คืนนี้อินซูซู ขอเข้านอนเร็วกว่าคืนก่อน ๆ ไม่มาซักไซร้เื่อ๋องลู่กับเหม่ยหลินอย่างเช่นทุกวัน ถึงแปลกใจ กระนั้นนางนางก็ไม่ถือสา ขอเพียงนางไม่ก่อเื่ก็เป็พอ
เมืองผิงอันหิมะตกแล้ว อากาศเริ่มหนาวเย็น หากมีชาดอกไม้ไว้ดื่มคลายหนาวคงดี ‘ใช่แล้ว ในสวนมีต้นพลัม หากเก็บดอกมาตากแห้ง ผสมกับน้ำผึ้ง ผ่านขั้นตอนที่ปราณีต ย่อมให้รสชาติที่แตกต่างแน่’ เหม่ยหลินที่นิสัยไม่ชอบอยู่นิ่งนึกถึงต้นพลัมที่ออกดอกในฤดูหนาวขึ้นมาได้
ในค่ำคืนนี้ใช่มีแต่เหม่ยหลินที่ไม่ยอมอยู่ในเรือนนอน อินซูซูก็ได้เริ่มแผนการขึ้นเป็ชายาของตนแล้วเช่นเกัน นางลอบใส่ผงปลุกกำหนัดในกำยาน ที่นางกำนัลเรือนท่านอ๋องจะต้องจุดระหว่างการนอนของท่านอ๋องทุกค่ำคืน ตอนนี้นางเพียงรอเวลาก็เท่านั้น
เพียงแต่แผนของนางกลับไม่ราบรื่น เมื่อเสียงของแม่นมกุ้ยดังขึ้น “ใครอยู่ตรงนั้น? รีบมาช่วยยกของไปเก็บที่เรือนเก็บของเร็วเขา” เพื่อไม่ให้แผนการของนางต้องพังลง อินซูซูจำเป็ต้องแสดงตัวเพื่อแก้ไขสถานการณ์
“ข้าน้อยอินซูซูเ้าค่ะ ข้าน้อยกำลังจะไปเอาน้ำร้อนชงชาให้พระชายาเ้าค่ะ” อินซูซูพยายามกล่าวเสียงเรียบไม่ให้ผิดสังเกตุ
“ช่วยพวกนางยกของแค่ครู่เดียว ไม่เสียเวลาเ้ามากหรอก!” แม่นมกุ้ยยังยืนยันคำเดิม
เมื่อการปฏิเสธไม่เป็ผล อินซูซูทำได้เพียงต้องรีบยกของตามแม่นมกุ้ยไป ‘ยังพอมีเวลา ท่านอ๋องยังไม่กลับเรือนนอน’ สิ่งนี้ทำให้นางใจชื้นขึ้น แต่ใครจะรู้เหล่า์มักกลั่นแกล้ง เพียงคล้อยหลังนาง อ๋องลู่ก็กลับเข้าห้องนอนเสียแล้ว
ภายให้ห้องนอนท่านอ๋อง นางกำนัลได้จุดกำยานไว้แล้วเช่นทุกคืน ทำให้ยาปลุกกำหนัดมีฤทธิ์แรงมากขึ้น กว่าที่ลู่ชิงจะรับรู้ถึงความปกติ ใบหน้าก็ร้อนผ่าว เหงื่อซึมทั้งร่าง คอเริ่มแห้งผาก มีความกระหายภายในกายอย่างยิ่งยวด ‘กลิ่นกำยานต่างจากเดิม’ เขารู้ต้นตอของความผิดปกติอย่างรวดเร็ว เขาปัดกำยานให้ดับแล้ว แล้วรีบพุ่งตัวออกจากห้องอย่างเร็ว ถึงกระนั้นก็ไม่ทันการยาปลุกกำหนัดเริ่มออกฤทธิ์แล้ว
ลู่ชิงพยายามอย่างมากที่จะควบคุมความยากดุจสัตว์ร้ายในร่างกายของตน ‘เหิงเยว่ เ้าตัวนี้ บัดนี้อยู่ไหนกัน’ เขากวาดสายตามองหาตัวช่วยเดียวของตนในตอนนี้ แต่สายตาเ้ากรรม ดันมองเห็นเหม่ยหลิน ที่กำลังเดินผ่านด้านข้างของเรือนตน ตอนนั้นเอง ที่คุณธรรม มโนธรรม ความยั่งคิด เกียรติ ศักดิ์ศรี ในตัวเขาขาดสะบั้น เพียงกระพริบตาลู่ชิงก็ถึงตัวของเหม่ยหลินแล้ว
