต่พี่ของเจ้า และแม่ทัพอย่างหลี่ซือ ก็ไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของเขาวันนี้พี่ของเจ้ามาเสนอแผนการรบให้ข้า เจ้ารู้หรือไม่ว่า ในตอนนี้ขุนพลทุกนายพร้อมแล้วที่จะเผด็จศึกครั้งนี้ พวกเขาจะไม่รอหวังหย่งอีกต่อไป”

                “เช่นนั้นเสด็จพ่อมาหาลูกในวันนี้เพื่ออะไร”  องค์หญิงเริ่มใจคอไม่ดี

                “พ่ออยากให้เจ้าเกลี้ยกล่อมหวังหย่งให้เขาเข้าร่วมกับพี่ของเจ้าเสีย ศึกครั้งนี้พวกเราต้องการเขาแต่เราจะรอต่อไปไม่ได้แล้ว พ่ออยากให้เจ้าช่วย มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่จะทำสิ่งนี้ได้”

                องค์หญิงต้องคิดหนักกับคำขอของท่านอ๋องเพราะองค์หญิงเชื่อว่า สิ่งที่หวังหย่งกำลังคิดและวางแผนไว้ย่อมไม่ใช่ในแบบที่กำลังจะเกิดอย่างแน่นอน ที่สำคัญ หวังหย่งเคยบอกว่าหากผลีผลามทำอะไรตอนนี้ ทุกอย่างมีแต่พังทลาย เมื่อคิดอะไรไม่ออกองค์หญิงเผลอตัวไปจับหยกชิ้นนั้นเข้า จนท่านอ๋องสังเกตเห็น

                “นั่นอะไร” 

                “สิ่งนี้หรือเพคะ”  องค์หญิงหยิบหยกชิ้นนั้นขึ้นมาส่งให้ท่านอ๋องดู  “เป็นของขวัญที่ท่านพี่มอบให้กับลูกเขาบอกว่ามันคือของแทนใจเพียงสิ่งเดียวที่เขามี”

                “มันช่างสวยมากจริงๆมันช่างสวยมากจริงๆ”  ท่านอ๋องพร่ำคำเดิมๆซ้ำแล้วซ้ำอีก จนองค์หญิงต้องเรียก

                “เสด็จพ่อว่าอะไรนะเพค่ะ”

                “ไม่มีอะไรหรอก เห็นทีพ่อต้องกลับก่อนเจ้าอย่าลืมละเจ้าจะต้องเกลี้ยกล่อมหวังหย่งให้เขายอมร่วมมือกับเสด็จพี่ของเจ้าให้ได้ไม่เช่นนั้นทุกสิ่งที่พ่อสร้างขึ้นมาจะกลายเป็นเพียงเศษซากของสงคราม”  ท่านอ๋องเสด็จกลับไปในทันที โดยไม่ลืมที่จะหันมามองหยกชิ้นนั้นอีกครั้ง

     

                    เมื่อท่านอ๋องเสด็จกลับไปแล้ว องค์หญิงได้แต่นั่งทบทวนสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นหล่อนทราบดีว่า คนอย่างหวังหย่งหากว่าเขาได้คิดทบทวนทุกอย่างดีแล้ว  ไม่มีทางที่ใครจะไปเปลี่ยนแปลงความคิดของเขาได้ เพราะเขาเชื่อเสมอว่า แผนการของเขานั้นย่อมเป็นหนทางที่ดีที่สุดที่ไม่อาจแปรเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นต่อให้คนที่ไปเกลี้ยกล่อมเขา คือ องค์หญิงก็ตาม เช่นนี้แล้ว หล่อนคงไม่มีความสามารถเพียงพอที่จะไปเกลี้ยกล่อมให้หวังหย่งเข้าร่วมศึกครั้งนี้ต่อให้คนที่มาร้องขอ คือเสด็จพ่อของหล่อน แต่หล่อนคงจะทำให้ไม่ได้

                    องค์หญิงจ้องมองหยกชิ้นนั้นอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจเรียกเหมยลี่ให้มาพบ

                “ข้าต้องการจะออกไปข้างนอก”  องค์หญิงแจ้งความประสงค์ของนางให้เหมยลี่ทราบ

                “มันเกี่ยวกับหยกชิ้นนี้ใช่มั้ย”เหมยลี่ถาม

                “ท่านพี่บอกว่ามันสำคัญกับท่านพี่มากแต่ทันทีที่มันมาอยู่กับข้าได้เพียงวันเดียว ข้ารู้สึกไม่ปลอดภัยเลยบางทีเราจำเป็นต้องหาทางออกของเรื่องนี้ให้ได้”น้ำเสียงขององค์หญิงในตอนนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านางไม่ค่อยสบายใจนักกับสิ่งที่เป็นอยู่

