‘เมืองกรีนวู้ดงั้นหรอ เอาเถอะถ้าว่างแล้วฉันจะแวะไปก็แล้วกัน’วาสคิดในใจเงียบๆ ในที่สุดตอนนี้เขาก็ได้มาใช้ชีวิตคนเดียวอีกครั้ง น่าแปลกที่เขารู้สึกเสียใจเล็กน้อยทั้งที่เมื่อก่อนเขาก็อยู่คนเดียวจนชินแล้วแท้ๆ “เอาละพวกมือใหม่รีบไปที่ห้องโถงของปราสาทซะ!”เสียงร้องสั่งดังลั่นเมื่อวาสได้เดินเข้ามาในปราสาท เหล่ามือใหม่จำนวนมากเดินไปตามทางเดินภายในปราสาทหลังโต
ที่ห้องโถงนั้นมีขนาดกว้างใหญ่พอๆกับครึ่งสนามฟุตบอลในโลกเดิมของพวกเขา และภายในนั้นมีเก้าอี้ไม้จำนวนมากวางเรียงกันอยู่อย่างเป็ระเบียบ
“ในเมื่อเข้ามาแล้วก็นั่งลงซะซิน้องใหม่ทั้งหลาย”เสียงอารมณ์ดีดังขึ้นมาจากด้านหน้าของพวกเขา ซึ่งเป็เวทีขนาดเล็กบนเวทีนั้นมีชายหนุ่มผมสีน้ำตาลนั่งอยู่บนเก้าอี้ซึ่งบนมือของเขาถือบางสิ่งที่มีรูปร่างคล้ายเปลือกหอยไว้อยู่ ดูเหมือนมันจะมีหน้าที่คล้ายไมค์ทำให้เหล่อมือใหม่ทั้งหลายได้ยินเสียงของเขาอย่างชัดเจน
เหล่ามือใหม่ต่างนั่งลงทีละคนอย่างช้า โดยที่ชายผมสีน้ำตาลเบื้องหน้าคอยนับจำนวนพวกเขาไปด้วย
จนในที่สุดพวกเขาก็นั่งกันครบ โดยที่วาสก็ยังเลือกที่จะนั่งหลังสุดเช่นเดิมเนื่องจากเขาไม่ชอบสุงสิงกับใคร
“เอาละ ในเมื่อมากันครบแล้วก่อนอื่นก็ขอต้อนรับทุกท่านเข้าสู้กิลด์อาชาแดงของเรา และตัวข้ากระผมนั้นมีนามว่า อลัน อายุ35ปี สถานะโสด ตำแหน่งเสนาธิการของกิลด์อาชาแดง ขอรับกระผม”อลันพูดด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม บรรยากาศสบายๆที่ชายวัยกลางคนผู้นี้แสดงออกทำให้หลายๆคนยิ้มออก
“ในเมื่อตอนนี้ทุกท่านได้ตัดสินใจที่จะมาเป็สมาชิกชั่วคราวของเราแล้ว ผมก็จะขอเริ่มสอนเกี่ยวกับเื่ราวที่ควรจะรู้เบื้องต้นเกี่ยวการอาศัยอยู่บนโลกนี้เลยแล้วกัน
เริ่มแรกโลกใบใหม่ที่จะกลายเป็บ้านใหม่ของเรานี้ ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ในจักรวาลใด กาแล็กซี่ใด หมู่ดาวใด เอาเป็ว่าพวกเราไม่รู้เลยแล้วกันว่ามันอยู่ที่ไหนเนื่องจากวิทยาการของเรายังไม่ก้าวหน้าพอ แต่วันและเวลาของโลกนี้นั้นจะเป็แบบเดิมกับโลกเก่าของพวกเราคือ1วันมี24ชั่วโมง 1เดือนมี30วัน และ1ปีมี 12เดือนเช่นเดิม แต่จะใช้วิธีเรียกเป็เดือน1-12แทน และอีกอย่างโลกใบนี้ยังไม่มีชื่อเรียกเนื่องจากยังไม่มีเผ่าพันธุ์ใดที่เป็ใหญ่พอที่จะครองโลกใบนี้และขนานนามมัน อ๊ะ! และอย่าได้ไปเผลอตั้งชื่อมันเล่นๆละน้องใหม่ทั้งหลายไม่อย่างนั้นอาจจะโดนเหม็นขี้หน้าจากเผ่าพันธุ์อื่นจนนำไปสู่การจมกองเท้าได้ อีกอย่างคือเื่ภาษา พวกนายคงจะเห็นแล้วว่าภาษาที่เราใช้กับอยู่ตอนนี้ไม่ใช่ภาษาบ้านเกิดของพวกเรา เราเรียกภาษานี้ว่าภาษากลาง ซึ่งมันก็คือภาษาสากลที่ใช้ในโลกนี้ ส่วนตัวฉันดีใจมากเลยละที่ทุกคนพูดภาษาเดียวกันสักที จะได้ไม่ต้องเรียนภาษาอื่นให้ปวดหัว”อลันพูดอย่างไหลลื่น สำเนียงการพูดของเขานั้นน่าดึงดูดอย่างมากจนทุกคนฟังอย่างสนุกสนาน
“ต่อไปก็มาเข้าเื่ของเผ่าพันธุ์เรากัน เวลาผ่านไป20ปีหลังจากมนุษย์กลุ่มแรกได้มาถึงตอนนี้พวกเรามีเมืองในที่เป็ของเผ่าพันธุ์เราอยู่ 7 เมืองด้วยกันโดยเราสร้างเมืองโดยเลือกภูมิศาสตร์อย่างดี ด้านหลังนั้นคือเทือกเขาสันหลังัซึ่งสูงชันเทียมฟ้าที่มีลักษณะเป็ครึ่งวงกลมขนาดใหญ่ที่ห่อหุ้มเื้ัของเมืองทั้ง7เราไว้ และเมืองของมนุษย์นั้นประกอบไปด้วย
1.อาสลัน เมืองแรกที่ถูกก่อตั้งโดยเหล่ามนุษย์ ผู้คือกิลด์เทพตก์
2.วลาดิเซียร์ ผู้คือกิลด์เงาหมอก
3.บลัด ผู้คือกิลด์นักรบโลหิต
ทั้ง3เมืองนี้เป็เมืองที่อยู่ภายในต่อไปกระผมจะขอเอ่ยถึงมองที่อยู่รอบนอกออกมา
4.เดสซ่า เมืองหน้าด่านที่อยู่หน้าสุดในปัจจุบันและเป็เมืองที่พวกเราอาศัยอยู่ในตอนนี้ กิลด์ที่อยู่คือกิลด์อัศวินแห่งแสง
5.ฟอนเต้ กิลด์ที่อยู่คือสมาคมนักสำรวจ
6.กรีนวู้ด กิลด์ที่อยู่คือกิลด์ไม้หอม
และสุดท้าย...”อลันจงใจเว้น่ให้ดูลุ้นระทึก ก่อนจะพูดเสียงแหบแห้งว่า
“อัมมอร์ เมืองไร้กฎ ไม่มีผู้”สิ้นคำก็มีผู้ยกมือถาม
“เอ่อ ทำไมเมืองสุดท้ายถึงไม่มีผู้ละครับ”อลันฉีกยิ้มก่อนจะพูดว่า
“เดิมทีมันเป็แหล่งรวมอาชญากรจากโลกเดิมที่ตั้งเป็กองโจรอยู่เงียบๆ แต่นานวันเข้าจำนวนคนมากขึ้นเรื่อยๆในที่สุดพวกเขาก็สร้างเมืองขึ้นมาและพากันขนานนาม อัมมอร์ ให้กับมัน และสาเหตุที่ไม่มีผู้มันก็เพราะไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่สามารถควบคุมคนในเมืองนั้นได้ แม้แต่คนจากอีก6เมืองที่เหลือก็ยังไม่อยากจะยุ่งกับพวกเขาเลย เอาละมีใครจะถามอะไรอีกไหม”อลันเปิดโอกาสให้เหล่าน้องใหม่ได้ถาม
“กิลด์กับสมาคมแตกต่างกันยังไงครับ”
