ผมรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกน้ำของตัวเองออกในห้องน้ำกับชุดที่ได้มา ดูเหมือนว่าชุดจะดูตัวใหญ่จากตัวของชายหนุ่มไปมาก แต่จะให้ใส่ชุดนอนนี่ไปโรงพยาบาลจริง ๆ น่ะเหรอ มันออกจะเขินนิดหน่อยแฮะ และสีชุดดันเป็สีชมพูหวานแหววมาก ใครมันช่างเลือกให้ผมเนี่ย ร่างบางมองดูตัวเองในกระจกสักพัก มองไปมองมาเราก็น่ารักเหมือนกันนะเนี่ย
“อบ นายเปลี่ยนเสื้อเสร็จหรือยัง” ดูเหมือนว่าพี่เจไดเห็นว่าร่างบางเปลี่ยนเสื้อผ้านานจึงะโถามเข้ามา
“ตกส้วมตายหรือยังวะนั่น” เสียงของพี่ไซออนแทรกขึ้นมาบ้าง
-_- !
อบเชยเมื่อได้ยินเสียงของชายอีกคนที่บอกว่าเขาตกส้วมตายไปแล้ว ถึงกลับต้องรีบเปิดประตูออกมา
แอด ~
คนตัวเล็กก้าวขาออกจากห้องน้ำด้วยท่าทางเขินอาย ไม่คิดว่าต้องมาอยู่กับหนุ่มหล่อกันสามต่อสาม เขามีแต่สองต่อสอง นี่เล่นสามต่อสามกันไปเลย
“เสร็จแล้วก็รีบออกมา พวกฉันจะได้พาไปหาหมอ” ธีโอพูด
“เอ่อ คือว่า ไม่ต้องไปก็ได้นะ ฉันไม่ได้เป็อะไรจริง ๆ”
ไม่ว่าจะบอกพวกเขายังไง ว่าไม่เป็อะไร ถึงจะยังงงและทำตัวไม่ถูกอยู่บ้างแต่ว่าไม่ถึงต้องหาหมอกันไหม
ผมไม่ชอบหมออ่ะ แถมยังกลัวเข็มอีกด้วย เลยไม่ค่อยถูกกับหมอสักเท่าไหร่ แต่พวกเขาก็ยังยืนยันว่าให้ผมไปหาหมอให้ได้ ผมเลยต้องทำตามที่พวกเขาบอก
พวกเราทั้งสี่คนเดินขึ้นรถไปด้วยกันซึ่งพี่ธีโอและพี่ไซออนนั่งหน้าส่วนผมนั้นนั่งด้านหลังกับพี่เจได
ตึกตัก ตึกตัก
เสียงของหัวใจผมเริ่มเต้นโครมครามพอได้มองหน้าของชายตรงหน้าใกล้ ๆ แล้ว เมื่อกี้มัวแต่ใเลยไม่ทันสังเกตมากนัก พอมาเจอตัวละครที่แอบปลื้มในนิยายตัวเป็ ๆ ที่เหมือนกับคนจริงในตอนนี้ หัวใจผมชักเริ่มทำงานหนักแล้วสิ พ่อหนุ่มลูกครึ่งนี่นะเหรอพระเอกนิยายของอบเชย โคตรหล่อเลยพ่อ
ชิส์ !! แต่เขาดันขี้แกล้งไปหน่อยอ่ะ ถ้าเขานิสัยอ่อนโยนกว่านี้จะน่ารักมาก ร่างบางคิด
เจได รู้สึกตัวว่ามีใครกำลังจ้องมาที่เขาอยู่จึงหันหน้าของตัวเองมาทางอบเชย
“มองอะไร คิดอะไรกับฉันเหรอ” ร่างสูงถามขึ้นพร้อมกับยกยิ้มขึ้นที่มุมปากซึ่งเขาพูดให้เราได้ยินกันแค่สองคน
อ๊ะ ร่างบางเมื่อรู้ตัวว่าเผลอมองเขานานจึงเบนหน้าหนีหันไปทางอื่นมองไปที่ถนนด้านนอกแทน
จากที่ขับรถวนอยู่นานก็ได้โรงพยาบาลสักที เนื่องจากพี่ธีโอไม่ค่อยชำนาญเส้นทางจึงได้ขับวนหลงอยู่หลายรอบโดยมีเสียงของพี่ไซออนบ่นอยู่ข้าง ๆ
