ตอนที่8 นั่นเหมือนกับอีตาขี้เก๊ก
ณิชาได้ยินน้ำเสียงกังวลของเพื่อนทำให้เธอรู้สึกอบอุ่นหัวใจอย่างน้อยในเวลาที่เธอไม่เหลือใครสักคนทว่าเธอยังมีเพื่อนแสนดีคนหนึ่งที่คอยช่วยเหลือพร้อมกับแอบนำเงินสอดใส่ไว้ในตั๋วเครื่องบินโดยที่เธอไม่รู้ตัวซึ่งเป็เงินจำนวนมากถึงสองหมื่นบาท
“เปลี่ยนวีซ่าเรียบร้อยดีพี่เขาบอกว่าเธอฝากให้ช่วยเต็มที่ ฉันเลยใช้เวลาอยู่กระทรวงและสถานกงสุลไม่นานทางนี้อากาศเริ่มเย็นมากละ กำลังรอดูหิมะแรกของที่นี่ ไม่ต้องห่วงหรอกนะฉันเตรียมเสื้อกันหนาวมาหลายตัวอยู่ ขอบใจเธอมากนะนุ่น”
ณิชาตอบคำถามเพื่อนอย่างสบายใจพลางพูดเกี่ยวกับสภาพอากาศของประเทศจีนใน่ปลายเดือนพฤศจิกายน ปี 2010ซึ่งเข้าสู่ฤดูหนาวของทางประเทศจีนแล้ว ทว่าเธอกลับรู้สึกอบอุ่นใจมากกว่าอยู่ในประเทศไทยเหมือนกับการกลับสู่อ้อมกอดของแม่ที่เธอไม่ได้พานพบมานานหลายปี
“ดีมากที่เธอเตรียมตัวไว้แล้วฉันจะโทรหาเธอเป็ระยะ เพราะฉันรู้ว่าเธอชอบปิดเงียบ ไม่ยอมโทรหาฉันทั้งที่มีปัญหาร้ายแรง”
ท้ายประโยคนุ่นต่อว่าเพื่อนเล็กน้อยเนื่องด้วยณิชาเป็เพื่อนที่เก็บงำความทุกข์ไว้ในใจเพียงคนเดียวไม่ค่อยที่จะแพร่งพรายความทุกข์ส่วนตัวให้คนอื่นรับรู้แม้แต่ข่าวการหย่าร้างซึ่งร้ายแรงนุ่นก็รับรู้จากข่าวสังคมซุบซิบแทนที่จะได้รับทราบจากปากเพื่อนโดยตรงแต่อย่างไรนุ่นก็เข้าใจบุคลิกของเพื่อนคนนี้อยู่บ้าง จึงไม่ได้ถือโทษโกรธอะไร
“ตกลงจ้ะนุ่นแค่นี้ก่อนนะ ฉันจะถึงสนามบินแล้ว”
ณิชาหัวเราะเบาๆอย่างมีความสุขที่ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว เธอตอบรับคำสั่งสอนจากเพื่อนอย่างเข้าใจพลางตัดบทการสนทนาทันทีเนื่องจากรถแท็กซี่เคลื่อนตัวเข้าสู่เขตพื้นที่สนามบินนานาชาติแล้ว โดยเธอจะต้องเดินทางต่อไปยังเมืองซีอานอีกสองชั่วโมงกว่า
เธอตัดสินใจเลือกการเดินทางโดยเครื่องบินแทนการเดินทางด้วยวิธีอื่นถึงแม้ว่าจะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าวิธีอื่นก็ตามเนื่องจากเธอกังวลเื่ความปลอดภัยในการเดินทางของผู้หญิงตัวคนเดียวในขณะที่ตอนนี้เธอกลายเป็เอสเปอร์อ่อนแอที่สุดซึ่งพละกำลังของเธอเทียบเท่ากับคนธรรมดาที่ไม่ได้มีพลังวิเศษแต่อย่างใด
..........
