ตอนที่ 4 พี่สาว
อาซานไม่อาจยั้งหยุดฝ่ามือได้อีกต่อไป สองมือหนาโลมเล้าลูบไล้ไปทั่วเรือนร่างของหลานฉิงอย่างช่ำชอง จากเนินอกอวบอิ่ม ไถลลงสู่เอว ก่อนจะเคลื่อนต่ำลงไปยัง่ล่าง ปลายนิ้วเฟ้นคลึงวนเวียนบนเรียวขาอ่อนเนียนนุ่มอย่างเชื่องช้าละเมียดละไม ก่อนจะค่อย ๆ สอดแทรกแทรกเข้าใกล้จุดเร้นรักระหว่างโคนขา
หลานฉิงส่งเสียงครางหวานก้องกังวานชัดเจนยิ่งขึ้น เรือนร่างบางสั่นสะท้านระริก ก่อนจะเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบาและขาด่เป็ระยะ
“อ่าา…ท่านอาซาน…ได้โปรด…เช็ดชำระข้า…ให้สะอาดสิ้นเถิดเ้าค่ะ…อื้อออ”
อาซานยกยิ้มมุมปากอย่างได้ใจ มือหนาอันเชี่ยวชาญจากบทบาทในงานเก่า ค่อย ๆ ทาบลงบนเนินบุปผาตรงหว่างขาของนาง
เขาออกแรงเช็ดถูเบา ๆ ไปมาอย่างใจเย็น ไร้ซึ่งความรีบร้อน ทำเพียงค่อย ๆ จุดประกายไฟเสน่หาของนางให้ลุกโชนทีละน้อย ปลายนิ้วบรรจงเน้นกดผ่านเนื้อผ้าบางเบาที่เปียกชื้น จนััได้ถึงความร้อนผ่าวและความชุ่มชื้นที่หยาดเยิ้มซึมออกมา
หลานฉิงส่งเสียงครางกระสันตามจังหวะการเคลื่อนไหวของฝ่ามือ
“อืม…อา…ซาน…อ๊าา”
อาซานเริ่มเร่งจังหวะมือขึ้น ฝ่ามือทาบทับและถูไถอย่างหนักแน่นยิ่งขึ้น ขณะที่มืออีกข้างยังคงบีบคลึงเนินอกอวบอิ่มไปพร้อม ๆ กัน แก่นกายแข็งขึงของเขาบดเบียดเสียดสีไปกับแผ่นหลังและสะโพกงอนงามอย่างรุนแรงขึ้นทุกขณะ
“อ่าา…ซี้ดดด…อาาา”
ััแแ่เสียดสีนั้น ส่งผลให้คนทั้งสองทอดถอนลมหายใจหอบกระหืดกระหอบอย่างปิดไม่มิด
ภาพอันเร่าร้อนเบื้องหน้านี้…หากอยู่ในกองถ่ายหนังโป๊ มันคงเป็ฉากไคลแมกซ์สำคัญที่ผู้กำกับต้องะโสั่งให้กล้องเดินหน้าเข้าซูมภาพความชิดใกล้แบบเน้น ๆ
ทว่าในทันใดนั้น…!
“กริ๊ง!”
ััรังสีฆ่าฟันอันคมกริบพุ่งแหวกอากาศตรงเข้ามา
“เ้าบังอาจทำอะไรกับน้องสาวข้า?!”
เสียงตวาดเข้มของสตรีดังก้องมาจากเื้ั
อาซานเอี้ยวตัวหันกลับไปมองในพริบตา ภาพที่ปรากฏตรงหน้าทำเอาเขาชะงักงัน ร่างของหญิงสาวในชุดนักสู้สีเข้ม พุ่งทะยานเข้าหาเขาด้วยความเร็วสูง คมดาบเงาวับในมือตวัดสับลงมาหมายชีวิตตรง ๆ
อาซานเอียงกายหลบตามสัญชาตญาณจากฉากต่อสู้ที่ซ้อมมานับร้อยรอบ ทว่าคมดาบยังคงตวัดเฉือนเข้าที่ไหล่ซ้ายของเขาเข้าอย่างจัง ความเ็ปแล่นเสียบแทรกเข้าไปในเนื้อ เขาทรุดกายเซถอยหลัง ก่อนจะล้มลงกองกับพื้นดินริมลำธาร
นักสู้สาวก้าวเข้ามายืนนคร่อมอยู่เหนือร่างเขา ปลายดาบชำเลืองจ่อชิดลำคอ ั์ตาทอดมองมาด้วยความเ็าและเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ ครั้นเมื่อนางเหลือบไปเห็นหลานฉิงที่อยู่เื้ั…ซึ่งกำลังอยู่ในสภาพอาภรณ์ยับเยินหลุดลุ่ย นวลแก้มแดงระเรื่อ และท่าทางกระหืดกระหอบที่ยังไม่ทันได้จัดระเบียบร่างกาย ความเข้าใจผิดอันใหญ่หลวงก็ก่อตัวขึ้นทันที
“เ้า…เ้ากล้าทำหยามเกียรติ…ทำร้ายน้องสาวข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ!”