“ไอ้สัส ธี กูบอกให้มึงเลี้ยวซ้าย มึงเสือกเลี้ยวขวา กูบอกเลี้ยวขวา มึงแม่งเลี้ยวซ้าย รู้งี้กูขับเองดีกว่า ไม่น่าให้มึงขับเลย”
“ไอ้สัส บ่นมาก กูก็ขับพามาถึงโรงพยาบาลแล้วไง ขากลับ มึงมาขับเองเลยมา คนไม่รู้เส้นทางนี่หว่า” พี่ธีโอบ่นกลับบ้าง
“เออ กูขับเอง มึงแม่งไม่ได้เื่”
-_-! พวกเขาจะหยุดเถียงกันเมื่อไหร่ครับ
“พอ ๆ พวกมึงนี่เลิกเถียงกันแล้วลงจากรถพาอบเชยไปหาหมอกันได้แล้ว” เจไดจากที่เงียบอยู่นานพูดขึ้น ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถไป ตามมาด้วยผมที่ก้าวขาลงจากรถตามหลังมา
“ปะ อบ ไปกับพี่ดีกว่า อย่าไปฟังไอ้สองตัวนี่มันเถียงกันเลย”
พี่เจไดลากรีบลากผมเข้าไปตึกผู้ป่วยฉุกเฉินเนื่องจากเรามากันดึกจึงต้องมาตึกฉุกเฉินกันแทน และแล้วก็มีพี่สาวพยาบาลเดินเข้ามาสอบถาม
“น้องมันตกน้ำครับ หัวกระแทกพื้น แล้วจำชื่อพวกผมไม่ได้” พี่เจไดบอกกับพี่พยาบาล
พี่พยาบาลจดรายละเอียดก่อนจะบอกให้พวกเรานั่งรอกันอยู่ที่เก้าอี้ ไม่นานผมก็โดนคุณหมอเรียกเข้าไปตรวจ
“เอ่อ พวกพี่ ๆ รอผมอยู่ข้างนอกก็ได้ครับ เดี๋ยวอบเข้าไปตรวจข้างในคนเดียว”
ผมบอกกับพี่ ๆ ทั้งสาม แต่พวกเขาไม่ยอม บอกจะเข้าไปด้วย สรุปห้ามยังไงก็ไม่ฟังที่ผมพูดเลยต้องเข้ามายืนเรียงกันหน้ากระดานโดยมีคุณหมอมองหน้าพวกเราสลับกันไปมา
คุณหมอก็อึ้งในความหล่อของผู้ชายทั้งสามคนเหมือนผมใช่ม๊า อบเชยคิดในใจ
“เอ่อ เป็อะไรกันมาครับ”
“จ่มน้ำครับ หัวกระแทกพื้น” พี่เจได
“หมอครับอบจะความจำเสื่อมไหมครับ น้องมันจำผมไม่ได้” พี่ธีโอ
“เด็กนี่ เหมือนจะสำลักน้ำเข้าไปหลายอึกเลยครับ ช่วยเช็กสมองมันให้หน่อยได้ไหมครับว่ากระทบกระเทือนหรือเปล่า”
เอ่อ สรุปแล้วผมป่วยหรือพวกเขาป่วยกันอ่ะ พูดแทนผมซะหมดเลย นี่ผมไม่ได้เป็อะไรเลยนะ เฮ้อ ผมออกจะสบายดีแถมแข็งแรงด้วย
“เอ่อ คนไหนที่หัวกระแทกพื้นครับ”
ทุกคนชี้นิ้วมาที่ผม ซึ่งผมเองก็ยกมือขึ้นบอกคนบอกไปว่าผมเองครับ
จากนั้นคุณหมอเลยให้ผมทำทีซีสแกนเข้าเครื่องสแกนทั้งตัวเพื่อวัดค่าของสมอง ว่าเป็อะไรหรือเปล่า เพื่อความสบายใจของชายทั้งสาม
แต่ตรวจแบบนี้ก็ดีเหมือนกันเหมือนได้ตรวจร่างกายไปด้วยเลย เพราะผมก็เพิ่งโผล่เข้ามาในโลกของนิยาย ไม่รู้จะใอย่างไหนก่อนดีเกือบหัวใจวายตายเพราะดันมาโผล่ในน้ำแล้วหัวโหม่งพื้นนี่ล่ะ
ไอ้อบเกือบได้ไปเข้าเฝ้าเทวดาล่ะไง ร่างบางคิด
