ทะลุมิติเข้าไปในนิยายวายที่ผมชอบ

    ตอนที่ 3 โรงพยาบาลกับผู้ชายหล่อทั้งสาม

    ผมรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกน้ำของตัวเองออกในห้องน้ำกับชุดที่ได้มา ดูเหมือนว่าชุดจะดูตัวใหญ่จากตัวของชายหนุ่มไปมาก แต่จะให้ใส่ชุดนอนนี่ไปโรงพยาบาลจริง ๆ น่ะเหรอ มันออกจะเขินนิดหน่อยแฮะ และสีชุดดันเป็๲สีชมพูหวานแหววมาก ใครมันช่างเลือกให้ผมเนี่ย ร่างบางมองดูตัวเองในกระจกสักพัก มองไปมองมาเราก็น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย 

    “อบ นายเปลี่ยนเสื้อเสร็จหรือยัง” ดูเหมือนว่าพี่เจไดเห็นว่าร่างบางเปลี่ยนเสื้อผ้านานจึง๻ะโ๷๞ถามเข้ามา

    “ตกส้วมตายหรือยังวะนั่น” เสียงของพี่ไซออนแทรกขึ้นมาบ้าง

    -_- ! 

    อบเชยเมื่อได้ยินเสียงของชายอีกคนที่บอกว่าเขาตกส้วมตายไปแล้ว ถึงกลับต้องรีบเปิดประตูออกมา 

    แอด ~

    คนตัวเล็กก้าวขาออกจากห้องน้ำด้วยท่าทางเขินอาย ไม่คิดว่าต้องมาอยู่กับหนุ่มหล่อกันสามต่อสาม เขามีแต่สองต่อสอง นี่เล่นสามต่อสามกันไปเลย 

    “เสร็จแล้วก็รีบออกมา พวกฉันจะได้พาไปหาหมอ” ธีโอพูด

    “เอ่อ คือว่า ไม่ต้องไปก็ได้นะ ฉันไม่ได้เป็๲อะไรจริง ๆ” 

    ไม่ว่าจะบอกพวกเขายังไง ว่าไม่เป็๞อะไร ถึงจะยังงงและทำตัวไม่ถูกอยู่บ้างแต่ว่าไม่ถึงต้องหาหมอกันไหม

    ผมไม่ชอบหมออ่ะ แถมยังกลัวเข็มอีกด้วย เลยไม่ค่อยถูกกับหมอสักเท่าไหร่ แต่พวกเขาก็ยังยืนยันว่าให้ผมไปหาหมอให้ได้ ผมเลยต้องทำตามที่พวกเขาบอก 

    พวกเราทั้งสี่คนเดินขึ้นรถไปด้วยกันซึ่งพี่ธีโอและพี่ไซออนนั่งหน้าส่วนผมนั้นนั่งด้านหลังกับพี่เจได

    ตึกตัก ตึกตัก 

    เสียงของหัวใจผมเริ่มเต้นโครมครามพอได้มองหน้าของชายตรงหน้าใกล้ ๆ แล้ว เมื่อกี้มัวแต่๻๷ใ๯เลยไม่ทันสังเกตมากนัก พอมาเจอตัวละครที่แอบปลื้มในนิยายตัวเป็๞ ๆ ที่เหมือนกับคนจริงในตอนนี้ หัวใจผมชักเริ่มทำงานหนักแล้วสิ พ่อหนุ่มลูกครึ่งนี่นะเหรอพระเอกนิยายของอบเชย โคตรหล่อเลยพ่อ

    ชิส์ !! แต่เขาดันขี้แกล้งไปหน่อยอ่ะ ถ้าเขานิสัยอ่อนโยนกว่านี้จะน่ารักมาก ร่างบางคิด 

    เจได รู้สึกตัวว่ามีใครกำลังจ้องมาที่เขาอยู่จึงหันหน้าของตัวเองมาทางอบเชย 

    “มองอะไร คิดอะไรกับฉันเหรอ” ร่างสูงถามขึ้นพร้อมกับยกยิ้มขึ้นที่มุมปากซึ่งเขาพูดให้เราได้ยินกันแค่สองคน

    อ๊ะ ร่างบางเมื่อรู้ตัวว่าเผลอมองเขานานจึงเบนหน้าหนีหันไปทางอื่นมองไปที่ถนนด้านนอกแทน

    จากที่ขับรถวนอยู่นานก็ได้โรงพยาบาลสักที เนื่องจากพี่ธีโอไม่ค่อยชำนาญเส้นทางจึงได้ขับวนหลงอยู่หลายรอบโดยมีเสียงของพี่ไซออนบ่นอยู่ข้าง ๆ

    “ไอ้สัส ธี กูบอกให้มึงเลี้ยวซ้าย มึงเสือกเลี้ยวขวา กูบอกเลี้ยวขวา มึงแม่งเลี้ยวซ้าย รู้งี้กูขับเองดีกว่า ไม่น่าให้มึงขับเลย” 

    “ไอ้สัส บ่นมาก กูก็ขับพามาถึงโรงพยาบาลแล้วไง ขากลับ มึงมาขับเองเลยมา คนไม่รู้เส้นทางนี่หว่า” พี่ธีโอบ่นกลับบ้าง 

    “เออ กูขับเอง มึงแม่งไม่ได้เ๹ื่๪๫” 

    -_-! พวกเขาจะหยุดเถียงกันเมื่อไหร่ครับ 

    “พอ ๆ พวกมึงนี่เลิกเถียงกันแล้วลงจากรถพาอบเชยไปหาหมอกันได้แล้ว” เจไดจากที่เงียบอยู่นานพูดขึ้น ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไป ตามมาด้วยผมที่ก้าวขาลงจากรถตามหลังมา

    “ปะ อบ ไปกับพี่ดีกว่า อย่าไปฟังไอ้สองตัวนี่มันเถียงกันเลย” 

    พี่เจไดลากรีบลากผมเข้าไปตึกผู้ป่วยฉุกเฉินเนื่องจากเรามากันดึกจึงต้องมาตึกฉุกเฉินกันแทน และแล้วก็มีพี่สาวพยาบาลเดินเข้ามาสอบถาม 

    “น้องมันตกน้ำครับ หัวกระแทกพื้น แล้วจำชื่อพวกผมไม่ได้” พี่เจไดบอกกับพี่พยาบาล

    พี่พยาบาลจดรายละเอียดก่อนจะบอกให้พวกเรานั่งรอกันอยู่ที่เก้าอี้ ไม่นานผมก็โดนคุณหมอเรียกเข้าไปตรวจ 

    “เอ่อ พวกพี่ ๆ รอผมอยู่ข้างนอกก็ได้ครับ เดี๋ยวอบเข้าไปตรวจข้างในคนเดียว” 

    ผมบอกกับพี่ ๆ ทั้งสาม แต่พวกเขาไม่ยอม บอกจะเข้าไปด้วย สรุปห้ามยังไงก็ไม่ฟังที่ผมพูดเลยต้องเข้ามายืนเรียงกันหน้ากระดานโดยมีคุณหมอมองหน้าพวกเราสลับกันไปมา

    คุณหมอก็อึ้งในความหล่อของผู้ชายทั้งสามคนเหมือนผมใช่ม๊า อบเชยคิดในใจ 

    “เอ่อ เป็๞อะไรกันมาครับ” 

    “จ่มน้ำครับ หัวกระแทกพื้น” พี่เจได

    “หมอครับอบจะความจำเสื่อมไหมครับ น้องมันจำผมไม่ได้” พี่ธีโอ

    “เด็กนี่ เหมือนจะสำลักน้ำเข้าไปหลายอึกเลยครับ ช่วยเช็กสมองมันให้หน่อยได้ไหมครับว่ากระทบกระเทือนหรือเปล่า” 

    เอ่อ สรุปแล้วผมป่วยหรือพวกเขาป่วยกันอ่ะ พูดแทนผมซะหมดเลย นี่ผมไม่ได้เป็๞อะไรเลยนะ เฮ้อ ผมออกจะสบายดีแถมแข็งแรงด้วย

    “เอ่อ คนไหนที่หัวกระแทกพื้นครับ” 

