บทที่ 5 ความสามารถในการแปลงกาย
ความคิดหมุนวน ถังซานยืดกายเล็กน้อย
ตอนนี้ยังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะถึงรุ่งสาง ผู้คนในหมู่บ้านเหนื่อยล้าจากการทำงานทั้งวัน ยามราตรีพวกเขาจะเข้านอนแต่หัวค่ำและหลับสนิท
เขาตัดสินใจเข้าไปสำรวจในป่าลึกขึ้นไปอีก ในป่านั้นเต็มไปด้วยปราณิญญาที่เข้มข้นกว่าในหมู่บ้านอย่างเห็นได้ชัด ดังนั้น ในป่าลึกอาจมีสมบัติล้ำค่าซ่อนอยู่ก็เป็ได้
หลังจากที่พบว่าในโลกนี้เขาไม่สามารถปลุกิญญาอาวุธได้ ทำได้เพียงฝึกฝนวิชาเสวียนเทียนเท่านั้น แผนการของเขาจึงเรียบง่าย นั่นคือฝึกฝนวิชาเสวียนเทียนให้ถึงขั้นสูงสุดเท่าที่จะทำได้ก่อน เพื่อสั่งสมพลัง จากนั้นค่อยดูว่าจะใช้พลังนี้อย่างไร เพียงแค่อาศัยวิชาลับจากคัมภีร์เสวียนเทียนของสำนักถังในอดีต หากฝึกฝนจนถึงระดับลึกซึ้งพอ การปกป้องตัวเองก็ไม่ใช่ปัญหา
จากการฝึกฝนของเขาเอง ความจริงยามนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าไฉนมนุษย์ในโลกนี้ถึงอ่อนแอนัก ถึงขนาดต้องตกเป็ทาส
ดาวดวงนี้มีชื่อว่าดาวฝ่าหลาน มีทวีปใหญ่เพียงแห่งเดียว นั่นคือมหาพิภพภูตปีศาจที่เขาอาศัยอยู่ เผ่าปีศาจและเผ่าภูตต่างมีพร์อันทรงพลัง ในดินแดนที่เต็มไปด้วยปราณิญญาแห่งนี้ พวกเขาเพียงแค่ดูดซับปราณิญญาจากฟ้าดินหลังจากกำเนิดมาอย่างต่อเนื่องเพื่อเสริมสร้างพร์ของตน ก็จะกลายเป็ผู้แข็งแกร่งอย่างยิ่ง ไม่มีเผ่าพันธุ์อื่นใดสามารถเทียบได้
ส่วนมนุษย์นั้นไร้พร์ในการต่อสู้ อีกทั้งยังไม่มีวิธีฝึกฝนใด ๆ หากไม่นับความชำนาญทางด้านงานฝีมือแล้ว ก็อาจกล่าวได้ว่าไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง จึงได้แต่กลายเป็ทาสรับใช้เผ่าปีศาจและเผ่าภูตอันทรงพลัง
เนื่องจากพืชพรรณภายในป่ามีขนาดมหึมา แสงสว่างจึงสลัวมาก
ในโลกนี้ก็มีสิ่งที่คล้ายกับดวงจันทร์อยู่เช่นกัน แต่กลับเปล่งแสงสีฟ้าอ่อน ๆ ดูแปลกตายิ่งนัก
ในดวงตาทั้งสองของถังซานมีประกายสีม่วงอ่อน ๆ วูบไหว นี่คือวิชาลับอีกอย่างหนึ่งในคัมภีร์เสวียนเทียนที่เรียกว่า ‘เนตรปีศาจสีม่วง’ ซึ่งต้องฝึกฝนด้วยการจ้องมองดวงตะวันยามรุ่งอรุณทุกวัน
เมื่อสองปีก่อน เขาต้องคลานไปที่ช่องประตูเพื่อฝึกฝนอย่างยากลำบาก แต่ใน่สองปีที่ผ่านมานี้ โอกาสในการฝึกฝนก็มีมากขึ้น
ด้วยความช่วยเหลือของเนตรปีศาจสีม่วง เขาสามารถมองเห็นสภาพในป่าได้อย่างชัดเจนมากขึ้น ยิ่งเข้าไปลึกเพียงใด ความรู้สึกประหลาดในใจก็ยิ่งทบทวีขึ้นเท่านั้น
ในโลกเดิมของเขา มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าสัตว์ิญญา ที่นั่น สัตว์ิญญาถูกมนุษย์รุกล้ำพื้นที่การดำรงชีวิตอย่างต่อเนื่อง พวกมันต่อต้านไม่หยุด จนในที่สุดก็อยู่ร่วมกับมนุษย์อย่างสงบสุข
ทว่าบนมหาพิภพภูตปีศาจนี้ กลับเป็ปีศาจและภูตที่ปกครองทุกสิ่ง มนุษย์ทำได้เพียงดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด ราวกับว่าทุกอย่างพลิกกลับตาลปัตรไปหมด
ขณะที่กำลังเดินไปข้างหน้า จู่ ๆ เขาก็ได้ยินเสียงบางอย่าง เขาจึงหลบเข้าไปข้างต้นไม้ใหญ่ต้นหนึ่งแล้วกลั้นลมหายใจโดยสัญชาตญาณ
ตุ้บ!
