บทที่ 16 เตรียมจัดวางแผงค้าขาย
แม้ซูซีหัวจะอธิบายโดยละเอียด ทว่ายามนี้อิงเถาก็ยังคงสับสนงุนงง
ครู่ต่อมานางกระแอมสองสามที จากนั้นหยิบกระดาษและพู่กันขึ้นมาวาดรูปเตาเหล็ก แล้วอธิบายลักษณะแป้งสองชั้นและน้ำราด
ในห้องนั้นเงียบสงัด
ผ่านไปนานพอสมควร ซวนเจี่ยวเปรยออกมาว่า “คุณหนูสิ่งที่ท่านกล่าวมานั้น ข้าไม่เข้าใจเลยเ้าค่ะ”
ในเมืองหลวงที่ใหญ่โตนี้ ยังไม่เคยมีสิ่งแปลกประหลาดเช่นนี้มาก่อน
ซูซีหัวลูบจมูกพลางกล่าว “เช่นนั้นลองไปทำดูก่อนดีหรือไม่?”
หากทำไม่สำเร็จก็ยังมีจีตั้นปิ่ง*[1]อยู่
สาวใช้ทั้งหลายจ้องมองกันและพยักหน้าพร้อมเพรียง
คุณหนูและสาวใช้จึงเข้าไปในครัว หยิบแป้งและเริ่มคิดวิธีการในตอนแรกเป็เื่ของแป้ง หลังจากลองผิดลองถูกไปหนึ่งชั่วยามจึงค่อย ๆ แก้ปัญหาได้
ซวนเจี่ยวและอิงเถากำลังยุ่งอยู่กับน้ำราด ซึ่งบ่อยครั้งที่ต้องทิ้งทั้งหม้อไป หลังผ่านไปหนึ่งชั่วยาม น้ำราดก็ถูกเททิ้งไปหลายสิบหม้อแล้ว
ซูซีหัวมองด้วยความเวทนา “ไม่มีสูตรที่แน่นอนเลยหรือ?”
นางรู้แค่ว่ามีซอสและวิธีทำแป้ง แต่หลังจากลองผิดลองถูกไปหนึ่งชั่วยามแล้วก็ยังไร้ผล ซูซีหัวจึงสับสนวุ่นวาย หรือว่าข้าจำผิดไป
ใคร่ครวญครู่หนึ่ง ซูซีหัวจึงสั่งให้ซวนเจี่ยวทำน้ำราดอีกหม้อ
ซวนเจี่ยวลังเล “...คุณหนู คาดว่าคงไม่สำเร็จเ้าค่ะ”
“ลงมือทำก่อนเถิด”
ซวนเจี่ยวและอิงเถาสบสายตากันจากนั้นก็เริ่มลงมือทำ
ขณะที่ซวนเจี่ยวกำลังเทน้ำลงในแป้ง ซูซีหัวพลันร้องเรียกขึ้นมา “เติมน้ำมันเข้าไป”
ซวนเจี่ยวหยุดชะงัก แล้วเทน้ำมันลงในหม้ออย่างคล่องแคล่ว
“คนให้เข้ากัน”
“เ้าค่ะ”
ความทรงจำของซูซีหัวค่อย ๆ ฟื้นคืนมา เนื้อซอสในกระทะก็เริ่มมีรูปร่างขึ้น กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยฟุ้ง สาวใช้ทั้งหลายล้วนยินดี
ลี่จือร้องด้วยความประหลาดใจ “ทำสำเร็จแล้วจริง ๆ หรือนี่”
“คุณหนูของพวกเ้าจะพูดเท็จได้อย่างไรกัน”
ซูซีหัวแทรกขึ้นมาพลางคว้าตะเกียบจิ้มชิมน้ำราด หลังจากลิ้มรสแล้วก็ส่ายหน้า “ไม่ได้ใส่เกลือเลย”
จืดชืดไร้รสชาติ
ซวนเจี่ยวไม่รอช้ารีบเติมเกลือลงไปแล้วคนให้เข้ากัน “คุณหนู พอดีหรือไม่เ้าคะ?”
