หลังจากเวลาผ่านไปพักใหญ่ หลิงซีก็ดูอ่อนแรงลงทันที นางทรุดตัวนั่งลงบนคัมภีร์ลับผนึกั ดวงตากลมโตของนางมองไปรอบ ๆ ราวกับกำลังคิดทางคลายผนึกให้ได้
“เสี่ยวซี เป็อย่างไรบ้าง?”
หลงเฉินถามด้วยความคาดหวังอันแรงกล้า
ั้แ่ที่หลิงซีเริ่มสำรวจผนึกนั้น เวลาก็ล่วงเลยไปถึงครึ่งชั่วยาม หลงเฉินรอคอยด้วยใจกระวนกระวาย เพราะความลับทุกอย่างของผนึกัเกี่ยวข้องกับคำสั่งเสียของหลงฉิงหลาน และยังเป็กุญแจสำคัญในการก้าวเข้าสู่การเป็นักรบัของเขาด้วย
“เ้าคนบ้า กวนใจข้านัก!”
หลิงซีจ้องเขม็งมาที่เขา อย่างไรก็ตาม นางไม่ได้โกรธจริงจังเสียทีเดียว
“ไม่เป็ไรหรอก เ้าพักสักหน่อยเถอะ เห็นเ้าอ่อนล้าเช่นนี้ทำให้ข้ารู้สึกปวดใจ จริงสิ... บอกข้าได้หรือไม่ ว่าผนึกนี่มันคืออะไรกันแน่? เ้าเคยพูดถึงมันก่อนหน้านี้ แต่ก็ไม่เคยบอกอะไรข้าเลย”
เมื่อเห็นสีหน้ากระหายใคร่รู้ของหลงเฉิน หลิงซีจึงคิดว่านี่เป็เวลาที่เหมาะสมในการแสดงภูมิปัญญาของตนเองให้เขาเห็น นางพูดอย่างภาคภูมิใจ
“ผนึกนี้เป็วิธีหนึ่งในการใช้พลังปราณอย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างม่านพลังป้องกันขึ้นมา ผู้ฝึกยุทธ์อย่างเ้าที่รู้จักแต่การต่อสู้ ย่อมไม่เข้าใจกระบวนการที่พิถีพิถันเช่นนี้หรอก การสร้างผนึกป้องกันเช่นนี้ขึ้นมาก็เหมือนกับการถักทอ และการคลายผนึกก็เหมือนกับการมองหาปมเส้นด้ายของผลงานที่เสร็จสมบูรณ์แล้ว และต้องคลายมันออกทีละจุด ๆ แต่การคลายผนึกนั้นยากเย็นกว่าการคลายปมเส้นด้ายมาก เพราะการจะหาจุดที่ว่าให้เจอไม่ใช่เื่ง่าย ๆ เลย และหากเกิดข้อผิดพลาดขึ้น ข้าก็ต้องเริ่มต้นใหม่ั้แ่แรก”
หลงเฉินเข้าใจในที่สุด แต่ผู้หญิงงี่เง่าอย่างหลิงซีกลับรู้เื่พวกนี้ด้วย ทำให้เขาต้องมองนางใหม่ด้วยความเคารพมากขึ้น
เมื่อเห็นสีหน้าตกตะลึงของหลงเฉิน หลิงซีรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ นางจึงโวยวายอย่างไม่สบอารมณ์
“อย่าดูถูกข้านะ อย่างที่ข้าบอก แม้ว่าข้าจะไม่ได้ฝึกฝนอย่างหนัก แต่ข้าก็เป็ยอดฝีมือในเื่ของผนึกพวกนี้ ความสำเร็จและชื่อเสียงของข้าสูงส่งกว่าท่านพ่อของข้าเสียอีก รวมถึงทุกคนรอบตัวข้าด้วย”
หลงเฉินเชื่อสุดหัวใจ แต่แสร้งทำสีหน้าเรียบเฉย และเอ่ยขึ้น
“จริงรึ? แล้วทำไมเ้ายังคลายผนึกไม่ได้สักทีล่ะ?”