“อืมม ที่ต่างกันก็คงจะเป็ที่ระบบภายในละนะ สำหรับกิลด์แล้วจะมีหัวหน้ากิลด์เป็ตำแหน่งสูงสุดและค่อยๆลดหลั่นลงมา แต่สมาคมนั้นจะใช้ระบบสภาซึ่งใช้เสียงโหวตในการตัดสินเื่ต่างๆ มีใครสงสัยอีกไหมถ้าไม่มีฉันจะได้พูดต่อ”ไม่มีใครสงสัยอะไรอีก ตอนนี้พวกเขากำลังอยากฟังเื่ราวต่อ
“อะแฮ่ม ถ้าอย่างนั้นฉันขอพูดต่อเลยแล้วกัน เื่ต่อไปก็คือเื่เผ่าพันธุ์ต่างๆที่มีความเกี่ยวข้องกับพวกเราตอนนี้ ซึ่งแบ่งเป็2พวกคือพันธมิตรและศัตรู
เผ่าพันธุ์ที่เป็พันธมิตรกับเราตอนนี้นั้นมีเพียง2เผ่าคือ คนแคระ ไม่น่าเชื่อใช่ไหมละว่าจะมีพวกเขาอยู่บนโลกนี้! แต่พวกเขานั้นเป็เผ่าพันธุ์แรกที่ให้ความช่วยเหลือพวกเราเมื่อมายังโลกนี้ใหม่ๆคงเป็เพราะลักษณะพวกนั้นคล้ายกันแตกต่างแค่เพียงความสูงเท่านั้นและอีกอย่างหนึ่งคือพวกเขาสนใจในวิทยาการที่เรานำมาด้วย ทำให้พวกเราสนิทกันอย่างรวดเร็ว ต่อจากนี้เจอพวกเขาก็พยายามสนิทไว้ละ อย่างฉันก็มีเพื่อนเป็คนแคระหลายคน พวกนี้นะๆ...”อลันร่ายยาวเกี่ยวกับเื่เพื่อนคนแคระของตนจนออกนอกเื่ไปไกล ทำให้มีชายคนหนึ่งรีบเดินขึ้นไปสะกิดให้เขารู้ตัว
“อะแฮ่มๆ ขอโทษทีพอดีเพลินไปหน่อย เผ่าพันธุ์พันธมิตรต่อไปคือ เผ่า นิมป์ พวกนี้นะรักสงบอาศัยอยู่ในป่า พวกเขานั้นมีความรู้เื่สมุนพรและยาต่างๆเป็อย่างดีนับว่าช่วยเหลือพวกเราได้ไม่น้อย ต่อไปขอเข้าเื่เผ่าพันธุ์ศัตรูเลยแล้วกัน น่าเศร้าที่เรามีศัตรูมากกว่าพันธมิตร เผ่าพันธุ์ศัตรนั้นประกอบไปด้วย ออร์ค ก็อบลิน และโทร์ล สำหรับเผ่าพันธุ์ศัตรูนั้นพวกเราไม่ได้อยากเป็ศัตรูกับพวกมันแม้แต่น้อย แต่เป็พวกมันที่เห็นพวกเราเป็เหยื่อจึงทำให้เราประกาศเป็ศัตรูของพวกมัน ก่อนอื่นฉันจะบอกลักษณ์เด่นของพวกมันทีละเผ่า
1.ออร์ค เป็พวกบ้าการต่อสู้เข้าเส้นเืหากเห็นใครไม่ว่าหน้าไหน พวกมันจะตรงเข้าไปโจมตีทันที ยกเว้นการต่อสู้ที่ไม่มีหวังชนะที่พวกมันจะไม่เริ่มก่อนเด็ดขาด
2.ก็อบลิน ไอ้พวกบ้าลูกดกพวกนี้เป็พันธมิตรกับออร์ค แม้จะค่อนข้างอ่อนแอแต่พวกมันมีจำนวนมหาศาล จากที่คำนวณคร่าวๆเราคิดว่าประชากรเผ่าพันธุ์ก็อบลินนั้นอาจมีมากถึง1ล้านเลยทีเดียว เ้าพวกนี้ชื่นชอบของมีค่าและผู้หญิง หากผู้หญิงคนใดถูกมันจับไปแนะนำให้ฆ่าตัวตายซะ เพราะพวกมันจะจับพวกเธอไปเป็แม่พันธุ์ เธอจะต้องคอยรับการข่มขืนจากก็อบลินนับร้อยและคลอดลูกให้มันจนเธอตายไปในที่สุด”เหล่าหญิงสาวต่างหน้าซีดทันที หากนึกภาพตามการฆ่าตัวตายอาจเป็ทางเลือกที่ดีกว่าจริงๆ
“สุดท้ายโทร์ล พวกนี้เห็นพวกเราเป็อาหาร หากโดนจับได้ไม่พ้นลงหม้อต้มยำของพวกมันอย่างเดียว แม้พวกนี้จะมีจำนวนน้อยแต่ก็ทดแทนมาด้วยขนาดที่ใหญ่โตและพละกำลังอันมหาศาล”วาสที่ได้รับฟังข้อมูลจำนวนมากตอนนี้เริ่มปวดหัวขึ้นเรื่อยๆ
‘นี้ฉันอยู่ในหนังเื่ไหนกันแน่เนี้ย!’ วาสคิดในใจอย่างปลงตก จากนั้นจึงได้ยินเสียงอลันพูดต่อว่า
“เอาละ ข้ามเื่ซีเรียสไปกันเถอะ มาเข้าเื่ของพวกเราดีกว่า”ว่าแล้วอลันก็ทำสายตากรุ้มกริ่มไปทางหญิงสาวหน้าตาดีคนหนึ่ง ซึ่งทำให้เธอเขินอายไม่น้อย
“เื่ต่อไปเป็เื่ของพวกนาย ก่อนอื่นพวกนายลองนึกในใจว่า หน้าต่างสถานะสิ”วาสทำตามอย่างว่าง่าย ก่อนจะปรากฏหน้าต่างแปลกประหลาดขึ้นเบื้องหน้าเขา หน้าต่างสถานะ Lv.1
ชื่อ วสันต์ สิงหเดชา
อาชีพ -
ฉายา -
ธาตุ -
****ค่าสถานะ กาย [ 1 จุด ]
ความเร็ว [ 1 จุด ]
จิติญญา [ 1 จุด ]
แต้มสถานะ [ 0 จุด ]
วาสนิ่งเงียบไปทันที แม้จะประหลาดใจกับภาพหน้าต่างสถานะตรงหน้าแต่ก็มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขานิ่งเงียบไป
ชื่อของเขา…
นามสกุลของเขา...
มันทำให้ภาพวันเด็กของเขาหวนคืนมาอีกครั้ง เื่ราวที่เคยสวยงามในอดีตไม่มีอีกแล้ว วาสแค่นเสียงก่อนจะได้ยินเสียงอลันเข้าหูว่า
“เหมือนกับเกมส์ออนไลน์ใช่ไหมละ ฮะๆๆๆ ดูท่าว่าผู้สร้างคงจะติดหนังและเกมส์ที่มาจากโลกเดิมของเราไม่น้อย สำหรับชื่อนั้นพวกนายสามารถเปลี่ยนมันได้ฟรี1ครั้งโดยการกดไปที่ชื่อตัวเอง หาก้าเปลี่ยนอีกครั้งนายต้องมีของบางอย่าง”วาสไม่รอช้ายื่นนิ้วไปกดก่อนจะปรากฏเสียงหนึ่งดังขึ้นมาในหัว
-ท่าน้าเปลี่ยนชื่อของตนใช่หรือไม่-
วาสลองคิดในใจเงียบๆว่า ใช่
-โปรดกรอกชื่อของท่านลงบนช่องรายชื่อ-
เสียงที่ไม่รู้ว่าเป็ชายหรือหญิงดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะปรากฏแป้นพิมพ์ขึ้นมาบนอากาศซึ่งเพียงแค่คิด วาสก็สามารถเลือกภาษาอย่างง่ายดาย วาสจึงพิมพ์ชื่อตนเองลงไป
-โปรดระบุนามสกุล-
เสียงลึกลับดังขึ้นในหัวอีกครั้ง
‘นามสกุลอย่างนั้นหรอ’เขาไม่ได้คิดเกี่ยวกับเื่นี้ไว้แม้แต่น้อยจึงพยายามนึกถึงเื่ต่างๆในชีวิต ก่อนจะพิมพ์ลงไปว่า
วาส ดีวอยด์
-ท่านได้ปลี่ยนชื่อเรียบร้อยแล้ว-
คำว่า ดีวอยด์ เป็คำที่เขานำมาจากคำว่า devoid ที่มีความหมายหนึ่งแปลว่า ว่างเปล่า
“ต่อไปฉันจะขออธิบายเกี่ยวค่าต่างๆละนะ แต่ฉันขอข้ามเื่อาชีพ ฉายาและธาตุไปเพราะมันเป็เื่ไกลตัวของพวกคุณมากกกก แต่ฉันจะขออธิบายค่าสถานะแทน อย่างที่เห็น้าหน้าต่างสถานะของพวกนายจะมีค่าเลเวลอยู่ ค่าเลเวลนั้นจะสามารถขึ้นได้จากการฆ่าเท่านั้น หากคุณฆ่าสิ่งมีชีวิตอื่นในจำนวนหนึ่งพวกคุณจะเลเวลอัพและยิ่งเลเวลสูงก็ยิ่งอัพเลเวลยากขึ้นเรื่อยๆ อ้อ อีกอย่างหนึ่งหากพวกคุณสามารถฆ่าสิ่งมีชีวิตที่เลเวลเยอะกว่าคุณได้มากเท่าไหร่ พวกคุณก็ยิ่งจะสามารถอัพเลเวลได้เร็วมากเท่านั้น”ขณะกำลังจะเอ่ยต่อก็มีชายคนหนึ่งยกมือขึ้นพร้อมพูดว่า
“ถ้าอย่างนั้นผมก็สามารถฆ่าต้นไม้ต้นหญ้าได้สิครับ”
ฮ่าๆๆๆๆ
เสียงหัวเราะดังทั่วบริเวณ ก่อนที่อลันจะพูดว่า
“ได้สิ ในอดีตก็เคยมีคนทำอย่างที่นายบอก แต่รู้ไหมเขาต้องตัดต้นไม้กว่าหมื่นต้นเพื่ออัพเลเวลจากเลเวล1ไปยังเลเวล2 ซึ่งต้นไม้ที่เขาตัดสุดท้ายก็กลายเป็ที่ตั้งเมืองของเรานี้ละ”ผู้คนรอบๆถึงกับช็อก นี้มันมีคนบ้าไล่ตัดต้นไม้เป็หมื่นต้นเพื่ออัพเลเวลเลยหรอเนี่ย อลันมองท่าทางพวกเขาอย่างพอใจก่อนจะเอ่ยต่อว่า
“และหากพวกคุณอัพเลเวลได้1ครั้งจะมีรางวัลก็คือแต้มค่าสถานะทุกค่า+1จุดและแต้มค่าสถานะ2จุด เพื่อใช้ในการเพิ่มแต้มค่าสถานะต่างๆของคุณ ต่อไปฉันจะอธิบายค่าสถานะทีละตัวนะ
กาย เป็ค่าเกี่ยวกับความแข็งแกร่งของร่างกาย ทั้งความอึด พลังป้องกันทางกายภาพ และความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ
ความเร็ว เป็ค่าเกี่ยวกับความเร็วด้านต่างๆ ทั้งอัตราตอบสนอง ความยืดหยุ่นของกล้ามเนื้อในการเคลื่อนไหวความเร็วในการเคลื่อนที่ต่างๆ
จิติญญา ช่วยเพิ่มพลังในด้านที่เกี่ยวกับจิตใจภายใน และในโลกนี้จะมีสิ่งที่เรียกว่าสกิล ค่าจิติญญาจะช่วยในด้านเพิ่มความสามารถของสกิลที่นายมีอยู่ รวมทั้งจะเป็คล้ายๆค่าพลังเวทย์ที่พวกนายเคยเห็นในเกมส์ต่างๆที่ยิ่งมีมากก็จะยิ่งสามารถใช้สกิลได้มาก
และค่าสถานะไม่จำเป็ต้องใช้แต้มค่าสถานะในการเพิ่มเสมอไป พวกนายสามารถเลือกที่จะฝึกฝนตัวเองเพื่อให้มันเพิ่มขึ้นก็ได้เช่นกัน”
“เอ่อ แล้วสกิลสามารถหาได้จากไหนครับ”
“ลองคิดว่า หน้าต่างสกิลภายในใจสิ”มือใหม่ทั้งหลายทำตามอย่างว่าง่าย ก่อนจะปรากฏหน้าต่างสกิลขึ้นที่เบื้องหน้าพวกเขา
หน้าต่างสกิล
-สุดยอดสัญชาตญาณ[ Lv.1 (0%) ]
หน้าต่างสกิลโผล่ขึ้นมาที่เบื้องหน้าวาส เขาขมวดคิ้วก่อนจะเงยหน้ามองรอบๆ
“ทั้งหน้าต่างสถานะและหน้าต่างสกิลจะมีเพียงพวกคุณที่เป็เ้าของเท่านั้นที่จะเห็นได้ แต่ก็มีของบางอย่างที่ทำให้มองเห็นหน้าต่างสถานะของผู้อื่นแต่ไม่ต้องห่วงไปของที่ใช้ปกปิดหน้าต่างสถานะของคุณก็มีเช่นกัน แต่หน้าต่างสกิลของพวกคุณจะไม่มีใครสามารถเห็นได้ไม่ว่าจะใช้อะไรก็ตาม ตอนนี้พวกคุณคงจะเห็นว่าหน้าต่างสกิลของพวกคุณนั้นว่างเปล่าอยู่”วาสเบิกตากว้าง เขากำลังสงสัยว่าเพราะอะไรทำไมเขาถึงได้มีสกิลทั้งๆที่คนอื่นไม่มี ก่อนภาพเม็ดสีทองลึกลับจะโผล่ขึ้นมาในห้วงความคิด
‘เพราะเม็ดสีทองอันนั้นสินะ’วาสคิดในใจเงียบๆ
“สำหรับวิธีการหาสกิลนั้นไม่ใช่เื่ง่าย เมื่อคุณออกไปเดินเล่นในเมือง 100 คนรอบตัวคุณอาจจะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่มีสกิลอยู่ในเพราะฉะนั้นตอนนี้ไม่ต้องหวังสูงเกินตัวไป เมื่อกาลเวลาผ่านไปคุณจะค่อยๆเรียนรู้ถึงเื่ต่างๆไปเอง”อลันหยุดพูดก่อนจะกวาดตามองรอบๆ ก่อนจะพูดว่า
“ตอนนี้ผมก็ได้ให้คำแนะนำเบื้องต้นไปกับพวกคุณแล้ว พวกคุณมีอะไรสงสัยไหม?”
“เอ่อ..พวกผมยังไม่รู้เลยครับว่าจะหาเงินมาจากที่ไหนมาจ่ายให้กับพวกคุณ”อลันเบิกตากว้างเหมือนพึ่งนึกขึ้นได้
“ฮ่าๆๆ ผมลืมเื่สำคัญไปซะได้ เอาละอย่างที่พวกคุณรู้มาก่อนหน้านี้ว่าจะต้องหาคอร์จำนวน 500 ดิล ซึ่งดิลคือหน่วยเงินสากลของโลกนี้ ซึ่งมีมาั้แ่หลายร้อยปีก่อน ซึ่งอันที่จริงมันก็ไม่ใช่เงินจริงๆหรอกนะ แต่มนุษย์อย่างเราใช้เงินจนชินเลยเรียกมันว่าอย่างนั้นและนี้คือคอร์ที่ฉันพูดถึง”อลันชูบางสิ่งขึ้นมาซึ่งมันเล็กจนทำให้คนข้างวาสซึ่งนั่งอยู่ข้างหลังแทบมองไม่เห็น
คอร์ที่อลันนำออกมานั้นคือเศษผลึกขนาดเล็กที่คล้ายเศษแก้วแต่มีแดงส่องสะท้อนแสง อลันยกมือค้างไว้ครู่หนึ่ง ก่อนจะดีดมันเข้าปากตัวเองเรียกเอาเสียงอุทานรอบๆ
