ทะลุไปในโลกนิยายพร้อมระบบเกมทำสวน

    ตอนที่ 10 หนูเป็นเศรษฐีตัวน้อยค่ะ

    หนูเป็๲เศรษฐีตัวน้อยค่ะ

            สามวันต่อมา ลุงผินจัดการเ๹ื่๪๫ที่ดินทั้งหมดให้ม่านฟ้า ม่านฟ้ามีที่ดินทั้งหมดเจ็ดไร่นี่รวมที่ดินเดิมที่ตนเองมีอยู่2ไร่ ม่านฟ้าจึงจัดการที่ของตัวเอง เธอปลูกผักน้อยกว่าผลไม้ เธอจึงผลูกผักเพิ่มสองไร่

            ม่านฟ้าถามน้าพายว่า “ตอนนี้พวกฝรั่งเอาเมล็ดผักอะไรมาขายให้คนสยามปลูกบ้างคะ?”

            ม่านฟ้าจะได้ปลูกอย่างสบายใจ

            ม่านฟ้าลง หน่อไม้ฝรั่ง มะเขือเทศจิ๋ว กะหล่ำปลีม่วง แครอท มันฝรั่ง  ข้าวโพด

            ส่วนผักท้องถิ่นเธอปลูกไม่หลาก เพราะเธอเลือกปลูกผักที่คนส่วนใหญ่ชอบกินเท่านั้น

            ม่านฟ้าจึงปลูกสะระแหน่ก่อน สำหรับสะระแหน่ น้าพายขอมา เขาบอกว่าในร้านอาหารใช้เยอะมาก ส่วนสองไร่ที่ยังเหลือไว้ปลูก เธอปลูกผลไม้เพิ่ม 

            ม่านฟ้าปลูกองุ่นไร้เม็ดด้วยเพราะเธอชอบกินมาก เธอตัดสินใจจะให้คนอื่นปลูกด้วย ม่านฟ้าจึงวางแผนให้น้าพายไปบอกคนอื่นว่า มันเป็๞องุ่นป่าที่บังเอิญเขาไปเจอแล้วให้ม่านฟ้ามาลองปลูกอีกที

            น้าพายหอมแก้มเธอไปสองทีกับความช่างคิดของเธอเอง

            องุ่นไร้เมล็ดของม่านฟ้าที่ปลูก มันไม่มีในโลกใบนี้หรอกนะ

            น้าพายชิมแล้วก็ติดใจอย่างมาก ชมไม่ขาดปาก องุ่นของเธอมันออกทั้งปีเพราะปุ๋ยกับน้ำในมิติ เธอสังเกตได้ว่า ยิ่งเป็๲พืชที่มาจากในมิติด้วยมันจะเจริญเติมโตและออกผลอย่างผิดปกติ

             บางทีก็ออกแบบผิดฤดูไม่เหมือนพืชผลที่ทั่ว ม่านฟ้าเลยบอกน้าพายว่าให้เอาต้นกล้าองุ่นของเธอไปให้คนอื่นลองปลูก ตอนแรกน้าพายก็แปลกใจ แต่พอได้ยินคำอธิบายของเธอ น้าพายก็เคารพในการตัดสินใจของเธอ 

            “เกษตรกรในหมู่บ้านก็จะอยู่ดีกินดีขึ้นนะคะ องุ่นชนิดนี้ หนูเชื่อว่าทุกคนต้องชอบเพราะมันไม่มีเมล็ด รสชาติก็ดีกว่าองุ่นทั่วไป สวนหนูปลูกอยู่ที่เดียว มันก็ดูแปลกเกินไป คนอื่นอาจจะสงสัยและไม่พอใจหนูได้ คนในหมู่บ้านอาจจะไม่คิดร้ายกับหนู แต่คนนอกหมู่บ้านสิคะ คือปัญหา”

            อีกอย่าง...พระเ๯้ามิติบอกว่าให้เธอช่วยคนในหมู่บ้านด้วย

            “ก็จริงอย่างที่หนูม่านว่า ให้ผู้ใหญ่ผินออกหน้าละกัน แกคงจะดีใจมาก เกษตรกรในหมู่บ้านเราคงอยู่ดีกินดีขึ้นมากเลย”

            “ค่ะ แค่บอกว่าน้าพายไปเจอมาในป่าตอนไปล่าสัตว์ก็พอ ชาวบ้านก็ไม่สงสัยองุ่นของหนูแล้ว”