หลิงซีกระวนกระวายขึ้นมาทันที
“เ้าคิดว่ามันง่ายเหมือนกินข้าวรึอย่างไร? ยิ่งไปกว่านั้น ผนึกป้องกันนี่ก็เก่าแก่มาก ข้าไม่เคยเห็นมาก่อน ข้าจึงไม่มีประสบการณ์ในการคลายมันออก เพราะเหตุนี้ข้าถึงได้ต้องใช้เวลาอย่างไรล่ะ ช่วยรออีกสักครึ่งชั่วยามเถอะ ข้าสัญญาว่าข้าจะคลายมันออกให้ได้!”
เมื่อถูกหลงเฉินดูถูก หลิงซีจึงกระวนกระวายและกลับไปพยายามต่อ หลงเฉินแอบหัวเราะในใจ ‘...ช่างเป็ผู้หญิงที่โดนปั่นหัวง่ายเสียจริง ในภายภาคหน้าข้าจะไม่ปล่อยนางหลุดมือไปอย่างแน่นอน ตราบใดที่มีนางอยู่ด้วย หากข้าเจอเข้ากับสมบัติที่มีผนึกป้องกันเอาไว้ นางคงจะช่วยคลายผนึกให้อย่างง่ายดายมิใช่หรือ?’
ด้วยความพยายามของหลิงซี นางก็ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วยามเมื่อหลงเฉินััได้ว่ามีแสงลึกลับค่อย ๆ ลอยออกมาจากผนึกั
ขณะที่หลิงซีกำลังง่วนอยู่กับมวลแสงนั้น สิ่งที่ทำหลงเฉินแปลกใจคือคลื่นพลังโบราณที่แผ่ออกมาจากแสง แม้กระทั่งกลิ่นคาวเืที่โชยออกมา
คลื่นพลังที่ผสมผสานปนเปพลันแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ หลงเฉินรู้สึกว่าหัวใจเขาเต้นเร็วขึ้นมา ความรู้สึกอันเก่าแก่และเดียวดายนั้นทำให้เขารู้สึกอยากคุกเข่าลง กลิ่นคาวเืยังเป็เหตุให้ดวงตาของเขาแดงก่ำ
แม้จะไม่มีคู่ต่อสู้อยู่ที่นั่น แต่จิตสังหารกลับค่อย ๆ รุนแรงขึ้นอย่างช้า ๆ
หลงเฉินรู้สึกใถึงขีดสุด มันเป็เพียงคลื่นพลังที่เบาบาง แต่ความลับของผนึกักลับส่งผลต่อจิตใจของเขาถึงเพียงนี้ นี่เองคือสิ่งที่หลงฉิงหลานให้ความสำคัญอย่างมาก ด้วยตัวตนที่ลึกลับของหลงฉิงหลาน สิ่งที่เขาให้ความสำคัญจะเป็สิ่งของธรรมดาไปได้อย่างไรกัน?
“หลงเฉิน เ้าต้องระวังตัวเอาไว้นะ เกือบจะเสร็จแล้วล่ะ...”
