“อันอัน อันอันๆๆๆๆ เข้ามานี่เดี๋ยวนี้”ร่างเล็กในอาภรณ์ดั่งขันทีแต่มิได้สวมหมวกบนศีรษะเหมือนขันทีวิ่งเข้ามาข้างในห้องบรรทมของอินจิ๋น ร่างบางของนางในคนหนึ่งกำลังร้องไห้สะอึกสะอื้น ดวงแววตาแดงซ้ำถูกผลักเข้าหาอันอัน ที่รับร่างนางไว้ล้มลุกคลุกคลานไปด้วยกัน
“พานางออกไป”ตวาดลั่น
“ฝ่าาเหตุใดกัน”อดที่จะถามไม่ได้ก็นางถูกต้องตามที่อินจิ๋นปรารถนาทุกประการ ฉุกใจเมื่อเห็นรอยน้ำตาหรือว่า ตายแล้วอันอันเ้าพลาดแล้ว
“ข้าไม่ชอบใจ ทำมาร้องไห้ ต่อหน้าดั่งเช่นข้าจะฆ่าจะแกงนางทั้งๆ ที่ข้าเป็ฮ่องเต้ จะหาความสำราญกับเรือนร่างของนางแต่นางมาร้องไห้ดุจกำลังไว้ทุกข์”อันอันถอนหายใจดึงมือนางในที่ยังอ่อนเยาว์ให้ลุกขึ้น ร้อยนางร้อยวันไม่เคยพลาดวันนี้อันอันกลับมองผิดไป
“วันนี้เ้าทำงานพลาดพรุ่งนี้จะต้องหานางในคนใหม่ที่ถูกใจมาปรนนิบัติข้า ปกติเป็เ้าที่รู้ใจข้าที่สุดอันอัน อย่าให้บกพร่องเช่นนี้อีก”
อันอันประสานมือชุดขันทีในรุ่มร่ามแม้จะมองขัดตาทว่ากลับกลายเป็สิ่งที่คุ้นตาของอินจิ๋นไปเสียแล้ว
“นี่เงินของเ้าแล้วไปเสีย.. กลับไปใช้ชีวิตนอกวังหลวงกับครอบครัวเสีย ฝ่าาไม่้าเ้าแล้ว”ไม่อยากพูดคำนี้ปกตินางในที่ผ่านการปรนนิบัติฝ่าาแม้ไม่ได้รับการแต่งั้แ่ก็มักจะได้อยู่ทำงานในวังหลวงด้วยหน้าที่ที่แสนสบายไม่ดูแลสวนดอกไม้ก็เป็ผู้ช่วยในห้องเครื่องหรือนางในที่คอยดูแลเข้าของมีค่าหรือห้องเก็บตำราแล้วแต่อันอันจะจัดสรร
“กูกู๋ ข้าน้อยอับจนหนทางอยากทำงานในวังหลวง เพื่อนำเงินจุนเจือครอบครัว”
“ข้าก็อับจนหนทางไม่อาจให้เ้าอยู่ที่นี่ได้หากเ้ายอมทอดกายให้ฝ่าาอาจได้รั้งตำแหน่งสำคัญในวังหลวง หรือหากฝ่าาพึงใจเ้าจริงๆ บางทีข้าก็ไม่ต้องพาเ้ามาชาระล้างไม่แน่เ้าอาจมีเืเนื้อเชื้อไขของฝ่าา.. ในครรภ์ถึงเวลานั้นหญิงใต้หล้าต้องอิจฉาเ้า แต่นี่เ้ากลับร้องไห้จนฝ่าาไม่พอพระทัย”นึกไปก็เป็อันอันที่พลาดเองลืม ปลอบประโลมนางก่อนเข้าไปถวายตัวให้นางอยากลิ้มรสอนาคตที่หอมหวาน
