30 กันยายน 2007
ยามเย็นริมแม่น้ำที่ทอดยาวออกไปสองข้างฝั่งของแม่น้ำถูกห้อมล้อมไปด้วยตึกสูงและบ้านเรือนมากมายของผู้คน ชายหนุ่มในชุดสูทสีกรมท่ายืนมองออกไปที่แม่น้ำด้วยสายตาที่เ็าและว่างเปล่า ทันใดนั้นเองเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์ก็ได้ดังขึ้นชายคนนั้นมองไปที่จอโทรศัพท์ที่ยังคงดังอย่างต่อเนื่องก่อนจะกดรับสายนั้น
“ไม่ทราบเลขหมายปลายทาง” เขาจ้องมองไปที่โทรศัพท์และคิดบางอย่างสักพัก ก่อนจะตัดสินใจรับสาย
“มีงานให้นายทำ” หลังคำพูดจบลงสายก็ตัดไปในทันที แม้จะเป็คำพูดสั้น ๆแต่ชายหนุ่มทราบดีอยู่แล้วว่าหมายถึงอะไร
และเขาต้องไปที่ไหน “ตาลุงนี่แค่คำว่าสบายดีไหม มันพูดยากขนาดนั้นเลยเหรอ?” ชายหนุ่มพูดพึมพำคนเดียวก่อนจะเก็บโทรศัพท์และเดินตรงกลับไปที่บ้านพักของตัวเอง เมื่อมาถึงที่พักเขาได้เปิดประตูเข้าไปพร้อมกับพูดขึ้นมาว่า
“ฉันมีงานต้องทำเธออยู่ที่นี่จนกว่าฉันจะกลับมา ที่นี้มีอาหารเพียงพออยู่ได้เป็เดือนช่วยเหลือตัวเองละกันแล้วฉันจะกลับมาคิดอีกครั้งว่าจะทำยังไงกับเธอ”
เขาได้พาเด็กสาวไร้บ้านคนนั้นกลับมาด้วยพร้อมเสื้อผ้าของใช้จำเป็ที่เขาแวะไปซื้อก่อนจะกลับ อาจเพราะความเวทนาหรือจะเป็เพราะเขากำลังนึกถึงอดีตที่ยากลำบากของตัวเอง นั้นไม่ใช่สิ่งสำคัญเพราะเขามีสิ่งที่ต้องไปทำก่อนในเวลานี้
ยามพลบค่ำบนสะพานข้ามแม่น้ำที่ทอดยาวเต็มไปด้วยแสงไฟจากรถที่วิ่งผ่าน ชายหนุ่มและชายที่ดูมีอายุอีกคนกำลังพูดคุยกันบนสะพานข้ามแม่น้ำ
“นายมาสายไป 5 นาที” ชายมีอายุมองด้วยหางตาและพูดขึ้นมาพร้อมจับราวสะพานเอาไว้และทอดสายตาออกไป
ทางด้านชายหนุ่มเองก็หันหน้ามองออกไปเช่นกันก่อนจะเริ่มถามชายมีอายุ
“จะให้ผมทำอะไร” ชายหนุ่มเอ่ยถามด้วยสีหน้าที่ไม่แสดงอาการใดๆออกมา ชายมีอายุหันมามองที่เขาพร้อมกับคำตอบ
“มีข้อมูลบางอย่างที่ทำให้เราเชื่อว่ากำลังจะมีเหตุร้ายเกิดขึ้นกับพวกเรา” เมื่อพูดจบชายมีอายุได้จ้องมองไปที่ชายหนุ่มก่อนที่ชายหนุ่มจะถามกลับไปด้วยท่าทีจริงจัง
“พวกเราเหรอ?” ชายหนุ่มถามกลับ
“กับเราทุกๆคน” ชายมีอายุตอบกลับ
“แหล่งข้อมูลเชื่อถือได้ไหม?” ชายหนุ่มขมวดคิ้วเล็กน้อย
“อนาคต” นี่คือคำตอบเพียงประโยคเดียวจากชายคนนั้น
“ไม่สั้นไปหน่อยเหรอ” ชายหนุ่มรีบถามกลับในทันที ก่อนชายคนนั้นจะเริ่มเล่าความ