ระหว่างที่ณิชากำลังเดินเข้าเครื่องบินเธอเหลือบมองไปช่องทางพิเศษสำหรับผู้โดยสารชั้นเฟิร์สคลาสของสายการบินซึ่งเธอพบกับแผ่นหลังของชายบางคนที่ดูคุ้นตา จึงพูดกับตัวเองอย่างไม่แน่ใจว่า
“เอ๊! นั่นเหมือนกับอีตาขี้เก๊กที่ฉันเจอในโรงพยาบาลเลย โลกคงไม่กลมขนาดนี้หรอกมั้ง”
ณิชายักไหล่อย่างไม่สนใจเธอไม่คาดคิดว่าตนเองจะมีชะตาร่วมกัน จนมีโอกาสพบกับชายหนุ่มเ้าของรถยนต์และเป็คนให้เช็คเงินสดทำขวัญเธออีกถึงเธอจะรับรู้แล้วว่าเขาเป็คนจีนจากภาษาที่เขาใช้สื่อสารกับหมอมานพทว่าเธอไม่คิดว่าจะมีโอกาสพบเขาอีกในเที่ยวบินที่จะไปเมืองซีอานทำให้เธอละความสนใจจากเส้นทางนั้นทันที
หยางจวินรู้สึกเหมือนกับมีใครบางคนจ้องมองเขาอยู่ทำให้เขาหันขวับกลับไปมองด้านหลังด้วยความสงสัย ทว่าเขามองไม่เห็นใครที่คุ้นเคยนอกจากกลุ่มผู้โดยสารทั่วไปที่กำลังเข้าแถวเดินเข้าเครื่องบินอีกทางหนึ่งเขาขมวดคิ้วด้วยความสงสัยพลางพึมพำกับตัวเองว่า
“แปลกแฮะเหมือนกับมีใครจ้องมองฉันอยู่เลย หรือว่าฉันคิดเื่จีนเทามากเกินไป?”
หยางจวินถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่ไม่พบศัตรูในบริเวณนี้แต่อย่างใดโดยเฉพาะกลุ่มจีนเทาซึ่งเขากำลังสืบหาข้อมูลและร่องรอยพวกมันเพื่อส่งต่อให้กับเ้านายตนเองซึ่งเขาพบแค่กลุ่มผู้คนที่เป็ผู้โดยสารทั่วไปจึงรู้สึกแปลกใจกับความรู้สึกถูกจ้องมองจากใครบางคนโดยที่เขาไม่สามารถตรวจพบได้
เวลานี้ณิชานั่งอยู่บนเครื่องบินพร้อมกับเริ่มรู้สึกง่วงนอนอย่างไม่สามารถขัดขืนได้เธอเผลองีบหลับไปโดยไม่รู้ตัว โชคดีผู้โดยสารที่นั่งข้างเธอเป็สามีภรรยาสูงอายุซึ่งทั้งคู่อำนวยความสะดวกให้เธอเอนกายนอนอย่างสบายใจ
“ฮวาเอ๋อร์ดูสิแม่หนูคนนี้ง่วงนอนหนักเชียว สงสัยจะอดนอนมาแน่ๆ”
“งั้นก็ขยับตัวอีกนิดได้ไหม? เอาหมอนเล็กของคุณมาด้วยฉันจะเอามาหนุนหัวเธอ น่าสงสารจริง ดูท่าคงอดนอนเหมือนที่คุณว่านั่นแหละ”
ณิชาไม่รู้ตัวเลยว่าเธอหลับสบายจากปักกิ่งจนถึงเมืองซีอานโดยได้รับความช่วยเหลือเป็อย่างดีจากคู่สามีภรรยาที่นั่งข้าง
จนกระทั่งมีเสียงประกาศของพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินซึ่งแจ้งเื่การเตรียมตัวนำเครื่องลงจอดสนามบินนานาชาติเมืองซีอานณิชาจึงเริ่มรู้สึกตัว เมื่อเธอเอนหัวตั้งตรงพลันพบหมอนเล็กที่หนุนไหล่ตนเองหล่นบนตัก สร้างความงุนงงให้กับเธอยิ่งนัก
“โอ้! ตื่นแล้วหรือแม่หนู หลับสบายไหม?”
