“เ้าหนุ่มน้อย ดูเหมือนเ้าจะได้ผสานกับร่างหายนะที่แกร่งที่สุดในยุคา อีกทั้งยังมีจิติญญาทั้งเก้า ดูเหมือนว่าชะตาคงถูกกำหนดเอาไว้แล้วจริง ๆ ...”
สตรีนางนี้ถอนหายใจเบา ๆ “ถ้าเช่นนั้นข้าจะช่วยเ้าเอง จงอย่าทำให้ข้าผิดหวัง...”
เมื่อกล่าวจบ นางก็เงยหน้าขึ้นและเหลือบไปมองทิศทางที่ซวนหยวนชิงเทียนอยู่ “หวังว่าเ้าจะทนไปได้อีกสักพัก เพราะนี่ถือเป็โอกาสอันยิ่งใหญ่ของเ้าหนุ่มน้อยผู้นี้...”
จากนั้นนางก็ยกมือขึ้นและสะบัดนิ้วออกไป แสงสีทองอร่ามทรงกลมพุ่งออกจากปลายนิ้วและลอยไปยังซวนหยวนชิงเทียน ที่อยู่ห่างไกลอย่างเงียบเชียบโดยที่แม้แต่ตัวนางเองก็ยังไม่รู้
หลังจากเสร็จสิ้น สตรีปริศนานางนี้ก็ได้โบกมือเบา ๆ ชั่วพริบตาฉากที่น่าตกตะลึงก็ปรากฏ
ประตูสีทองปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับบันไดที่ทอดยาวราวกับไร้จุดสิ้นสุด
นางยกอากาศขึ้นมาเบา ๆ พริบตาร่างของหลินเฟิงที่หมดสติก็ลอยตรงไปยังประตู
“บททดสอบที่แท้จริงกำลังจะเริ่มแล้ว อย่าทำให้ข้าผิดหวัง...”
ไม่ทันจะสิ้นสุด ร่างของนางก็หายลับไปอย่างน่าพิศวง
หากหลินเฟิงไม่ได้หมดสติอยู่ เขาคงเห็นว่าร่างของสตรีผู้นี้ก็เป็ร่างิญญาเฉกเช่นซวนหยวนชิงเทียนตอนที่ยังไม่มีกายเนื้อ
.....................
หืม นี่มันที่ไหนกัน?
นี่หรือว่าข้าจะหมดสติโดยไม่รู้ตัว ? หรือบางทีข้าจะได้รับอาวุธใหม่?
หลังจากที่หลินเฟิงฟื้นขึ้นมา เขาไม่รู้ว่าตัวเองอยู่ที่ไหน รอบด้านมีเพียงความมืดมิดที่กระทั่งมองนิ้วตัวเองก็ยังมองไม่เห็น
ระหว่างหลินเฟิงกำลังขยี้ตาอยู่นั้น เสียงกระบี่แหวกกระแสลมที่ชัดเจนก็ดังขึ้นมา
ด้วยความใเขาจึงมองไปยังที่มาของต้นเสียง ฉับพลันนั้นเองเขาก็ถึงกับตกตะลึง
กระบี่ั์โบราณสีทองอร่ามนับร้อยจั้งถูกปักลงบนหอคอยขนาดใหญ่ รอบ ๆ กระบี่มีแสงสีทองระยิบระยับกำลังปะทุขึ้นราวกับดวงอาทิตย์ขจัดม่านหมองทั้งปวงก็มิปาน
เสียงกระบี่ดัง ‘หึ่ง ๆ ’ พร้อมกับกลิ่นอายอันเฉียบคมกดทับไปทั่วทิศทาง
ในเวลาเดียวกันกลิ่นอายอันสูงส่งก็ถูกปลดปล่อยออกมาทำให้จิติญญาของเขาสั่นะเื
“นี่...นี่มัน...”
