คำว่า "วิ่ง" ของชายลึกลับคนนั้น คือประกายไฟที่จุดชนวนสัญชาตญาณสุดท้ายที่เหลืออยู่ของอริสรา
เธอไม่คิด ไม่ลังเลอีกต่อไป สองเท้าที่สั่นเทาออกแรงถีบพื้นพุ่งไปข้างหน้า ความเ็ปที่แขนและร่างกายกลายเป็เพียงเสียงรบกวนจางๆ ที่ถูกกลบด้วยเสียงหัวใจที่เต้นรัวราวกับกลองศึกในอก
ภาพรอบตัวพร่าเลือนกลายเป็เส้นสีที่วิ่งผ่านไป เธอไม่สนใจรัศมีแสงที่น่าเวียนหัว ไม่สนใจเสียงครวญครางที่กัดกินจิตใจอีกต่อไป เป้าหมายมีเพียงหนึ่งเดียว... ประตูเหล็กที่มีป้ายสีเขียวเรืองรองอยู่เหนือขึ้นไป
เหล่าเงาที่เคยคืบคลานอยู่ตามทางเดินหดตัวกลับเข้าเงามืดเมื่อเธอวิ่งผ่าน พวกมันไม่ได้หายไปไหน แต่กำลังจับจ้องเธอด้วย "สายตา" ที่มองไม่เห็น... เป็สายตาที่ผสมปนเปกันระหว่างความละโมบในพลังของเธอกับความหวาดระแวงในแสงสีเงินที่เพิ่งสลายสหายของมันไป
โครม!
ร่างของเธอพุ่งกระแทกเข้ากับประตูเหล็กอย่างแรง มือผลักบานประตูที่หนักอึ้งออกสุดแรงเกิด...
และในที่สุด... เธอก็หลุดออกมาได้
อากาศเย็นๆ ที่ชื้นไปด้วยละอองฝนยามค่ำคืนปะทะเข้ากับใบหน้าของเธอเต็มๆ กลิ่นดินและใบไม้เปียกฝนช่วยชะล้างกลิ่นยาฆ่าเชื้อและกลิ่นอายแห่งความตายที่ติดอยู่ในจมูกของเธอจนหมดสิ้น ความเงียบสงัดของลานจอดรถโรงพยาบาลในยามดึกเป็เหมือนยาที่ช่วยปลอบประโลมโสตประสาทที่ถูกทารุณกรรมมาอย่างหนัก
อริสรายืนหอบอยู่ตรงนั้น พิงบานประตูที่เพิ่งผ่านมาไว้เพื่อทรงตัว โลกภายนอกดูเป็ปกติ... แสงไฟถนนสีส้ม... รถยนต์ที่จอดนิ่งอยู่ในช่อง... ไม่มีเงาประหลาด ไม่มีแสงสีรุ้งแห่งอารมณ์... หรือว่าทั้งหมดนั้นเป็เพียงฝันร้ายที่เกิดขึ้นเฉพาะ "ข้างใน" กันแน่?
เธอรู้สึกปลอดภัยขึ้นมาเป็ครั้งแรกในรอบหลายชั่วโมง...
...และนั่นคือความผิดพลาดที่ร้ายแรงที่สุด
ความรู้สึกเหมือนถูกจ้องมองแล่นวาบขึ้นมาที่แผ่นหลัง มันไม่ใช่การจ้องมองที่หิวโหยแบบพวกเงา แต่เป็สายตาที่เ็า... เฉียบคม... และกำลัง "ประเมินค่า"
สายตาของเธอค่อยๆ กวาดไปทั่วลานจอดรถที่ว่างเปล่า... และก็ไปหยุดอยู่ที่รถเก๋งสีดำสนิทคันหนึ่งที่จอดอยู่ในเงาใต้ต้นไม้ใหญ่ มันไม่ได้ติดเครื่องยนต์ ไฟทุกดวงดับสนิท แต่เธอกลับรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่ามีคนอยู่ข้างใน
แล้วประตูรถทั้งสองบานก็เปิดออก... พร้อมเพรียงกันราวกับนัดหมาย
ชายสองคนในชุดสูทสีเทาเข้มที่ตัดเย็บอย่างประณีตจนดูผิดที่ผิดทางก้าวออกมา พวกเขาสูงใหญ่และมีท่วงท่าที่สงบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยพลังที่น่าอึดอัด การเคลื่อนไหวของพวกเขาราบรื่นและไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ
เมื่อแสงไฟจากเสาไฟฟ้าสาดส่องไปกระทบใบหน้าของพวกเขา อริสราก็เห็นดวงตาที่จ้องตรงมายังเธอ... และวินาทีนั้นเองที่เธอรู้ว่าตัวเองไม่ได้ปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย
ดวงตาของพวกเขา... ส่องประกายสีทองจางๆ ที่เย็นเยียบ...
ชายทั้งสองไม่ได้พูดอะไร พวกเขาเพียงแค่เริ่มก้าวเดินตรงมาหาเธออย่างช้าๆ แต่มั่นคงทุกย่างก้าว
หัวใจของอริสราที่เพิ่งจะเริ่มสงบลง... บัดนี้กลับร่วงหล่นลงไปถึงตาตุ่ม ความจริงอันโหดร้ายกระแทกเข้าใส่เธออย่างจัง
เธอหนีจากฝูงหมาป่า... เพื่อมาเจอกับพราน
สัญชาตญาณะโก้องในหัวของอริสราอีกครั้ง... หนี!
ไม่มีทางเลือกอื่น เธอหันหลังกลับและออกวิ่งสุดชีวิตอีกครั้ง ไม่สนใจความเ็ป ไม่สนใจความอ่อนล้า เป้าหมายไม่ใช่ป้ายทางออกอีกต่อไป แต่เป็ความมืดของถนนเบื้องหน้า... ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ที่นี่!
แต่เธอวิ่งไปได้เพียงสามก้าว...
ชายในชุดสูทคนหนึ่งที่อยู่ใกล้กว่าเพียงแค่ยกมือขวาขึ้นมาในท่าห้าม...
ทันใดนั้น! แรงกดดันมหาศาลที่มองไม่เห็นก็กระแทกเข้าใส่ร่างของเธออย่างจัง มันหนักหน่วงกว่าแรงโน้มถ่วงนับร้อยเท่า รุนแรงเสียจนเข่าของเธอทรุดลงกระแทกกับพื้นคอนกรีตที่เปียกชื้นอย่างแรง อากาศถูกบีบออกจากปอดจนหมดสิ้น เธอกระอักออกมา ทำได้เพียงใช้สองมือยันพื้นไว้ไม่ให้ใบหน้าแนบลงไปกับพื้นลาดยางที่เย็นเฉียบ
มันเป็พลังที่แตกต่างจากพวกเงาโดยสิ้นเชิง... ไม่มีความวุ่นวาย ไม่มีความหิวโหย... มีแต่ความสงบอันหนักแน่น... และอำนาจที่สมบูรณ์แบบ
ชายสองคนเดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธอ พวกเขามองลงมาด้วยสายตาที่ไร้ซึ่งอารมณ์ใดๆ ราวกับกำลังมองดูแมลงที่ต้องถูกกำจัด
"อริสรา... วงศ์วฤตระ" ชายคนแรกเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเขาราบเรียบและเย็นเยียบราวกับแผ่นน้ำแข็ง "ในนามแห่ง 'ระเบียบแห่งจักรวาล' และตามอำนาจแห่งสนธิสัญญาทิพย์... สถานะของคุณถือเป็ภัยคุกคามที่ต้องถูกควบคุม"
ชื่อ... พวกเขารู้ชื่อ "วงศ์วฤตระ" ของเธอได้อย่างไร? ชื่อที่เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่กลับรู้สึกคุ้นเคยอย่างน่าประหลาดในส่วนลึกของจิตใจ
"พวกคุณเป็ใคร... ้าอะไรจากฉัน?" เธอเค้นเสียงถามผ่านความเ็ปและความจุก
ชายคนที่สองก้าวมาข้างหน้าเล็กน้อย ดวงตาสีทองของเขาส่องประกายเ็า "จงอย่าต่อต้าน" เขากล่าว "นี่คือการชำระล้าง... ไม่ใช่การลงทัณฑ์ เรามาเพื่อช่วยให้เธอหลุดพ้นจากมลทินที่อยู่ในสายเื"
คำว่า "ชำระล้าง" และ "มลทิน" จุดประกายไฟบางอย่างขึ้นในใจของอริสรา มันคือความหยิ่งทะนงและความโกรธเกรี้ยวที่เธอเคยััในความมืดระหว่างความเป็ความตาย... ความรู้สึกของการถูกตีตราอย่างไม่เป็ธรรม!
"อย่า... มายุ่ง... กับฉัน!!!"
เธอแผดเสียงกรีดร้องออกมาสุดลมหายใจ!
มันไม่ใช่เสียงกรีดร้องธรรมดา แต่เป็เสียงที่อัดแน่นไปด้วยพลังดิบและความตั้งใจอันแรงกล้าที่จะปฏิเสธชะตากรรมที่พวกเขายัดเยียดให้!
วูม!
คลื่นพลังงานดิบสีดำแดงะเิออกจากร่างของเธอเป็วงกว้าง มันไม่ใช่พลังที่ถูกควบคุม แต่เป็การปะทุของอารมณ์ล้วนๆ แรงกดดันที่มองไม่เห็นซึ่งพันธนาการเธออยู่สั่นะเือย่างรุนแรงและสลายไปชั่วขณะ!
อริสราได้อิสรภาพกลับคืนมา เธอใช้จังหวะนั้นดีดตัวลุกขึ้นยืน โซซัดโซเซถอยหลังไปสองสามก้าว หอบหายใจอย่างหนักหน่วง รอยสักอสรพิษบนแขนของเธอเรืองแสงสีแดงเข้มขึ้นจนมองเห็นได้ชัดแม้ในความมืด
ชายในชุดสูททั้งสองมองเธอด้วยสายตาที่เปลี่ยนไปเป็ครั้งแรก... ความประหลาดใจฉายชัดขึ้นมาในดวงตาสีทองของพวกเขา... ปะปนไปกับความไม่พอใจที่เหยื่อของตนสามารถดิ้นหลุดจากการควบคุมได้