            “ฉลาดจริงๆเลยเรา” น้าพายยกนิ้วโป้งให้เธอ

            “งั้นหนูจะปลูกไม่เยอะนะคะ เพราะคนอื่นเอาไปปลูกแล้ว หนูแค่เอาไว้กินเองก็พอ ฮี่ๆ”

            “แล้วแต่ละกัน สามแถวพอ”

            “หนูกะเอาแถวเดียวนะคะ”

            “สามแถวดีกว่า น้าว่าองุ่นของหนูน่าจะดีกว่า องุ่นที่ชาวบ้านเอาไปปลูกอาจจะไม่ดีเท่า เพราะน้ำในมิติของหนูน่ะ”

            ม่านฟ้าพอเข้าใจแล้ว น้าพายกะเอาไปขายให้พวกคนรวยๆ “ก็ได้ค่ะ”

            ยังไงเธอก็ได้เงินเพิ่มนี่เนอะ เอาเถอะสามแถวก็สามแถวยาวๆ ไม่เสียเปรียบอยู่แล้ว

            น้าพายเล่าแผนองุ่นให้ลุงผินฟังที่ทำงาน ลุงผินก็บึ่งรถมาหาม่านฟ้าทันที เธอเตรียมต้นกล้าให้แล้ว เหลือแค่ให้ลุงผินเอาไปแจก จากนั้นเธอก็ยื่นองุ่นในมิติให้ลุงผิน เพื่อให้เขาเอาไปให้ชาวเกษตรกรลองชิม พวกเขาจะได้รู้ว่ารสชาติเป็๞อย่างไร หากพวกเจาตัดสินใจที่จะปลูก น้าพายจะรับซื้อองุ่นพวกนี้ไปขาย เพราะมันอร่อยจริงๆ เหมาะสำหรับทุกเพศ ทุกวัย ทุกเชื้อชาติชอบกิน

            แถมมันดูสวยหรูหราด้วย โฮะๆ

            ชาวบ้านไม่สงสัยว่าทำไมภายในครึ่งเดือนก็มีองุ่นแล้ว เพราะเขามัวแต่สนใจกับการปลูกองุ่นเพื่อให้เงินเข้ากระเป๋าเท่านั้น ทำไมต้องสงสัยให้เยอะกันล่ะ ดิ้นรนมีชีวิตก็เหนื่อยพอแล้ว ไม่มีเงินก็ต้องขายตัวเองเป็๞ทาส! (เกิดเป็๞คนต้องคิดบวก! โอ้! )

            ลุงผินบอกว่าช่างจะมาปรับปรุงบ้านให้เธออีกสองวัน ม่านฟ้าจึงรีบลงต้นไม้ในสวนให้หมดเหลือไว้หนึ่งไร่ สำหรับที่พักคนงานและโกดังเก็บผักผลไม้ 

            ตอนนี้เธอมีเงินถึงห้าแสนแล้ว ทำเงินภายในครึ่งเดือนถือว่าเร็วมาก ที่น่าทึ่งกว่าคือ…ความชื่นชอบของชาวสยามทั่วประเทศที่ชอบกินทุเรียนหมอนทองของเธอ โอ้…อเมซิ่ง∼

            แค่ทุเรียนเท่านั้นเองนะเออ! ให้ตายเถอะ!

            ตกเย็นเธอก็ว่างแล้ว ม่านฟ้าจึงพาตาพวงไปซื้อเสื้อในตลาดที่ร้านเดิม ม่านฟ้าจัดไปเหนาะๆสิบชุด จากนั้นเราก็ไปติดต่อคนที่จะขายร้านให้เรา คนขาย๻้๪๫๷า๹ขายในราคาหมื่นสอง

            ถูกจังในความคิดของเธอ แต่ตาพวงนี่สิ๻๠ใ๽กับความแพงของราคาซื้อร้าน

            “ว่าไงแม่หนู จะซื้อร้านลุงไหม?” คนขายร้านถามด้วยสายตาเคลือบแคลง

            “ซื้อสิ งั้นเจอกันพรุ่งนี้ที่สำนักงานที่ดินนะลุง” ม่านฟ้าตอบลุงขายร้าน

            ลุงขายร้านทำหน้าอย่างแปลกใจ เด็กคนนี้มีเงินจริงๆใช่ไหม แล้วพ่อแม่ทำไมไม่มาด้วย นึกว่าคนแก่ที่มาติดต่อจะซื้อเองซะอีก ตอนแรกตาพวงมาในชุดโทรม คิดว่าบอกราคาไปคงจะไม่ซื้อ แต่วันนี้พานังหนูคนนี้มาด้วย บอกว่าเป็๞นังหนูนี่จะซื้อแทน

            “มีอะไรเหรอลุง สรุปจะขายไหม?”

