เมื่อมองเห็นสีหน้าซึ่งเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกใของเด็กหนุ่ม หลิงหยวนก็พลันหัวเราะอย่างขบขัน ตลอดระยะเวลาสามวันที่ผ่านมา ทันทีที่เขาพูดคุยกับบุตรสาวถึงเื่เย่หยุนซี ตัวนางก็จะแสดงอาการเขินอายอย่างเห็นได้ชัด
ซึ่งมันถือเป็หลักฐานชั้นดีที่บ่งบอกว่าหลิงจีได้ตกหลุมรักนายน้อยแห่งจวนแม่ทัพประจิมเข้าอย่างจัง ดังนั้นในฐานะบิดา! เขาย่อมต้องสนับสนุนความสัมพันธ์ของทั้งคู่
‘ลูกเขยที่หน้าตาดี นิสัยไม่เลว แถมยังฉลาดเป็กรดเช่นนี้ หาไม่ได้ง่ายๆ’
“หลานชาย จีเอ่อร์ของข้าถึงแม้จะไม่ค่อยเข้าใจการบริหารบ้านเมือง แต่นางย่อมเป็ผู้ช่วยที่ดีได้แน่” หลิงหยวนกล่าวยืนยัน
เย่หยุนซีเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็พลันพยักหน้า “ตกลง เอาตามที่ท่านประมุขหลิงว่า”
“เฮ้ๆ เรียกซะห่างเหินเชียว เรียกข้าว่าท่านอาก็พอ ตกลงไหม” หลิงหยวนยกยิ้มอย่างเ้าเล่ห์แล้วกล่าวออกไป
ทางฝั่งของเด็กหนุ่มจึงได้แต่ยิ้มเจื่อนแล้วกล่าวตามน้ำ “ตกลงขอรับ ท่านลุงหลิง”
“ฮ่าๆๆมันต้องอย่างนั้น มาเถอะๆ ทำสัญญาโลหิตกันให้เสร็จ ข้าจะได้ไปพูดคุยกับบิดาและมารดาของเ้าต่อ” หลิงหยวนกล่าวอย่างอารมณ์ดี
หลังจากนั้นไม่นาน สัญญาพันธมิตรระหว่างนิกายท่วงทำนอง์กับจวนแม่ทัพประจิมก็สำเร็จเสร็จสิ้นโดยไร้ซึ่งอุปสรรค
“หลานชาย ถึงแม้มันจะเป็ไปได้ยาก แต่ข้าก็เอาใจช่วยให้เ้าได้รับชัยชนะในการแข่งขันครั้งนี้นะ” หลิงหยวนกล่าวขณะที่เก็บสัญญาหนึ่งฉบับใส่ถุงเก็บของซึ่งห้อยอยู่ที่เอวด้านซ้าย
เย่หยุนซีเผยสีหน้าจริงจังในทันใด “ข้าจะไม่ทำให้ท่านลุงต้องผิดหวังที่เลือกเป็พันธมิตรกับจวนแม่ทัพประจิม”
“ดี! ข้าจะรอดูผลงานของเ้า” พูดจบ! ทั้งเย่หยุนซีและหลิงหยวนก็ลุกขึ้นเดินออกจากห้องทำงานไปโดยไม่รอช้า ซึ่งสิ่งที่รอพวกเขาอยู่ก็คือสายตาที่เต็มไปด้วยความคาดหวังของเย่ชิงหยาง สวีหนิง และหลิงจี
“ฮ่าๆๆแม่ทัพเย่ ฮูหยินเย่ บุตรของท่านช่างเป็เลิศด้านการเจรจาเสียจริง” เป็หลิงหยวนเปิดฉากกล่าวพลางหัวเราะร่า
“ถ้างั้นก็หมายความว่า........” เย่ชิงหยางและสวีหนิงผู้เป็ภรรยากล่าวขึ้นมาพร้อมกัน แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะพูดจบประโยค เย่หยุนซีก็ยื่นสัญญาพันธมิตรให้ผู้เป็บิดามารดา
ซึ่งแน่นอนว่าเมื่อทั้งสองได้อ่านรายละเอียดของสัญญา ดวงตาก็พลันเบิกกว้างไปตามๆกัน “สิ่งที่ใช้แลกเปลี่ยนคือทักษะบ่มเพาะท่วงทำนองศักดิ์สิทธิ์ระดับเซียนงั้นหรือ! พระเ้า! ลูกถึงกับมีของแบบนั้น!!”
“ทุกอย่างล้วนแต่เป็อาจารย์ที่ทิ้งไว้ให้ขอรับ” เย่หยุนซีกล่าว บิดาและมารดาของเขาเมื่อได้ยินก็เข้าใจในสถานการณ์
ต่อมาหลังจากนั้น! เย่ชิงหยาง สวีหนิง และหลิงหยวนก็เดินเข้าไปคุยกันอย่างสนุกสนานในโถงรับแขกใหญ่ ส่วนทางฝั่งของเย่หยุนซีกับหลิงจี พวกเขาได้แยกตัวออกมาเดินเล่นที่สวนบุปผา
“ฝู่! โชคดีที่ราบรื่น” เด็กหนุ่มถอนหายใจด้วยความโล่งอกหลังจากผ่านพ้นสถานการณ์สำคัญ
หลิงจีที่เดินตามมายกมือป้องปากหัวเราะอย่างขบขัน “คิกคิก ย่อมต้องราบรื่นอยู่แล้ว คุณชายถึงกับใช้ทักษะระดับเซียนในตำนานมาแลก ต่อให้เป็ท่านพ่อก็คงต่อต้านความเย้ายวนของมันไม่ไหว”
เย่หยุนซีหัวขวับไปหาโฉมสะคราญอย่างฉับไว “แม่นางหลิง บอกข้ามาตามตรงท่านอยากติดตามข้าไปที่ชายแดนหรือเปล่า?”
“นะ แน่นอน! ถึงแม้ท่านพ่อไม่เสนอ ข้าก็จะอาสาไปด้วยอยู่ดี” หลิงจีก้มหน้าก้มตาพลางกล่าวอย่างประหม่าและเขินอาย
“ถ้าเช่นนั้นข้าก็สบายใจ” เย่หยุนซียกยิ้มบาง ก่อนจะกล่าวต่อไปอย่างอารมณ์ดีว่า “ดูเหมือน ข้าจะโชคดีได้ทานอาหารฝีมือท่านตลอดทั้งสิบปีเลยกระมัง”
หลีกจีเมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มอย่างอ่อนหวาน “ถ้าคุณชาย้า ข้าก็ไม่เกี่ยงที่จะทำให้”
ทั้งสองพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเช่นนี้ไปพักใหญ่ จากนั้นตัดสินใจปลอมตัวเดินออกนอกจวนแม่ทัพประจิมไปยังตลาดกลางจักรวรรดิเพื่อหาซื้อเครื่องปรุงและวัตถุดิบสำหรับทำอาหารจำนวนมากมากักตุนเอาไว้
เนื่องจากชายแดนประจิมที่พวกเขากำลังจะไปกำลังตกอยู่ในสภาวะแห้งแล้งอย่างหนัก แถมประชากรยังอดยากจนน่าสงสาร
“แม่นางหลิง เครื่องปรุงและวัตถุดิบเพียงพอสำหรับ 5 ปีแล้วล่ะ ข้าว่าพวกเรากลับจวนกันดีกว่า” หลังจากเดินตระเวนซื้อของอยู่นาน เย่หยุนซีก็กล่าวออกมาเช่นนั้น ทำให้หลิงจีต้องหยุดชะงักการจับจ่ายและเดินกลับจวนแต่โดยดี
ทว่าหลังจากที่พวกเขามาถึงก็พบว่า‘หลิงหยวน’ได้กลับนิกายท่วงทำนอง์ไปแล้ว แถมยังเอ่ยปากฝากฝังบุตรสาวเอาไว้กับเย่ชิงหยางและสวีหนิง
“อ๊ะ! จริงสิ! ข้าลืมคัดลอกทักษะบ่มเพาะท่วงทำนองศักดิ์สิทธิ์ไปเสียสนิท” หลิงจีอุทานด้วยความเสียดาย
“ท่านไม่ต้องกังวลไป ข้าจำทักษะท่วงทำนองศักดิ์สิทธิ์ได้แม่นมาก” พูดจบ! เด็กหนุ่มก็ยกนิ้วขึ้นแตะหน้าผากของโฉมสะคราญ จากนั้นถ่ายทอดทักษะท่วงทำนองศักดิ์สิทธิ์ให้ตรงๆโดยไม่จำเป็ต้องเรียนรู้ผ่านตำราไปทีละขั้น
“พระเ้า! ท่านทำอย่างนี้ได้อย่างไรกัน!!” หลิงจียกมือป้องปากอุทานอีกครั้ง ดวงตาคู่งามฉายแววสั่นสะท้านอันเนื่องมาจากความใ
“นี่เป็หนึ่งในความสามารถของข้า การถ่ายทอดเคล็ดวิชาผ่านจิต” เย่หยุนซีตอบกลับโดยไม่คิดปิดบัง เพราะถึงอย่างไรทักษะนี้ก็ไม่ได้อันตรายหรือเป็ไพ่ตายในการต่อสู้
“โอ้ คุณชาย ท่านช่างสร้างความประหลาดใจให้ข้าในทุกๆวันจริงๆ”
“หลิงจีต้องขอขอบคุณท่านมากที่ถ่ายทอดทักษะให้” โฉมสะคราญย่อตัวพลางก้มศีรษะอย่างอ่อนน้อมและมีมารยาท
เย่หยุนซีโค้งศีรษะเล็กน้อยเพื่อรับคำขอบคุณของนาง ก่อนจะเดินไปส่งยังห้องพักซึ่งอยู่ไม่ไกล