เยี่ยเฟิงกลับมาที่เรือนหลังเล็ก จากนั้นเข้าไปในค่ายกลไร้ร่องรอย เห็นว่าหญิงสาวสลบไปแล้ว
“ให้ตายสิ โชคดีที่ข้าหลักแหลม วาดค่ายกลไร้ร่องรอยเสร็จล่วงหน้า” เยี่ยเฟิงผ่อนลมหายใจ จากนั้นนั่งลงเพื่อตรวจดูอาการของหญิงสาว
เยี่ยเฟิงขมวดคิ้วหลังจากตรวจดูอาการของนาง สถานการณ์ของนางคับขันมาก ก่อนหน้านี้เขาไม่ทันได้ตรวจดูอย่างถี่ถ้วน ขณะนี้เมื่อประคองนางให้ลุกขึ้นถึงได้รู้ว่านอกจากบาดเจ็บสาหัสแล้ว นางยังถูกพิษร้ายแรงด้วย
“ถูกพิษร้ายแรง แต่ก่อนหน้าข้ากลับไม่สังเกตเห็น หรือนางจะใช้พลังกดทับเอาไว้?” เยี่ยเฟิงขมวดคิ้ว
ก่อนเขาจะลงมือ หญิงสาวบาดเจ็บสาหัสอยู่แล้ว ต่อมานางถูกเขาลงมือจู่โจม เหมือนราดน้ำแข็งบนหิมะ ขณะนี้ริมฝีปากของหญิงสาวเปลี่ยนเป็นสีม่วงดำคล้ำ การหายใจถี่สั้น หนำซ้ำลมหายใจอ่อนลงทุกที
สิ่งที่เยี่ยเฟิงต้องเผชิญในตอนนี้คือช่วยหรือไม่ช่วย
พูดตามตรง แม้หญิงสาวจะงดงามไร้ที่ติ แต่เยี่ยเฟิงกลับไม่หวั่นไหว เพราะอย่างไรตั้งแต่แรกเริ่มหญิงสาวไม่ได้ให้ภาพจำที่ดีต่อเขาสักเท่าใด อีกอย่างเขาเองก็ไม่รู้ว่าหญิงสาวงดงามผู้นี้เป็นคนดีหรือคนเลว
“หากไม่รีบควบคุมพิษในร่างกายของนาง นางคงต้องตายในสามชั่วยามนี้แน่” เยี่ยเฟิงลองใช้มือสำรวจ จากนั้นขมวดคิ้วพึมพำ
ผ่านไปสักพักก็พึมพำออกมาอีกครั้ง
“ช่างเถอะ ชาติก่อนอาจารย์เคยบอกข้า ผู้ปรุงโอสถเสมือนท่านหมอ ต้องมีใจเมตตา ข้าจะช่วยควบคุมพิษให้เจ้าก่อน!”
เยี่ยเฟิงพาหญิงสาวไปไว้ในค่ายกลรวมลมปราณ จากนั้นหันหลังไปที่ห้องรับรอง
พิษร้ายแรงที่หญิงสาวลึกลับได้รับ จำต้องมียาถอนพิษคอยควบคุมพิษไว้ ตอนนี้เขาคงต้องรีบปรุงโอสถนี้ก่อน
เยี่ยเฟิงครุ่นคิดอยู่สักพัก จากนั้นนำสมุนไพรออกมาหกชนิด คิดไปคิดมา เขาหยิบกรงเล็บภูตเหม่ยเหรินออกมาด้วย
ไม่เพียงแต่จะต้องควบคุมพิษ แต่ยังต้องรักษาอาการให้ทรงตัวด้วย ไม่เช่นนั้นอาการบาดเจ็บสาหัสขนาดนั้นจะเป็นอันตรายต่อชีวิตนางได้ทุกขณะ เขาต้องปรุงโอสถออกมาสองชนิด
กรงเล็บภูตเหม่ยเหรินคือสิ่งที่เยี่ยเฟิงประมูลมาได้ในราคาสูงก่อนหน้านี้ ตอนนี้นำมาใช้หนึ่งต้น ทำให้เยี่ยเฟิงปวดใจเหลือเกิน
เขาจะปรุงโอสถเจ็ดดาว เพื่อทำให้อาการของหญิงสาวทรงตัว ส่วนโอสถเสวียจู ทำหน้าที่ควบคุมพิษในร่างกายของหญิงสาว
เดิมโอสถนี่เซวียนเป็นสุดยอดยาในการรักษาอาการบาดเจ็บ แต่ตอนนี้สมุนไพรไม่เพียงพอ ผนวกกับความยากในการหลอม เยี่ยเฟิงจึงทำได้เพียงใช้โอสถเจ็ดดาวทดแทนไปก่อน
โชคดีที่ช่วงนี้พลังของเขาเพิ่มขึ้น หากยังไม่เข้าสู่ภพเปิดตันเถียน ภายในระยะเวลาสั้นๆ เขาเองก็ไม่อาจปรุงโอสถสองชนิดนี้ออกมาได้
เพียงพริบตาเวลาหนึ่งชั่วยามก็ได้ผ่านไป เยี่ยเฟิงเช็ดเหงื่อตรงหน้าผาก ลากร่างกายที่อ่อนล้าออกมาจากห้องรับรอง พร้อมถอนหายใจ
“ระดับพลังต่ำเกินไป เดินพลังลมปราณทั้งหมดเพื่อปรุงโอสถ ร่างกายก็ยังรับไม่ค่อยไหวอยู่ดี!”