หลินเฟิงขยี้ตาโดยไม่รู้ตัว พร้อมกับมองไปยังกระบี่ั์ราวกับไม่เชื่อสายตาตัวเอง ส่งผลให้ท่าทางของเขาพลันเคร่งขรึมในทันที
นิ่งงันไปชั่วขณะ
ดูเหมือนว่าหลินเฟิงจะคิดอะไรขึ้นมาได้ สีหน้าพลันแปรเปลี่ยนราวกับได้เห็นสัตว์ประหลาด
ในเวลานี้กระบี่ั์ได้ส่งเสียงออกมาอีกครั้ง ตัวกระบี่เกิดการสั่นะเืพร้อมกับปลดปล่อยสีทองอร่ามเจิดจรัส
รูม่านตาของหลินเฟิงเบิกกว้าง หัวใจของเขาเต้นระรัวราวกับกลองศึก ร่างกายสั่นสะท้านราวกับถูกฟ้าผ่าและอึ้งไปพักใหญ่
ผ่านไปได้สักพักหนึ่งเขาก็บ่นพึมพำออกมา “คิดไม่ถึงว่าจะเป็กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวน แต่ความแข็งแกร่งของมันเหนือจินตนาการจริง ๆ”
“แต่เป็ไปได้ยังไง รูปลักษณ์เหมือนกันเพราะผู้สร้างเดียวกันหรือเปล่านะ?”
แม้จะไม่ได้เห็นรูปลักษณ์ที่แท้จริงของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวน แต่มันก็มีลักษณะที่เหมือนกันทุกประการ ถ้าอย่างนั้นมันก็คงเป็กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนจริง ๆ
หลินเฟิงระงับความสงสัยเอาไว้ชั่วขณะและเริ่มมองไปยังรอบ ๆ
เขาพบว่าตอนนี้ตนอยู่ในท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว
ด้านล่างกระบี่สีทองขนาดั์มีหอคอยครึ่งขาวครึ่งดำอยู่ บนหอคอยมีทั้งหมด 40 ชั้น มันตั้งตระหง่านอย่างเงียบงันราวกับไม่ได้รับผลจากแรงโน้มถ่วงแม้แต่น้อย
ตัวหอคอยถูกโซ่สีทองพันธนาการอยู่โดยรอบ และถูกล้อมรอบด้วยสัตว์เทพทั้งสี่ ัฟ้า พยัคฆ์ขาว หงส์แดง และเต่าทมิฬ
บริเวณริมขอบของหอคอยมีเสาเก้าต้นซึ่งมีสีที่แตกต่างกันล้อมรอบ กระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนปักอยู่้าสุดของหอคอย และยอดกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนคือผลึกขนาดใหญ่ั์ที่ด้ามจับ
หอคอยทั้งหลังให้ความรู้สึกเย็นะเืแก่ผู้ที่เฝ้ามองจนทำให้รู้สึกหวาดกลัวจนขนลุกซู่
หลินเฟิงระงับความตื่นตระหนกอารมณ์ทั้งหมดและมองไปยังทางเข้าชั้นแรก โดยมีอักษรสี่ตัวตั้งตระหง่าน ‘หอคอยศักดิ์สิทธิ์เฉียนคุน’
ตัวเสาทั้งสองฝั่งมีอักขระสีทองสองบรรทัดเป็โคลง
เสาฝั่งซ้าย : ผนึกเทพ สังหารปีศาจ สะบั้น์และโลกา
เสาฝั่งขวา : ยับยั้ง์ สยบโลกา สะกดใต้หล้าทั้งมวล
เมื่อมองไปยังภาพรวมทั้งหอคอยอีกรอบ คราวนี้หลินเฟิงถึงกับตกตะลึงขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
เพราะเวลานี้ทุกความรู้สึกได้ถาโถมเข้ามาจนเขาตั้งตัวไม่ทัน
ตอนนี้เขาไม่คิดว่าจะได้มาเจอกับหอคอยศักดิ์สิทธิ์เฉียนคุนที่ซวนหยวนชิงเทียนเพิ่งเล่าให้เขาฟัง
นี่มันอะไรกันเนี่ย?
แล้วมันเกี่ยวอะไรกับกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวน?
แล้วบททดสอบของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนคืออะไร?
........................
ทันใดนั้นความคิดแวบหนึ่งก็ปรากฏเข้ามาในหัวของหลินเฟิง
แต่เขาก็สลัดความคิดฟุ้งซ่านทั้งหมดออกไปในทันที
เขาถูกส่งมาที่นี่เพื่อทดสอบไม่ใช่หรือ ถ้าอย่างนั้นหอคอยนี่ก็คือสถานที่ทดสอบ นี่เป็โอกาสดีที่จะได้ค้นหาปริศนาของกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวน เขาไม่มีทางพลาดโอกาสนี้ไปเด็ดขาด
แน่นอนว่าหอคอยั์แห่งนี้ดูท่าจะอันตราย เพราะถึงอย่างไรกระบี่ศักดิ์สิทธิ์ซวนหยวนก็เป็กระบี่ที่แข็งแกร่งมากอยู่แล้ว จะให้มันยอมรับง่าย ๆ ได้เช่นไร?