ไม่ไกลจากที่เขายืนอยู่ ร่างหนึ่งร่วงลงมา ตกลงบนพื้น แล้วกลิ้งไปมาสองตลบ ลมหายใจของเขาหอบถี่ พยายามดิ้นรนลุกขึ้น แต่ดูเหมือนมีแรงจะไม่เพียงพอ หลังจากดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง ก็ล้มลงอีกครั้ง
ถังซานไม่ได้ขยับตัว เขาเพียงแค่รวบรวมสมาธิใช้เนตรปีศาจสีม่วงมองอย่างละเอียด พบว่าคนที่ล้มอยู่บนพื้นนั้นเป็มนุษย์ ใบหน้าของเขามีหน้ากากปกปิดอยู่ มองไม่เห็นหน้าตา แต่รูปร่างนั้นชัดเจนว่าเป็มนุษย์
จากท่าทางที่เขาะโข้ามมาก่อนหน้านี้ เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่คนธรรมดา
มนุษย์ที่มีความสามารถงั้นหรือ?
ดวงตาของถังซานเป็ประกาย สำหรับโลกใบนี้ เขายังไม่เข้าใจมากพอ เพราะจำกัดอยู่แค่ในเมืองหมาป่าวายุเท่านั้น การได้เห็นมนุษย์ที่มีความสามารถเช่นนี้อย่างกะทันหัน สำหรับเขาแล้วเป็เื่น่าตื่นเต้นยินดีอย่างยิ่ง
เพียงแต่ว่าร่างกายของคนผู้นี้มีกลิ่นคาวเือย่างเข้มข้น เห็นได้ชัดว่าได้รับาเ็
แต่ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าอันหนักอึ้งก็ตามมา
มันเป็เสียงฝีเท้าที่คล้ายกับเสียง ‘ตึง! ตึง! ตึง! ตึง!’ ด้วยความเร็วยิ่ง
ถังซานที่เพิ่งจะเตรียมตัวออกไปรีบซ่อนตัวอีกครั้ง
“อยู่ทางนี้!” เสียงคำรามดังขึ้น ตามมาด้วยร่างกำยำที่ะโลงมาจากที่ว่างเปล่า
เนื่องจากเป็ยามราตรี ดวงตาคู่นั้นของมันจึงเรืองแสงสีฟ้าอมเหลือง ชัดเจนว่าเป็ปีศาจหมาป่า
มันวิ่งมาด้วยสี่ขาอย่างรวดเร็ว เมื่อยืนขึ้น รูปร่างของมันก็สูงเกินหกฉื่อ กล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งเต็มไปด้วยพลังที่พร้อมจะะเิออกมา
ปีศาจหมาป่าระดับสาม!