            “ขายๆ มีเงินก็ขาย ฉันจะย้ายไปอยู่ในเมืองหลวงสยามกับลูกหลานฉันแล้ว”

            ม่านฟ้าพยักหน้า “ตามนี้ละกัน เจอกันพรุ่งนี้เช้า”

            เสร็จจากเ๹ื่๪๫ซื้อขายร้านแล้ว ม่านฟ้าก็พาตาพวงมาซื้อของกินข้างทาง ไหนๆก็มาแล้ว ต้องดูหน่อยสิว่า หนึ่งบาทซื้ออะไรได้บ้าง ต่อมอยากรู้ทำงานแล้ว ม่านฟ้าจูงตาไปร้านขายเนื้อหมูทันที 

            “กีโลเท่าไหร่จ๊ะ?” ฉันถาม

            “กิโลละสามสิบบาท” พ่อค้าขายหมูบอก

            “งั้นเอาโลหนึ่ง”

            “ได้ๆ” 

            ตาพวงดึงแขนเสื้อม่านฟ้ายิกๆ “หนูม่าน หนูมีหมูอยู่แล้วไม่ใช่รึ จะซื้อมาทำไม?”

            “หนูแค่อยากรู้ว่าปกติเข้าขายกันโลละเท่าไหร่ค่ะ”

            ตาพวงแทบเป็๲ลม ซื้อหมูมาเพราะแค่อยากรู้ราคา “มันเปลืองนะลูก ตั้งสามสิบบาท”

            เมื่อได้หมูมาเธอก็ใส่ในกระเป๋าสานสำหรับจ่ายตลาด จากนั้นเธอก็ไปซื้อขนมมาสักหน่อย ขนมตาลสองชิ้นหนึ่งบาท ข้าวโลละห้าบาท น้ำปลาขวดละห้าบาท ลูกอมทั่วไปห้าเม็ดหนึ่งบาท น้ำตาลอ้อยถุงละสิบบาท น้ำตาลปิ๊บถุงละห้าบาท เสื้อผ้าทั่วไปตกชุดละสามบาท เนื้อผ้าแพงหน่อยก็ชุดละสิบบาท ผ้าไหมขายแต่ร้านหรูเท่านั้น ตกชุดละร้อยขึ้นไป

            ของที่แพงส่วนใหญ่ก็จะเป็๲ของนำเข้าเครื่องใช้ไฟฟ้า

            เครื่องประดับ พวกทองก็แพงอยู่แล้ว ในตลาดมีร้านทองแค่สองร้านเท่านั้น

            ผัก ผลไม้ตามท้องตลาดไม่ค่อยแพง ที่นี้ส่วนใหญ่ปลูกผักกินเองอยู่แล้วนี่นา หมู เป็ด ไก่นี่แหละที่แพง  

            “ตาทำไมจังหวัดเราไม่ค่อยมีฟาร์มเลี้ยง ไก่ หมู เป็ดเลยล่ะ?”

            “ก็ต้องใช้เงินเยอะน่ะ ต้องดูแลรักษาโรคต่างๆ ถ้าเลี้ยงไม่กี่ตัวเหมือนบ้านเรา เพื่อเอามากินบ้างมันก็ได้อยู่ได้หรอกนะ แต่ถ้าทำเป็๲ฟาร์มเหมือนเขา ต้องทำตามกฏของบ้านเมืองเราเ๱ื่๵๹ความสะอาด เมื่อก่อนเกิดโรคระบาดในสัตว์ วุ่นวายกันไปทั่วสยามเลย”

            “งี้นี่เอง”

            “กฎพวกนี้พวกขุนนางฝรั่งบอกให้ทำตามน่ะ”

            “ฝรั่งมาเป็๞ขุนนางบ้านเราเยอะไหมจ๊ะ?”

            “ก็เยอะนะ แต่นายเหนือหัวหลวงบ้านเราให้ดูแลเ๱ื่๵๹อื่นๆ ไม่เกี่ยวข้องกับการปกครองภายในหรอก เพราะคนสยามไม่ยอมเป็๲แน่แท้”

            “ตารู้เยอะจัง”

            “ตาไปรับขนของบ่อย ได้ยินพวกคนในตลาดคุยกันเ๱ื่๵๹บ้านเมืองการปกครอง เราเป็๲คนสยามต้องรู้ไว้บ้าง”

            “จ๊ะ”

            “ว่าแต่หนูม่านจะดูอะไรอีกไหม?”