ข้อมูลที่ได้มามีข้อจำกัดนายอาจต้องค้นหาเอาเอง ฉันจะบอกสถานที่และที่เกี่ยวข้องกับเื่นี้ หากจะให้เล่าก็คงต้องย้อนไปนับั้แ่ปี 1923 หรืออาจนานกว่านั้นมีองค์กรลับถูกก่อตั้งขึ้นจากความร่วมมือในหลายประเทศในนามว่า Peculiar สิ่งเหนือธรรมชาติหลายอย่างบนโลกใบนี้ได้ถูกค้นพบ บ้างก็ว่า เป็แค่เื่เล่าหลอกเด็ก บ้างก็ว่าเป็เพียงตำนาน แต่ที่สำคัญหลายๆอย่างที่กล่าวมานั้น มีคนเคยพบและมันเกิดขึ้นจริง มีหลักฐานถูกบันทึกและจัดเก็บไว้ และจนถึงตอนนี้มีของหลายชิ้นถูกเก็บรักษาอย่างดี
“แล้วงานนี้ทำไมต้องเป็ผม” ชายหนุ่มถามด้วยใบหน้าที่นิ่งเฉยแม้จริงๆแล้วในใจเขาก็ยังคงสงสัยในหลายๆอย่าง
“ฉัน้าคนที่ไว้ใจได้ พวกเราล้วนแต่ทำงานเพื่อประเทศและเพื่ออนาคตของประเทศ ตัวนายอายุเพียง 19 ปี ผ่านสมรภูมิและทำภารกิจมากมายฉันเชื่อว่านายเหมาะสม” ชายมีอายุพูดขึ้นด้วยสีหน้าที่จริงจังและหันหน้ามองออกไปไม่ได้พูดอะไรต่อ
“แล้วภารกิจจะเริ่มเมื่อไหร่” ชายหนุ่มพูดขึ้นมาในทันที
“ผ่านจุดเริ่มต้นมาแล้วจะมีคนมารับนายไปตามที่บอกนี่” ชายมีอายุยื่นกระดาษใบหนึ่งมีข้อมูลและพิกัดของสถานที่แก่ชายหนุ่มจากนั้นเมื่อมอบพิกัดเสร็จสิ้นก็หันหลังและเดินจากไป ชายหนุ่มมองตามหลังจนเขาเดินลับไปไกลก่อนที่จะจ้องมาที่แผ่นกระดาษอีกครั้งและมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันหลังและเดินไปอีกทาง
ในยามเช้าของเมืองที่วุ่นวายชายหนุ่มเดินทางมาถึงสถานที่ตามพิกัดภารกิจของเขา แต่ที่น่าแปลกใจตึกสูงที่มีคนจอแจเต็มไปหมดที่คาดไว้ว่าจะเป็สถานที่ขององค์กรลับกลับกลายเป็ โรงพยาบาล ชายหนุ่มเดินตรงเข้าไปทางประตูและเดินไปตามทางมองไปซ้ายทีทางขวาทีเดินไปเรื่อย ๆ มองหาจุดสังเกตจากข้อมูลที่ได้รับมาจนกระทั่งถึงที่หมาย
“ม้านั่งตัวที่ 3 ข้างซ้ายลิฟต์กระจก” นั้นคือจุดสังเกตหลักที่เขาต้องมองหา ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเรียกมาจากทางด้านหลังของเขา
“ในที่สุดคุณก็มา แต่เร็วไปวันหนึ่งนะความจริงวันนี้ฉันหยุด” เสียงของผู้หญิงใส่ชุดกาวนมีสีขาวผมยาวสีบลอนด์ สูงราว ๆ 160 เิเถือถ้วยกาแฟอยู่ในมือ
“บางสิ่งยังไม่มาถึงแต่มันจะมา” ชายหนุ่มหันมามองและพูดรหัสลับออกมาทันทีหลังจากได้ยินเสียงเรียกของหญิงสาว
“อนาคต” หญิงสาวตอบออกมาทันทีหลังจากชายหนุ่มพูดขึ้นก่อนจะพูดต่อ