เสียงของหลิงซีดังขึ้น เมื่อได้ยินเสียงของนาง หลงเฉินจึงได้สติกลับมา แต่คลื่นพลังจากลำแสงนั้นยังคงรุนแรงขึ้น และกลิ่นคาวเืก็คละคลุ้งไปทั้งถ้ำ
ดวงตาของหลงเฉินค่อย ๆ แดงก่ำขึ้นเช่นกัน ภาพมายามากมายปรากฏขึ้นในสายตาของเขา เขากำหมัดแน่น เส้นเืที่หมัดปูดโปนขึ้นมาขณะที่ทั่วทั้งร่างเริ่มสั่นเทิ้ม เห็นได้ชัดว่าเขาพยายามจะควบคุมตนเองให้ได้
เมื่อหลิงซีมาถึงขั้นตอนที่สำคัญที่สุด นางก็จดจ่ออยู่กับขั้นตอนสุดท้ายอย่างเต็มที่ ซึ่งแน่นอนว่านางไม่เห็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับหลงเฉิน
‘...ความลับของผนึกัคืออะไรกันแน่... เหตุใดข้าถึงมีความรู้สึกเช่นนี้ และยังไม่สามารถควบคุมตัวเองได้อีก ... แต่ท่านพ่อคงไม่คิดร้ายกับข้า ... หลงเฉิน เ้าต้องอดทนไว้ อย่าให้จิตใจของเ้าถูกควบคุม…’
เมื่อเขานึกถึงบิดาของตนเอง หลงเฉินก็รู้สึกมีความศรัทธามากขึ้น คลื่นพลังโบราณอันคละคลุ้งด้วยโลหิตของลำแสงนั้นยังคงถาโถมเข้าใส่เขาอย่างต่อเนื่อง แต่หลงเฉินกัดริมฝีปากไว้จนเืไหล ในที่สุด ความเ็ปก็ทำให้เขาได้สติมากขึ้น
“เตรียมตัวนะ ข้ากำลังจะคลายผนึกแล้ว ข้าไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ...”
เสียงของหลิงซีดังขึ้นอีกครั้งอย่างแ่เบา ในตอนนี้ บรรยากาศภายในถ้ำค่อย ๆ ถูกย้อมจนกลายเป็สีแดงด้วยคลื่นพลังโบราณอันคละคลุ้งด้วยโลหิตนั้น
ทันใดนั้นเอง บังเกิดเสียงบางอย่างดังขึ้น และลำแสงนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็ฝุ่นผงไปต่อหน้าต่อตา หลิงซีซึ่งดูอ่อนล้าก็หวนคืนสู่กระบี่หลิงซีในทันที ภายในถ้ำ มีเพียงหลงเฉินและผนึกัลึกลับที่กำลังแปรเปลี่ยนไป
ภายใต้สายตาที่ตกตะลึงของหลงเฉิน ผนึกัลึกลับที่เดิมทีทำจากกระดาษหนังก็ค่อย ๆ เปลี่ยนเป็สีแดงดุจเื จนในที่สุดมันก็กลายเป็สีแดงอย่างสมบูรณ์
ในตอนนี้ คลื่นพลังโบราณอันคละคลุ้งด้วยโลหิตค่อย ๆ รุนแรงขึ้นจนถึงขีดสุด ภายใต้คลื่นพลังนั้น สีหน้าของหลงเฉินซีดเผือดราวคนตาย และทั่วทั้งร่างก็สั่นเทิ้มอย่างรุนแรง
คลื่นพลังแปลกประหลาดควบแน่นอยู่ภายในถ้ำ ในขณะทีู่เาเดียวดายยังคงสงบเงียบเหมือนเช่นที่ผ่านมา
“หลง... หลงเฉิน นี่มันอะไรกัน ข้า... ข้ากลัวเหลือเกิน ดูราวกับว่าข้าจะถูกกลืนกินได้ทุกเมื่อ ...”
เสียงที่สั่นเครือของหลิงซีดังขึ้นข้างหูของเขา
ในตอนนั้น หลงเฉินเองก็ตื่นตระหนกเป็อย่างมาก สิ่งเดียวที่เขาเชื่อมั่นคือบิดาของเขาจะต้องไม่ตั้งใจทำร้ายเขาอย่างแน่นอน
“อย่ากลัวไปเลย!”
เมื่อนึกถึงบิดาของตนเอง แม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ แต่หลงเฉินก็ยังก็ยังคงมีความปราถนาแน่วแน่ที่จะต่อสู้
“เข้ามาเลย! ข้าไม่สนหรอกว่าเ้าจะเป็ใคร!”
ราวกับว่ามันได้ยินคำพูดของหลงเฉิน ร่างเลือนรางก็ปรากฏขึ้นบนคัมภีร์ลับ ‘ผนึกั’
หลงเฉินมองเห็นสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็ ัศักดิ์สิทธิ์ในตำนานโบราณ!