                “หม่อมฉันรู้จักช่างทำหยกมีฝีมืออยู่คนหนึ่งถ้าหากองค์หญิงจะไปพบเขา หม่อมฉันยินดีจะพาไป” 

                “แต่เราจะให้ทุกคนรู้เรื่องนี้ไม่ได้”องค์หญิงกำชับกับเหมยลี่

                “จะไม่มีใครรู้แน่นอนเพค่ะ”  เหมยลี่ตอบอย่างมั่นใจก่อนที่คนทั้งสองหายกลับเข้าไปตำหนัก และไม่ออกมาอีกเลยตลอดทั้งวัน

               

                หวังหย่งออกจากตำหนักมาตั้งแต่เช้าช่วงนี้เขามีบางอย่างที่จะต้องรีบดำเนินการด้วยตัวเองให้เรียบร้อย

                เขาต้องการนัดพบกับศิษย์น้องเพื่อขอข่าวความเคลื่อนไหวของทุกๆฝ่าย แต่เพื่อหลบเลี่ยงจากสายตาคนของรัชทายาท เขาจึงเลือกโรงเตี๊ยมเล็กๆ นอกเมืองเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต เขาจึงต้องปลอมตัวเป็นบัณฑิตหนุ่มที่เดินทางปะปนมากับขบวนคาราวานจากเมืองหมิง

                แม้จะเป็นโรงเตี๊ยมเล็กๆแต่ก็มีลูกค้าเกือบเต็ม โชคดีที่โต๊ะข้างในสุดว่างอยู่เขาจึงไม่ลังเลที่จะไปนั่งทันที เพียงไม่นาน สุราอาหารก็ถูกยกมือเสิร์ฟเขาหาได้สนใจไม่ เขาแสร้งทำเป็นอ่านตำราอย่างเครียดเครียด นั่นก็เป็นเพราะเขากำลังรอใครบางคนอยู่

                เพียงไม่นานชายพเนจรสองคนเดินตรงมาหาเขาทั้งสองแนะนำตัวให้รู้เพียงแค่ว่า ชื่อ อาลี่ กับอาเฉิน  แม้พวกเขาจะพยายามปลอมตัวมาเป็นอย่างดีแต่หวังหย่งกลับจำพวกเขาได้ดี ศิษย์น้องพวกนี้เก่งไม่เบาแต่ก็ไม่อาจหลอกคนอย่างหวังหย่งได้หรอก

                “นั่งลงก่อนสิ” สิ้นคำเชิญของหวังหย่งทั้งสองนั่งลงอย่างว่านอนสอนง่าย

                “พวกข้าสองคนเถียงกันอยู่นานว่าใช่ศิษย์พี่หรือเปล่านี่ถ้าไม่ใช่ศิษย์พี่บอกว่าให้เข้ามาหาบัณฑิตที่นั่งอ่านตำราอยู่พวกเราคงไม่รู้หรอกว่าเป็นศิษย์พี่” อาลี่พูดพลางยกเหล้าขึ้นซดอย่างกับอดอยากมานาน

                    “แต่ข้ากลับจำพวกเจ้าไม่ได้เลยพวกเจ้าปลอมตัวได้เก่งจริงๆ” หวังหย่งแสร้งชม

                “ทีแรกพวกเรากะว่าจะปลอมตัวเป็นจอมยุทธแต่เกรงว่าจะโดนใครท้าประลอง พวกเราคงไม่มีทางสู้แน่ ยอมเป็นคนพเนจรเช่นนี้ดีกว่าข้าดีใจที่ศิษย์พี่จำเราไม่ได้” อาเฉินได้ทีโม้ใหญ่ ก่อนจะหันไปคุยกับอาลี่“ข้าบอกเจ้าแล้วว่าให้ปลอมแบบนี้ ใคร ก็จำเราไม่ได้หรอก เห็นมั้ยเก่งขนาดศิษย์พี่ยังจำเราไม่ได้เลย”

                “เอาละๆ พวกเจ้ามีอะไรจะมารายงานข้าก็รีบบอกมาเถอะ ข้าไม่มีเวลามากนัก” หวังหย่งรีบตัดบท

                “ข้าขอรายงานก่อนก็แล้วกัน”อาเฉินรีบพูด “อย่างที่รู้กันอยู่ สำนักของเรามีเส้นสายอยู่ทุกที่ ข้ากับอาลี่เป็นคนเก็บรวบรวมข่าวสารคอยส่งไปให้ท่านอาจารย์เป็นประจำ ตอนนี้พวกเราพบความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติอยู่หลายอย่างอย่างแรกเลยก็คือ แม้ท่านอ๋องจะบอกว่าจะยอมทำตามแผนของศิษย์พี่ แต่หลายวันมานี้ที่แนวหน้ากลับมีการเคลื่อนกำลังพลที่ผิดปกติเหมือนพวกเขากำลังจะบุกเมืองเหอผิงในไม่ช้า คนของเรายังรายงานมาอีกว่างานนี้รัชทายาทกับหลี่ซือ จะเป็นคนนำทัพด้วยตัวเองพวกเขามั่นใจเหลือเกินว่าจะชนะศึกนี้ได้” 

