ตอนพ่อหมอ
ก๊อกๆๆ
“ขอโทษนะคะมีใคร…”
น้ำหวานเคาะประตูแล้วเอ่ยออกไปไม่ทันจบประโยคประตูไม้บานใหญ่ก็เปิดแง้มออกมีผู้หญิงแต่งกายด้วยชุดขาวเหมือนพวกที่ไปถือศีลตามวัดเยี่ยมหน้าออกมามองอายุของเธอคำนวนจากใบหน้าแล้วคงห่างจากน้ำหวานเพียงหนึ่งถึงสองปีเท่านั้นหญิงสาวที่เปิดประตูออกมามีใบหน้าสะสวย ผมสั้น แววตาดุแถมยังชักสีหน้าไม่พอใจใส่แขกในยามวิกาลคล้ายกับไม่อยากจะต้อนรับเธอสักเท่าไหร่
“มีธุระอะไร”
“พวกเราอยากมาพบพ่อหมอน่ะครับ”
ลุงสันต์ที่ยืนอยู่ด้านหลังเ้านายสาวเป็ผู้ตอบถาม
“นี่มันกี่โมงกี่ยามแล้วไม่แหกตาดูบ้างหรือไงนึกว่าสำนักนี้เป็เซเว่นเหรอจะเปิดยี่สิบสี่ชั่วโมง”
“พูดบอกดีๆก็ได้มั้งหนูไม่เห็นต้องว่ากันรุนแรงแบบนี้เลย”
“นี่ฉันก็พูดดีแล้วนะลุงเห็นว่าหัวหงอกจะหมดหัวอยู่แล้วหากเป็คนอื่นอีเดือนแม่ด่ากระเจิงเปิดตูดแน่บไปแล้วจะบอกให้”
เดือนแรมลูกศิษย์สาวก้นกุฏิของสำนักเม้มปากแน่นเท้าเอวเชิดหน้าขึ้นกวาดสายตาพิฆาตส่งไปยังแขกแปลกหน้าทั้งสอง
“ฉันต้องขอโทษด้วยนะคะที่มาเอาซะดึกดื่นป่านนี้พวกเราไม่คุ้นทางน่ะค่ะเลยขับรถวนอยู่หลายรอบกว่าจะมาถึงก็มืดค่ำฉันมีเื่ร้อนใจจริงๆ ขอพบพ่อหมอหน่อยได้ไหมคะ”
น้ำหวานพยายามใช้น้ำเย็นเข้าลูบเธอเดินทางมาไกลเลยไม่อยากเสียเที่ยว อีกอย่างหมอดูร่างทรงที่ไหนว่าเก่งเธอก็ลองไปหามาแล้วหลายแห่งแต่สุดท้ายแล้วก็พบแต่พวกสิบแปดมงกฏหลอกลวงต้มตุ๋นเอาเงินทั้งนั้นยังไม่เคยเจออาจารย์หรือพ่อหมอที่เก่งกาจจริงๆ เลยสักหนเดียว
“เฮ้อ… ใครๆ ที่มานี่ก็มีเื่เดือดร้อนกันทั้งนั้นแหละกลับไปเหอะพรุ่งนี้ค่อยมาใหม่” สาวเดือนแรมโบกมือไล่
“เดือนแรม”
เสียงของผู้ชายคนหนึ่งดังขึ้นจากชั้นสองของบ้านเป็น้ำเสียงที่ฟังดูไม่หนุ่มไม่แก่ฟังดูสดใสกังวานไพเราะจนคนที่ได้ฟังอยากจะเห็นใบหน้าของเ้าของเสียง
“จ๋า”
สีหน้าของแม่สาวเดือนแรมเปลี่ยนจากแม่เสือกลายเป็ลูกแมวน้อยในพริบตา
“ให้พวกเขาเข้ามาเถอะมีวาสนามาถึงสำนักหากมีวาสนาเกื้อกูลกันฉันก็จะช่วยเต็มที่”
“จ้า”
เดือนแรมหันไปทำเสียงอ่อนเสียงหวานก่อนจะตีสีหน้าถมึงทึงมาทางน้ำหวานและลุงสันต์
“เข้ามาสิหูแตกเหรอไงโชคดีมากนะปรกติพ่อหมอไม่รับแขกตอนดึกๆ ขนาดนี้หรอกนะ”
“ขอบคุณมากนะคะพ่อหมอ”
น้ำหวานยกมือไหว้ทั้งที่ยังไม่เห็นหน้าของพ่อหมอที่เธอ้ามาพบเดือนแรมพาเธอและลุงสันต์มานั่งรอที่โซฟาไม้รับแขกซึ่งตั้งอยู่ในห้องรับแขกชั้นล่างตามผนังมีรูปถ่ายทั้งผู้หญิงผู้ชายมากมายแขวนเอาไว้เป็รูปขาวดำที่เคยประดับอยู่ในงานพิธีของเ้าของรูปมาก่อนทั้งสิ้นแต่มีรูปชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งดูแล้วน่าจะใกล้เคียงกันรูปเ้าของบ้านที่สุด
ในรูปเป็ชายหนุ่มหน้าตาดีอายุไม่น่าจะเกินสามสิบห้าปีผมสั้น ผิวเข้ม คิ้วดกดำ ดวงตาเสมือนมีอำนาจบางอย่างสะกดให้คนที่เผลอจ้องตากับรูปภาพถูกดึงดูดให้หลงเข้าไปในภวังค์
“เอานี่”
เดือนแรมหยิบกระดาษและดินสอมาวางบนโต๊ะ
“นี่อะไรเหรอคะ”
“เขียนวันเดือนปีเกิดลงไปฉันจะเอาขึ้นไปให้พ่อหมอ ถ้ามีดวงที่จะเกื้อกูลช่วยเหลือกันพ่อหมอถึงจะช่วยแต่ถ้าไม่มีก็กลับบ้านไป”
เดือนแรมทำหน้าทำตาน่าตบใส่แขกสาวของหล่อนหากเป็คนอื่นก็อาจมีเื่ขึ้นแล้วง่ายๆ แต่น้ำหวานเธอเป็ผู้หญิงที่ใจเย็นมากพอเลยได้แต่ข่มความไม่พอใจเอาไว้เงียบๆ