“ฉันชื่อ ทิคเกอร์ นักฟิสิกส์อนุภาค นักวิจัยสิ่งเหนือธรรมชาติ” หญิงสาวพูดจบพร้อมยื่นมือออกมา
“คุณดูเด็กเกินกว่าจะจบเอกในอายุเพียงเท่านี้” ชายหนุ่มจับมือและพูดขึ้นมาเพราะจากการประเมินอายุจากผิวพรรณและหน้าตาเธอดูเหมือนพึ่งวัย 20 ปลาย ๆเท่านั้น
“ฉันเองก็ใเหมือนกันตอนที่ได้รับโปรไฟล์ของคุณมา คุณทำงานอันตรายแบบนั้นั้แ่เด็กเลยเหรอ”
"มันขึ้นอยู่กับความสามารถ" ชายหนุ่มตอบออกมาด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ
“ฉันเองก็เหมือนกัน”
ชายหนุ่มไม่ตอบอะไรเพียงแค่มองไปทางหญิงสาวเท่านั้น
“ตามฉันมา” หญิงสาวพูดขึ้นก่อนจะพาชายหนุ่มเข้าไปในลิฟต์ทำพร้อมกับกดปุ่มเลขชั้นของลิฟต์แทนรหัส ทันใดนั้นลิฟต์ก็เคลื่อนลงไปด้านล่าง ท่ามกลางเสียงลิฟต์ที่ค่อยๆลงไปผ่านแต่ละชั้นชายหนุ่มมองออกไปห่างจากจุดที่อยู่เขาเห็นห้องกระจกแก้วทันสมัยหลากหลายแบบซึ้งดูเหมือนจะมีไว้ใช้กักกันบางอย่างจนกระทั่งถึงชั้นล่างทั้งสองเดินออกจากลิฟต์ผ่านห้องปฏิบัติการไปหลายห้องก่อนจะตรงเข้าไปห้องปฏิบัติการห้องหนึ่ง ก่อนจะเกริ่นนำคำพูดขึ้น
บนโลกใบนี้มีหลายสิ่งที่คนส่วนใหญ่ไม่เคยพบเจอหรือเคยเห็นที่ไหนมาก่อน อาจเคยได้ยินเป็เื่ราวสืบทอดกันต่อๆมาและผู้คนส่วนใหญ่ก็เชื่อว่าเป็เื่ที่ถูกแต่งขึ้นมาเพื่อใช้หลอกเด็กๆให้ทำตัวดีๆ บางคนที่ได้เห็นและรับรู้ว่ามันมีอยู่จริงไปเล่าให้ใครฟังคนอื่นก็ว่าเขาคงเป็บ้า แต่ก็มีกลุ่มคนที่รับรู้ว่ามันมีจริงพวกเขาเริ่มศึกษามันทำความเข้าใจมันและกำหนดคุณลักษณะและแบ่งแยกระดับของมันไว้ขึ้นอยู่กับความเป็อันตรายของมันโดยเบื้องต้น แบ่งออกเป็ 5 ลำดับไล่จากน้อยไปมาก
“คุณเคยเห็นสิ่งนี้ไหม” นักวิทยาศาสตร์สาวพูดขึ้นพร้อมกับชี้ไปทางแท่งสีดำที่มีสิบเหลี่ยมรูปร่างประหลาด
“มันคืออะไร” ชายหนุ่มสั่นหัวเบาๆและเอ่ยถามขึ้นมาในทันทีก่อนมองไปที่นักวิทยาศาสตร์สาวก่อนที่เธอจะวางแก้วกาแฟในมือลงก่อนจะเริ่มอธิบาย
ทางองค์กรพบสิ่งนี้ครั้งแรก่ปี 1987 แต่ในบันทึกจากคำบอกเล่าและภาพวาดที่คล้ายกันมีคนเคยพบมันใน่าโลกครั้งที่ 2 จากนั้นก็ไม่มีใครพบมันอีกจนกระทั่งเราเจอมันอีกครั้งทางตอนเหนือที่เนวาดา จากการขุดเหมืองและเก็บรักษาและศึกษามันจนได้พบว่ามันปล่อยพลังงานบางอย่างเป็สสารที่ไม่สามารถระบุได้ชัดเจน แต่เที่เรารู้ในตอนนี้มันส่งผลต่อมิติที่ 4 ได้หรืออาจทำได้มากถึงมิติที่ 6 ทางเราเรียกสิ่งนี้ว่า MS-011