น้ำเสียงอ่อนโยนจากหญิงชราที่นั่งข้างเธอทำให้ณิชารู้สึกเกรงใจในการได้รับความช่วยเหลือจากหญิงชราแปลกหน้าจึงตอบกลับอย่างมีมารยาทว่า
“ขอบคุณมากค่ะคุณยายฉันนี่แย่จริงๆ เลยที่หลับไม่รู้ตัว ไม่รู้ทำไมถึงได้ง่วงมากขนาดนี้มาก่อน?”
“เอ๊! ฮวาเอ๋อร์ แม่หนูง่วงนอนแบบนี้เหมือนคุณตอนท้องเ้าเสี่ยวิเลยนะ”
ชายชราท้วงท่าทางของณิชาพร้อมกับหัวเราะเบาๆพลางพูดถึงพฤติกรรมของภรรยาสมัยท้องลูกชายคนเล็กอย่างอารมณ์ดี
คำพูดแสดงความคิดเห็นของชายชราเป็ผลให้ณิชาตัวแข็งทื่อด้วยความใ เธอไม่คาดคิดว่าการตั้งครรภ์จะทำให้ตนเองมีอาการผิดปกติจนไม่สามารถควบคุมได้เช่นนี้จึงยิ้มให้สองชายหญิงชราอย่างเก้อเขิน โดยเธอไม่ได้ว่ากล่าวหรืออธิบายอะไรออกไป
“อ๊ะ! จริงด้วย แต่แม่หนูมาคนเดียวดูแล้วยังเป็เด็กอยู่เลย คงไม่ได้ท้องหรอก ตาแก่อย่าพูดซีซั้วไปนะมันไม่ดีกับแม่หนู”
หญิงชราตีแขนสามีตนเองเบาๆพลางพูดเสียงเบาเหมือนกับไม่แน่ใจซึ่งน้ำเสียงของหญิงชราแฝงไปด้วยความกังวลและเห็นใจหญิงสาวรุ่นลูกหลานอย่างจริงใจ
ณิชารับรู้ความรู้สึกของชายหญิงชราอย่างแท้จริงเธอยิ้มให้ทั้งคู่เล็กน้อยแต่ไม่ได้พูดอะไรออกไปอีกเพราะกังวลว่าจะทำให้เื่ทั้งหลายวุ่นวายมากกว่าเดิมจึงเลือกที่จะเงียบแทน
..........
ณิชาออกมาจากสนามบินนานาชาติเมืองซีอานเธอเรียกแท็กซี่ให้ไปส่งโรงแรมสามดาวราคาประหยัดแทนเพราะเธอจำเป็ต้องประหยัดค่าใช้จ่ายก่อนเนื่องจากมีภารกิจที่ต้องใช้ในอนาคตเป็จำนวนมากซึ่งเธอกังวลว่าเงินที่มีอยู่อาจไม่เพียงพอในการใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ได้นานนัก
ระหว่างที่กำลังเช็กอินเข้าพักในโรงแรมเธอสอบถามพนักงานต้อนรับของโรงแรมเกี่ยวกับบริการอินเทอร์เน็ตเอกชนว่า
“แถวนี้มีบริการอินเทอร์เน็ตของเอกชนไหมคะ?”