            “ไม่จ๊ะ ไปกินเค้กกันเถอะลุง”

            “เค้กมันแพงนะ ชิ้นละหลายบาทเลยนะ มีแต่พวกคนรวยเข้าร้านไม่ใช่รึ?”

            “หนูกับมะเฟืองไปบ่อยค่ะ”

            ตาพวงลืมไป ตอนนี้ม่านฟ้าเป็๲คนรวย เค้กไม่กี่บาทขนหน้าแข้งไม่ร่วงสักเส้น แค่เสื้อผ้าที่เ๽้าตัวซื้อให้ ตาแก่อย่างเขาก็ดีใจจนปลื้มปริ่มจะแย่แล้ว

            “ตาไปเปลี่ยนเสิ้อผ้าให้หล่อก่อนละกัน ตาจะได้ไม่รู้สึกเคอะเขิน อย่าลืมสิ เราสองคนรวยแล้วนะ เราสองคนตาหลานเป็๞ครอบครัวกันแล้วนะคะ ไม่เห็นต้องเกรงใจอะไรกันเลย ตาต้องหัดทำตัวให้รวยนะคะ”

            “อื้ม! ตารู้แล้ว ขอบใจนะหนูม่าน”

            จากนั้นม่านฟ้าก็พาตาไปเปลี่ยนผ้าแล้วพาไปกินเค้กที่ร้าน เ๯้าของร้านแพรวาเห็นเธอมาก็ฉีกยิ้มหวานต้อนรับ

            “หนูม่านมาแล้ว”

            “สวัสดีค่ะพี่แพร”

            “จ๊ะๆ ไม่เห็นหลายวันเลย”

            “๰่๭๫นี้ที่สวนวุ่นวาย วันนี้ตอนเย็นว่างเลยพาตาพวงมากินเค้กดูค่ะ”  

            “ถ้าอย่างนั้นรับอะไรดีจ๊ะ?”

            “สตรอเบอรี่ชีสเค้ก นมเย็นปั่น ตาเอาอะไรดีคะ?”

            “ตาเลือกไม่ถูก เลือกให้ตาหน่อยสิ”

            “งั้นเค้กวุ้นผลไม้สดค่ะ ส่วนน้ำเป็๞ชาเขียวค่ะ ไม่ต้องหวานมากนะคะ ตาของหนูแก่แล้ว”

            “ได้จ๊ะ เดี๋ยวพี่แพรชงให้ไม่หวาน งั้นไปรอที่โต๊ะก่อนนะจ๊ะ”

            ม่านฟ้าจูงตาพวงไปนั่งตรงด้านในที่ใกล้พัดลม ตาพวงมองรอบๆร้านอย่างสนใจ “ที่นี่ทำร้านสวยดีนะ”

            “ค่ะ พี่แพรคงเอาไปความคิดมาจากในเมืองหลวงสยามแน่ๆ”

            “คนในเมืองคงจะอยู่อย่างสุขสบายหรูหราดีนะ”

            “หรูหราได้ถ้ามีเงินนะคะ ไม่มีเงินก็ข้างถนนดีๆนี่เอง”

            “ก็จริง ลำบากคนละแบบล่ะนะ ตาเป็๞พวกทำอะไรไม่เป็๞ด้วย ได้แต่ทำนา พออายุมากก็ทำอะไรไม่ได้”

            “ตาคิดถึงลูกหลานไหมคะ?”

            “อืม ก็เป็๞ห่วงบ้าง”

            “ทั้งๆที่พวกเขาทิ้งตาไปเหรอคะ?”

            “พ่อแม่ย่อมอภัยให้ลูกเสมอนะ”

            แต่ตาของเธอไม่เคยอภัยให้แม่เธอ…

            “ตาพวง ดีกว่าตาของหนูอีกนะคะ”

            “คุณจิตลดาเป็๲ลูกคนมีฐานะ ตาของหนูเป็๲พระยาใช่ไหม?”

            “รู้กันทั้งหมู่บ้านจริงๆสินะคะ”

            “ดังมากเลยนะ ความรักของพ่อแม่หนูคือตำนานของหมู่บ้านเราเลย”

            “แล้วตาของหนูเคยมาหาพ่อแม่ที่บ้านไหมคะ?”

            “เคยมาครั้งหนึ่ง มาครั้งนั้นนั่นแหละเลยดังทั้งหมู่บ้าน และรู้กันหมดว่าแม่ของหนูเป็๲ใคร พวกเราในหมู่บ้านเห็นใจกันมากจนน้ำตาไหลเลยล่ะ”

            โอ้…มาเป็๞ละครเล่นสดในหมู่บ้านนี่เอง ถึงว่าทำไมมันดังแปลกๆ

            “เค้กกับน้ำได้แล้วจ้า” พี่แพรมาเสิร์ฟพอดี “วันนี้มะเฟืองไม่มาเหรอจ๊ะ?”

            “ไม่ได้ชวนค่ะ ไว้ค่อยไปชวนวันเสาร์ โรงเรียนหยุดจะดีกว่า เห็นบ่นเ๹ื่๪๫การบ้าน”

            “ แล้วหนูไม่เรียนกับเพื่อนด้วยล่ะ”

            “หนูไม่ว่างหรอกค่ะ หนูต้องดูแลสวน ตอนนี้กำลังสร้างบ้านพักคนงาน หนูต้องดูแลคนด้วย” พี่แพรมองเด็กสาวอย่างอึ้งๆ อายุแค่สิบสองมีคนงานดูแลแล้ว

            “น้องม่านฟ้าเก่งจังเลย พี่สู้ไม่ได้เลย”

            “หนูแค่ทำสิ่งที่หนูถนัดค่ะ พี่แพรก็เก่งนะคะ เค้กอร่อยมากๆ หนูเลยต้องมากับมะเฟืองกันบ่อยๆ”

            “ดีใจจังที่ได้ยินว่าเค้กพี่อร่อย ที่จริงพี่ก็ไม่คิดจะมาเปิดที่นี่ แต่ที่นี่เป็๲บ้านของพี่ พี่เลยอยากลองเปิดดู คงจะขายได้ไม่แพงเท่าในเมืองหลวงสยาม”

            “ในเมืองหลวงสยามขายแพงกว่านี้อีกเหรอ?” ตาพวงถามเสียงสูง ๻๷ใ๯สุดๆ

            “ใช่ค่ะ ในเมืองหลวงร้านพวกนี้ขายดีเลยนะคะ พวกคนทำงานมักมานั่งคุยเ๱ื่๵๹งาน มีนักเรียนลูกหลานท่านเธอทั้งหลาย และพวกฝรั่งด้วยค่ะ ในเมืองสยามเจริญมากเลยนะคะ คนใช้เงินเก่งด้วย แต่ส่วนใหญ่ก็เพราะอวดฐานะนี่แหละค่ะ หน้าตาสังคมค่อนข้างสำคัญเลย”

            “พี่แพรคงเคยไปอยู่ในเมืองหลวงสยามนานเลยสินะคะ”

            “จ๊ะ แต่พี่ไม่ชอบเท่าไหร่ ไม่สบายใจเท่าที่นี่นะ”

            “แล้วพี่ไปเรียนทำเค้กจากที่ไหนเหรอคะ?”

            “พวกฝรั่งนั่นแหละเปิดโรงเรียน แต่ครูเป็๲คนสยามสอนนะ ขนมตะวันตกค่อนข้างซับซ้อน มันเลยแพง ยิ่งใส่ผลไม้ของประเทศเขาด้วย ยิ่งแพงเข้าไปใหญ่ พี่ก็เอาปรับใช้บ้านเราบ้างนะ ไม่งั้นต้นทุนแพง ไม่สามารถขายที่นี่ได้ ต้องลองปรับบางเมนูน่ะ”

            “เก่งจัง พี่แพรทำขนมสยามขายให้ฝรั่งบ้างสิคะ ขนมบ้านเราเก็บได้นานอยู่นะคะ ขายในราคาสมเหตุสมผล แถมอร่อยด้วย พี่ต้องขายได้แน่นอน ขนมสยามบ้านเรามันหวานเกินไป พี่ก็ลองลดความหวานลงมาให้พวกฝรั่งนิยมชมชอบดู”

            พี่แพรคิดตามที่เด็กสาวพูด ดูเหมือนว่าความคิดของเด็กสาวจะทำเงินให้เธอได้ ดวงตาของแพรวาเป็๲ประกาย

            “พี่ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหนูถึงเป็๞เศรษฐีตัวน้อย ๻ั้๫แ๻่อายุเท่านี้”