“ตกลงว่ายังไงฮะตะวัน สรุปว่าแกทำได้หรือไม่ได้”
“ใจเย็นหน่อยเป้ เด็กมันหัวอ่อนซะที่ไหน นี่ก็ให้เพื่อนน้องมันช่วยพูดอยู่”
“ไม่รู้แหละ ฉันมีเวลาให้อีกแค่วันนี้และก็พรุ่งนี้ถ้าน้องไนท์ไม่ยอมลงประกวด ก็ต้องเป็น้องน่านฟ้าเหมียวน้อยของฉัน”
“เฮ้ย ของเธอที่ไหน…!”ตะวันพอได้ยินว่าน่านฟ้าไปเป็ของคนอื่นแล้วเขายอมได้ที่ไหนผู้หญิงก็ผู้หญิงเถอะพ่อจะโบกให้ “น่านฟ้าของใครพูดดีๆ”
“พอๆ หยุดเลย ก่อนที่จะโวยวายแย่งน้องไปจากฉันเนี่ย ไปหาคนมาลงประกวดเดือนปีนี้ให้ได้ก่อนเถอะนี่ถ้าแกไม่หวงทั้งที่ไม่มีสิทธิ์แบบนี้นะ น้องน่านที่ฉันเล็งไว้น่ะตัวเต็งบอกเลย”
ก็เพราะรู้ไงว่าหากยอมให้ปูเป้เลือกน่านฟ้าเป็ตัวแทนคณะลงประกวดเดือนปีนี้คนที่หวงทั้งไม่มีสิทธิ์อย่างเขาเนี่ยแหละที่จะทนไม่ได้เขาเลยเสนอให้เลือกคนอื่นแทนและคนที่ปูเป้ยอมให้เปลี่ยนตัวได้ดันเป็คนที่เจรจายากที่สุด
“เป้ เธอก็ย้ำไอ้ตะวันมันจังแค่ทุกวันนี้น้องน่านมีรูปลงที่เพจคิ้วบอยทุกวันมันก็อารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ ทั้งวันละขืนให้น้องน่านลงประกวดเดือนคณะจริง เพื่อนกูได้อกแตกตายแน่” ไบร์ทพูดเหมือนจะช่วยแต่ในเนื้อประโยคก็เก็บความสะใจไว้ไม่มิด
เป็เพื่อนกับตะวันมาก็เพิ่งได้เห็นมุมนี้ของมันเนี่ยแหละ เห็นไม่สนใจเื่รักเขาก็นึกว่าเรียนจบแล้วมันคงได้ไปบวช ที่ไหนได้พอเปิดโหมดคลั่งรักก็กลายร่างเป็หมาหน้าร้อนเลย
“เพราะเห็นว่าเป็ตะวันผู้ไม่เคยสนใจใครหรอกนะ ถึงได้ยอมให้เนี่ย”ปูเป้ที่คอยจี้ตามความคืบหน้าเื่นี้มาตลอดก็ยอมลงให้แล้ว ทีแรกก็งงๆกับเหตุผลข้างๆ คูๆ ที่บอกไม่เห็นด้วยเื่ที่จะเลือกน้องน่านฟ้ามาลงประกวดคาดคั้นไปคาดคั้นมาถึงได้หลุดออกมาว่าหวงไม่อยากให้ใครมาวอแวกับน้องเยอะ
แต่เอาเข้าจริงถึงน่านฟ้าไม่ลงประกวด ตอนนี้ก็เป็ที่รู้จักไปทั้งมหาวิทยาลัยแล้วเถอะภาพมีมแมวน้อยคลิปวิดีโอสามวินาทีพร้อมแคปชั่นที่ว่า ‘มอเรามีแมวแล้ว’ที่เพจคิ้วบอยลงเรียกแม่ยกได้จะทั้งมหาวิทยาลัยอยู่แล้วแต่ที่ตะวันหนักใจสุดไม่ใช่แค่บรรดาหม่ามี้ปลอมทั้งหลายแหล่หรอกแต่ดันไปรู้เข้าว่าน้องน่านฟ้ามีแฟนบอยมาสนใจมากกว่า
“กูละสงสาร” ยูถึงขนาดส่ายหัวระอากับท่าทางเครียดหนักของเพื่อน “แต่จะว่าไปถ้าน้องลงประกวดจริงก็ดีไม่ใช่เหรอวะ”