ซูซีหัวลิ้มรสอีกครั้ง แล้วยิ้มพร้อมพยักหน้า “ครั้งนี้ดีแล้ว แต่ดูเหมือนจะต้องเติมน้ำตาลด้วย”
ซวนเจี่ยวจ้องมองซูซีหัว “คุณหนู รบกวนบอกสิ่งที่ต้องเติมลงไปทั้งหมดได้หรือไม่?”
ซูซีหัวไม่เคยทำมาก่อนแต่ปากก็เอ่ย “ข้าจำได้ว่ามีเกลือ น้ำตาล แป้ง และน้ำมัน ส่วนผสมอื่นน่าจะใส่ได้”
“งั้นข้าลองทำทีละอย่างดีกว่า”
หนึ่งชั่วยามผ่านไป ความสำเร็จทำให้ซวนเจี่ยวปลื้มปีติ เพียงแค่มีความคืบหน้าก็ถือว่าไม่เปล่าประโยชน์แล้ว
ซูซีหัวพยักหน้ารับ พลางกล่าวว่า “หากทำได้หลายรสชาติก็ยิ่งดี”
ปัญหาแป้งและน้ำราดได้รับการแก้ไขแล้ว สิ่งที่เหลือคือกระทะเหล็ก ผัก เนื้อ
คว้ามือลี่จือและเฟิ่งหลีออกจากครัว ซูซีหัวจึงกล่าวถึงปัญหานั้น
ลี่จือตอบ “ที่ถนนเหนือมีช่างตีเหล็ก สามารถสั่งทำได้ที่นั่น”
“งั้นเ้าไปสั่งทำเถิด” ซูซีหัวใช้มือวาดรูปวงกลม “หนาประมาณนี้ รอบนอกทำขอบเสียหน่อย สูงประมาณหนึ่งข้อนิ้วก็พอแล้ว”
หลังจากพรรณนารูปร่างของเตาเหล็กสมัยใหม่ที่ใช้ทำไข่เจียวให้เฟิ่งหลีฟัง ซูซีหัวจึงให้เงินตำลึงไปดำเนินการ
“เ้าไปเรียกผู้ดูแลมาที ข้าจะถามราคาผักกับเนื้อ”
ลี่จือรับคำ “เ้าค่ะ”
ไม่นานนักผู้ดูแลก็ถูกลี่จือพามา เมื่อได้ยินคำถามของซูซีหัว เขาจึงเรียกคนที่รับผิดชอบด้านซื้อของมา
“เฝิงซานเป็ผู้รับผิดชอบการซื้อของในจวน เขาจึงรู้ราคาเป็อย่างดี”
เฝิงซานเป็ชายผอมบางคนหนึ่ง หลังค่อม เมื่อเห็นซูซีหัวก็รู้สึกตื่นตระหนก “คุณหนู ข้ารับใช้ทำผิดอะไรหรือขอรับ?”
“มิได้ทำผิด ข้าแค่้าถามเ้าบางเื่”
เฝิงซานผ่อนคลายลงทันที ถามอย่างระมัดระวัง “คุณหนูมีเื่ใดจะถามขอรับ?”