แต่ผู้คนล้วนแสวงหาพลัง เป็ตายล้วนกำหนดด้วยความแข็งแกร่ง อีกทั้งเขายังมีระบบคอยช่วยเหลือแล้วจะกลัวไปทำไม
ในที่สุดหลินเฟิงก็ตัดสินใจผลักประตูหอคอยและก้าวเข้าไป
หลังจากเข้ามาแล้ว หลินเฟิงก็ได้มองไปรอบ ๆ เพื่อสังเกตสิ่งต่าง ๆ เป็อย่างแรก โดยเขาพบว่าผนังรอบด้านค่อนข้างแปลก
บนกำแพงมีรูปแกะสลักภาพนูนของสัตว์แปลก ๆ มากมายที่เขาไม่รู้จัก
นอกจากนี้ยังมีอักขระโบราณสีทองลึกลับอยู่บนนั้นอีกด้วย แสงสว่างได้วิ่งผ่านอักขระเ่าั้ไปมา อีกทั้งยังมีอักขระบางตัวขยับไปมาบนผนัง
ในที่สุดสายตาของเขาก็จับจ้องไปยังกระบี่ยาวตั้งตระหง่านอยู่ซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
บนผนังข้างกระบี่ยาวมีตัวอักษรถูกสลักเอาไว้ “ครั้นอายุหกปี ข้าก็ได้ฝึกฝนกระบี่ เมื่ออายุสิบหก ก็ประสบความสำเร็จอย่างมากในฐานะผู้ใช้กระบี่ บรรดาคนรุ่นเยาว์ไม่ว่าจะเป็สำนักใหญ่หรือเล็กในทวีปฉางหลางข้าล้วนไม่เคยพ่ายแพ้”
“อายุยี่สิบเอ็ด ไร้ซึ่งคู่ต่อสู้ภายบนทวีปฉางหลาง”
“อายุยี่สิบห้า ข้าได้ใช้กระบี่ตัดจิตมาร นับั้แ่นั้นมาก็ประสบความสำเร็จในวิถีกระบี่แห่งการเข่นฆ่าจนได้รับสมญานามว่ามารกระบี่”
“ครั้นอายุได้สามสิบห้า ก็บรรลุเทวะชน”
“ข้าคิดว่าจะไร้เทียมทานในภพนี้ แต่หารู้ไม่ว่ากลับมีผู้วางแผนร้าย ข้าถูกวางยาพิษโดยคู่หมั้น เมื่อข้ารู้ว่าจุดจบของข้ามาถึง ข้าจึงทิ้งมรดกและทักษะกระบี่เอาไว้ ข้าหวังว่ามันจะถูกส่งต่อให้กับคนรุ่นหลัง ข้าจะไปรอที่ปรโลกเพื่อรอวันล้างแค้น”
“จงจดจำเอาไว้ให้มั่น อย่าถูกความกระหายเืครอบงำ มิเช่นนั้น์และโลกจะถึงจุดจบ!”
มารกระบี่?
หลินเฟิงขมวดคิ้วเล็กน้อย นี่มันเื่ของซวนหยวนชิงเทียนไม่ใช่หรอกหรือ?
ปรากฏว่าสิ่งที่นางพูดมาเป็ความจริงทุกประการ ดังนั้นที่นี่ควรจะเป็หอคอยศักดิ์สิทธิ์เฉียนคุนไม่ผิดแน่
ฉับพลันเสียงอันโบราณได้ดังกึกก้องมาจากทั่วทิศทาง “เป็เวลาหลายหมื่นปี เ้าเป็คนแรกที่มีคุณสมบัติเข้ามาที่นี่ นับว่าโชคดีและนับว่าโชคร้าย”
“เ้าเป็ใคร?”
เปลือกตาของหลินเฟิงกระตุกขึ้นทันที และเขาก็ได้เอ่ยออกมาโดยไม่รู้ตัว “ไม่ว่าจะโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่เกี่ยวกับเ้า อย่ามาทำตัวเป็ผีสร้างความใ ข้ามาที่นี่เพื่อทดสอบ”
พูดจบ เขาก็กวาดมองไปยังรอบ ๆ แต่กลับพบว่าไม่มีแม้แต่เสียงตอบกลับ
......................