เมื่อมองขวดหยกในมือทั้งสอง เขาโล่งใจไปเปลาะหนึ่ง สุดท้ายกลับไปที่ค่ายกลรวมลมปราณ
ค่ายกลรวมลมปราณเป็นที่ที่พลังมายาเข้มข้นมากที่สุด มีส่วนช่วยในการรักษาอาการบาดเจ็บของหญิงสาว เยี่ยเฟิงประคองหญิงสาวให้ลุกขึ้น จากนั้นนำโอสถเจ็ดดาวกับโอสถเสวียจูใส่เข้าปาก ต่อมาเขานั่งขัดสมาธิด้านหลัง เดินพลังเพื่อนำพลังลมปราณภายในร่างหญิงสาว ให้พลังของนางรีบดูดซับยาที่กินเข้าไป
กระทั่งผ่านไปครึ่งชั่วยามเยี่ยเฟิงถึงได้ลุกขึ้น สีม่วงบนริมฝีปากหญิงสาวค่อยๆ หายกลับมาเป็นปกติ อีกทั้งลมหายใจของนางค่อยๆ กลับมาสม่ำเสมอ
เยี่ยเฟิงลุกขึ้นเดินเข้าไปในห้อง แต่เมื่อเดินไปถึงหน้าประตูเขากลับลังเลสักครู่ หันหลังแล้วอุ้มหญิงสาวเข้าห้องไป
“ข้าจะปล่อยเจ้าไปก่อน ต่อไปข้าจะค่อยๆ ทรมานเจ้า” เยี่ยเฟิงเอ่ยขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์
หลังจากเกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้น ทำให้เยี่ยเฟิงหายง่วงเป็นปลิดทิ้ง
เขาเดินออกไปนอกห้อง แล้วนั่งครุ่นคิดอยู่ด้านนอก เรื่องนี้เกรงว่าคงไม่จบลงง่ายๆ เขาไม่ค่อยเข้าใจ ก่อนหน้านี้เขาเห็นกับตาว่าพวกของหญิงสาวมีกันสี่คน สองในนั้นคือผู้เฒ่า พลังของทั้งสองดูน่ากลัวกว่าหญิงสาวมาก เหตุใดนางยังบาดเจ็บได้ขนาดนี้กัน
เมื่อนึกถึงพิษร้ายแรงในร่างของนาง เขาถอนหายใจอีกครั้ง บางทีทั้งสามคนอาจตายไปแล้ว
เมื่อนึกถึงคนชุดดำก่อนหน้านี้ที่ลอยตัวอยู่กลางอากาศ ในใจของเยี่ยเฟิงยากที่จะสงบ การเหาะเหินเดินอากาศมีเพียงผู้แข็งแกร่งที่อยู่ในภพพิศวงขั้นสูงสุดถึงจะทำได้ แต่พลังยุทธ์ของคนผู้นั้นคงไม่ได้อยู่เพียงภพพิศวงขั้นสูงสุดเท่านั้น
หญิงสาวผู้นี้มีสถานะใดกันแน่? ถึงได้ถูกผู้ที่แข็งแกร่งขนาดนั้นไล่ล่า ดูท่าที่มาของหญิงสาวคงน่ากลัวไม่แพ้กัน
เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากฟ้าสางได้ไม่นาน เสียงก่นด่าดังให้เยี่ยเฟิงได้ยิน เขากระโดดตัวลุกขึ้นเหมือนถูกไฟลนก้น นี่มันเสียงของเยี่ยอู๋เซิง
เมื่อวานเยี่ยอู๋เซิงกินโอสถไขกระดูกเข้าไปถึงสิบเอ็ดเม็ดภายในคราวเดียว แถมยังบดเคี้ยวอย่างละเอียด เยี่ยเฟิงไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเมื่อคืนเยี่ยอู๋เซิงผ่านมาได้อย่างไร ท่านปู่ไม่ได้เปลือยกายออกมาวิ่งทั่วจวนก็เหนือความคาดหมายของเยี่ยเฟิงแล้ว
ตอนเยี่ยอู๋เซิงอาละวาดน่ากลัวใช่เล่น เยี่ยเฟิงไม่พูดพร่ำทำเพลง ตรงดิ่งออกมานอกเรือนหลังเล็ก ก่อนออกจากเรือนเขาเห็นเยี่ยอู๋เซิงก่นด่าไปด้วย พร้อมกับมุ่งหน้ามาทางนี้
“ให้ตายสิ...” เยี่ยเฟิงรีบหนีทันที เขาหายออกไปจากตระกูลเยี่ยภายในพริบตา
“หลานสารเลว หยุดเดี๋ยวนี้นะ ดูสิว่าข้าจะตีจนเจ้าตูดแตกตูดลายหรือไม่ กล้าแกล้งข้าเล่นหรือ เจ้า...” เยี่ยอู๋เซิงโกรธมาก เขารีบตามเยี่ยเฟิงออกไปนอกจวนด้วย