    ทุกคนชี้นิ้วมาที่ผม ซึ่งผมเองก็ยกมือขึ้นบอกคนบอกไปว่าผมเองครับ 

    จากนั้นคุณหมอเลยให้ผมทำทีซีสแกนเข้าเครื่องสแกนทั้งตัวเพื่อวัดค่าของสมอง ว่าเป็๲อะไรหรือเปล่า เพื่อความสบายใจของชายทั้งสาม 

    แต่ตรวจแบบนี้ก็ดีเหมือนกันเหมือนได้ตรวจร่างกายไปด้วยเลย เพราะผมก็เพิ่งโผล่เข้ามาในโลกของนิยาย ไม่รู้จะ๻๷ใ๯อย่างไหนก่อนดีเกือบหัวใจวายตายเพราะดันมาโผล่ในน้ำแล้วหัวโหม่งพื้นนี่ล่ะ 

    ไอ้อบเกือบได้ไปเข้าเฝ้าเทวดาล่ะไง ร่างบางคิด

    “นอนนิ่ง ๆ นะครับ เดี๋ยวเข้าเครื่องสแกน ทำใจให้สบาย ไม่ต้องตื่นเต้น” คุณหมอบอกกับผม

    ส่วนผู้ชายทั้งสามรอผมดูห้องกระจกด้านนอก ชายหนุ่มทั้งสามคนมองร่างบางที่เครื่องสแกนกำลังเคลื่อนตัวเข้าไปด้านใน 

    หลังจากตรวจเสร็จแล้ว ไม่นานคุณหมอก็เข้ามาแจ้งผลการตรวจ 

    “เป็๲ยังไงบ้างครับหมอ” พี่ธีโอถามขึ้น 

    “ผลออกมาปกติดีนะครับ แค่มีรอยช้ำที่หัวโขกพื้นนิดหน่อย เดี๋ยวหมอให้ยาไปกินแก้พกช้ำไม่กี่วันก็น่าจะหายแล้ว ส่วนร่างกายทุกส่วนปกติดีนะครับไม่ได้มีปัญหาอะไร” 

    เฮ้อ ค่อยยังชั่ว พอรู้ว่าร่างกายของตัวเองไม่ได้เป็๲อะไรมากก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย 

    “ขอบคุณมากครับ” 

    “เดี๋ยวเชิญออกไปรับยาที่ช่องยา แล้วชำระค่ารักษาได้ที่ช่องชำระเงินเลยครับ” 

    คุณหมอบอกกับสามหนุ่ม ก่อนจะขอตัวไปตรวจคนไข้ต่อ 

    ผมพี่เจได พี่ธีโอ และพี่ไซออนเดินออกมาด้านนอก เพื่อรอรับยา 

    พี่เจไดเดินไปรับยาที่ช่องจ่ายยา ส่วนพี่ไซออนเดินไปจ่ายค่ารักษาพวกเขาช่างทำงานกันเป็๞ทีมเสียจริง 

    “เสร็จละ ปะ กลับบ้าน เดี๋ยวพวกฉันไปส่ง” 

    หืม กลับบ้าน ว่าแต่บ้านผมอยู่ไหนอ่ะ เพิ่งมาครั้งแรกเลยไม่รู้ว่าบ้านตัวเองอยู่ไหน และไม่รู้เส้นทางกลับด้วย แง T^T ใครก็ได้ช่วยผมที 

    “เอ่อ กลับบ้าน” 

    “ใช่ เดี๋ยวพวกฉันไปส่ง” พี่เจไดพูด

    “พวกพี่รู้จักบ้านผมเหรอ” 

    “รู้จักสิ” 

    อะ ค่อยยังชั่ว นึกว่าผมจะได้บอกทางพวกเขาซะแล้ว 

    “งั้นพวกมึงระหว่างทางแวะส่งกูด้วย” ธีโอพูดขึ้น 

    “เค กลับกันเถอะดึกล่ะ เจอกันพรุ่งนี้ดีกว่า กูกลับเองดีกว่า ไอเจมึงไปส่งเด็กมึงแล้วกัน กูมีธุระต้องไปต่อ” ไซออนบอกกับเพื่อน ๆ ของเขา พร้อมกลับเดินออกไปเรียกแทกซี่หน้าตึกและขึ้นรถไปเลย

    “งั้นเราก็กลับกันเถอะ” พี่เจไดเดินนำหน้าผมและพี่ธีโอไป ทำให้พี่ธีโอค่อย ๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้ผม 

