ในที่สุดก็ถึงวันออกเดินทางต่อหนิงเฟยหลงขี่ม้าด้วยท่วงท่าองอาจสมเป็คุณชายตระกูลใหญ่ดูองอ่าสง่างามสวมเกราะเหล็กเหน็บกระบี่นำหน้าองครักษ์มุ่งตรงเข้าไปยังใจกลางของป่าสมบัติแห่งโชคชะตา เส้นทางใน่นี้ยังไม่มีต้นไม้เยอะเท่าไหร่จึงพอนำม้าเข้าไปได้เพื่อลดการสูญเสียกำลังโดยไม่จำเป็ เข้าไปไม่ได้ไม่ไกลนักก็เริ่มพบกับสัตว์อสูรระดับสามจึงพากันลงจากม้าค่อยๆย่องไปคนละทางกับสัตว์อสูรพอพ้นแล้วจึงเร่งฝีเท้าเดินต่อ
“โฮก!”
“นั่นมันเสือทมิฬ! สัตว์อสูรระดับสามนายน้อยท่านหยุดก่อนขอรับ!”ชงเป่ารีบะโบอกหนิงเฟยหลงให้หยุดเดินก่อนจะถูกเ้าเสือทมิฬรับรู้ได้แต่ทว่าไม่ทันเสียแล้วเสือทมิฬตัวนี้รับรู้ถึงการมาของพวกหนิงเฟยหลงแล้วด้วยการะโบอกของชงเป่านั่นเองชงหยางหงุดหงิดเป็อันมาก จึงบรรจงกำปั้นอันหนักอึ้งลงบนศีรษะของชงเป่า “โป๊ก!” “โอ๊ย! ข้าเจ็บนะ!”
“เจ็บสิวะจะได้จำ! จะะโทำไมเห็นไหมนั่นมันเห็นพวกเราแล้ว”ชงหยางพูดอย่างเสียอารมณ์เพราะความเขลาของน้องชายชงเป่าเองก็เกิดความโมโหคิดจะเอาคืนพี่ชาย
“พี่ชงหยาง ชงเป่า หยุดทะเลาะกันก่อน ทำตามที่ข้าบอก”หนิงเฟยหลงเริ่มเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดี ไม่คิดว่าจะเจอสัตว์อสูรเร็วเพียงนี้ชงหยางชงเป่าเองก็กำลังจะตีกันจึงรีบสั่งให้หยุดทะเลาะกันทั้งสองก็แยกจากกันด้วยความไม่พอใจ
“พี่หยวนจงท่านมีความเร็วที่สุดในกลุ่มพวกเรา ท่านจงออกไปหลอกล่อเสือทมิฬไปทางอื่นชั่วครู่ข้าขอเวลาไม่นานแต่อย่าไปไกลเกินไปหากข้าทำเสร็จแล้วจะส่งสัญญาณควันให้ให้ท่านรีบล่อมันเข้ามาที่กับดักของข้า”หนิงเฟยหลงหลงใช้เวลา่นี้ในการครุ่นคิดหาวิธีที่จะกำจัดเสือร้ายตัวนี้ลง
“ขอรับนายน้อย”หยวนจงรับคำสั่งเสร็จก็รีบพุ่งตัวออกไปหลอกล่อเสือทมิฬไปทางอื่นเสือทมิฬโดนหยอกล้อก็โกรธรีบกระโจนตามหยวนจงไป
ฝ่ายหนิงเฟยหลงได้ช่วยกันขุดหลุมลึกหนึ่งจั้ง(1 จั้ง=10 ฉื่อ ราวๆ10 ฟุต)ความกว้างเองก็แปดฉื่อ(1 ฉื่อ ราวๆ 1 ฟุต) ไว้ให้เพียงพอที่เสือทมิฬจะตกลงสู่หลุมนั้นได้ใช้เวลาไม่นานก็ทำเสร็จก็จุดควันสัญญาณขึ้น
หยวนจงเห็นควันสัญญาณก็รีบวิ่งกลับมาพลางหลอกล่อเสือทมิฬไปซ้ายทีขวาทีสลับไปมาจนมันมึนหัวทว่าการกระทำนี้ก็ยิ่งทำให้มันทวีความโกรธายิ่งขึ้นหยวนจงวิ่งใกล้เข้ามาในระยะสามสิบจั้ง(1 จั้ง=10 ฉื่อ) หนิงเฟยหลงที่ซุ่มอยู่ จึงโบกมือให้หยวนจงวิ่งช้าลงเพื่อให้เ้าเสือเริ่มตามทัน
พอใกล้ถึงหลุมอีกไม่ถึงห้าจั้งก็โบกมือให้หยวนจงหักหลบ หยวนจงเข้าใจในสัญญาณมือจึงหักหลบไปเสือทมิฬที่เห็นหยวนจงชะลอความเร็วลง จึงตัดสินใจเร่งความเร็วขึ้นกระโจนใส่แต่ที่ไหนได้หยวนจงกลับหักหลบเสือทมิฬรั้งตัวไม่อยู่ได้แต่ถลาตัวไปด้านหน้าแต่ด้วยความที่เป็สัตว์อสูรขั้นสาม จึงใช้กำลังของตนหยุดรั้งก่อนตกหลุมที่พวกหนิงเฟยหลงได้สร้างขึ้น
ทว่าก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา “ลาก่อนเ้าเสือน้อย”หนิงเฟยหลงส่งมือบอกลาเ้าเสือทมิฬ พร้อยแสยะยิ้มให้ท่ามกลางใบหน้าที่เหวอหวาของเ้าเสือทมิฬก็มีดาบใหญ่เล่มหนึ่งฟาดฟันเข้าใส่เสือทมิฬตกลงไปยังหลุม
“ตู้ม!”เสียงกระบองเหล็กขนาดใหญ่ฟาดลงบนหัวของเสือทมิฬอย่างรุนแรงหัวกะโหลกเสือถูกทุบบี้จนเละน่าสยดสยองมีบุรุษตัวใหญ่ล้ำสันรอคอยเ้าเสือทมิฬอยู่ในหลุมนั้น นั่นคือชงเป่าผู้ที่มีพละกำลังมหาศาลที่สุดในกลุ่มที่จริงแล้วหนิงเฟยหลงสามารถให้ชงเป่านั้นออกไปสู้กับเ้าเสือทมิฬตัวนี้ได้อย่างง่ายดายแต่ที่ไม่ให้ออกไปสู้ั้แ่ทีแรกเพราะเ้าเสือดำนั้นมีความเร็วเป็อันมากหากใช้พละกำลังเข้าสู้ก็คงเสียเวลานานกว่านี้พละกำลังของชงเป่ามีประโยชน์มากกว่าที่จะมาออกแรงกับสัตว์อสูรขั้นสามเพียงตัวเดียว
“แผนการของนายน้อยทำให้ข้าน้อยประหยัดแรงไปได้เยอะสะใจยิ่งนัก”ชงเป่าที่กำลังพุ่งตัวออกมาสีหน้าแสดงความปิติยินดีมันไม่เคยใช้เวลาต่อสู้กับสัตว์อสูรรวดเร็วขนาดนี้โดยไม่เปลืองกำลังทำให้มันหัวเราะร่าออกมาด้วยความสะใจ
หนิงเฟยหลงเพียงยิ้มตอบรับมอบยาฟื้นฟูพลังให้หยวนจงและชงเป่าแล้วรีบเดินทางต่อก่อนที่จะหมดวันเสียก่อนมิเช่นนั้นคงต้องเผชิญกับอันตรายมากกว่าตอนเช้าเป็แน่ยิ่งอยู่ในส่วนลึกของป่าแล้วก็ยิ่งต้องเจอสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งมากขึ้นป่าสมบัติแห่งโชคชะตาเป็ป่าใหญ่ แน่นอนว่าสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งย่อมต้องมีมากมายเป็ธรรมดา
เวลาล่วงเลยไป่บ่ายในที่สุดหนิงเฟยหลงและองครักษ์ ก็เข้าสู่เขตสัตว์อสูรระดับสี่เป็สัตว์อสูรระดับสูง พวกมันมีประสาทรับรู้ที่รวดเร็ว มีสติปัญญามากกว่าสัตว์อสูรทั่วไปพละกำลังร่างกายที่แข็งแกร่งเป็ฝันร้ายของนักแสวงโชคและผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตที่ต่ำกว่าแดนพิภพแค่ดูอย่างกระทิงโลหิตที่หยวนจงได้พบก่อนหน้านี้ก็เป็สัตว์อสูรระดับสามที่กำลังก้าวเข้าสู่ระดับสี่ยังมีฝีมือทำให้หยวนจงที่อยู่ขอบเขตแดนพลังาเ็อย่างง่ายดาย
ขอบเขตแดนพลังนั้นแบ่งออกเป็สองระดับได้แก่ กำเนิดพลัง และแก่นแท้พลังทั้งสองยังแบ่งย่อยไปอีกเก้าขั้น หยวนจงนั้นอยู่ในระดับกำเนิดพลังขั้นสาม จึงไม่แปลกที่จะพลาดท่าให้กับกระทิงโลหิตที่อยู่ครึ่งก้าวระดับสี่ซึ่งเทียบเท่าได้กับระดับกำเนิดพลังขั้นเจ็ดถึงเก้า
“นายน้องท่านต้องระวังในเขตนี้ ข้ารับรู้ได้ถึงแรงกดดันจากสัตว์อสูรระดับสี่ที่อยู่ไม่ไกลจาก.....” ชงหยางพูดยังไม่ทันจบก็มีสัตว์อสูรระดับสี่วิ่งชนต้นไม้ล้มระเนระนาดเข้ามา
“นั่นมันกระทิงโลหิต!!” หยวนจงพูดโพล่งออกมาอย่างใ
“ทำไมเ้าสัตว์อสูรตนนี้ถึงทะลวงระดับได้เร็วขนาดนี้!” ชงหยางเองก็ตกตะลึงไม่น้อยอดไม่ได้ที่จะพูดออกมา
“ทำเช่นไรดีพวกเราไม่มีใครสามารถต่อกรกับมันได้ด้วย หากมันอยู่ระดับครึ่งก้าวระดับสี่ข้ายังพอต่อกรได้ แต่นี่มัน...” ชงหยางได้แต่ทอดถอนหายใจด้วยระดับพลังยุทธ์ระดับกำเนิดพลังขั้นเก้าของมัน ในตอนนี้สามารถต่อกรได้แค่สัตว์อสูรครึ่งก้าวหรือระดับสามลงมาเท่านั้นส่วนชงเป่านั้นถึงแม้จะมีกำลังมากแต่ก็อยู่เพียงขั้นหกชงหยงและหยวนจงยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงพวกมันอยู่เพียงขั้นสาม
“พวกท่านทำตามที่ข้าบอก” โชคยังดีที่มีมันสมองอย่างหนิงเฟยหลงอยู่มันได้วางแผนไว้แล้วก่อนหน้านี้เพราะคาดว่าการเข้ามาครั้งนี้จะต้องเจอเข้ากับสัตว์อสูรระดับสี่เป็แน่เหล่าองครักษ์เองก็ใจชื้นขึ้นเร่งทำตามที่ หนิงเฟยหลงบอก
“พร้อมแล้วขอรับ” ชงหยางกล่าวพร้อมะเิพลังวาดดาบใหญ่ออก ฟาดลงกับพื้นปลดปล่อยพลังหยวนจู่โจมไปที่กระทิงโลหิตแม้จะไม่เกิดาแใดๆเป็เพียงรอยขีดข่วนแต่ก็ทำให้กระทิงโลหิตที่บ้าคลั่งอยู่แล้วกลับบ้าคลั่งขึ้นไปอีก! วิ่งกระทืบเท้าแผ่นดินะเืไปทั่วบริเวณเข้ามา ด้วยความโกรธเกรี้ยวเป็อย่างมาก!
วิธีที่ใช้จัดการกระทิงโลหิตไม่อาจใช้แผนอย่างที่จัดการกับเสือทมิฬได้เพราะเ้ากระทิงโลหิตนี้มีความแข็งแกร่งมากกว่าชงเป่าหลายเท่าหากทำเช่นเดิมก็เท่ากับส่งชงเป่าไปตายเป็แน่
“เริ่มได้!”หนิงเฟยหลงส่งสัญญาณให้องครักษ์เริ่มปฏิบัติการ
“ฟิ้ว!” “ตู้ม!”
หยวนจง ชงหยงกระหน่ำปาะเิควันพิษเข้าใส่กระทิงโลหิตอย่างไม่ลดละเกิดควันพิษสีขาวกระจายตัวออกมาจากะเิพวกหนิงเฟยหลงรีบนำผ้าที่เตรียมไว้มาปิดจมูก ถึงแม้ว่าจะไม่สามารถสังหารกระทิงโลหิตลงได้แต่ก็ทำให้ความสามารถของกระทิงโลหิตลดลงไม่น้อยการทรงตัวและการวิ่งของมันค่อยๆช้าลงเรื่อยๆอารมณ์ความรู้สึกที่เดือดพล่านอยู่ก่อนหน้าได้เปลี่ยนเป็อาการมึนงงไปในชั่วขณะ
ชายหนุ่มเห็นว่ากระทิงโลหิตเกิดอาการมึนงงแล้ว จึงรีบพากันออกไปจากบริเวณนี้โดยเร็วเพราะพิษนี้คงอยู่ได้ไม่นานสติของเ้ากระทิงโลหิตก็จะกลับมาหากเป็สัตว์อสูรขั้นต่ำกว่าสี่นี้คงทำให้พวกมันมึนงงได้ไปเกือบทั้งวันแต่กับเ้ากระทิงตัวนี้มันแข็งแกร่งกว่ามาก ด้วยระดับที่มันอยู่ถึงแม้พึ่งจะก้าวมาระดับสี่ก็ตาม
ชงหยางนำทางต่อเข้ามายังส่วนลึกใจกลางของป่า ก็พบเข้ากับต้นไม้วิเศษและสมุนไพรหายากมากมายแต่ก็ไม่กล้าที่จะเข้าไปเก็บ นั่นเพราะที่ใดมีของวิเศษที่นั่นย่อมต้องมีสัตว์อสูรและสัตว์อสูรที่นี่ก็ล้วนแล้วแต่เป็ระดับสี่ทั้งนั้นหากไม่อยากตายก็ไม่สมควรจะเข้าไปเก็บสมุนไพรล้ำค่าพวกนั้น!