สำหรับเขาเรื่องเมื่อคืนเหมือนการทรมานจากนรกอเวจี ความรู้สึกที่จะอยู่ก็ไม่ได้ จะตายก็ไม่ได้แบบนั้น หากไม่ใช่เพราะพลังของเขาสูงพอ คาดว่าตอนนี้คงตายไปแล้ว
แม้ผลของการกินโอสถไขกระดูกมากขนาดนั้นจะทำให้เยี่ยอู๋เซิงตกตะลึง แม้แต่ทางตันในการฝึกยุทธ์ก็สั่นคลอนไปด้วย แต่เขาก็ยังโมโหอยู่ดี ความทรมานเกินมนุษย์เมื่อคืนทำให้เขายากที่จะทำใจ
ตอนที่เขาออกมาจากจวนตระกูลเยี่ย เยี่ยเฟิงหนีไปอย่างไร้ร่องรอยแล้ว เยี่ยอู๋เซิงหันมองรอบด้านจากนั้นเริ่มก่นด่า สุดท้ายทำได้เพียงเดินกลับไปเท่านั้น
“เจ้าสารเลว ปีกกล้าขาแข็งแล้วอย่างนั้นหรือ ถึงได้กล้ามาล้อข้าเล่น”
“หลานทรพี ข้าจะต้องถอดกางเกงแล้วมัดเจ้าเอาไว้ แล้วตีเจ้าสักยกหนึ่งให้ได้”
บ่าวรับใช้ภายในตระกูลเยี่ยต่างหันมองหน้ากัน กฎประจำตระกูลของตระกูลเยี่ยก็ช่างพิเศษเหลือเกิน ดูเหมือนก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น เยี่ยเฟิงถูกเยี่ยอู๋เซิงจับห้อยไว้แล้วตีก้นอยู่นอกห้องรับแขก ครั้งนั้นดูเหมือนเยี่ยเฟิงจะนอนรักษาตัวอยู่บนเตียงเป็นเดือน
ผ่านไปสักพักใหญ่ เยี่ยเฟิงทำท่าลับๆ ล่อๆ ยื่นหัวออกไปดูภายในจวนตระกูลเยี่ย จากนั้นรีบวิ่งหลบเข้าไปในเรือนหลังเล็กทันที
ในใจเขาทั้งจนใจและยิ้มอย่างขมขื่น นิสัยของท่านปู่เกินบรรยายจริงๆ แต่เขาก็แอบสะใจไม่น้อย เหมือนคนที่ได้แก้แค้นสมใจ
ตอนเขากลับไปถึงห้อง พบว่าหญิงสาวได้ฟื้นขึ้นมาแล้ว ทว่านางยังคงนอนอยู่บนเตียง ขยับเขยื้อนไม่ได้
“นังหนู เจ้าเกิดมางดงามขนาดนี้ ทำไมจิตสังหารถึงได้รุนแรงนัก หากไม่ใช่เพราะข้าช่วยควบคุมพิษกับอาการบาดเจ็บของเจ้าเอาไว้ เกรงว่าตอนนี้เจ้าคงต้องไปรายงานตัวกับยมบาลแล้ว นอกจากจะไม่ขอบคุณข้าแล้ว ยังใช้สายตาอำมหิตเช่นนั้นจ้องมองข้าอีก”
เยี่ยเฟิงเดินมาข้างเตียง ปัดเสื้อผ้าเล็กน้อยแล้วนั่งลงบนเตียง
“เจ้า... อันธพาลไร้ยางอาย เจ้าอยู่ห่างๆ ข้านะ”
สีหน้าที่เริ่มแดงฝาดของสาวน้อยกลับต้องขาวซีดเพราะคำพูดของเยี่ยเฟิง เมื่อเห็นเยี่ยเฟิงนั่งลง นางรีบกระถดตัวเข้าไปด้านใน แต่ดิ้นรนอยู่นานก็ไม่ขยับแม้แต่น้อย
“ข้า... นังหนู เจ้าดูให้ดีนะ นี่เป็นห้องนอนของข้า ที่เจ้านอนอยู่ก็เป็นเตียงของข้า เมื่อคืนข้าไม่ได้ปลดเปลื้องเสื้อผ้าเจ้ายามเจ้าสลบก็ถือว่าเมตตามากพอแล้ว เจ้ากลับไม่พอใจหรือ?” ขณะพูดเยี่ยเฟิงก็จงใจเบียดตัวเข้าหานางไปด้วย
“เจ้า... เจ้ากล้าหรือ..” แววตาของหญิงสาวมีความตระหนกอย่างชัดเจน ร่างกายของนางอ่อนแอมาก อีกทั้งตอนที่นางดิ้นทำให้บาดแผลฉีกและเจ็บปวดมาก หากเยี่ยเฟิงคิดไม่ซื่อกับนางจริง นางไม่มีปัญญาทำอะไรได้เลย ดวงตานางแดงก่ำจนเกือบจะมีน้ำตา
เยี่ยเฟิง “...”