“หึหึ ไม่ต้องใ อย่างที่บอกว่ามันไม่ใช่เงินอย่างโลกเดิมของพวกเรา คอร์นี้สามารถกินได้อีกทั้งเมื่อกินไปแล้วจำนวนหนึ่งยังช่วยเพิ่มค่าสถานะจิติญญาได้อีกด้วย แต่กว่าจะได้สักจุดหนึ่งมันก็ต้องกินเข้าไปจำนวนมากซึ่งหลายคนคิดว่าไม่คุ้ม เลยไม่ค่อยนิยมกินกันสักเท่าไหร่ โดยคอร์มี4ขนาดคือ เล็ก กลาง ใหญ่ และพิเศษ”คอร์อีกสองอันถูกยกขึ้นเหนือหัวให้เห็นชัดๆซึ่งอันหนึ่งมีขนาดเท่านิ้วก้อย และอีกอันขนาดเท่านิ้วกลาง
“อันก่อนหน้านี้คือขนาดเล็ก และนี้คือขนาดกลาง และใหญ่ สุดท้ายนี้คือขนาดพิเศษ”อลันยกคอร์อันสุดท้ายขึ้นเหนือหัว ชิ้นนี้มีขนาดใหญ่ที่สุด ความยาวราวๆปลายนิ้วกลางถึงสันมือ
“คอร์ขนาดเล็กมีค่า 1 ดิล คอร์ขนาดกลางมีค่า 100 ดิล คอร์ขนาดใหญ่มีค่า 1,000 ดิล และคอร์ขนาดพิเศษมีค่า 10,000 ดิล หากจะถามว่าคอร์หาจากไหนคำตอนคือนี้”อลันชี้ไปที่หัวของเขา
“ทุกสิ่งมีชีวิตล้วนมีคอร์อยู่ในตัวไม่เว้นแม้แต่มนุษย์ อ้ะ! แล้วต้องถามนะว่าต้นไม้ต้นหญ้ามีคอร์หรือเปล่า บอกไว้ก่อนเลยเฟ้ยว่ามี! แต่ของต้นไม้นั้นแกต้องผ่าไล่หาั้แ่รากยันยอดเลยละ ส่วนต้นหญ้าคอร์ของมันจนเล็กมากจนมองแทบไม่เห็นซึ่งคงไม่มีใครติ๊งต๊องไปมองหาหรอก บอกไว้ก่อนว่าหากพวกนายเจอคอร์ไม่ได้ขนาดเท่าคอร์ขนาดเล็กที่ฉันบอกก่อนหน้า มันไม่ค่าอะไรสำหรับคนอื่นเลยสักนิด สุดท้ายอย่างที่บอกว่าคอร์มีอยู่ในทุกสิ่งมีชีวิตซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่ส่วนศีรษะ แต่การได้คอร์มานั้นไม่ได้บังคับให้พวกนายต้องไปไล่ฆ่าสิ่งมีชีวิตอื่นเท่านั้น ในเหล่าเผ่าพันธุ์ที่เจริญแล้วต่างมีภารกิจให้ทำซึ่งจะให้ผลตอบแทนหลากหลายแบบ แต่ส่วนใหญ่นั้นจะมีคอร์เป็ผลตอบแทน และกิลด์อาชาแดงของเราก็มีบอร์ดภารกิจสำหรับมือใหม่อย่างพวกคุณเช่นกัน สามารถไปเลือกทำได้ตามใจชอบ จ่ายคอร์ครบ 500 ดิลเมื่อไหร่อยากจะจากไปหรืออยู่ที่นี้ต่อก็เชิญ สุดท้ายก่อนออกไปจากห้องโถงที่หน้าประตูจะมีเ้าหน้าที่รอปั้มตรากิลด์ขอเราซึ่งมันจะช่วยให้พวกเรารู้ตำแหน่งของพวกคุณอยู่กันพวกคุณชิ่งนะฮะๆๆๆ แต่มันก็มีข้อดีอยู่นั้นคือแสดงถึงว่าคุณเป็คนของกิลด์อาชาแดงเห็นอย่างนี้กิลด์เราก็ใหญ่ในเมืองนี้พอสมควรนะ นอกจากกิลด์อัศวินแห่งแสงแล้วเราไม่กลัวใครหรอกนะ เพราะฉะนั้นไม่มีใครกล้ามารังแกพวกนายแน่ อ้อ! ฉันลืมบอกกฎของเผ่าพันธุ์มนุษย์เราให้พวกนายรู้ไปสินะ ฉันจะสรุปง่ายๆให้ฟังแล้วกัน”อลันหยุดพูดก่อนจะแสยะยิ้มแล้วเอ่ยเสียงเย็นว่า
“อย่าโจมตีหรือฆ่ากันในที่โจ่งแจ้งแค่นั้นแหละ”