หยาง อู๋เสินอุ้มนางมาจนถึงเรือนตนฮูหยินหยางพบเข้าพอดีเห็นเช่นนั้นจึงไม่พอใจแต่ก็ปล่อยไปก่อนคิดลงโทษอวี้หลันวันหลังหากทำต่อหน้าบุตรชายเขาต้องไม่ยอมแน่ พอเดินเข้าห้องมาเขาค่อยๆ วางนางลงดึงผ้าห่มดึงขึ้นคลุมกายให้นางแต่อวี้หลันก็ได้ดึงมือของเขาไว้ ใบหน้าของเขาและอวี้หลันห่างกันเพียงครึ่งฝ่ามือหยาง อู๋เสินมองนางอย่างพินิจก่อนที่ตัวเขาเองค่อยๆ โน้มลงอย่างไม่รู้ตัวอีกเพียงเม็ดส้มริมฝีปากของเขาก็จะลงกับริมฝีปากนาง
“ท่านแม่” อวี้หลันละเมอออกมาทั้งสองตาที่ยังหลับอยู่กลับมีน้ำตาไหลออกมา
หยาง อู๋เสินดึงตัวลุกขึ้นมองนางอย่างเวทนาดึงผ้าขึ้นห่มให้นางอย่างเรียบร้อยแล้วก่อนเดินออกไปมองเห็นกล่องไม้ที่นางหมั่นรักษาจึงเกิดสงสัยแอบเปิดดู ด้านในเต็มไปด้วยใบเฟิ่งที่แห้งตามกาลเวลารอยหมึกเลือนจางแต่มีสองใบที่ยังดูใหม่จึงได้ถือวิสาสะหยิบออกอ่าน
“แสงอาทิตย์ยามเช้าแห่งความเมตตาและแสนอบอุ่น” พอได้อ่านก็เข้าใจว่าหมายถึงตนเป็แน่จึงได้ยิ้มออกมาอย่างพอใจแล้วหยิบอีกใบออกมาดู
“สายลมยามเย็นที่ไร้กังวลหรือ” หยาง อู๋เสินคาดเดาว่าน่าจะหมายถึงฟงอี้เป็แน่จึงได้เบ้ปากออกมาอย่างอดไม่ได้
หยาง อู๋เสินมองอวี้หลันที่ยังนอนอยู่อย่างไม่รู้เื่ก่อนเผยยิ้มเ้าเล่ห์หยิบใบเฟิ่งที่หมายถึงฟงอี้เผาทิ้งไปเขาหัวเราะออกมาอย่างลืมตัวแล้วจึงรีบปิดปากตนด้วยกลัวว่านางจะตื่นขึ้น
แสงแดดสาดส่องแยงตาของอวี้หลันทำให้นางฟื้นตื่นจากการนอนอย่างงัวเงีย
“ยามใดแล้วนี่” นางกล่าวกับตน
“ยามเฉินแล้วเดือนนี้ข้าจะหักเงินเ้า” หยาง อู๋เสินกล่าวพลางยกโจ๊กถ้วยใหญ่เข้ามา
“คุณชายยกมาทำไมเ้าคะ”
“ให้เ้ากินอย่างไร เมื่อคืนดื่มไปเท่าไหร่ล่ะ” เขากล่าวอย่างประชดประชันทั้งท่าทีดูโกรธเคืองอยู่ไม่น้อย
อวี้หลันหยักไหล่อย่างช่วยไม่ได้ทั้งรู้ว่าแม้ใบหน้าโกรธเคืองแต่ก็ยังดูแลนางอย่างดีจึงได้กล่าวถามอย่างออดอ้อน
“คุณชายจะหักเงินข้าจริงหรือเ้าคะ”
“ยังไม่ลุกอีก” เขาเอ่ยออกมาอย่างเข้มงวด
อวี้หลันรีบยกตัวจากเตียงไปยังโต๊ะทันที
“หอมจัง”