“อ๊ะ!!!” เหม่ยหลินร้องด้วยความใ บัดนี้ร่างของนางลอยอยู่ในอ้อมแขนของบุรุษปริศนา
“ท่านอ๋อง! พระองค์จะทำอะไร” นางรู้สึกหวาดกลัว กับท่าทางผิดปกติของลู่ชิง ชายผู้เ็า ห่างเหิน จะกระทำการแนบชิดกับสตรีที่ตนไม่รักย่อมเป็ไปไม่ได้ ทว่านางกลับไม่ได้รับคำตอบจากชายผู้ฉวยโอกาส
ลู่ชิงพาเหม่ยหลินมายังเตียงนอนได้อย่างง่ายดาย แม้คนในอ้อมแขนจะดิ้นจนสุดกำลังแล้วก็ตาม ทิ้งไว้เพียงดอกพลัมที่หล่นกระจายเต็มพื้นหญ้า
เมื่อประตูห้องปิดลง อาภรณ์ของเหม่ยหลินก็มีมือหนาเกาะแกะพัลวัน ใบหน้าคนตัวสูงที่แข็งแกร่งกว่ากลับคลอเคลียใกล้กับในหูนาง
“ข้า้า” เสียงแหบพล่าดังขึ้น เผยให้เห็นจุดประสงค์ของเ้าของร่างอย่างชัดเจน
“้า! ้าสิ่งใดกัน” เหม่ยหลินถามกล้า ๆ กลัว ๆ พลางปัดป้องร่างหนาอย่างสุดกำลัง
ร่างหนากลับไม่ตอบกลับหากแต่ใช้การกระทำแทนคำตอบที่นางถาม ในตอนนั้นเองที่นางได้กลิ่นยาปลุกกำหนัด และมองเห็นกระถางจุดกำยานร่วงกระจายทั่วพื้นห้อง
“ยาปลุกกำหนัด!” เหม่ยหลินอุทาน ‘นี่คือเหตุผลที่ท่านอ๋องเป็เช่นนี้ ต้องทำให้เกิดแผล ให้พิษออกจากร่าง’ นี่เป็วิธีถอนพิษที่เร็วที่สุด นางไม่มีเวลาแล้ว เหม่ยหลินใช้จังหวะที่ลู่ชิงวุ่นวายอยู่กับอาภรณ์ของนาง คว้าแจกันที่อยู่ด้านข้างฟาดเข้าที่ศรีษะชายตัวสูงอย่างแรง
“โอ้ย!” เสียงอุทานของลู่ชิงดังขึ้นในทันที
“ได้ผล เืออกแล้ว” นางไม่ได้สนใจความเจ็บป่วดของเขา เพียงแต่จ้องมองเืที่ไหลออกมาจากหน้าผากเท่านั้น จากนั้นก็ใช้ปิ่นปักที่แขนตัวเองเพื่อให้พิษระบายออกมา เนื่องจากนางก็สูดดมกลิ่นกำยานที่ยังลงเหลืออยู่ภายในห้องไปมิใช่น้อย
เพียงชั่วครู่ ความกระหายภายในกายของลู่ชิงเริ่มหายไป ตอนนี้ทิ้งไว้เพียงความเ็ปที่หน้าผาก
“เ้าทำอะไร” ลู่ชิงถามอย่างคาดโทษ
“พระองค์โดนวางยาปลุกกำหนัดในกระถางจุดกำยานเพคะ” เหม่ยหลินรีบอธิบาย พร้อมชี้ไปที่กระถางกำยานที่กองอยู่บนพื้น
“วิธีแก้พิษที่เร็วที่สุด ต้องทำให้เกิดแผล เพื่อให้พิษออกจากร่างกายโดยเร็ว” นางชี้ไปยังหน้าผาก ที่บัดนี้ยังมีโลหิตไหลออกมา
“เ้าจึงตีหัวข้าให้แตกงั้นรึ” อ๋องลู่ ถามเพื่อยืนยันคำตอบ พลางชี้นิ้วไปที่หัวของตน
“เพคะ” นางตอบเสียงเบา