นางเงื้อดาบขึ้นสูงอีกครั้ง พร้อมจะสะบั้นลงมาตัดหัวเขาให้ขาดกระเด็น
“ท่านพี่! หยุดก่อนเ้าค่ะ!”
หลานฉิงรีบส่งเสียงะโเรียกรั้งสติ พลันโถมกายวิ่งเข้ามาโอบบังขวางกั้นอยู่ระหว่างอาซานกับพี่สาวของนางทันที
“ไม่ใช่อย่างนั้นนะเ้าคะ! ท่านผู้นี้ไม่ได้ทำร้ายข้า เขาคือผู้บริสุทธิ์ที่ช่วยชีวิตข้าไว้จากพวกโจรชั่วต่างหาก! ท่านพี่…ได้โปรดวางดาบลงก่อนเถิดเ้าค่ะ!”
นักสู้สาวชะงักกึก คมดาบที่กำลังจะฟันลงมาหยุดค้างอยู่กลางอากาศ
นางจ้องมองหลานฉิงด้วยสายตาเข้มงวด ก่อนจะค่อย ๆ หรี่ตามองอาซานที่ยังคงกุมาแอยู่บนพื้น โดยมีเืสีแดงสดซึมออกมาจากไหล่ซ้าย
บรรยากาศความเร่าร้อนวาบหวิวเมื่อครู่ พลันพลิกผันกลายเป็ความตึงเครียดและเงียบสงัดลงในพริบตา
แม้ปลายดาบจะลดต่ำลง ทว่าั์ตาคมกริบของนักสู้สาวกลับยังฉายแววคลางแคลงใจ นางหันไปจ้องมองน้องสาวที่เสื้อผ้าหลุดลุ่ยพลันเอ่ยถามเสียงเข้ม
“หากเขาไม่ได้คิดทำร้ายเ้า…แล้วเหตุใดสภาพของเ้ากับเขาถึงได้…วาบหวิวชวนเข้าใจผิดถึงเพียงนี้?”
นวลแก้มของหลานฉิงร้อนผ่าวขึ้นมาทันที นางก้มหน้าหลบสายตาพี่สาว พลันเอื้อนเอ่ยตอบเสียงอ้อมแอ้ม
“คือ…คือว่าบนกายข้ามีรอยโคลนแปดเปื้อน…ท่านอาซานเห็นว่าข้าเช็ดหลังไม่ถึง จึง…จึงช่วยใช้น้ำลำธารเช็ดถูให้ข้าเฉยๆ เ้าค่ะ!”
นางเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองประเมินน้องสาวที่เขินอายจนหูและลำคอแดงไปหมด ก่อนจะเบือนสายตากลับมามองชายหนุ่มที่นอนกุมาแอยู่บนพื้น
อาซานเองก็ใช้สายตาที่ผ่านการมองสรีระหญิงสาวในกองถ่ายนับร้อยนับพันคน พินิจพิจารณารูปร่างและใบหน้าของนักสู้สาวตรงหน้า พลันแอบเปรียบเทียบกับน้องสาวในใจอย่างอดไม่ได้…

หากหลานฉิงผู้เป็น้องสาวคือความงดงามสายอ่อนหวาน เรือนร่างอวบอัด นุ่มหยุ่น และยั่วยวนชวนให้หลงใหล…สตรีชุดดำตรงหน้า กลับเป็ความงดงามอีกขั้วหนึ่งโดยสิ้นเชิง
นางไม่ได้มีรูปร่างอวบอัดนุ่มมือเท่าผู้เป็น้องสาว ทรวดทรง่อกไม่อวบทะลักเย้ายวนเท่า ทว่ากลับถูกทดแทนด้วยเรือนร่างสูงโปร่ง หน้าท้องราบเรียบกระชับ และทรวดทรงอันแข็งแกร่งทรงพลังตามแบบฉบับสตรีผู้ฝึกยุทธ์
ผิวกายของนางไม่ได้ซีดบางขาวสนิททว่าซับสีน้ำผึ้งจาง ๆ เรือนผมสีดำสนิทถูกรวบเกล้าขึ้นเป็มวยสูงครอบด้วยกู่เกล้าผมลายโบราณ เผยลำหงส์ผ่องและปอยผมเปียกเหงื่อคลอเคลียข้างแก้ม ใบหน้าเรียวเฉี่ยวฉาบทาด้วยั์ตาคมสีน้ำตาลอ่อนที่จดจ้องมาอย่างเยือกเย็นและดุร้าย บนโหนกแก้มใสมีรอยกระเล็ก ๆ ประปรายจาง ๆ ซึ่งยิ่งขับให้ใบหน้าอันคมเข้มและดุดันของนางดูมีเสน่ห์แปลกใหม่ สวยคม แข็งแกร่ง และชวนให้ปรารถนาจะสยบลงใต้ร่างไม่แพ้กัน
“ถ้าน้องสาวคือบทนางเอกสายหวานที่ถูกกระทำ…พี่สาวคนนี้ก็คือบทนักสู้สายดุชัด ๆ”
อาซานคิดในใจอย่างขำ ๆ
นางยอมถอยให้ก้าวหนึ่ง เก็บบรรจุดาบเข้าฝัก พลันประสานมือเอ่ยกับอาซานด้วยน้ำเสียงนบนอบขึ้นเล็กน้อยแต่ยังคงแข็งกร้าว
“ข้ามีนามว่า ‘หลานซี’ เป็พี่สาวของหลานฉิง…เมื่อครู่ข้าใช้อารมณ์ชั่ววูบและเข้าใจผิดไป ต้องขออภัยท่านจอมยุทธ์ด้วยที่พลั้งมือทำร้ายท่าน”
อาซานที่ยังนั่งกุมแผลไหล่ซ้ายซึ่งมีเืซึม เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะฝืนยิ้มกวน ๆ
“ข้ามีนามว่าอาซาน…ไม่เป็ไรหรอกแม่นางหลานซี ดีเท่าไหร่แล้วที่ฟันลงมาแค่ไหล่ ถ้าขยับอีกนิด หัวข้าคงหลุดไปวิ่งเล่นบนพื้นแล้ว”
คำแซวตรงไปตรงมาผสานสำนวนแปลกหู ทำให้นักสู้สาวชุดดำอย่างหลานซีถึงกับชะงัก ชายหนุ่มผู้นี้โดนดาบฟันจนเืไหล แต่กลับยังมีอารมณ์มายิ้มและพูดจาตลกร้ายใส่ได้อย่างหน้าตาเฉย
“ท่านอาซาน! เืไหลไม่หยุดแล้วนะเ้าคะ!”
หลานฉิงร้องขึ้นด้วยความใ รีบตรงเข้ามากดาแบนไหล่เขาไว้ นำผ้าสะอาดชุบน้ำลำธารมาเช็ดคราบเือย่างเบามือ แล้วใช้ผ้าบางฉีกพันระงับเืไว้อย่างชำนาญ
“าแลึกไม่น้อย…พวกเราควรรีบกลับไปที่หมู่บ้านเถิดเ้าค่ะ ที่บ้านข้ามีสมุนไพรห้ามเืและสมานแผล ข้าจะรักษาให้ท่านเอง”
ทั้งสามคนจึงออกเดินทางออกจากป่า มุ่งหน้าไปตามเส้นทางดินลูกรัง ระหว่างทางเดิน อาซานที่ได้เห็นท่าทางการพันแผลอันคล่องแคล่วของหญิงคนน้อง จึงเอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
“หลานฉิง…ท่าทางเชี่ยวชาญแบบนี้ เ้าเป็หมอหรอกหรือ?”
หลานฉิงเอียงหน้ามองเขา พลันแย้มยิ้มบาง ๆ อย่างถ่อมตน
“ข้ายังไม่กล้ารับคำว่า ‘หมอ’ หรอกเ้าค่ะ เพียงแค่พอมีความรู้เื่พฤกษาสมุนไพรและการตำรับยารักษาาแอยู่บ้างเท่านั้นเอง”
“อย่าไปเชื่อความถ่อมตัวของนางเลย”
หลานซีในชุดฮั่นฟูสีดำที่เดินนำหน้าเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“หลานฉิงน่ะ มีฝีมือการรักษาและปรุงยาเก่งที่สุดในหมู่บ้านพวกเราแล้ว ชาวบ้านเจ็บไข้อะไรก็ต้องมาพึ่งนางทั้งนั้น”
พอโดนพี่สาวอวยต่อหน้าชายหนุ่ม หลานฉิงก็แก้มซับสีเืฝาดด้วยความเขินอาย นางรีบเอ่ยแก้เขินด้วยการหันไปชมพี่สาวกลับทันที
“ท่านพี่ก็พูดเกินไป…หากพูดถึงเื่เก่ง ท่านพี่ต่างหากเล่าที่เป็นักดาบที่เก่งที่สุดในหมู่บ้านของพวกเรา”
หลานซีฟังคำชมของน้องสาวแล้วได้แต่ยิ้มจาง ๆ ทว่าดวงตาคู่คมสีน้ำตาลอ่อนกลับแฝงรอยความหนักใจ นางทอดถอนหายใจออกมาเบา ๆ
“หากข้าเก่งกาจเช่นนั้นจริง ข้าคงปราบพวกกลุ่มโจรชั่วที่คอยระรานหมู่บ้านเราให้หมดสิ้นไปได้ตั้งนานแล้ว”
อาซานเดินฟังคำสนทนาของสองพี่น้องเงียบ ๆ ั์ตาคมกริบฉายแววครุ่นคิด คำว่า *‘โจรชั่วคอยระราน’* ดังก้องอยู่ในหัวของเขา…
ดูเหมือนว่ายุทธภพแห่งนี้ จะไม่ได้มีแค่ความงดงามและเสน่หาของสาว ๆ แต่มีเื่ราวมากมายที่เกิดขึ้นอย่างกับในภาพยนตร์ยุทธภพที่เขาเคยได้ดู