“ราคาสิ่งของที่ซื้อมาอย่างผักสด ผักเค็ม เนื้อหมู เนื้อไก่ และกุ้งแห้ง อ้อ ยังมีเต้าหู้ด้วย”
นอกจากจีตั้นก้วนปิ่ง*[2] แล้ว ซูซีหัวยัง้าทำจีตั้นปิ่งอีก
“ผักสดจินละหนึ่งเหรียญทองแดง ผักเค็มขึ้นอยู่กับชนิด แต่ราคาสูงสุดคือสิบเหรียญทองแดงต่อไห เนื้อหมูจินละสิบห้าถึงสามสิบเหรียญทองแดง ไก่จินละแปดเหรียญทองแดง”
เฝิงซานรายงานราคาตามลำดับ จากนั้นถามอย่างสงสัย “กุ้งแห้งและเต้าหู้คืออะไรขอรับ”
“เป็สิ่งของจากทะเล”
เฝิงซานใ “ในจวนไม่เคยซื้อสิ่งของจากทะเลมาก่อนขอรับ”
“ไม่เคยซื้อเลยหรือ?” ซูซีหัวประหลาดใจ จากนั้นนึกขึ้นได้ “แล้วที่เมืองหลวงมีที่ขายหรือไม่?”
“ที่นั่น น่าจะมีที่ถนนทางเหนือ”
ถนนทางเหนืออีกแล้ว
ซูซีหัวลูบคาง ตัดสินใจจะไปถนนทางเหนือในครานี้
“เ้าไปซื้อสิ่งที่ข้าบอกมาก่อน โอ้ สำหรับไก่นั้น ข้า้าตัวที่ปรุงแล้ว เข้าใจหรือไม่?”
“ขอรับ”
ซูซีหัวเข้าไปในเมืองหลวงพร้อมกับลี่จือ เดินทางไปยังถนนทางเหนือ เดินเวียนไปจนเกือบค่ำด้วยความเพียรพยายาม ในที่สุดซูซีหัวก็พบร้านขายสินค้าทะเล
ไม่เพียงแต่มีกุ้งแห้ง แม้แต่สาหร่ายก็ยังมีด้วย
น่าเสียดายที่มีเส้นสาหร่ายเพียงห้าจิน แต่กุ้งแห้งนั้นยังไม่ถึงจินเดียว
เฒ่าแก่ร้านนี้เป็ชายรูปร่างใหญ่โต เสียงดังก้อง “สองสิ่งนี้เป็ของที่ชาวประมงพายเรือมาส่ง ข้าเคยนำกุ้งแห้งนั้นมาต้มน้ำซุป ส่วนเส้นสาหร่ายนี้ข้าไม่เคยกิน จึงทิ้งไว้ หากเ้าปรารถนา ข้าขายทั้งคู่ให้ห้าสิบเหรียญทองแดง”
ซูซีหัวกระพริบตา “...”
ซื้อเส้นสาหร่ายและกุ้งแห้งในราคาห้าสิบเหรียญทองแด ถือว่าขาดทุนหรือกำไร?
หลังจากคำนวณราคาในใจ ซูซีหัวจึงตกลงซื้อ “เฒ่าแก่ ข้า้าสองสิ่งนี้เพิ่ม ท่านช่วยจัดการส่งมาอีกชุดได้หรือไม่?”
เฒ่าแก่ถูมือ “เ้า้ามากเท่าใด?”
ยิ่ง้าเยอะก็ยิ่งรวดเร็วในการจัดหา หาก้าน้อยก็จะยิ่งช้าลง
ความหมายแฝงนั้น ทั้งสองฝ่ายล้วนตระหนักดี ซูซีหัวยิ้มตอบ “เยอะทีเดียว”
เฒ่าแก่หรี่ตาลง แล้วถาม “เ้าจะทำอะไรกับสิ่งเหล่านี้?”
“ทำการค้าขาย”
ซูซีหัวไม่มีเจตนาปิดบัง เมื่อแผงค้าของนางเปิดตัว เฒ่าแก่ผู้นี้ก็จะรู้ การปิดบังจึงไม่ดีไปกว่าการพูดตรง ๆ
“สองวันถัดไปจะได้รับของ”
“สองวันหลังจากนี้หรือ?” ซูซีหัวครุ่นคิดสักพัก”ราคาเท่าใด?”
“เส้นสาหร่ายห้าเหรียญทองแดงต่อจิน กุ้งแห้งนับเป็เนื้อ สิบเหรียญทองแดงต่อจิน เป็อย่างไร?”