    “ที่รักนายเป็๲ยังไงบ้าง เจ็บหัวหรือเปล่า” พี่ธีโอพูดให้ผมได้ยินกันแค่สองคน เมื่อพี่เจไดเดินห่างออกไป 

    0.0

    หะ หา ที่รัก เมื่อกี้พี่เขาเรียกผมว่าที่รักงั้นเหรอ

    “มะ ไม่เป็๞ไรแล้วครับ” 

    “วันนี้นายเห็นดอกกุหลาบที่ฉันส่งไปง้อหรือยัง หายโกรธกันนะ นะ ฉันว้าวุ่นแล้วเนี่ย เดี๋ยวว่างแล้วจะหาเวลาพาไปกินหนม” ธีโอทำหน้าออดอ้อน

    อ้าก!!  ทำหน้าตาน่ารักแบบนี้ทำไม มันน่ารักเกินไปแล้ว หัวใจของเด็กน้อยเริ่มเต้นไม่เป็๞จังหวะ เมื่อชายตรงหน้าทำหน้าตาออดอ้อนใส่ 

    “อ่ะ เอ่อ คือ...” 

    “พวกนายสองคนเดินช้ากันจังวะ รีบ ๆ มากันได้แล้ว” เจไดที่เดินอยู่ด้านหน้าว่าเพื่อนของเขาและเด็กที่เขาตามจีบอยู่นั้นเดินช้ากว่าเขาอยู่มากจึงหันไปกวักมือเรียก

    “ก็มึงเดินเร็วอ่ะ กูตามไม่ทัน” พี่ธีโอหันไปพูดกับพี่เจได จากสีหน้าที่ออดอ้อนมีแต่อบเชยที่เห็นเมื่อกี้ก็หายไป รีบวิ่งเข้าไปหาเพื่อนปล่อยให้อบเชยเดินตามหลัง

    เอ๊า ทิ้งกันเฉย 

    เจไดกดเปิดรถก่อนที่ผมจะขึ้นไปนั่งข้างหลังและบอกให้พี่ธีโอนั่งข้างหน้ากับพี่เจไดไปแทน

    เมื่อรถขับมาจอดที่หน้าบ้านของผม ผมจึงลงจากลงไป 

    กระจกฝั่งพี่ธีโอถูกเลื่อนลง

    “เข้าบ้านดี ๆ ล่ะ แล้วเจอกันใหม่นะเด็กน้อย” อ๊ะเข้าเล่นเปลี่ยนสรรพนามเรียกผมใหม่เหรอ ก่อนผมจะก้มหัวขอบคุณให้และมองผ่านพี่ธีโอไปที่พี่เจไดแทน พร้อมกับโค้งหัวขอบคุณ ก่อนกระจกรถจะเลื่อนขึ้นและขับออกไป 

    ผมยืนปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่หน้าบ้าน นี่บ้านของอบเชยในนิยายเหรอหลังใหญ่ดีแฮะ ชายหนุ่มมองเข้าไปด้านใน เหมือนในเนื้อเ๱ื่๵๹บอกว่าอบเชยอยู่บ้านคนเดียว ซึ่งพ่อกับแม่นั้นเสียไปนานแล้ว จึงอยู่บ้านคนเดียวมาตลอด โดยมีเพื่อนสนิทที่ชื่อลาเต้คอยแวะเวียนมาเล่นด้วย

    แต่ว่าตอนนี้ผมจะเข้าบ้านยังไงดีครับ เมื่อประตูบ้านมันดันใส่รหัสเข้าบ้าน ซึ่งอบเชยในตอนนี้ไม่รู้ว่าอบเชยในตัวละครตั้งรหัสผ่านบ้านว่าอะไร

    เอาวะ! คงต้องเดากันสักตั้งล่ะนะ ในหนังสือก็ไม่ได้บอกว่ารหัสบ้านคืออะไรด้วย ร่างบางพยายามนึกรายละเอียดของตัวละครแต่นึกไปแล้วก็ไม่มี เหมือนเนื้อหาจะโดนเปลี่ยนด้วยเมื่อตัวเขาเองเข้ามาอยู่ในนี้