“ดียังไงวะไอ้ยู” ไบร์ทถามอย่างสนอกสนใจ “ไหนมึงลองพูดมา ข้อดีๆที่จะทำให้ไอ้ตะวันมันเปลี่ยนใจ”
“ก็มึงที่เป็รุ่นพี่อดีตเดือนคณะต้องเป็คนที่คอยคุมซ้อมการแสดงของรุ่นน้องไม่ใช่รึไง”
“ก็ใช่ของมึง แล้วมันดียังไง”
“มึงโง่จังวะไบร์ท…โอ๊ยกูเจ็บ ไอ้เชี่ย” ยูโวยวายที่เขายังพูดไม่จบเพื่อนก็โบกหัวเกือบทิ่ม พูดเื่จริงมึงก็รับไม่ได้ไอ้เวร
“มึงหยุดตีกันได้ยัง” ตะวันที่รอฟังอยู่พูดสวนขึ้นอย่างทนไม่ไหวเขาเองก็อยากจะรู้ข้อดีที่ไอ้ยูมันว่ามีแล้วเนี่ย
“มึงนะไอ้ตะวัน ทุกวันนี้ต้องหาข้ออ้างปลอมๆ ไปเจอหน้าเขา ก็ถ้าน้องลงประกวดมึงก็จะได้เจอเขาทุกวันไปเลยไง”
“เออ ที่ยูพูดก็ถูกนะตะวัน แกเปลี่ยนใจป่ะ”ปูเป้พยักหน้าหงึกใบหน้าแสดงออกชัดเจนว่าเห็นด้วยสุดๆ ความหวังตัวเต็งเดือนมหาวิทยาลัยกลับมาอีกครั้ง
“ไม่!!”
“อ่าว ไม่ดีเหรอวะมึง” ยูเกาหัวแกรกๆ คนอื่นดูเห็นด้วยกันหมดเขาก็เกือบยืดอกรับคำชมจากเพื่อนแล้ว มึงนะมึง
“งั้นแกก็ไปหาคนมาลงประกวดให้ได้! จอ.บอ. จบนะ!” ปูเป้เองที่โดนดับฝันก็เกิดทนไม่ไหวยื่นคำขาดให้เพื่อนก่อนจะสะบัดหน้าพรืดเดินจากไปอย่างสวยๆ
ปล่อยให้เป็หน้าที่ของคนขี้หวงแต่ไม่มีสิทธิ์ต่อไปเถอะ!!
..
..
“ไนท์กลัวอะดิ”
“เพ้อเจ้อ ทำไมกูต้องกลัว”
“ครีมยังไม่เห็นมีปัญหาเลย ทำไมไนท์ต้องเล่นตัวด้วย รุ่นพี่เขาอุตส่าห์มาขอความช่วยเหลือ”
“รุ่นพี่ที่ว่าน่ะ ก็พี่ตะวันของมึงสินะ” คิดว่ารู้ไม่ทันรึไงไอ้รุ่นพี่นั่นนะหวงเพื่อนเขาจนต้องกันทุกวิถีทางไม่ให้น่านฟ้าลงประกวดละสิไม่ว่าถึงขนาดเป็คนมาพูดกับเขาด้วยตัวเอง ทั้งที่ก็รู้ว่าเขานะ ไม่เป็มิตรเอาซะเลย ไม่ใช่แค่กับพี่ตะวันหรอกแต่ไนท์เป็พวกไม่ชอบความวุ่นวายแล้วเดือนคณะอะไรนี่ถึงไม่เคยเป็ก็พอรู้ว่าต้องมีกิจกรรมวุ่นวายอยู่ไม่น้อย
วิปครีมน่ะรายนั้นเป็พวกเข้าสังคมเก่ง ดูก็รู้ว่าคงเป็เด็กกิจกรรมตัวยง รุ่นพี่มาทาบทามก็ไม่มีปฏิเสธอะไรหรอกบอกถือว่าเป็ประสบการณ์
“ทำไมมึงไม่เป็เองซะล่ะ ถ้าจะตื่นเต้นขนาดนั้น” ไนท์ยิ้มเ้าเล่ห์ถามอย่างคิดอะไรดีๆ ออก ไอ้พี่ตะวันนั่นน่าหมั่นไส้น้อยซะที่ไหนขอลองของสักหน่อยเถอะ “ลองไปบอกพี่มันดิ ว่าขอลงประกวดเอง”
“พูดไปแล้ว คุยกับไนท์จนเหนื่อยก็เลยพูดไป แต่พี่ตะวันบอกไม่ได้!”
“เฮ้ย มึงเสียงดังทำไมเนี่ย” ไนท์ที่นั่งเหยียดขาอยู่บนเตียงถึงกับผละใอยู่ดีๆ น่านฟ้าก็หันมาพูดเสียงดังตรงคำว่าไม่ได้ แถมหน้าก็จริงจังอีกต่างหาก
“ทำตามพี่ตะวัน ท่าทางแบบนี้เลย” น่านฟ้าพูดเสียงปกติ แล้วหันไปอ่านการ์ตูนต่อเมื่อกี้เขาแค่แสดงท่าทางของพี่ตะวันให้เพื่อนดู
“กูก็นึกว่าผีเข้า” ไนท์ลูบอกตัวเองปรอยๆ พอหายใแล้วก็ถามต่อ“ทำไมถึงอยากให้ประกวด”
“ก็อยากมีเพื่อนเป็เดือนไง”
“ถามจริง…!?” ตะวันถามกลับเสียงหลงกับเหตุผลที่ดูไม่น่าเป็เหตุผลใดๆได้
“ไม่ได้เหรอ มีเพื่อนเป็เดือนเท่จะตาย”
“ทำตาแป๋วทำไม” ไนท์หลุดเสียงดังและผละถอยจนหลังชิดกำแพงน่านฟ้าเงยหน้าขึ้นมาสบกัน แล้วเขาก็เผลอไปสบตาแป๋วนั่นเข้าอย่างจัง
“ไม่ได้เหรอ”
… อะ เอียงคอด้วย รอบนี้น่านฟ้ามันเอียงคอด้วย
..
..
“น่านทำยังไงครับ เพื่อนถึงยอม”
“ไนท์ เป็บ้าอะไรก็ไม่รู้...” น่านฟ้าตอบด้วยความไม่เข้าใจคิดย้อนไปถึงบทสนทนาที่คุยกับไนท์ แล้วก็ยิ่งไม่เข้าใจ“...น่านแค่บอกว่าอยากมีเพื่อนเป็เดือนเอง”
“แค่นั้นเองเหรอครับ” ตะวันทวนถามด้วยความสงสัยแต่เขาก็เกิดชะงักไปจังหวะหนึ่ง เมื่อเผลอสบตากับน่านฟ้าในระยะใกล้แบบนี้
ตะวันไม่ค่อยได้ใช้บริการรถไฟฟ้าสาธารณะเท่าไรเขาไม่ชอบที่ต้องเบียดเสียดผู้คน แต่ว่าตอนนี้ก็ไม่แย่ ถ้าการต้องเบียดคนเยอะๆแลกมากับภาพที่เขาได้มองตอนนี้ก็คุ้มแล้ว
...ระยะห่างที่ลงตัว
เพราะขึ้นมาก็ไม่มีที่ให้นั่งทั้งเขาและน่านฟ้าเลยต้องหามุมยืนแทนด้วยความที่น่านฟ้าสูงเลยไหล่เขามานิดหนึ่ง ทำให้อีกฝ่ายต้องเงยหน้าขึ้นเวลาพูดกับเขา
“แต่ว่าก็ดีแล้ว” เสียงพอใจเอ่ยบอก ในเมื่อเด็กนั่นยอมลงประกวดแล้วก็ดีไปจัดการปัญหาไปได้อีกหนึ่งอย่าง
“นั่นสิครับ ดีมากๆ เลย ทีนี้น่านก็จะมีเพื่อนเป็ทั้งดาวและเดือน”น่านฟ้าพูดขึ้นด้วยท่าทางสดใส
“ดีใจขนาดนั้นเลย” น้ำเสียงที่เอ่ยถามเต็มไปด้วยความเอ็นดูเป็พวกที่มีความสุขได้กับเื่เล็กๆ สินะ
“ครับ น่าภูมิใจออก”
“งั้นน่านอยากมีแฟนเป็อดีตเดือนบ้างไหมล่ะครับ”
“หือ...?” น่านฟ้าร้องขึ้นอย่างสงสัย
“พี่เอง” ตะวันเฉลยแต่ท่าทางก็ไม่มั่นใจเท่าไหร่เขารอคอยและลุ้นดูปฏิกิริยาของคนตรงหน้า
น่านฟ้าเบิกตากว้างมือชี้ๆ ที่รุ่นพี่ด้วยท่าทางใ “พี่ตะวันเป็เดือนปีที่แล้วเหรอครับ”
“อะ อืม ใช่ครับ” ตะวันตอบตะกุกตะกัก เพราะไม่แน่ใจว่าควรรู้สึกอย่างไรดีน่านฟ้าสนใจเื่ที่เขาเคยประกวดเดือน มากกว่าประโยคที่ชวนมาเป็แฟนกันซะอีก
“ว่าแล้ว น่านยังคุยกับครีมอยู่เลย ว่าพี่ตะวันหล่อๆแบบนี้จะเคยเป็เดือนรึเปล่า แล้วก็เคยจริงๆ ด้วย”
ตะวันมองท่าทางตื่นเต้นของน่านฟ้าก็ได้แต่ส่งยิ้มเจื่อนกลับไปเด็กหนอเด็ก จะดีใจที่โดนชมก็ทำได้ไม่สุด เขายังเหมือนถูกน็อคที่โดนเมินอยู่เลย…
เมื่อถึงสถานีปลายทางตะวันกับน่านฟ้าก็พากันเดินมาตามป้ายบอกทางเรื่อยๆคนลงสถานีนี้ค่อนข้างพลุกพล่านเนื่องจากมีจุดหมายปลายทางเดียวกันคืองานมหกรรมหนังสือที่จัดขึ้นเพียงปีละครั้ง
ั้แ่วันนั้นที่ตะวันได้ช่องทางติดต่อของน่านฟ้ามาเขาก็ทักไปคุยด้วยทุกวัน เงินที่ออกให้ค่าของกินวันนั้นไม่กี่บาทที่จริงเขาก็เลี้ยงได้สบาย แต่เห็นโอกาสเปิดช่องมาให้แล้วมีหรือเขาจะปล่อยผ่าน
ไม่รู้นะว่าการที่เราคุยกันแบบนี้สำหรับน่านฟ้าเรียกว่าอะไรแต่สำหรับตะวัน เขาตั้งใจที่จะเรียนรู้อีกฝ่ายให้มากขึ้น อยากรู้จักอยากรู้ว่าน่านฟ้าชอบหรือไม่ชอบอะไร
และเขาก็ได้รู้หนึ่งอย่างว่าเวลาว่างน่านฟ้าชอบอ่านอนิเมะ
“พี่ตะวันต้องดึงสติน่านนะ น่านตั้งใจจะมาซื้อแค่เซ็ทที่ส่งให้ดูเท่านั้นถ้าน่านหยิบเยอะพี่ตะวันตีน่านได้เลย” ถึงจะพูดไปแบบนั้นแต่สายตาของน่านฟ้าก็เปล่งประกายเมื่อได้อยู่ท่ามกลางสิ่งที่ชอบ
“พี่ไม่ตีน่านหรอก”
“ทำไมล่ะครับ”
…ใครจะไปตีลง มีแต่กลัวว่าจะเหมาหนังสือทั้งชั้นให้น้องละไม่ว่า“น่านไม่ได้ดื้อนี่ครับ พี่ไม่ตีหรอก”
“พูดเหมือนน่านเป็เด็กเลย”
“ก็เด็กกว่าพี่ ตัวเท่านี้เอง” พูดพลางมือก็วางลงบนหัวน้องโยกไปโยกมาอย่างหยอกล้อ
“น่านไม่ได้เตี้ยหรอกนะ พี่ตะวันสูงเองต่างหาก” น่านฟ้ามุ่ยหน้าบอกเพราะพี่ตะวันปฏิบัติกับเขาราวกับเด็กน้อย
“คร้าบๆ”
“ฮึ่ย!” เพราะโดนตอบกลับมาอย่างหยอกล้อ น่านฟ้าเลยเผยเสียงไม่พอใจแต่กลับดูน่ารักมากในสายตาของคนที่มองอยู่
พี่ตะวันดูไม่เห็นจะกลัวกันเลยนี่นา...ขี้แกล้งชะมัด แต่น่านฟ้าก็ชอบนะ เวลาได้คุยเล่นกันแบบนี้แล้วรู้สึกดีจนเผยความเป็ตัวเองออกมาได้อย่างไม่รู้สึกเคอะเขิน
.
.
“เื่นี้เหรอครีม”
[ใช่ๆ เื่นี้แหละ มีกี่เล่มอะน่าน เื่นี้มันสองเล่มจบ]
“อ๋อ มีสองเล่ม เอาสองเล่มเลยไหม”
[สองมาเลยจ้า ขอบใจมากนะน่าน ลูกรักกก]
น่านฟ้ามุ่ยหน้าหลังจากที่เพื่อนวางสายไปแล้วจะกี่ครั้งเขาก็ยังไม่ชินกับการโดนเรียกว่าลูกสินะ
หลังจากหาหนังสือที่เพื่อนฝากตามหาได้แล้วน่านฟ้าก็เดินกลับไปทางที่พี่ตะวันยืนรออยู่ รู้สึกเกรงใจแฮะตัวเองไม่ได้มาซื้อด้วย แต่ก็ยังมาเป็เพื่อน มายืนรอแล้วยังจะเอาของไปถือให้อีก
“พี่ตะวัน” น่านฟ้าเอ่ยเรียกทั้งที่เขามาถึงตัวแล้วพี่ตะวันก็ยังไม่รู้สึกตัว
“เจอไหมครับ นิยายที่ครีมฝากซื้อ”
“ได้มาแล้วครับ” น่านชูถุงในมือให้ดูแล้วพี่ตะวันก็ยื่นมือมาจะฉวยไปถือไว้เองอีกแล้ว “ไม่ครับ ถุงนี้น่านถือเอง”
“ทำไมล่ะ พี่ถือให้ดีกว่า น่านจะได้เดินเลือกได้สบายๆ ไง”
“แค่สองเล่มเองครับ ไม่ลำบากหรอก” น่านฟ้ายังคงต่อรองเขาเอี่ยวมือหลบไปข้างหลัง ยังไงก็ไม่ยอมให้โดนแย่งไปถือได้อีก “อะ…! OoO”
แต่เพราะมัวแต่หลบก็เลยเกิดทรงตัวไม่อยู่ ร่างเขาเซถลานิดหน่อย ยังดีที่มีมือหนาซ้อนมาโอบไว้ข้างหลัง
“พี่ไม่แย่งแล้วครับ” ตะวันว่าหน้าเครียดแค่เห็นน้องเซนิดหน่อยใจก็หล่นวูบแล้ว
ไม่อยากให้เจ็บตัวแม้แต่น้อย
“น่านไม่ล้มแล้วครับ” น่านฟ้าก้มหน้างุด เสียงที่พูดก็แ่เบาจนไม่รู้ว่าดังพอแข่งกับเสียงความจอแจของสถานที่ไหม แต่เขาก็พยายามแล้ว อยู่ๆก็รู้สึกประหม่าขึ้นมากับััมือที่ยังไม่ผละออก
ตะวันเองก็เพิ่งรู้สึกตัวเขามองจากมุมนี้ก็เห็นศีรษะที่ก้มงุด แล้วยังได้กลิ่นหอมของแชมพูสระผมอีกใกล้มากเลยแฮะ
“เื่นี้น่านรู้จักไหมครับ พี่ยืนอ่านอยู่เมื่อกี้เหมือนจะติดซะแล้ว”หลังจากหลงกับกลิ่นสดชื่นอยู่สักพัก ตะวันก็ดึงสติผละร่างออกห่างน้องพลางถามเปลี่ยนเื่
“ยังเลยครับ” น่านฟ้ายังคงตอบเสียงเบา เงยหน้าขึ้นมาได้แป๊บเดียวก็ต้องก้มหลบอีกรอบ
“อ่านด้วยกันดีไหมครับ”
“แบบว่าซื้อไปแบ่งกันอ่านเหรอครับ”ครั้งนี้น่านฟ้าพยายามสลัดความรู้สึกที่ตกค้างออก เขาเงยขึ้นถามกับพี่ตะวันด้วยท่าทางที่คิดว่ากลับมาเป็ปกติแล้ว
“อ่านด้วยกัน แบบว่าอ่านพร้อมกันครับ เวลาที่เราว่างตรงกัน”ตะวันยังคงอธิบายอย่างใจเย็น ไม่เพียงแค่อยากรู้จักอีกฝ่ายให้มากขึ้นตอนนี้เขาอยากเป็ส่วนหนึ่งของน่านฟ้าเข้าแล้วล่ะ
...อยากเข้าไปอยู่ในโลกของน้องอีกสักนิด
“เป็อะไรไปครับ หน้ามุ่ยเชียว” ตะวันถามใบหน้าหล่อติดมีรอยยิ้มเขารู้แหละว่าน่านฟ้ากำลังเผชิญหน้ากับเื่ขัดใจเป็ปัญหาที่เ้าตัวก็บ่นกับเขามาตลอดที่เข้าบูธนู้น ออกบูธนี้
น่านฟ้าพูดทุกครั้งที่จ่ายเงินเสร็จว่าพอแล้วแต่พอเดินไปสักพักก็ไปโดนตกให้ซื้อมาอีกหลายเล่ม
เป็เด็กที่น่ารักจริงๆนั่นแหละ ห้ามใจตัวเองไม่อยู่ ก็กลับมาทำหน้ามุ่ยอยู่แบบนี้
ซื้อเยอะขนาดที่ว่าแบกหนังสือกลับทางรถไฟฟ้าคงไม่สะดวก เวลานี้เราเลยนั่งกันอยู่บนรถแท็กซี่แทน
“เยอะ” น่านฟ้าตอบพลางชี้ไปทางถุงหนังสือที่ซื้อมา
“ไม่เห็นเป็อะไรเลย งานนี้มีแค่ปีละครั้งจะซื้อเยอะหน่อยก็ไม่เป็ไรหรอกครับ”
“จริงด้วยครับ” น่านฟ้าพูดออกมาและน่าแปลกที่เพียงเท่านี้ห้วงอารมณ์ขัดอกขัดใจก็จางลงเขาไม่รู้สึกแย่กับตัวเองแล้วที่ห้ามใจไม่อยู่
“ต้องแวะเอาหนังสือไปให้เพื่อนเลยไหมครับ”
“ครีมบอกว่าค่อยให้วันจันทร์ก็ได้ แต่ครีมคงอยากอ่านแล้วน่านว่าจะแวะไปให้ก่อน” น่านฟ้าหยิบนิยายที่เพื่อนฝากซื้อขึ้นมาพลิกดู
หน้าปกเป็ผู้ชายสองคนในอิริยาบถของคนรักตอนหยิบเขาไม่ได้คิดอะไร วิปครีมบอกแล้วว่าเป็นิยายวายที่เป็เื่ราวความรักของผู้ชายกับผู้ชาย
น่านฟ้าเห็นปกสวยเลยพลิกอ่านคำโปรยเื่ด้านหลังเป็นิยายที่ดำเนินเื่โดยผู้ชายที่มีลักษณะนุ่มนิ่ม ทำอาชีพเป็ไอดอลหรือก็คือดารานั่นแหละ แต่เอ๊ะ…ไอดอลคนนี้มีแฟนคลับที่เรียกตัวเองว่าหม่ามี้ด้วยแล้วไอดอลคนนี้ก็เปรียบเสมือนลูกของพวกเขา
ที่แท้ครีมก็มองเขาเป็แบบนี้เองเหรอเนี่ยพออ่านจบ และเข้าใจฟิลเตอร์ที่เพื่อนใส่ให้ตัวเองแล้วก็เผลอหันไปเหลือบมองคนข้างๆ อย่างไม่รู้ตัวแล้วทำไมเขาจะต้องรู้สึกหน้าร้อนวูบวาบกันนะ
“งั้นเดี๋ยวเราแวะที่หอหญิงกันก่อน… น่านเป็อะไรรึเปล่าครับ”
-///- น่านฟ้าพอตะวันหันมาสบตาเข้าอย่างจังก็นิ่งไป เพราะอยู่ๆก็รู้สึกทำตัวไม่ถูกขึ้นมา
“ปะ เปล่าครับ น่านง่วง” น่านฟ้าเองก็หาคำตอบให้ตัวเองไม่ได้เหมือนกันยิ่งมาโดนถามแบบนี้เขาก็เลยพูดบอกเป็การตัดบทลงดื้อๆ ไม่รู้หรอกว่าเนียนรึเปล่าแต่พูดจบก็เอียงคอหักหลับตาปี๋ ตัดจบทุกสนทนาไปก่อนแล้วกัน
-///- Good Night -///-