เฒ่าแก่เผยราคาซูซีหัวไม่รอช้าที่จะต่อรองลดราคาลง “เส้นสาหร่ายสามเหรียญทองแดง กุ้งแห้งห้าเหรียญทองแดง”
ในขณะที่เฒ่าแก่จะโต้แย้ง ซูซีหัวเปล่งเสียงดังว่า “หากไร้ข้า เฒ่าแก่คงมิอาจขายสินค้าได้เลย”
กล่าวได้ว่า เฒ่าแก่มีสินค้า แต่ว่าจะซื้อหรือไม่ อำนาจการตัดสินใจล้วนอยู่ในกำมือของซูซีหัว นางมิได้ตั้งใจกดราคาให้ต่ำ ทว่านางก็มิใช่ผู้ที่ยอมถูกเอารัดเอาเปรียบ
เฒ่าแก่ขมวดคิ้ว “เ้าคิดจะ…”
“ข้าไม่ซื้อแล้ว”
ซูซีหัวขัดจังหวะเขาอย่างตรงไปตรงมาหยิบสาหร่ายทะเลและกุ้งแห้งที่ห่อไว้ก่อนหน้านี้แล้วเดินจากไป
“รอก่อน!”
เฒ่าแก่รีบเร่ง เขาไม่อยากพลาดโอกาสทำการค้าในระยะยาว
ซูซีหัวไม่หยุดก้าวเดิน
“ได้ ข้าจะขายตามราคาของเ้า”
ริมฝีปากนางคลี่ยิ้ม ซูซีหัวหันกลับมาเอ่ยว่า “ทุกสิบจินให้เปล่าหนึ่งจิน”
เฒ่าแก่ตกตะลึง ภายในสายตาของซูซีหัวเขาเช็ดเหงื่อบนหน้าผาก “ได้ ได้!”
นี่เป็สาวน้อยจากที่แห่งใด? การต่อรองราคาน่ากลัวนัก
หลังจากได้รับคำตอบที่น่าพอใจ ซูซีหัวส่งสัญญาณให้ลี่จือจ่ายเงิน “ห้าตำลึงจ่ายมัดจำ สองวันหลังข้าจะมารับของ”
เฒ่าแก่ไม่รู้ว่าวิธีการต่อรองราคาเช่นนี้มาจากประสบการณ์ของซูซีหัว เขาหัวเราะแห้ง ๆ และพยักหน้ารับเงินมัดจำ
“ไม่มีปัญหา… ข้าจะเขียนใบรายการให้เ้า”
“ดี”
หลังจากรับใบรายการที่ระบุเงินมัดจำและราคาแล้ว ซูซีหัวพาลี่จือจากไป สองนางหามกระสอบกลับจวนตระกูลซู
เมื่อสรุปเื่ราวทั้งหมดในวันนี้เสร็จ ซูซีหัวก็อาบน้ำชำระกาย พรุ่งนี้นางต้องไปหาแผงขายของอีกครั้ง หวังว่าทุกสิ่งจะราบรื่น
[1] จีตั้นปิ่ง : เป็โรตีแผ่นไม่บางและไม่หนามาก ห่อด้วยน้ำมันและหอมเขียวสับ นวดให้เข้ากันแล้วเอามาทอดบนกะทะ จนกลายเป็แผ่นแบน ๆ กรอบ ๆ อาหารชนิดนี้สามารถหามารับประทานได้ในจีน ไต้หวัน และ พื้นที่อื่น ๆ ของโลกที่มี ประชากรจีน หรือตามร้านอาหารจีน
[2] จีตั้นก้วนปิ่ง : ลักษณะคล้าย ๆ เครปในประเทศไทยที่เห็นได้ทั่วไป สามมารถเลือกไส้ที่จะได้ตามใจชอบ เป็อาหารขึ้นชื่อของจีนที่นิยมทานเป็มื้อเช้า