                “ส่วนของข้า” อาลี่พูดบ้าง “ดูเหมือนว่ากองทัพของหมิงที่ได้โอกาสให้กลับไปเยี่ยมครอบครัวพวกเขาจะไม่ได้กลับไปทั้งหมด แม่ทัพเยมูกับคนของเขาบางส่วนยังคงตั้งค่ายอยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงมากนัก ที่สำคัญ มีคนเห็นพวกเขานำตัวอิคายแม่ทัพอาวุโส ที่เคยถูกหลี่ซือลอบสังหาร มาอยู่ในค่ายนี้ด้วย”

                “แล้วข่าวจากเมืองหลวงละ”หวังหย่งเหมือนจะไม่สนใจคำพูดของคนทั้งสอง กลับถามถึงเรื่องเมืองหลวง

                “ในเมืองหลวงตอนนี้เริ่มขาดแคลนอาหารแล้วฮ่องเต้รับสั่งให้มีการจัดสรรอาหารให้ชาวเมืองอย่างทั่วถึงและรับสั่งให้ทุกคนประหยัดให้มากที่สุดคาดว่าอีกไม่นานคงเกิดการจลาจลในเมืองเป็นแน่” อาลี่ตอบกลับไป

                “เดิมทีเสบียงของพวกเขาน่าจะอยู่ได้ถึงสามเดือนนี่ผ่านไปแค่เดือนกว่าๆ พวกเขาก็ขาดแคลนกันแล้ว ย่อมแสดงให้เห็นว่าฮ่องเต้เจตนาจะรวบรวมอาหารเข้าท้องพระคลังทั้งหมด เพื่อไม่ให้ใครกักตุนจากนั้นก็ปล่อยออกมาทีละนิด ให้ประชาชนได้ฝึกความอดทน เช่นนี้แล้วพวกเขาอาจจะอยู่ได้ถึง 5 เดือน” หวังหย่งพยักหน้ายอมรับในพระปรีชาของฮ่องเต้ที่รู้จักแก้สถานการณ์ตั้งแต่เนิ่นๆ

                “ศิษย์พี่จะอยู่ข้างฝ่ายเหอฉีจริงๆเหรอ เช่นนี้แล้ว พวกเราสำนักไฉ่หง ก็คงต้องรบกันเองแล้ว”  อาเฉินถามด้วยความเป็นห่วง

                “ข้าไม่ได้อยู่ข้างใครทั้งนั้นทุกอย่างที่ทำข้าเพียงต้องการที่จะยุติสงครามครั้งนี้ให้ได้จะต้องไม่มีการเสียเลือดเสียเนื้อ หากจะเสีย ก็คงต้องเป็นเหอฉี ที่จะต้องรับผิดชอบในสิ่งที่พวกเขาได้กระทำลงไปแต่หากพวกเขาเลือกจะยอมแพ้ ข้าเชื่อเหลือเกินว่า เหอฉีก็จะยังเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ได้ต่อไปอีกนานแสนนาน”  หวังหย่งกล่าวอย่างมั่นใจ

                “มาถึงขั้นนี้แล้วศิษย์พี่คิดว่าจะห้ามสงครามได้เหรอ” อาลี่อดสงสัยไม่ได้

                “ถ้าเป็นจริงตามที่อาเฉินบอกมาแสดงว่าสงครามได้เริ่มขึ้นแล้ว ข้าคงจะห้ามอะไรไม่ได้แล้วแต่ข้าจะทำให้มันจบลงอย่างงดงามให้ทุกคนได้กลับมาอยู่กันอย่างมีความสุขอีกครั้ง” หวังหย่งจ้องมองหน้าศิษย์น้องทั้งสองคนด้วยแววตาที่มุ่งมั่นและเชื่ออย่างสนิทใจว่า เขาสามารถทำตามที่เขาพูดได้ แม้เขาเองจะแอบหวั่นอยู่ลึกๆว่า ส่วนน้อยที่เหอฉีจะต้องสูญเสียนั้น คือส่วนไหนกันแน่ 

    คล้ายกับเรื่องท่านอ๋องคนต่อไป ต้องเป็นข้า ที่คุณอ่าน

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    จอมยุทธ์ซุปตาร์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    280K 462
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    เมิ่งฝาน จักรพรรดิไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.54M 3732
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    สำนักเถื่อนเดือดปฐพี [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    791K 1635
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258