“ให้ตายสิ เป็นครั้งแรกที่เห็นผู้แข็งแกร่งในภพพิศวงร้องไห้ โลกใบนี้กว้างใหญ่ไพศาล เรื่องประหลาดช่างมากมายนัก เคยได้ยินพ่อไก่ออกไข่ เคยเห็นแม่หมูปีนต้นไม้ แต่ผู้แข็งแกร่งภพพิศวงร้องไห้ เพิ่งเคยเจอครั้งแรก”
เยี่ยเฟิงลุกขึ้นเดินไปอีกด้าน ก่อนจะหันมา
“แม้ข้าจะควบคุมพิษของเจ้าได้แล้ว และรักษาอาการของเจ้าให้ทรงตัว แต่ข้าไม่ได้คิดจะช่วยเจ้า ที่ข้าทำเช่นนี้เพราะต้องการให้เจ้ามีชีวิตต่ออีกหลายวัน จะได้ไม่ต้องมาตายในจวนตระกูลของข้า”
พูดจบเยี่ยเฟิงหันหลังออกจากห้องทันที พิษที่หญิงสาวได้รับไม่ใช่พิษร้ายแรงธรรมดาทั่วไป ด้วยฝีมือของเยี่ยเฟิงสามารถรักษานางได้ แต่ต้องมีสมุนไพรที่จำเป็นด้วย แม้อาการบาดเจ็บของหญิงสาวจะมีโอสถทำให้ทรงตัว แต่ก็ต้องใช้เวลาในการรักษาตัวสักพักใหญ่ถึงจะหายเป็นปกติได้
เขาไม่ใช่คนใจคอโหดเหี้ยม แต่ก็ไม่จำเป็นต้องไปทุ่มเทให้กับหญิงสาวแปลกหน้าที่ไม่รู้จักกันมาก่อน
หญิงสาวนอนอยู่บนเตียง เมื่อเห็นแผ่นหลังที่จากไปของเยี่ยเฟิง ในใจนางมีความรู้สึกมากมายปนเปกัน แววตานางสับสนและกังวล
พิษที่นางได้รับมีนามว่าผงคร่าวิญญาณ พิษชนิดนี้แทบไม่มียารักษา แต่เยี่ยเฟิงกลับสามารถควบคุมไม่ให้พิษในร่างของนางกำเริบได้ชั่วคราว เรื่องนี้ทำให้นางประหลาดใจมาก
ส่วนอาการบาดเจ็บของนาง นางไม่รู้ว่าเยี่ยเฟิงให้นางกินยาชนิดใดกันแน่ บาดแผลของนางถึงได้ค่อยๆ สมานกัน เจ้าคนไร้ยางอาย เสเพลและทำตัวอันธพาลคนนี้ ตกลงเป็นคนอย่างไรกันแน่?
เมื่อได้สัมผัสนางถึงได้รู้ว่าบนตัวเยี่ยเฟิงนั้นเต็มไปด้วยความลึกลับ ทำให้นางดูไม่ออก และคาดเดาไม่ถูกเลย
ขณะเดียวกันนางก็เป็นกังวลมากเช่นกัน เรื่องที่เยี่ยเฟิงจะช่วยนางหรือไม่ นางไม่ได้ใส่ใจสักนิด หากไม่พูดถึงเรื่องอื่น แค่พิษในร่างกายนาง นางคงต้องตายอยู่แล้ว พิษนี้แทบจะไม่มียาแก้พิษ แต่สิ่งที่นางกังวลคือคนอื่นๆ สามคนนั้นถูกแผนล่อเสือออกจากถ้ำ ไม่รู้ว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไร