ตอนที่ 12 ชีวิตก็เหมือนละคร
คุณนายโจวกำชับซ้ำ “แค่ 50 หยวนเองนี่ก็น้อยแล้วนะ ถ้าพวกเราใจร้ายละก็ ป่านนี้จับโจวเทารุ่ยส่งตำรวจไปแล้ว ฮึ ข้อหาขโมยหนักพอที่จะติดคุกได้หลายปีเลยละ!”
โจวเทารุ่ยหัวเราะนั่งลงบนเก้าอี้ข้างๆ ยิ้มก่อนจะพูดว่า “ติดคุกหรือ คงไม่ถึงคราวผมหรอกเื่ที่โจวเจี้ยนเฟิงทำ มันยังไม่ชัดเจนพออีกหรือ”
เหยียนฮุ่ยรู้อยู่แล้วว่าเื่ที่ไก่หายไปต้องเกี่ยวข้องกับโจวเทารุ่ยแน่ๆกำลังคิดจะถามให้ละเอียด ก็ได้ยินเสียงบางอย่างจากประตูบ้าน เป็เสียงไขกุญแจบ้านนั่นเองโจวหรูไห่กลับมาแล้ว
โจวหรูไห่ไม่ได้เข้ามาคนเดียวด้านหลังของเขายังมีตำรวจนายหนึ่งและผู้ชายอีกสองคนตามมา เป็เด็กหนุ่มคนหนึ่งและชายแก่อีกคนหนึ่งหนึ่งในนั้นเป็เด็กหนุ่มที่เหยียนฮุ่ยรู้จัก เพราะเขาคือเพื่อนร่วมห้องของโจวเทารุ่ยนั่นเอง
“เหล่าโจวนี่มัน...”
เหยียนฮุ่ยมองไปเห็นตำรวจก็ใเมื่อตั้งสติได้ก็ผลักโจวเทารุ่ยไปอยู่ด้านหลัง ก่อนจะเอ่ยถาม
โจวหรูไห่นำกระเป๋าวางไว้บนตู้รองเท้ามองไปยังโจวเทารุ่ย “รุ่ยรุ่ย ลูกมานี่หน่อยสิ พ่อมีเื่อยากถามมีตำรวจและเพื่อนลูกอยู่ด้วย ห้ามโกหกเด็ดขาด!”
โจวเทารุ่ยกับเพื่อนของเขามองหน้ากันถามเสียงต่ำ “นี่มันอะไรกัน ทำไมพาพ่อแล้วก็ตำรวจมาด้วย เ้าบ้า นี่มันหักหลังกันนี่!”
เพื่อนร่วมห้องที่บนใบหน้ามีรอยฝ่ามือประทับร้องไห้ออกมาก่อนจะพูดขึ้น “เทาจื่อ พวกเราบอกความจริงไปเถอะ พ่อของฉันนึกว่าคนที่ขโมยไก่ไปและเอาไก่กลับมาคืนเหมือนเดิมทั้งหมดเป็ฝีมือฉันเขาเกือบจะตีฉันตายแล้ว ฉันเลยต้องแจ้งตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือ!”
ตำรวจวัยสี่สิบกว่าที่ยืนอยู่ข้างๆมองดูเหตุการณ์ก็เกิดสงสาร เขายิ้มแล้วถามออกไป “เด็กๆ อย่ากลัวไป ฉันแค่อยากถามว่าเหตุการณ์มันเป็มาอย่างไร”
พ่อของเพื่อนโจวเทารุ่ยพูดอย่างโมโห“สวนผลไม้บ้านฉันเลี้ยงแม่ไก่เอาไว้สามสิบตัว ที่บ้านต้องพึ่งรายได้ที่ได้จากไข่แต่เมื่อสองวันก่อนพบว่ามีไก่หายไปสามตัว ถามลูกฉันก็บอกว่าไม่รู้เื่!”
ไก่สามตัวหรือ
เหยียนฮุ่ยมองไปที่โจวหมินไห่และหวังเฟิ่งสยาเห็นทั้งสองคนทำหน้าเลิ่กลั่ก เห็นได้ชัดว่าพวกเขาร้อนตัว
“หามาสองวันก็หาไม่เจอสักทีฉันก็ทำใจแล้วละ แต่ตอนบ่ายวันนี้ลูกชายฉันเดินถือกระสอบแบกไก่สามตัวกลับมาบ้านคุณคิดดูสิ...ฉันก็สงสัยว่าลูกฉันมันเป็คนเอาไก่ไปซ่อน ซักถามอยู่ครึ่งชั่วโมงมันก็ไม่ยอมรับ!”
พ่อของเพื่อนร่วมชั้นะเิอารมณ์ออกมาพูดไปก็เตรียมจะตีลูกชายตัวเองไป
ตำรวจคอยห้ามเอาไว้“นี่ๆ ไม่อนุญาตให้ใช้กำลังกันนะ ฉันพาคุณมาทำความเข้าใจกับเื่นี้ไม่ใช่หรือเด็กๆ พวกเธอพูดความจริงออกมาสิ!”
โจวเทารุ่ยยิ้มชั่วร้ายออกมา
“คุณลุงตำรวจไก่สามตัวนี้เพื่อนผมไม่ได้เป็คนขโมยจริงๆ แค่หลังจากที่มีคนอื่นมาขโมยไปผมก็ช่วยเพื่อนตามไปเอากลับคืนมา เพื่อนของผมโดนด่าแบบนี้ ต้องใช้ความอดทนมากแค่ไหน!”
ตำรวจได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้วเข้าหากัน“คนอื่นขโมยหรือ พวกที่ขโมยเป็นิสัยฉันก็รู้จักหมด เธอรู้ไหมว่าเป็ใครดูแล้วฉันคงต้องหาคนที่ขโมยไก่มาคุยกันหน่อยแล้ว!”
พอได้ยินว่าตำรวจกล่าวถึงคนที่ขโมยไก่โจวหมินไห่กับหวังเฟิ่งสยาก็แทบตกจากเก้าอี้ สีหน้าเปลี่ยนเป็ซีดขาว
ั้แ่่ฤดูใบไม้ผลิตำรวจได้ทำการปราบปรามมาโดยตลอด กำจัดการโจรกรรมและการลักพาตัวให้หมดไปถ้าโจวเทารุ่ยให้โจวเจี้ยนเฟิงออกมารับผิดได้ละก็...
โจวเทารุ่ยยิ้มและมองไปที่อารองและอาสะใภ้ตั้งใจที่จะไม่พูด จนกระทั่งสีหน้าของโจวหมินไห่เปลี่ยนเป็ซีดขาว เขาจึงพูดออกมาอย่างเนิบช้า
“ใครขโมยไปผมก็ไม่แน่ใจแต่ผมได้ยินมาว่าบ้านอารองเก็บไก่มาได้สามตัวดังนั้นผมก็เลยพาเพื่อนของผมไปดูสักหน่อย ปรากฏว่ามันเป็ของบ้านเพื่อนผมจริงๆ!”
โจวหมินไห่ปาดหน้าผากที่ตอนนี้เหงื่อไหลซึมออกมา
“ใช่ๆสองวันก่อนฉันเก็บไก่มาได้สองสามตัวพอดี ได้ยินรุ่ยรุ่ยบอกว่าไก่ที่บ้านเพื่อนหายไปดังนั้นฉันเลยมาถามดูว่าไก่พวกนั้นคืนให้เ้าของหรือยัง”
น้ำเสียงของโจวหมินไห่สั่นเล็กน้อยเขาไม่กล้าสบตากับตำรวจ กลัวว่าตำรวจจะเห็นพิรุธ
ตำรวจอุทาน‘อ้อ’ ออกมา และไม่ได้ซักถามรายละเอียดเพิ่ม โบกมือพร้อมกับพูดว่า“ในเมื่อความจริงปรากฏแล้ว ถ้าอย่างนั้นฉันขอตัว จำไว้ละกันทีหลังอย่าสักแต่จะตีเด็ก ตอนนี้กฎหมายสังคมได้รับการสนับสนุนทำร้ายคนอื่นผิดกฎหมาย!”
หลังจากที่ตำรวจจากไปพ่อของเพื่อนร่วมชั้นโจวเทารุ่ยก็กล่าวขอบคุณโจวเทารุ่ยและโจวหมินไห่ ก่อนจะพาลูกที่ตัวเองเกือบจะตีตายกลับไปภายในห้องตกอยู่ในความเงียบ
โจวซ่านซ่านที่นิ่งเงียบมาตลอดส่งเสียง ‘ฮึฮึ’ หัวเราะออกมา
“ซ่านซ่านลูกหัวเราะอะไรหรือ” โจวหรูไห่ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง เขายังสงสัยอยู่เลยว่าแม่น้องชาย และน้องสะใภ้มาที่นี่ได้อย่างไร
โจวซ่านซ่านกระแอมในลำคอกวาดสายตาไปที่โจวหมินไห่และคุณนายโจว หัวเราะเบาๆ ออกมา “อารองของฉันปรับตัวเก่งจริงๆนับวันยิ่งเก่งขึ้นเรื่อยๆ พบคนก็พูดคน พบผีก็พูดผี”
สีหน้าของโจวหมินไห่ยังคงซีดอยู่ทำไมเขายังมีหน้ามายืนอยู่ที่นี่เวลานี้ต่อ เื่วุ่นวายใหญ่โตขนาดนี้ น่าขายหน้าที่สุด!
“ยังมัวยืนทำอะไรอยู่อีก กลับบ้านไปทำกับข้าวได้แล้ว!”
โจวหมินไห่ระบายความโกรธลงที่หวังเฟิ่งสยาทำตัวโง่เขลากันทั้งนั้น ไม่อย่างนั้นป่านนี้เขาคงได้นั่งดื่มและดูละครอยู่ที่บ้านแล้ว!
หวังเฟิ่งสยาลุกขึ้นระบายความโกรธลงที่คุณนายโจว “ฉันบอกแล้วว่าไก่พวกนั้นเลี้ยงไว้ไม่ได้ แต่แม่ก็ยัง้าผลประโยชน์ไม่ต้องรอให้แก่ตายหรอก สักวันครอบครัวก็ต้องถูกทำลายเพราะมือแม่นั่นแหละ!”
โจวหมินไห่กับหวังเฟิ่งสยาเดินออกจากบ้านไปคุณนายโจวคว้าไม้เท้าแล้วยืนขึ้น กวาดตามองไปรอบๆ มือหยิบกระติกน้ำร้อนลายดอกโบตั๋นสีแดงที่เพิ่งซื้อมาจากบนโต๊ะแล้วหยิบกระเบื้องเคลือบสองใบมาถือไว้ในอ้อมแขน ก่อนจะเดินจากไปอย่างรวดเร็ว
เหยียนฮุ่ยมองอย่างเ็าไปที่คุณนายโจวที่หยิบของบ้านตัวเองไปทว่าเธอก็ไม่รั้งเอาไว้ เพียงแต่ตอนที่คุณนายโจวกำลังจะเดินออกจากบ้านเธอก็ถามขึ้นมาทันทีว่า “แม่ คนที่ชื่อโหวกุ้ยจือได้ไปหาแม่หรือเปล่า”
สีหน้าคุณนายโจวเปลี่ยนไปพูดเลี่ยงๆ ว่า “โหวกุ้ยจืออะไร ฉันไม่รู้หรอก นี่เป็แม่แท้ๆ ของนังเด็กบ้านั่น ฉันเกี่ยวข้องอะไรด้วย”
พูดจบคุณนายโจวก็เดินออกไปราวกับจะรีบหนี
สีหน้าของโจวหรูไห่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิดที่มีแม่ไร้เหตุผลแบบนี้หลายปีมานี้เหยียนฮุ่ยได้รับความลำบากมาไม่น้อย โชคดีที่เธอใจกว้างไม่ได้เก็บเื่ของคุณนายโจวมาคิดมาก ไม่เช่นนั้นครอบครัวคงจะแตกไปนานแล้ว
“คุณดูสิเื่ของซ่านซ่านฉันรู้อยู่แล้วว่าต้องมีส่วนเกี่ยวของกับคุณนายโจวไม่อย่างนั้นโหวกุ้ยจือจะรู้ได้อย่างไรว่าซ่านซ่านเรียนที่ไหนชั้นอะไรแล้วจะรู้ได้อย่างไรว่าบ้านของพวกเราอยู่ที่ไหน”
เื่นี้เกี่ยวกับโจวซ่านซ่านทำให้เหยียนฮุ่ยโกรธมากซ่านซ่านเป็เด็กที่เธอเก็บมาเลี้ยง เดิมทีก็มีไม่กี่คนที่รู้เื่นี้แต่ตอนนี้ถูกตัวก่อเื่อย่างโจวเจี้ยนเฟิงเปิดเผย เกรงว่าทั้งโรงเรียนจะรู้ที่มาของซ่านซ่านเข้าแล้ว
โจวซ่านซ่านมองออกว่าเหยียนฮุ่ยคิดอะไรอยู่
“แม่ไม่ว่าคนอื่นจะมองอย่างไร หนูก็ไม่สนใจทั้งนั้น หนูยังยืนยันคำเดิมพ่อของหนูชื่อโจวหรูไห่ แม่ชื่อเหยียนฮุ่ย ทั้งชีวิตนี้ก็ไม่มีวันเปลี่ยนแปลง!”
เหยียนฮุ่ยยิ้มอย่างอ่อนโยน“แม่แค่กลัวว่าลูกอยู่ที่โรงเรียนแล้วจะลำบาก กลัวว่าจะถูกเพื่อนๆ ล้อเอา”
โจวซ่านซ่านส่ายศีรษะมองเห็นโจวเทารุ่ยก็หัวเราะขึ้นมา “มีน้องชายบ้าระห่ำแบบรุ่ยรุ่ยอยู่ด้วยใครจะกล้ามาล้อหนู อีกอย่างเื่ที่หนูใช้ก้อนอิฐนั่นน่ะ คนแทบทั้งโรงเรียนคงจะถอยห่างจากหนูไปไกลเลยละ”
โจวเทารุ่ยหัวเราะเสียงดัง“อืม ตอนนี้พี่เป็ที่รู้จักในนามฮีโร่หญิงของโรงเรียนเราแล้ว ต่อไปผมต้องคอยระวังพี่ถึงจะถูก!”
ยากที่จะเห็นเหยียนฮุ่ยไม่เตะก้นโจวเทารุ่ยเธอหัวเราะเบาๆ “ลูกสาวแม่กล้าหาญขนาดนี้ แม่ก็วางใจแล้ว”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่https://www.readawrite.com/a/47bf20e5d76e59aa0c6e1272c50d9d1a