“ข้าให้พ่อครัวทำใหม่เมื่อกี้กินซะสิ” เขานั่งลงมองนางอย่างไม่วางตา
“คุณชายจะนั่งมองข้าเช่นนี้จริงหรือเ้าคะ”
“ทำไมทีคุณชายฟงไม่เห็นเ้าอึกอัก กับข้าเ้าอึดอัดนักหรือ” เขาเล่อคิ้วเอ่ยถามใบหน้านิ่ง
อวี้หลันรีบยิ้มออกมาอย่างเด็กน้อยให้เขา
“ไม่อึดอัดเ้าค่ะ” กล่าวเสร็จก็รีบกินโจ๊กเข้าไป
ขณะที่กินอยู่ก็นึกถึงเื่สัญลักษณ์ที่ได้เห็นเมื่อคืนแล้วรีบลุกไปหยิบกล่องไม้ออกมาเปิดหาใบเฟิ่งใบหนึ่ง
“เ้าหาอะไร” เขาเอ่ยถามด้วยนึกว่านางหาใบที่เขาเผาทิ้งไป
“หาสัญลักษณ์เ้าค่ะ” อวี้หลันยังคงหาทุกๆ ใบอย่างตั้งใจ
หยาง อู๋เสินไม่เข้าใจว่านางหาสัญลักษณ์ใดก่อนเห็นใบหนึ่งถูกใบอื่นๆ ทับไว้แต่คล้ายมีรูปวาดบางอย่างจึงได้หยิบออกมา
“เ้าหมายถึงสิ่งนี้หรือ” เขาเอ่ยพลางยื่นให้นางดู
อวี้หลันรีบรับมาอย่างดีใจว่านางนั้นเคยเห็นจริงๆ
“เป็ลายเดียวกันจริงๆ ”
เขามองลายบนใบเฟิ่งแม้ไม่ชัดนักแต่ก็ดูออกว่าเป็ลายัที่มีเพียงผู้เดียวในแผ่นดินที่ใช้ แล้วมารดานางวาดออกมาได้อย่างไร
“สัญลักษณ์นี้มารดาเ้าวาดหรือ”
“ไม่ใช่เ้าค่ะท่านแม่เคยกล่าวว่าท่าพ่อวาดไว้ให้นางมองเวลาที่ห่างกัน”
“ท่านพ่อเ้าวาดหรือ”
หยาง อู๋เสินดูตะลึงไปเล็กน้อยแต่ไม่ได้กล่าวสิ่งใดต่อในใจคิดมากมายหรือว่าท่านพ่อของนางจะเป็ฮ่องเต้ แต่อีกใจก็ไม่คิดว่าจะเป็เช่นนั้นฮ่องเต้ไม่เคยประพาสทางเหนือสักครั้งจะเป็เขาได้อย่างไร ยิ่งคิดยิ่งไม่เข้าใจสองคิ้วเริ่มใกล้กันจนอวี้หลันสังเกตเห็น
“ท่านรู้จักสัญลักษณ์นี้หรือเ้าคะ”
“เปล่าหรอกแค่เห็นว่าแปลกตาดีเท่านั้น ข้าไม่เคยเห็น” เขาหยุดกล่าวแล้วมองหน้านางที่ดีใจราวกับหาบิดาพบแล้วอยู่ครู่หนึ่ง
“อวี้หลันข้าขอใบเฟิ่งใบนี้ได้หรือไม่เผื่อจะได้ให้คนลองหาดู”
อวี้หลันรีบยื่นให้เขาอย่างไม่ลังเลหยาง อู๋เสินรับมาแล้วยิ้มให้นางเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“จริงสิวันนี้เ้าไม่ต้องตามข้าออกไปอยู่เรือนสักผ้าที่มีให้เสร็จเข้าใจหรือยัง”
“เ้าค่ะ” อวี้หลันกล่าวอย่างเสียดายที่ไม่ได้ออกไปติดตามเที่ยวเล่นด้านนอก