“แล้วเ้าหละ เ้าเข้ามาในห้องนี้ ย่อมต้องสูดกลิ่นกำยานเข้าไปด้วย ทำไมเ้าไม่มีแผลใดๆ” ลู่ชิงกล่าวเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนกักขังตัวนางไว้ที่นี่ก็ใช้เวลามิใช่น้อย พลางมองสำรวจร่างกายนาง
“มีเพค่ะ หม่อมฉันมีแผล” นางกล่าวอย่างจริงจัง พลางถลกแขนเสื้อยื่นแขนที่มีแผลเท่ารอยเข็มทิ่มให้เขาดู
“ขอเพียงเกิดแผล มีเหลือดไหลออกมา ไม่ว่าจะมากหรือน้อย ก็สามารถถอนพิษได้เช่นกันเพคะ” เหม่ยหลินอธิบาย เมื่อเห็นสายตาสงสัยของเขา
“แล้วทำไมเ้าไม่เอาเข็มทิ่มข้าเล่า” เขากล่าวพลางใช้ชายแขนเสื้อกดแผลของตน
“หม่อมฉันไม่ทันคิดเพค่ะ” เหม่ยหลินกล่าวเสียงเบาพลางก้มหน้า นางยอมรับโทษในข้อนี้ ‘ในเวลาเช่นนั้นใครจะมีเวลาไตร่ตรองกันเล่า’ นางได้แต่พูดในใจ ไม่กล้ากล่าวออกไป กลัวจะทำให้บุรุษที่อยู่เบื้องหน้าขุ่นเคือง แล้วจะคาดโทษกับนางมากกว่าเดิม
“เ้า!” ลู่ชิงกล่าวได้เพียงเท่านั้น ไม่รู้จะใช้คำพูดใดกล่าวกับนางดี
เป็เวลาเดียวกันกับอินซูซูที่กับมาจากเรือนเก็บของอย่างเร่งรีบ เมื่อเห็นไฟห้องบรรทมท่านอ๋องเปิดอยู่ นางรู้สึกดีใจเป็ที่สุด ตำแหน่งพระชายาอ๋องอยู่แค่เอื้อมแล้ว
“ท่านอ๋อง หม่อมฉันขอเข้าไปนะเพคะ” ยังไม่ทันให้คนที่อยู่ภายในอนุญาต นางก็ถือวิสาสะเปิดเข้าไปพร้อมรอยยิ้มในทันที
ทว่าเหตุการณ์เบื้องหน้ากลับไม่เป็ดังที่นางคิด ท่านอ๋องไม่ได้กำลังโดนครอบงำด้วยพิษของยาปลุกกำหนัด แลภายในห้องยังมีเหม่ยหลินที่บัดนี้เสื้อผ้าที่นางใส่ดูไม่เป็ระเบียบนัก ‘นี่มันเกิดอะไรขึ้น’ นางพึมพำอย่างไม่รู้ตัว
“ตามเหิงเยว่ และพ่อบ้านซุย” ลู่ชิงกล่าวพลางมองอินซูซูด้วยสายตาดำมืด ทำให้อินซูซูหนาวเข้าใปถึงในกระดูก สายตานางพลางมองเห็นกระถางกำยานที่กองอยู่ที่พื้น
‘ท่านอ๋องรู้แล้วเป็แน่’ อินซูซูรู้สึกได้ถึงภัยที่มาถึงตัว
เพียงชั่วอึดใจเหิงเยว่ กับพ่อบ้านมาถึง เมื่อเห็นสถานการณ์ที่ยากจะอธิบายภายในจวน เหิงเยว่รู้ได้ทันที วันนี้ต้องมีคนตายแน่
“ใครให้เ้าวางยาปลุกกำหนัดข้า” ลู่ชิงกล่าวถามอินซูซูทันทีที่เหิงเยว่จัดการกับาแของเขาเรียบร้อย
อินซูซูตัวสั่นสะท้าน ก้มหน้าคิดหาทางออกให้กับตน
“เป็นาง! เป็นางเพคะท่านอ๋อง พระชายาให้ข้าวางยากำหนัดพระองค์ พระชายาหลงรักพระองค์จนไม่อาจหักห้ามใจได้เพคะ” อินซูซูกล่าวเสียงสั่น พร้อมชี้ไปที่เหม่ยหลิน
ลู่ชิงพลางหันไปมองเหม่ยหลินด้วยสาตาที่ยากจะคาดเดา เหม่ยหลินเพียงแต่ยืนนิ่งสีหน้านิ่งสงบอยู่อย่างนั้น