“ขะขะกลัวก็ข้ายังเพิ่งสิบเจ็ด แม่ฝ่าาจะไม่ได้แก่เฒ่าอีกทั้งยังหล่อเหลาราวเทพ์แต่กูกู๋ท่านเห็นไหม พรหมจรรย์ของเรายามที่กำลังจะถูกพรากไปมันทำให้ในใจนึกหวั่นไม่น้อย”อันอันยิ้มอย่าว่าแต่นางเลยสองปีมานี้อันอันเข้ามาในวังหลวงในตำแหน่งนางหน้าพระพักตร์ของฝ่าามีหน้าที่จัดหานางในมาถวายยามค่ำคืนยังนึกชื่นชมพวกนางที่ ไม่มีใครแสดงท่าทีหวาดกลัว เมื่อต้องร่วมแท่นนอนกับอินจิ๋น หากเป็อันอันคงสั่นเป็เ้าเข้า แม้จะอายุ20ปีแล้วก็ตามพวกนางเพิ่งจะแตกเนื้อสาวสิบเจ็ดสิบแปดจะต้องมีใครสักคนที่มีอาการเช่นเดียวกับอันอัน
“เอาอย่างนี้ในทุกเดือนเ้าเข้ามาพบข้าข้ามอบเงินส่วนหนึ่งให้เ้าเพียงแค่เ้าทำงานเล้กน้อยให้ข้า”สาวน้อยพยักหน้าขึ้นลงแววตาซาบซึ้งใจ
อินจิ๋นไว้ใจอันอันยิ่งนัก เบี้ยหวัดที่มากมายประทานให้เพิ่มขึ้นในทุกเดือน ไหนจะยามที่เขาถูกใจหญิงงามคนใดที่อันอันเลือกเข้ามาปรนนิบัติในค่ำคืนนั้นๆ อันอันก็จะเป็คนที่ได้รับของกำนัลล้ำค่า นอกเหนือจากที่พวกนางได้รับ อันอันจึงเป็ที่เกรงขามของเหล่านางใน ทั้งใหม่และเก่าขุนนางหลายคนมักจะติดสินบนให้อันอันส่งบุตรีของพวกเขาให้กับฝ่าาเพื่อ้าให้บุตรีตั้งครรภ์กับอินจิ๋นเพื่อหวังตำแหน่งฮองเฮา ที่จนป่านนี้แม้สนมเขายังไม่แต่งตั้ง ฮองเฮาก็ปล่อยให้ว่างเว้น มีเพียงให้อันอันคัดนางใน หน้าตาดีถูกใจอินจิ๋นเพื่อปรนเปรอเขายามค่ำคืนเท่านั้น
“นายหญิง”ขันทีข้างกายอินจิ๋นประสานมือตรงหน้าอันอัน
“ว่ามา”น้ำเสียงอ่อนโยน
“ท่านขุนพล ส่งบุตรี เข้ามาในวังหลวงในอีกสองวัน”
“แล้วอย่างไร”
“ท่านขุนพลเพิ่งถูกฝ่าาสงสัยเื่ความภักดี จึงให้ข้าเชิญนายหญิงที่จวนท่านขุนพลในค่ำคืนนี้”
“ข้าไม่รับสินบนหากเื่นี้รู้ถึงหูฝ่าา ข้ามิต้องตายอย่างไร้ดินกลบฝังหรือไร”ในใจรู้ดีว่าถึงแม้อยากจะรับเพียงใดอันอันก็ไม่มีทางทำผิดต่ออินจิ๋น
“นายหญิงแต่ท่านขุนพล”อึกอักด้วยความลำบากใจ
“เขาให้เ้าเท่าไหร่ จึงอาสามาพูดแทนท่านขุนพล ข้าไม่รับสินบนแต่นำคำพูดของข้าไปบอกเขา เผื่อว่าโอกาสหน้าอันอันจะได้ พึ่งพาท่านขุนพลบ้าง”ขันทีหนุ่มน้อยนามเสี่ยวจื้อก้มหน้ามองพื้น
“ขอรับนายหญิง”อ้อมแอ้ม
“อืมบอกเขาว่า ฝ่าานิยมหญิงงามที่ชดช้อยยามเยื้องย่างเหมือนไม่ได้ก้าวเดิน สะโพกกลมกลึง แต่ไม่ต้องผายออกจนเกินงาม ถันต้องเต่งตึงดันอาภรณ์ขึ้นมาอวดโฉมและที่สำคัญที่สุด จะต้องอ่อนหวานเขินอายแต่จะต้องปรนิบัติฝ่าาด้วยความเต็มใจยิ่ง แค่นี้หวังว่าท่านขุนพลจะจัดการให้บุตรีของเขา เป็อย่างคำพูดของข้าที่ฝากบอกไป สักวันข้าก็คงส่งนางเข้าปรนิบัติฝ่าา หากจัดการตามที่ข้าบอกไม่ได้ข้าเองก็จนปัญญา”
เสี่ยวจื้อถอนหายใจประสานมือ ก้าวเดินจากไปในทันที อันอันถอนหายใจ
หญิงที่ฝ่าานิยม และ้าในทุกคืนมีบุคลิกคล้ายกันแทบทุกคนแต่ที่สำคัญที่สุดจะต้องมีท่าทียั่วยวนที่ไม่ยั่วยวน อันอันอาศัยสายตาผู้หญิงด้วยกันจึงมองออกว่าใครที่พร้อมจะยั่วยวนฝ่าาด้วยความไม่ยั่วยวนของนางพูดง่ายๆ คือแสร้งเดียงสายามอยู่ต่อหน้าอินจิ๋นแต่ต้องไม่เจนจัดหรือเนียมอายจนเกินไปเมื่ออยู่บนแท่นนอน นั่นคือต้องเป็ธรรมชาติที่สุด
อันอันยิ้มให้กับตัวเองอันอัน เคยตกตะลึงกับมัดกล้ามที่อกกว้างของอินจิ๋นเคย ลอบกลืนน้ำลายกับริมฝีปากอิ่มที่ขยับขึ้นลงยามที่ยื่นหน้าเข้ามาพูดคุยกับอันอัน บุรุษผู้นี้มิใช่แค่เพียงสูงส่งแต่ทว่ามีแรงดึงดูดบางอย่างที่แค่เพียงเข้าใกล้กลับรู้สึกว่าใจสั่นระรัว
แต่ดูอันอันสิ หาได้มีสิ่งที่อินจิ๋นนิยมไม่ มีเพียงความรู้ใจเท่านั้นที่อันอันมีให้อันอันรู้ใจอินจิ๋นดีกว่าใครในวังหลวงแห่งนี้ ไม่ว่าเื่เล็กเื่ใหญ่เื่ไหนอันอันก็จัดการได้หมดจด อินจิ๋นเคยเปรยๆ ยามที่เมามายว่าหากไม่มีอันอันอินจิ๋นคงไม่อาจจัดการทุกอย่างได้เพียงลำพัง
“นายหญิงเ้าขา ฝ่าาให้ข้าน้อยมาบอกนายหญิงว่าพรุ่งนี้ราชทูตจากแคว้นฉีจะเดินทางมาถวายเครื่องบรรณาการนายหญิงจะต้องเขาร่วมแสดงความยินดี และต้อนรับองค์หญิงใหญ่ของแคว้นฉีที่จะมาพร้อมกับขบวนทูต ครั้งนี้ฝ่าาให้นายหญิงจัดการเื่การต้อนรับ"
อันอันถอนหายใจงานใหญ่อีกแล้ว
“เข้าใจแล้ว วันนี้ดึกแล้วข้าเหนื่อยเหลือเกินเ้าไปนอนเสียข้าเองก็อยากจะพัก” หันหลังเดินเข้าห้องไม่รอให้นางกำนัลย่อกายก็นางอายุไล่เลี่ยกับอันอัน ใครบ้างจะไม่เกรงกลัวอันอัน ในเมื่อฝ่าาถือหางนางเพียงนั้น
ปิดประตูเบาๆ ปลดอาภรณ์ให้ลงไปกองกับพื้นอาภรณ์ชุดขันทีรุ่มร่ามกับมวยผมที่ต้องเกล้ารวบจนตึงเปรี๊ยะเพื่อความเป็ระเบียบ ใบหน้าที่ขาวซีดไร้การแต่งแต้มดังเช่น หญิงทั่วไปในวังหลวง