“นอนนิ่ง ๆ นะครับ เดี๋ยวเข้าเครื่องสแกน ทำใจให้สบาย ไม่ต้องตื่นเต้น” คุณหมอบอกกับผม
ส่วนผู้ชายทั้งสามรอผมดูห้องกระจกด้านนอก ชายหนุ่มทั้งสามคนมองร่างบางที่เครื่องสแกนกำลังเคลื่อนตัวเข้าไปด้านใน
หลังจากตรวจเสร็จแล้ว ไม่นานคุณหมอก็เข้ามาแจ้งผลการตรวจ
“เป็ยังไงบ้างครับหมอ” พี่ธีโอถามขึ้น
“ผลออกมาปกติดีนะครับ แค่มีรอยช้ำที่หัวโขกพื้นนิดหน่อย เดี๋ยวหมอให้ยาไปกินแก้พกช้ำไม่กี่วันก็น่าจะหายแล้ว ส่วนร่างกายทุกส่วนปกติดีนะครับไม่ได้มีปัญหาอะไร”
เฮ้อ ค่อยยังชั่ว พอรู้ว่าร่างกายของตัวเองไม่ได้เป็อะไรมากก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาหน่อย
“ขอบคุณมากครับ”
“เดี๋ยวเชิญออกไปรับยาที่ช่องยา แล้วชำระค่ารักษาได้ที่ช่องชำระเงินเลยครับ”
คุณหมอบอกกับสามหนุ่ม ก่อนจะขอตัวไปตรวจคนไข้ต่อ
ผมพี่เจได พี่ธีโอ และพี่ไซออนเดินออกมาด้านนอก เพื่อรอรับยา
พี่เจไดเดินไปรับยาที่ช่องจ่ายยา ส่วนพี่ไซออนเดินไปจ่ายค่ารักษาพวกเขาช่างทำงานกันเป็ทีมเสียจริง
“เสร็จละ ปะ กลับบ้าน เดี๋ยวพวกฉันไปส่ง”
หืม กลับบ้าน ว่าแต่บ้านผมอยู่ไหนอ่ะ เพิ่งมาครั้งแรกเลยไม่รู้ว่าบ้านตัวเองอยู่ไหน และไม่รู้เส้นทางกลับด้วย แง T^T ใครก็ได้ช่วยผมที
“เอ่อ กลับบ้าน”
“ใช่ เดี๋ยวพวกฉันไปส่ง” พี่เจไดพูด
“พวกพี่รู้จักบ้านผมเหรอ”
“รู้จักสิ”
อะ ค่อยยังชั่ว นึกว่าผมจะได้บอกทางพวกเขาซะแล้ว
“งั้นพวกมึงระหว่างทางแวะส่งกูด้วย” ธีโอพูดขึ้น
“เค กลับกันเถอะดึกล่ะ เจอกันพรุ่งนี้ดีกว่า กูกลับเองดีกว่า ไอเจมึงไปส่งเด็กมึงแล้วกัน กูมีธุระต้องไปต่อ” ไซออนบอกกับเพื่อน ๆ ของเขา พร้อมกลับเดินออกไปเรียกแทกซี่หน้าตึกและขึ้นรถไปเลย
“งั้นเราก็กลับกันเถอะ” พี่เจไดเดินนำหน้าผมและพี่ธีโอไป ทำให้พี่ธีโอค่อย ๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้ผม
“ที่รักนายเป็ยังไงบ้าง เจ็บหัวหรือเปล่า” พี่ธีโอพูดให้ผมได้ยินกันแค่สองคน เมื่อพี่เจไดเดินห่างออกไป
0.0
หะ หา ที่รัก เมื่อกี้พี่เขาเรียกผมว่าที่รักงั้นเหรอ
“มะ ไม่เป็ไรแล้วครับ”
“วันนี้นายเห็นดอกกุหลาบที่ฉันส่งไปง้อหรือยัง หายโกรธกันนะ นะ ฉันว้าวุ่นแล้วเนี่ย เดี๋ยวว่างแล้วจะหาเวลาพาไปกินหนม” ธีโอทำหน้าออดอ้อน
อ้าก!! ทำหน้าตาน่ารักแบบนี้ทำไม มันน่ารักเกินไปแล้ว หัวใจของเด็กน้อยเริ่มเต้นไม่เป็จังหวะ เมื่อชายตรงหน้าทำหน้าตาออดอ้อนใส่
“อ่ะ เอ่อ คือ...”
