ตอนที่ 2 กัวเทียนที่เริ่มจากศูนย์
กัวเทียนไม่ใช่ชาวบ้านของหมู่บ้านสุ่ยเซียง เขามาจากที่อื่น
แต่จนถึงตอนนี้คนในหมู่บ้านสุ่ยเซียงก็ไม่มีใครรู้ว่าเขามาจากไหนกันแน่
วันแรกที่กัวเทียนมาถึงหมู่บ้าน เขาสวมหมวกแก๊ปสีดำขาว เสื้อยืดสีดำ ทับด้วยเสื้อกั๊กสีเขียวทหาร ท่อนล่างคือกางเกงยีนสีขาวเทา บริเวณเอวมีโซ่ห้อยส่งเสียงกระทบกัน นิ้วมือสวมแหวนหัวกะโหลก และแบกกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไว้บนหลัง
ทำเอาชาวบ้านที่เดินผ่านไปผ่านมาต้องชะงัก คิดว่ามีดารามาถ่ายหนังในหมู่บ้านของพวกเขาเสียอีก สุดท้ายเ้าหนุ่มที่เหล่าชาวบ้านนึกว่าเป็ดารากลับมาซื้อบ้านหลังใหญ่กับที่ดินผืนใหญ่จากผู้ใหญ่บ้าน แล้วก็เข้ามาอยู่อาศัยทันที
วันต่อมา กัวเทียนก็สวมเสื้อกล้ามสีเขียวทหารกับกางเกงขาสั้นตัวใหญ่สีเทา จากดาราที่ดูห่างเหินกลายเป็พ่อหนุ่มเพื่อนบ้านแสนเป็กันเอง ทำให้คนในหมู่บ้านแปลกใจกันไปหลายวัน
ทุกคนต่างสงสัยว่ากัวเทียนมาทำอะไรที่นี่กันแน่ ไม่คิดเลยว่าจะมาซื้อที่ดินมากมายขนาดนี้ เป็พื้นที่ที่ไม่มีการเพาะปลูกมาหลายปีแล้ว
หลายวันหลังจากนั้นพวกเขาก็ได้รู้ว่ากัวเทียนกำลังทำอะไร หลังจากเห็นชายหนุ่มขนอุปกรณ์การเกษตรเข้ามาชุดใหญ่ ก็มักเห็นอีกฝ่ายแบกจอบไปทำงานในที่ดินผืนนั้นเป็ประจำ
บางคนก็มองอย่างสงสัย แล้วค่อยๆ ตามไปทีละคน พอเห็นว่ากัวเทียนกำลังเตรียมดิน ต่างรู้สึกว่าน่าสนใจทีเดียว
เตรียมดินก็เตรียมไปเถอะ แต่หนังสือที่ตั้งอยู่ข้างๆ นั่นมันยังไงกัน ทุกคนสงสัยนัก
จากนั้นกัวเทียนก็พูดประโยคแรกกับพวกเขาว่า ‘คุณลุงคุณป้า อย่าเอาแต่มองเลยครับ มาช่วยกันหน่อยเถอะ ผมเพิ่งเคยทำเกษตรเป็ครั้งแรก ทำอะไรไม่เป็สักอย่าง ในหนังสือก็ไม่ได้สอนว่าต้องทำยังไง พวกคุณช่วยสอนผมหน่อยได้รึเปล่าครับ’
เสียง “โอ้” ดังขึ้น ชาวบ้านที่กำลังมุงดูพากันหัวเราะ ทว่าไม่ใช่การหัวเราะเยาะแต่อย่างใด แค่เพียงขำขันกับสิ่งที่กัวเทียนพูดเท่านั้น
เป็ครั้งแรกที่ได้ยินว่าอ่านหนังสือเพื่อทำเกษตร มิน่าล่ะข้างๆ ถึงได้มีหนังสือวางอยู่หลายเล่ม
เริ่มแรกทุกคนต่างก็ระมัดระวังตัว สอนกัวเทียนอย่างเกรงใจ แต่หลังจากนั้นก็มีคุณตาคนหนึ่งก้าวออกมา เดินไปหาเขาแล้วถามบางอย่าง
พอมีคุณตาเป็คนเปิด ทุกคนก็เข้าไปร่วมด้วยอย่างสงสัยใคร่รู้ จากนั้นก็พากันผ่อนคลาย และเริ่มให้คำแนะนำกับเขา
กัวเทียนเริ่มจากศูนย์ อีกทั้งยังไม่อายที่จะถาม ผนวกกับหน้าตาหล่อเหลา และปากหวานราวน้ำผึ้ง ทำให้ชาวบ้านชื่นชอบไม่น้อย
แน่นอนว่ากัวเทียนไม่มีทางให้ชาวบ้านมาสอนเปล่าๆ หากบ้านไหนประสบปัญหา ้าความช่วยเหลือ เขาก็จะไปไม่คิดเกี่ยง
เดิมทีในหมู่บ้านก็ไม่มีคนหนุ่มสาวอยู่แล้ว ส่วนใหญ่ล้วนเป็คนอายุห้าสิบไปจนถึงคนแก่ที่อายุเลยห้าสิบทั้งนั้น พอมีกัวเทียนมาช่วย พวกเขาก็เบาใจไปได้มากทีเดียว เพราะแบบนี้ชาวบ้านถึงได้ชอบเขา และยินดีที่จะให้คำแนะนำสำคัญต่อการเพราะปลูกกับเขา
กัวเทียนจนมาก จนมากจริงๆ นอกจากโทรศัพท์มือถือ ก็ไม่เห็นเครื่องมือล้ำสมัยชิ้นอื่นอีกเลย อย่างเช่นคอมพิวเตอร์อะไรแบบนั้น...
สิ่งที่เห็นบ่อยๆ ในบ้านของเขาคือเครื่องมือเกษตรกับหนังสือเกี่ยวกับการปลูกผักกองใหญ่ หากพูดถึงสิ่งที่ดูจะมีมูลค่ามากที่สุดก็คงจะเป็รถทำเกษตรคันนั้นของเขา ได้ยินมาว่าราคาหลายแสนเลยทีเดียว
กัวเทียนที่เพิ่งมาได้ครึ่งปีสามารถเข้ากับคนในหมู่บ้านได้เป็อย่างดี และอยู่ร่วมกับชาวบ้านได้อย่างกลมกลืน
พอเดินออกมาจากห้อง กัวเทียนก็แบกจอบออกจากบ้านไป
ระหว่างทาง หลายคนที่เห็นกัวเทียนต่างก็พากันทักทาย
กัวเทียนเองก็ทักทายทุกคนกลับ “คุณลุงสาม ทำไมถึงเห็นคุณกินอะไรอยู่อีกแล้วล่ะเนี่ย”
“ผลไม้ป่าน่ะ เจอตอนกลับมาเมื่อกี้นี้ อร่อยนะ” พูดจบก็โยนให้กัวเทียนลูกหนึ่ง กัวเทียนรีบรับมันไว้แล้วพบว่ามันคือผลไม้สีแดง
เขาเอ่ยขอบคุณ เอาเข้าปากพร้อมเดินออกไป เดินมาได้สักระยะก็มาถึงเชิงเขาลูกหนึ่ง จากนั้นก็เดินไปตามทางเดินเล็กๆ