“ถ้า้าใช้แบบความเร็วสูงมีที่สี่แยกไฟแดงที่สองจากด้านนี้ค่ะถ้า้าใช้แบบธรรมดา ทางโรงแรมมีบริการอยู่ที่ห้องสันทนาการทางด้านนี้ค่ะคุณลูกค้าเลือกใช้ได้ตามสะดวกเลยนะคะ”
พนักงานต้อนรับของโรงแรมแนะนำณิชาพลางชี้นิ้วแจ้งตำแหน่งของแต่ละสถานที่อย่างเป็มิตรถึงแม้ว่าณิชาจะจองห้องพักราคาประหยัดก็ตามทว่าเืนักบริการที่้าสร้างภาพลักษณ์และชื่อเสียงของสถานที่แหล่งท่องเที่ยวสำคัญโดยเฉพาะสุสานจักรพรรดิจิ๋นซีฮ่องเต้ จึงตอบคำถามของณิชาอย่างใจเย็น
“ขอบคุณมากค่ะ”
ณิชายิ้มกว้างอย่างอารมณ์ดีพลางกล่าวขอบคุณพนักงานโรงแรมอย่างมีมารยาทเธอ้าเรียนรู้ภาษาจีนให้แตกฉานก่อนแล้วจึงจะเข้าร้านอินเทอร์เน็ตความเร็วสูงเพื่อค้นหาข้อมูลความเป็ไปได้ของญาติทางแม่รวมทั้งหาข้อมูลเกี่ยวกับงานที่เธอจะเลือกทำในอนาคตเนื่องจากเธอไม่้าเสียเวลาในการสอบถามผู้คนซึ่งอาจใช้เวลานานเกินไป
อนึ่งณิชามีเงินเหลืออยู่ในตอนนี้แค่ห้าแสนบาทฉะนั้นเธอจำเป็ต้องวางแผนการใช้จ่ายให้ดีถึงแม้ว่าจะมีเครื่องเพชรชุดหนึ่งที่อดีตสามีมอบให้เป็ของกำนัลในการหย่าร้างซึ่งเธอตั้งใจที่จะเก็บไว้เป็สมบัติให้กับลูกที่จะเกิดมาไม่ว่าจะเป็ลูกชายหรือหญิงก็ตาม โดยเครื่องเพชรนั้นเธอฝากไว้ที่ธนาคารในประเทศไทย
หลังจากณิชาเก็บเสื้อผ้าและของใช้ในห้องพักเสร็จเรียบร้อยเธอขลุกอยู่ในห้องสันทนาการชั้นสองของโรงแรม เป็ห้องโถงขนาดใหญ่ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกหลากหลายไม่ว่าจะเป็ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ เปียโน ห้องลูกบอลสำหรับเด็กเล็กมุมอ่านหนังสือจิปาถะและมุมคอมพิวเตอร์สำหรับให้ลูกค้าเล่นอินเทอร์เน็ตซึ่งเปิดให้ใช้บริการฟรี
ณิชาเรียนรู้ภาษาจีนผ่านอินเทอร์เน็ตของโรงแรมจนถึงเวลาค่ำจึงสั่งอาหารของทางโรงแรมมากินเธอไม่อยากเสียเวลาไปหาอาหารกินนอกโรงแรมเพราะกำลังติดพันการเรียนรู้อย่างใจจดจ่อ
อย่างไรก็ดีณิชาเสียเวลาเรียนรู้ภาษาจีนให้แตกฉานนานถึงสองวันเต็มโดยเธอเรียนรู้ภาษาอังกฤษควบคู่ไปด้วยเพราะเป็ภาษาสากลที่ผู้คนใช้สื่อสารเนื่องจากร่างเดิมสามารถสื่อสารได้ระดับหนึ่งทว่าไม่เชี่ยวชาญเทียบเท่ากับเ้าของภาษาเธอจึงถือโอกาสปิดจุดอ่อนทั้งหลายของร่างเดิมเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มต้นชีวิตใหม่
“เยี่ยมมากเหยาเหยาเธอทำได้แล้ว ถึงแม้ทักษะเอสเปอร์จะถูกปิดกั้น แต่ฉันจะไม่ยอมแพ้แน่นอน”
ณิชายกกำปั้นสองข้างอย่างให้กำลังใจตนเองที่สามารถเรียนรู้ภาษาจีนและภาษาอังกฤษเสร็จสิ้นด้วยดีทำให้เธอมั่นใจมากขึ้น