วันนี้อากาศไม่เย็นอย่างเช่นทุกวัน อันอันแช่น้ำอุ่นจนพอใจ ก้าวขาขึ้นจากน้ำหมดเวลากับการแช่น้ำอุ่นเสียนานดึงผ้าผืนน้อยพันสิ่งสงวนไว้เสีย ประทุมถันที่ดันผ้าผืนน้อยบางเบาออกมายอดประทุมถันที่เต่งตึงสีชมพูระเรื่อ รอยยิ้มบางๆ ผุดขึ้นที่ริมฝีปากอันอันรู้ได้ทันทีว่าตัวเองเข้าสู่วัยสาวสะพรั่ง แต่หากยังอยู่ในวังหลวงก็คงหา บุรุษมาชอบพอได้ยาก อาศัยรับใช้ใกล้ชิดอีกหลายปีกว่าจะได้ออกไปใช้ชีวิตนอกวังหลวงเมื่อนั้นร่างกายก็คงโรยรา ไร้คนหมายปอง ทรุดกายลงนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้งผมยาวสลวยเปียกชื้นด้วยหยดน้ำเกาะพร่างพราว ใบหน้าซีดขาวแต่ได้รูปริมฝีปากสีชมพู อันอันหยิบสีชาดสีเข้มกว่าริมฝีปากเล็กน้อยที่วางทิ้งไว้เสียนานขึ้นมาขบเม้ม ริมฝีปากกลายเป็สีชมพูเข้มกลีบดอกเหลียนฮวาในทันที เลือนนิ้วมือไปบนริมฝีปากอวบอิ่ม จับแปรงสางผมขึ้นมาสางผมยาวสลวยไม่ต้องเกล้ามัด ใบหน้างดงามในกระจกเงาริมฝีปากสีชมพูน่ามอง ผมยาวสลวยระอยู่บนไหล่ขาวเนียนและแผ่นหลังขาวผ่อง ลำคอระหง กับดวงตากลมโต
“เ้าก็งดงามเหมือนกันอันอัน”ยิ้มให้ตัวเองในกระจกก่อนจะลุกขึ้นตั้งใจสวมอาภรณ์ในชุดบางเบาจะได้หลับสบายผ่อนคลายให้สมกับที่เหนื่อยมาทั้งวัน
เสียงประตูเปิดออกทันทีอันอันยังอยู่ในสภาพที่ใช้ผ้าผืนน้อยปิดบังเพียงสิ่งสงวน
หะแรกคิดว่าเป็นางกำนัลที่ตั้งใจเข้ามาเพื่อแจ้งข่าวของอินจิ๋นที่มักจะมีข่าวมาแจ้งบอกอันอันไม่ว่าเวลาไหน นางเข้ามาโดยวิสาสะคงเห็นว่าไฟในห้องยังสว่างอยู่
“ อืมป่านนี้เ้ายังต้องส่งข่าวให้ข้าอีกหรือ”หันหลังหยิบอาภรณ์ พูดไปยิ้มไป แต่ไม่ลืมใช้มือกุมรอยขมวดผ้าผืนน้อยที่อกอิ่มไว้แน่นิ่เหม่ว่ามันจะหลุดเสียให้ได้ นางไม่ได้นอนอันอันก็ยังไม่ได้นอน คิดตำหนิอินจิ๋นที่มักจะมีคำบัญชายามดึกเสมอ คิดได้ตอนไหนก็บัญชาในตอนนั้นคนที่ต้องทำตามคืออันอัน
“.......”ตาคมจ้องมองร่างอวบอิ่มด้านหลังตาไม่กะพริบรอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นที่ริมฝีปาก
“ข้าไม่เคยเห็นเ้าในแบบนี้”อันอันหันมาอ้าปากค้าง อินจิ๋นเองก็อ้าปากค้างเช่นกันเมื่อเห็นว่าใบหน้างดงามของอันอันที่เขาเคยมองข้าม อีกทั้งริมฝีปากที่เคยเป็เพียงสีชมพูซีดจางบัดนี้กลับเป็สีชมพูเข้มอินจิ่นเผลอขบเม้มริมฝีปากอย่างลืมตัว เรือนผมยาวสลวยไม่ได้เกล้ามัด ยาวลงมาตัดกับผิวขาวเนียน สายตาคมจ้องมองต่ำลงมายังมือบางที่กุมขมวดผ้าที่อกอิ่ม ยอดประทุมถันดันผ้าผืนน้อยขึ้นมาอวดโฉมสล้างไม่ได้ตกย้อยด้วยอกอิ่มที่หากััคงเต็มไม้เต็มมือเต็มปากเต็มคำ ผิวขาวสะอาดตาต่ำลงมาเป็เรียวขางามที่โผล่พ้นผ้าผืนน้อยที่ปิดไว้เพียงสิ่งสงวน เนื้อเนียนของขาขาวโผล่ออกมาขาวจนอินจิ๋นต้องกลืนน้ำลายลงคอช้าๆ ชุดขันทีรุ่มร่ามที่เคยคิดว่าขัดตาบัดนี้อินจิ๋นกับรู้สึกว่าผ้าผืนน้อยนั่นขัดตายิ่งกว่า หากมีกระบี่ในมือเขาคงฟันมันขาดยับไปแล้ว สะบัดพับผ้าอาภรณ์ในมือห่มคลุมร่างโป๊ให้อันอันเสียก่อนจะเบือนหน้าหนี อันอันใจหล่นลงไปที่ตาตุ่ม
คงอุจาดตาไม่อยากมองจึงทำเช่นนี้ อินจิ๋นเอามือไพล่หลังหันหลังให้อันอัน
“ข้านำอาภรณ์ชุดใหม่มาให้เ้า เดิมจะให้นางกำนัลนำมาแต่เห็นว่าเรียกหาพวกนางแล้วต่างเงียบงันคงหลับกันจนสิ้น …อีกอย่างข้านอนไม่หลับ”ยิ่งมาเห็นอันอันแบบนี้เขายิ่งนอนไม่หลับ
“อาภรณ์ชุดใหม่”อันอันเลิกคิ้ว จะนอนหลับได้อย่างไรก็คืนนี้ไร้นางในคอยปรนนิบัติให้หลับใหลไปเพราะความอ่อนเพลีย
“ข้าเห็นว่าพรุ่งนี้แขกเมืองจะมาเ้าก็ไม่แคล้วสวมใส่อาภรณ์ชุดขันทีรุ่มร่าม ข้าขัดั์ตายิ่งนัก”
หันมาเผชิญหน้าอีกครั้ง อันอันพยักหน้ายิ้มบางๆ
“อันอันขอบพระทัยฝ่าา”ดึงอาภรณ์ให้รัดกุม ย่อกายลงแทนที่จะประสานมือเหมือนทุกครั้ง อินจิ๋นถอนหายใจกับท่าทีอ่อนหวานที่เขาเพิ่งจะเคยเห็น
“หากไม่มีอะไรแล้ว ข้ากลับก่อน จะเดินออกไปสูดอากาศบริสุทธิ์เสียหน่อย”ก้าวเดินสวนเข้ามาในห้อง อันอันอ้าปากค้าง
“ฝ่าาประตูอยู่ด้านนั้น”อินจิ๋นยิ้มโชว์เขี้ยวสวยสองฝั่งซ้ายขวา
“อืม… ข้าคง… ง่วงแล้วต้องไปนอนแล้วเ้าก็นอนเสียพรุ่งนี้มีงานใหญ่รออยู่”พูดไปยิ้มไป ก้าวออกจากห้องปิดประตูเบาๆ
กดหัวใจให้ด้วยเ้าค่ะนายหญิงทั้งหลายหัวใจคือกำลังใจชั้นยอดทีเดียว