หยาง อู๋เสินรู้ว่านางอยากติดตามแต่ครั้งนี้เขาจะไปพบคนของตนเพื่อสืบเื่สัญลักษณ์นี้จึงไม่สะดวกให้นางติดตามจึงได้กล่าวให้นางดีใจ
“ไว้ข้ากลับมาจะซื้อขนมมาด้วยเช่นนั้นดีหรือไม่”
“ข้าไม่ได้เห็นแก่กินนะเ้าคะ แต่ได้ก็ดีเ้าค่ะ”
ทั้งสองยิ้มและหัวเราะด้วยกันอย่างมีสุขขณะที่ด้านนอกห้องนั้นได้มีสาวใช้ของฮูหยินหยางแอบฟังอยู่นานแล้วรีบกลับไปรายงานต่อผู้เป็นายถึงสิ่งที่ได้ยินมาอย่างละเอียด ฮูหยินหยางพอได้ยินว่าบุตรชายตนให้พ่อครัวทำอาหารให้สาวใช้ทั้งยกไปให้ด้วยตนเองก็รู้สึกไม่พอใจ
“คุณหนูหวังที่ดีพร้อมเ้ากลับเฉยชาต่อนาง กับสาวใช้ไร้ปลายเท้าเช่นนางกลับดูแลด้วยตัวเองอวี้หลันคนนี้คงเก็บไว้ไม่ได้อีกแล้วไม่อย่างนั้นผู้คนข้างนอกคงได้ร่ำลือไปหกเมืองแปดเมือง” นางกล่าวออกมาอย่างไม่พอใจ
พ่อบ้านหวงเองก็อยู่ตรงนั้นด้วยรู้สึกเป็ห่วงอวี้หลันขึ้นมา แม้นางจะเป็เด็กสาวที่ไม่ค่อยเอาไหนเท่าใดแต่ก็เรียนรู้เร็วทั้งประพฤติดีมาตลอดเวลาได้คุยกับนางก็รื่นเริงไม่น้อย
“พ่อบ้านหวงคุณชายต้องเดินทางไปเหลียวจิงเมื่อใด” ฮูหยินหยางกล่าวถาม
“เดือนหน้าขอรับ” พ่อบ้านหวงเอ่ยตอบ
“ดี”
คำเอ่ยสั้นๆ ของฮูหยินหยางทำให้เขายิ่งกังวลหากนำเื่นี้ไปบอกต่อคุณชายก็เกรงว่าจะเกิดเื่วุ่นขึ้น หากบอกอวี้หลันตัวนางเองคนเช่นนางก็คงทำอะไรไม่ได้พ่อบ้านครุ่นคิดอยู่มากมายโดยยังไม่ตัดสินใจว่าควรทำเช่นไรต่อ ในใจยังคิดบางทีฮูหยินอาจยังเอ็นดูนางอยู่บ้างเมื่อถึงเวลานั้น
ด้านฟงอี้เองที่ได้ยินนางกล่าวคล้ายเคยเห็นสัญลักษณ์ัก็ได้ส่งสายของตนออกขนหาสัญลักษณ์ที่มีัทั่วแคว้นว่ามีทั้งหมดเท่าใด แล้วจึงวาดนำกลับมาเขาคิดให้นางได้ดูว่าสัญลักษณ์ที่นางว่าคุ้นตาแท้จริงเป็เช่นไรแน่
“คุณชายคนของเรารวบรวมได้กว่าสิบสองรูปแบบขอรับ” โย่วเผยกล่าวรายงาน
“ดีเก็บรวบรวมมาทั้งหมดขาดไปแบบเดียวก็ไม่ได้”
โย่วเผยรับคำสั่งแล้วออกไปเพื่อกำกับดูแลเื่นี้ด้วยตัวเอง
“อวี้หลันข้าเคยพลาดไปหนึ่งก้าวครั้งนี้ข้าจะไม่พลาดอีก” ฟงอี้กล่าวกับตนสายตามองออกไปยังผืนฟ้าสีครามน้ำเงินบนท้องฟ้าอย่างมีหวัง