ใน่ไม่กี่ปีที่ผ่านมา ถังซานได้เรียนรู้เกี่ยวกับระบบลำดับชั้นของมหาพิภพภูตปีศาจมาบ้างแล้ว ที่นี่ไม่ว่าจะเป็เผ่าพันธุ์ใด ล้วนใช้ลำดับชั้นในการประเมินสถานะและพลัง
ระดับต่ำสุดคือระดับหนึ่ง มนุษย์ธรรมดาไม่มีแม้แต่ระดับ นั่นก็คือชนชั้นทาส
อย่างเช่นปีศาจหมาป่า เมื่อเกิดมาก็อยู่ในระดับหนึ่ง เมื่อโตเต็มวัยก็จะอยู่ในระดับสองเป็อย่างน้อย ส่วนปีศาจหมาป่าที่แข็งแกร่งก็จะอยู่ในระดับสาม และนี่ก็เป็เพียงปีศาจหมาป่าที่มีสายเืธรรมดาที่สุดเท่านั้น ว่ากันว่าสายเืที่สูงกว่านี้จะยิ่งทรงพลังมากขึ้น
ส่วนระดับสูงสุดของมหาพิภพภูตปีศาจนั้นอยู่ที่ระดับใด ตอนนี้ถังซานก็ยังไม่กระจ่าง
เมืองหมาป่าวายุเป็เพียงเมืองเล็ก ๆ ที่ห่างไกล มีเื่เล่าว่าเ้าผู้ปกครองปีศาจหมาป่าแห่งเมืองหมาป่าวายุควรจะอยู่ในระดับห้า
เมื่อเปรียบเทียบกับวิชาเสวียนเทียนที่ถังซานฝึกฝนมา เขาได้ประเมินคร่าว ๆ ว่าวิชาเสวียนเทียนในระดับเดียวกัน ความเข้มข้นของพลังควรจะใกล้เคียงกับพลังของปีศาจในระดับเดียวกัน
กล่าวคือ ตอนนี้เขาได้ฝึกฝนวิชาเสวียนเทียนถึงขั้นที่สามแล้ว ในแง่ของระดับพลัง เขาแทบจะไม่แตกต่างจากปีศาจหมาป่าระดับสามนี้เลย
ปีศาจหมาป่าระดับสามที่ร่วงลงมาจากอากาศพุ่งเข้าโจมตีมนุษย์ผู้นั้นโดยตรง
มนุษย์ที่กำลังนอนหอบหายใจอยู่บนพื้นรู้สึกถึงอันตรายบีบเค้น เขาพลิกตัวไปด้านข้างอย่างรวดเร็ว หลบหลีกการโจมตีของปีศาจหมาป่า ในขณะเดียวกัน เขาก็ทำท่าทางประหลาด ร่างกายของเขาดูเหมือนจะยืดยาวออกในชั่วพริบตา กรงเล็บงอกออกมาจากมือทั้งสอง และบนผิวของร่างกายปรากฏรัศมีสีเหลืองอ่อน ๆ
เนื่องจากร่างกายเปล่งแสง จึงเห็นได้ชัดเจนเป็พิเศษในยามราตรีเช่นนี้ ถังซานมองเห็นอย่างแจ่มชัดว่ามีขนสีน้ำตาลเหลืองงอกออกมาจากใต้ิัของเขา และมีลายสีน้ำตาลเข้มปรากฏอยู่บนนั้น
ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้น ความเร็วของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน กรงเล็บคมกริบคู่นั้นพุ่งตรงไปที่หน้าอกและท้องของปีศาจหมาป่าระดับสาม
อุ้งเท้าคู่หน้าของปีศาจหมาป่าเปลี่ยนทิศทางอย่างรวดเร็ว ปะทะกับกรงเล็บของมนุษย์ที่แปลงกายนั้น เกิดเสียงกังวานดัง “ชิ้ง ๆ”
พลังของมนุษย์ผู้นั้น เห็นได้ชัดว่าไม่เทียบเท่าคู่ต่อสู้ ร่างกายถูกผลักกระเด็นออกไปทันที มนุษย์ผู้นั้นชะงักไปครู่หนึ่ง มีเืหยดลงมาจากท้องน้อย
ในขณะนั้นเอง ลำแสงสีฟ้าหลายสายก็พุ่งมาจากที่ไกล ๆ อย่างกะทันหัน มุ่งตรงไปยังมนุษย์ผู้นั้นที่กำลังร่วงลงมา
คมมีดวายุ!