“พวกนายสองคนเดินช้ากันจังวะ รีบ ๆ มากันได้แล้ว” เจไดที่เดินอยู่ด้านหน้าว่าเพื่อนของเขาและเด็กที่เขาตามจีบอยู่นั้นเดินช้ากว่าเขาอยู่มากจึงหันไปกวักมือเรียก
“ก็มึงเดินเร็วอ่ะ กูตามไม่ทัน” พี่ธีโอหันไปพูดกับพี่เจได จากสีหน้าที่ออดอ้อนมีแต่อบเชยที่เห็นเมื่อกี้ก็หายไป รีบวิ่งเข้าไปหาเพื่อนปล่อยให้อบเชยเดินตามหลัง
เอ๊า ทิ้งกันเฉย
เจไดกดเปิดรถก่อนที่ผมจะขึ้นไปนั่งข้างหลังและบอกให้พี่ธีโอนั่งข้างหน้ากับพี่เจไดไปแทน
เมื่อรถขับมาจอดที่หน้าบ้านของผม ผมจึงลงจากลงไป
กระจกฝั่งพี่ธีโอถูกเลื่อนลง
“เข้าบ้านดี ๆ ล่ะ แล้วเจอกันใหม่นะเด็กน้อย” อ๊ะเข้าเล่นเปลี่ยนสรรพนามเรียกผมใหม่เหรอ ก่อนผมจะก้มหัวขอบคุณให้และมองผ่านพี่ธีโอไปที่พี่เจไดแทน พร้อมกับโค้งหัวขอบคุณ ก่อนกระจกรถจะเลื่อนขึ้นและขับออกไป
ผมยืนปั้นจิ้มปั้นเจ๋ออยู่หน้าบ้าน นี่บ้านของอบเชยในนิยายเหรอหลังใหญ่ดีแฮะ ชายหนุ่มมองเข้าไปด้านใน เหมือนในเนื้อเื่บอกว่าอบเชยอยู่บ้านคนเดียว ซึ่งพ่อกับแม่นั้นเสียไปนานแล้ว จึงอยู่บ้านคนเดียวมาตลอด โดยมีเพื่อนสนิทที่ชื่อลาเต้คอยแวะเวียนมาเล่นด้วย
แต่ว่าตอนนี้ผมจะเข้าบ้านยังไงดีครับ เมื่อประตูบ้านมันดันใส่รหัสเข้าบ้าน ซึ่งอบเชยในตอนนี้ไม่รู้ว่าอบเชยในตัวละครตั้งรหัสผ่านบ้านว่าอะไร
เอาวะ! คงต้องเดากันสักตั้งล่ะนะ ในหนังสือก็ไม่ได้บอกว่ารหัสบ้านคืออะไรด้วย ร่างบางพยายามนึกรายละเอียดของตัวละครแต่นึกไปแล้วก็ไม่มี เหมือนเนื้อหาจะโดนเปลี่ยนด้วยเมื่อตัวเขาเองเข้ามาอยู่ในนี้