เวลานี้ณิชาเดินเข้าร้านบริการอินเทอร์เน็ตชื่อ“ฟิวเจอร์” เป็ร้านขนาดใหญ่ทันสมัยที่มีเครื่องคอมพิวเตอร์มากถึงห้าสิบกว่าเครื่องซึ่งตั้งเรียงรายเป็สามโซน โดยมีลูกค้าในร้านจำนวนมากทว่าส่วนใหญ่เป็วัยเรียนและวัยรุ่นถึงกระนั้นใบหน้าที่ดูเด็กของณิชาก็กลมกลืนกับพวกเขาอย่างแยกไม่ออก
เธอรับรหัสเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ตจากจุดลงทะเบียนของร้านก่อนที่จะเดินไปทำงานกับโต๊ะคอมพิวเตอร์ในโซนหน้าร้านราวสองสามชั่วโมง จากนั้นย้ายไปทำงานกับโต๊ะคอมพิวเตอร์ในโซนกลางอีกสองสามชั่วโมงและสุดท้ายคือโต๊ะ
คอมพิวเตอร์โซนด้านหลังสุดซึ่งเป็มุมอับสายตาเพราะไม่้าดึงดูดความสนใจของผู้คน
โชคดีที่พนักงานของร้านไม่ได้สนใจพฤติกรรมการเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ของณิชาแต่อย่างใดเนื่องจากมีเด็กเข้าออกในร้านและเปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ใช้งานไปมาเป็จำนวนมากช่วยพรางการจงใจเปลี่ยนเครื่องของเธอไปได้อย่างง่ายดาย
ณิชาทำการหักนิ้วมือตนเองเป็การออกกำลังกายเตรียมความพร้อมของนิ้วมือกล่าวได้ว่าเป็การเริ่มงานอย่างจริงจังงานแรกั้แ่เกิดใหม่ของตน
“ถึงทักษะฉันจะถูกปิดกั้นไปมากแต่ฉันเชื่อว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่นฉันไม่เชื่อหรอกว่าระดับเอสเปอร์อย่างฉันจะใช้งานเครื่องอิเล็กทรอนิกส์ล้าหลังแบบนี้ไม่ได้”
ณิชาพึมพำกับตัวเองก่อนเริ่มลงมือพิมพ์โค้ดคำสั่งซึ่งเป็ความรู้พื้นฐานที่ติดตัวเธอมาจากดาวเอเอสถึงแม้ว่าเธอจงใจเคลื่อนไหวนิ้วมืออย่างเชื่องช้าเท่ากับคนธรรมดาเพราะไม่้าให้พลังลึกลับสูบพลังและเืเนื้อตนอีก โดยเธอต้องอดทนและพยายามใจเย็นเพื่อค้นหาข้อมูลสำคัญของตนเองให้ได้
“โชคดีที่ฉันพิมพ์ช้าลงแล้วไม่เหนื่อยมากแต่มันไม่ทันใจฉันเลย”
ณิชาบ่นให้ตัวเองอย่างกังวลถึงแม้ว่าเธอจะพิมพ์ช้าลงโดยไม่ฝืนใช้พลังเอสเปอร์เข้าร่วมทว่ายังรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย เหมือนกับว่าหากเธอทำกิจกรรมใดๆ ก็แล้วแต่ย่อมถูกพลังลึกลับดูดหายไปจนหมดสิ้น สร้างความแปลกใจให้กับเธอมากขึ้นเรื่อยๆ
งานแรกที่เธอทำไม่ใช่การสืบค้นหาญาติทางแม่ทันทีทว่าเธอค้นหาวิธีสร้างเม็ดเงินและความร่ำรวยสำหรับตัวเองก่อนเพราะเธอเชื่อว่าตนเองจะต้องมีช่องทางเพื่อสร้างโอกาสและทางเลือกในการดำรงชีวิตในประเทศจีนซึ่งเป็เื่จำเป็มากกว่าการตามหาญาติทางแม่ในเวลานี้
“อ๊ะ! เล่นหุ้นหรือ?น่าสนใจแฮะ แต่เงินฉันมีน้อยเกินไป คงต้องหาเงินวิธีอื่นก่อนละกันมันต้องมีช่องทางหาเงินที่เหมาะสมกับฉันแน่ๆฉันต้องเลือกเส้นทางที่เสี่ยงน้อยที่สุด ถ้าเล่นหุ้นก็เสี่ยงเกินไปเพราะฉันวิเคราะห์ได้ช้าเหลือเกิน”