หมาป่าปีศาจระดับสามคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว ปากของมันพ่นคมมีดวายุออกมา พุ่งเข้าใส่มนุษย์ผู้นั้น
ใน่เวลาคับขันระหว่างความเป็ความตายนี้ มนุษย์แปลงกายผู้นี้ดูเหมือนจะปลดปล่อยศักยภาพทั้งหมดของตนออกมา ทันใดนั้นเขาก็ะโขึ้นอีกครั้ง ด้วยความเร็วที่น่าเหลือเชื่อ เขาสามารถลอดผ่านคมมีดวายุเ่าั้ได้ใน่เวลาอันเฉียดฉิว แสงสีเหลืองอ่อนบนร่างกายของเขาสว่างขึ้น ความเร็วของร่างกายเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน เขาปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าปีศาจหมาป่าระดับสามตัวนั้นราวกับสายฟ้าพุ่งกรงเล็บเข้าใส่อย่างรวดเร็ว ปีศาจหมาป่าตื่นตระหนกรีบใช้อุ้งเท้าป้องกันตัว แต่ก็ยังช้าไป
ไม่ว่าจะเป็สิ่งมีชีวิตชนิดใด เมื่อเผชิญหน้ากับวิกฤตชีวิตและความตาย มักจะสามารถปลดปล่อยพลังอันทรงพลังออกมาได้ มนุษย์แปลงกายผู้นี้ก็เช่นกัน
กรงเล็บของเขาเร็วกว่าปีศาจหมาป่า กรีดผ่านลำคอของมัน และในชั่วขณะถัดมา เขาก็ถูกอุ้งเท้าของปีศาจหมาป่าตบเข้าที่ไหล่ กระเด็นลอยออกไป
“อ๊อก! อึก!”
เสียงประหลาดดังออกมาจากปากของปีศาจหมาป่าระดับสาม มันไม่สนใจที่จะไล่ตามอีกต่อไป ทว่าใช้กรงเล็บปิดลำคอของตัวเอง อย่างไรก็ตาม เส้นเืสำคัญที่คอถูกตัดขาดแล้ว โลหิตจำนวนมากพุ่งออกมา ทำให้ดวงตาของมันเหลือกถลน เห็นได้ชัดว่ามันได้รับาเ็สาหัสถึงชีวิต
ร่างหนึ่งวูบหายไป ปีศาจหมาป่าอีกตัวที่แข็งแกร่งก็กระโจนเข้ามา เป็ตัวที่ปล่อยคมมีดวายุมาจากที่ไกล ๆ เมื่อครู่
มันคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว “สารเลว!”
ปีศาจหมาป่าระดับสามตัวแรก ตอนนี้ล้มลงกับพื้นแล้ว ไม่ว่ามันจะพยายามอุดรอยแผลที่คออย่างไรก็ไร้ประโยชน์ นั่นเป็การโจมตีครั้งสุดท้ายของมนุษย์แปลงกาย ซึ่งได้โจมตีจุดตายของมันอย่างสิ้นเชิง
“ไปตายซะ!”
ตัวที่ตามมาก็เป็ปีศาจหมาป่าระดับสามอีกตนหนึ่ง มันพุ่งออกมาอย่างรวดเร็ว กระโจนเข้าใส่มนุษย์ผู้นั้น!
กรงเล็บคมกริบแผ่รังสีอันน่าสะพรึงกลัว มีคลื่นธาตุวายุสั่นไหวอยู่รอบ ๆ นี่คือการเสริมคมมีดวายุเข้ากับกรงเล็บของหมาป่า เพื่อปลดปล่อยพลังโจมตีที่รุนแรงยิ่งขึ้น
ใน่เวลานั้นเอง ท่ามกลางความมืด ร่างที่แทบไม่สะดุดตาร่างหนึ่งก็เคลื่อนเข้ามาจากด้านข้างอย่างเงียบเชียบ ขณะนี้ ความสนใจทั้งหมดของปีศาจหมาป่าระดับสามนั้นจดจ่ออยู่ที่มนุษย์แปลงกายเท่านั้น มันไม่ได้สังเกตเห็นการมาถึงของบุคคลนิรนามเลยแม้แต่น้อย
........................................................

มีช่องทางสุดคุ้มมาให้นักอ่านที่ชอบอ่านเื่ ตำนานจอมยุทธ์ภูติถังซาน การกลับมาของถังซาน ความสนุกภาคล่าสุดที่สาวกถังซานพลาดไม่ได้ สามารถอ่านแบบรายเดือนได้ที่ Bookfet ทักสอบถามได้เลยทางไลน์ @Bookfet