** อ้างอิงตามตำราอรรถาธิบาย ‘เอ่อร์หยา’ ัเป็สัตว์ที่แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาสัตว์เลื้อยคลานทั้งหมด ในตำราได้กล่าวถึงลักษณะของัไว้ว่ามีลักษณะ ‘เก้าเหมือน’ อันได้แก่ มีศีรษะดั่งวัว เขาดั่งกวาง ตาดั่งกุ้ง หูดั่งช้าง ลำคอและ่ท้องดั่งงู เกล็ดดั่งปลา กรงเล็บดั่งหงส์ อุ้งเท้าดั่งเสือ บนหลังมี 81 เกล็ด เรียก ‘เก้าเหมือน เก้าไม่เหมือน’ เสียงคำรามก้องกังวานดั่งเคาะตีภาชนะทองแดง ข้างปากมีหนวดเครา ใต้คางมีไข่มุก มีเกล็ดย้อนกลับ บนหัวมีเขาั (หากไม่มีจะไม่สามารถเหินขึ้นฟ้าได้) พ่นลมออกมาเป็เมฆ ซึ่งสามารถเปลี่ยนเป็น้ำหรือไฟได้
สิ่งที่หลงเฉินมองเห็นจะต้องเป็ัศักดิ์สิทธิ์อย่างแน่นอน!
อย่างไรก็ตาม ภาพัศักดิ์สิทธิ์ได้จางหายไป และเืสีแดงบนม้วนกระดาษ ‘ผนึกั’ ก็เริ่มเลือนหายไปเช่นกัน ในที่สุดมันก็หดตัวกลายเป็หยดเืสีแดงหยดหนึ่ง และลอยคว้างอยู่เบื้องหน้าหลงเฉิน!
เืหยดนี้เต็มไปด้วยคลื่นพลังที่ทำให้หลงเฉินสั่นเทิ้มไปทั้งร่างอย่างต่อเนื่อง คลื่นพลังโบราณอันคละคลุ้งด้วยโลหิตที่เขาััได้ก่อนหน้านี้รุนแรงขึ้นอีกหลายพันเท่า และหลงเฉินรู้สึกว่าหัวของตนเองกำลังจะะเิเป็เสี่ยง ๆ เขาร้องะโออกมาพร้อมดวงตาที่เบิกโพลง
และเมื่อเห็นภาพเช่นนั้น หลิงซีก็กรีดร้องออกมาด้วยความกลัว
หลงเฉินสามารถมองเห็นสิ่งที่อยู่ภายในหยดเือย่างชัดเจน ราวกับว่ามีโลกอันกว้างใหญ่ไพศาลอยู่ในนั้น โลกใบนั้นปกคลุมไปด้วยสีเืทอดยาวสุดลูกหูลูกตา รวมทั้งท้องฟ้าสีเื และมหาสมุทรสีเื
หลงเฉินรู้สึกราวกับว่าต่อให้เขาสังหารเผ่าพันธุ์มนุษย์ให้สิ้นซาก เขาก็ไม่สามารถรวบรวมเืปริมาณมากถึงเพียงนั้นได้
และหลงเฉินในตอนนี้ ดูราวกับว่าเขากำลังยืนอยู่ท่ามกลางทะเลสีเืก็ไม่ปาน!
เขามองไปยังทะเลเืไร้ที่สิ้นสุดด้วยความพรั่นพรึง ทะเลเืปั่นป่วนราวกับมีสิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่ซ่อนเร้นอยู่ข้างใต้ ซึ่งมันใหญ่โตพอที่จะเติมเต็มทะเลเืได้อย่างสมบูรณ์
หลงเฉินลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าสีเืที่ไร้ขอบเขตและมองไปยังทะเลเืเบื้องล่างด้วยร่างกายที่สั่นเทิ้ม ภายในท้องทะเลสีเืนั้นมีร่างขนาดมหึมาที่ยากจะจินตนาการได้ ร่างนั้นขดตัวอยู่ และดูราวกับ ... ั?
ในตอนนั้นเอง ที่ทั่วทั้งท้องทะเลสีเืกระเพื่อมไปมา และร่างมหึมาที่อยู่ในทะเลเืเริ่มเงยหน้าขึ้นมาอย่างช้า ๆ เสียงัคำรามที่ทำลายม่านมิติและห้วงเวลา เสียงนั้นดุดันและทิ่มแทงเข้ามาในหูของหลงเฉิน
ทันใดนั้น หลงเฉินก็ลืมตาขึ้น เขาใมากที่พบว่าตนเองยังอยู่ภายในถ้ำ และหยดเืก็เพียงลอยอยู่เบื้องหน้า
ภายในหยดเืนั้นมีัที่กำลังร้องคำรามและพลิกตัวอยู่จริง ๆ มันก่อให้เกิดคลื่นพลังที่ถาโถมเข้าสู่จิตใจของหลงเฉิน
‘ท่านพ่อ นี่มันอะไรกัน? ข้าเคยได้ยินเื่ราวในตำนานของัเขียวและัแดง และแม้แต่ัชั้นสูงอย่างัทองห้ากรงเล็บ แต่ข้าไม่เคยได้ยินเื่ของัสีเืเช่นตัวนี้เลย?!’
“หรือนี่คือ ัปีศาจเงาโลหิต ในตำนานอย่างนั้นหรือ? ไม่... ต้องไม่ใช่แน่ ๆ”
เสียงของหลิงซีดังขึ้นข้างหูของหลงเฉิน
ขณะที่หลงเฉินกำลังอยู่ในภาวะใ เืหยดนั้นก็พุ่งเข้าใส่บริเวณกลางหน้าผากของหลงเฉินด้วยความเร็วดุจสายฟ้า และซึมหายเข้าไปในหน้าผากของเขาทันที!
หลงเฉินััได้ถึงคลื่นพลังที่เย็นเยียบและหม่นหมองแพร่กระจายไปทั่วร่าง
หลงเฉินไม่สามารถทานทนกับคลื่นพลังที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้ได้เลยแม้แต่น้อย ด้วยหยดเืนี้ พลังของเขาก็อ่อนแอเกินไป หากหยดเืนั้นหมายจะสังหารเขาจริง หลงเฉินก็คงต้องตายอย่างน่าสมเพชไปนานแล้ว!
หยดเืนั้นเป็เหมือนกับยาพิษที่แพร่กระจายไปทั่วร่างอย่างรวดเร็ว ในชั่วพริบตา หลงเฉินรู้สึกราวกับว่าเขาสามารถััความรู้สึกของความตายได้อย่างชัดเจน
ตัวเขาเองรู้ดีว่าหยดเืนั้นทรงพลังเกินไปสำหรับเขา ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีเจตนาฆ่าเขาก็ตาม แต่หลงเฉินคงต้องตายเพราะมันอย่างแน่นอน
เมื่อหยดเืเข้าสู่ร่างกายของเขา หลงเฉินก็พลันนึกถึงบางสิ่งบางอย่าง หลงฉิงหลานสั่งเสียให้เขาผนึกั แต่มิได้บอกให้หลงเฉินเป็นักรบั หากมิใช่เพราะหลิงซี หลงเฉินคงไม่มีความสามารถพอที่จะคลายผนึกได้ หลงฉิงหลานคงคิดว่ากว่าจะถึงเวลาที่หลงเฉินสามารถหาคนที่คลายผนึกนี้ได้ เขาก็คงมีความสามารถมากพอที่จะทนกับหยดเืนี้ได้แล้ว แต่ทว่า หลิงซีที่มีฝีมือเก่งกาจกลับปรากฏตัวขึ้นเสียก่อน
ดังนั้น สถานการณ์ของหลงเฉินในตอนนี้จึงอันตรายอย่างมาก!
เป็เพราะผลกระทบที่ได้รับ หลงเฉินรู้สึกราวกับว่าชีวิตของตนเองค่อย ๆ อันตรธานหายไป และเริ่มหมดสติทีละน้อย
ก่อนที่เขาจะตาย เขาครุ่นคิดถึงสิ่งต่าง ๆ
‘หรือว่า... นี่คือแก่นโลหิตสืบทอด…’
‘ัในตำนานช่างเป็สิ่งมีชีวิตที่น่าสะพรึงกลัวเหลือเกิน …’
‘หากไม่มีข้า หลิงซีคงไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ทั้งหมดนี้เป็ความผิดของข้าเอง…’
ความคิดเลือนรางเ่าั้ค่อย ๆ ผุดขึ้นในจิตใจของหลงเฉิน ในหัวใจของเขา เขาแข็งขืนอย่างยิ่งกับการจากโลกนี้ไป เขายังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่จะต้องทำให้สำเร็จ และไม่ยินยอมที่จะตายลงเช่นนี้!
ในตอนนั้นเอง หยกัลึกลับในห้วงจิตก็เกิดสั่นไหวขึ้นมาอีกครั้ง ลวดลายของัสีดำค่อย ๆ ปลดปล่อยแสงสีดำจาง ๆ ออกมา พร้อมกับพลังสูบกลืนที่ปรากฏขึ้นในอากาศที่ว่างเปล่า หยดเืที่ซึมเข้าไปในร่างของหลงเฉินเปล่งเสียงร้องคำรามอย่างเกรี้ยวกราด!
มันคือเสียงัคำราม ครั้งนี้หลงเฉินได้ยินอย่างชัดเจน!
เพราะความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับหยกัลึกลับ หลงเฉินซึ่งเดิมทีกำลังเข้าใกล้ความตาย พลันกลับมามีสติอีกครั้ง ในเวลานี้ เขาััได้ว่าหยดเืัที่แพร่กระจายไปทั่วร่างกายของเขาถูกรวบรวมอย่างรวดเร็ว และมุ่งไปยังทิศทางที่แน่นอนราวกับถูกสูบเข้าไป
เมื่อเืัรวมตัวกันเป็หยดเื มันหายเข้าไปในร่างกายของหลงเฉิน และในครู่ต่อมา มันก็ปรากฏตัวอยู่ในห้วงจิต อยู่ทางด้านล่างของหยกัลึกลับพอดิบพอดี!
แก่นโลหิตสืบทอด แน่นิ่งอยู่ตรงนั้น ราวกับว่ามันกำลังถูกสะกดอยู่!
และภายในหยดเืนั้น ัศักดิ์สิทธิ์ก็ยังคงคำรามก้องอย่างต่อเนื่อง
‘หยกัลึกลับนี่คืออะไรกันแน่นะ!? แก่นโลหิตสืบทอดที่น่าสะพรึงกลัวถึงเพียงนั้นถึงได้ถูกมันสยบอย่างสมบูรณ์!’
หลงเฉินได้สติกลับคืนมาในที่สุด เขาซึ่งเพิ่งรอดพ้นความตาย ถอนหายใจอย่างโล่งอก แต่ทว่าในตอนนี้ เขารู้สึกราวกับหยดเืยังไม่ถูกหยกัดูดกลืนไปเสียทั้งหมด ยังมีเศษเสี้ยวเล็ก ๆ ที่หลงเหลืออยู่ในร่างกายของเขา
หลังจากแก่นโลหิตสืบทอดเศษเสี้ยวเล็ก ๆ ดูดกลืนเืของหลงเฉินเข้าไป มันก็แพร่กระจายทันทีและถาโถมเข้าสู่ร่างกายของเขาทั่วทั้งร่าง
ในตอนนี้ หยกัไม่ได้ขยับเขยื้อนใด ๆ อีก และคลื่นพลังแห่งความเ็ปก็เริ่มปรากฏบนิัของหลงเฉินอย่าต่อเนื่อง
**************************