เดิมทีฮ่องเต้ทรงพระราชทานสมรสให้กับิอ๋องเพียงเพราะฝ่ายในยืนกรานอย่างหนักแน่น ทำให้พระองค์ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจับคู่นกยวนยาง มิฉะนั้นพวกเขาคงไม่กล้าใช้มู่อวิ๋นฮวาเป็ตัวแทน
ล่วงเลยไปพักใหญ่ก็ยังไม่มีเสียงคัดค้านใด ๆ จากฮ่องเต้ พวกนางจึงคิดว่าพระองค์ทรงยินยอมโดยปริยาย หารู้ไม่ว่าฮ่องเต้ทรงเฝ้าดูพวกเขามาตลอด! หากไม่ใช่เพราะแผนการอันชาญฉลาดของมู่อวี่ซีที่ทำให้ทุกคนเชื่อว่ามู่อวิ๋นฮวาคิดไต่เต้าเข้าสู่จวนิอ๋องด้วยความอับจนหนทางและทะเยอทะยานของเ้าตัว
บัดนี้พวกนางกลับกลัวผลลัพธ์ที่ตามมา...
แค่คิดก็ทำให้อนุว่านขนพองสยองเกล้าแล้ว
การท้าทายอำนาจของฮ่องเต้และขัดขืนพระราชโองการของพระองค์เป็โทษร้ายแรงไม่ใช่หรือ ไม่สิ แม้แต่การแล่เนื้อเถือหนังก็ยังไม่อาจชดใช้ความผิดด้วยซ้ำ!
เคราะห์ดีที่ตอนนี้พวกเขารอดพ้นจากอันตรายมาแล้ว...
“ขอบพระทัยฝ่าา ขอบพระทัยองค์รัชทายาทที่ทรงมองการณ์ไกล!” อนุว่านโค้งคำนับด้วยความโล่งใจที่รอดพ้นจากหายนะมาได้อย่างเฉียดฉิว
มู่อวิ๋นฮวาซึ่งถูกกำหนดให้เป็แพะรับบาปได้ยินแล้วก็เหลือบมองนางด้วยสายตาเหยียดหยาม “อนุว่าน อย่าเพิ่งได้ใจไปนัก ระวังความสุขของท่านจะกลายเป็ความเศร้าโศกจนต้องกระอักออกมา”
อนุว่านไม่ทันจะเงยหน้า มู่อวิ๋นฮวาก็หันไปมองร่างอันสง่างามขององค์ชายรัชทายาทไป๋หลี่หย่งหนิงที่อยู่บนรถม้า “ท่าน้าฆ่าข้าหรือ ท่านไม่มีสิทธิ์ ฮ่องเต้ก็ไม่มีสิทธิ์เช่นกัน!” มู่อวิ๋นฮวาเอ่ยวาจาห้าวหาญเกินยับยั้ง
องค์รัชทายาทไป๋หลี่หย่งหนิงรู้สึกโกรธมาก เขาไม่เคยพบการกระทำที่อุกอาจเช่นนี้มาก่อน ไม่ว่าจะเป็เขาหรือเสด็จพ่อของเขาก็ไม่เคยเผชิญกับความเหิมเกริมเช่นนี้!
“มู่อวิ๋นฮวา! สามัญชนอย่างเ้ากล้าดูิ่องค์ฮ่องเต้หรือ ช่างไม่รู้ที่ต่ำที่สูง อวดดีเกินไปแล้ว!”
เขาเรียกมันว่าอวดดีอย่างนั้นหรือ
กล่าวตามตรง มู่อวิ๋นฮวาไม่เกรงกลัวที่จะเพิ่มความอวดดีนั้นขึ้นเป็ทวีคูณเสียด้วยซ้ำ
ผู้คนที่เฝ้าดูซึ่งเพิ่งจะลุกขึ้นยืนได้ไม่นานต้องคุกเข่าลงอีกครั้งเพราะโทสะขององค์รัชทายาท พวกเขาหวาดกลัวจนไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง ๆ!
มู่อวี่ซีลงจากรถม้าแล้วคุกเข่าพลางมององค์รัชทายาท นางเปิดปากวิงวอนอีกครั้ง ทว่าเห็นชัดว่าเ้าตัวรู้สึกอับอายจึงกัดริมฝีปากตัวเอง ทำใจดีสู้เสือเผชิญหน้ากับความโกรธขององค์รัชทายาท ก่อนกล่าวกับมู่อวิ๋นฮวาด้วยความหนักอึ้งในใจ “น้องสาว ครั้งนี้เ้าช่าง... เฮ้อ ข้าไม่สามารถขอร้องแทนเ้าได้อีกแล้ว”
มู่อวิ๋นฮวาซึ่งตกเป็จุดสนใจอีกครั้งกลอกตาอย่างไม่สบอารมณ์ ดูท่าจะไม่ชอบการกระทำของมู่อวี่ซีนัก “มู่อวี่ซี ข้าขอให้เ้าขอร้องแทนข้าหรือ เ้ามักทำให้เป็เื่ใหญ่โตอยู่เรื่อย!”
ไม่ว่าเมื่อไรที่อีกฝ่ายปรากฏตัว ไม่ว่าสถานการณ์จะเป็เช่นไร นางก็มักทำราวกับว่าตนเป็ตัวเองในการแสดง ช่างเป็ราชินีการละครขนานแท้!
“น้องสาว เหตุใดเ้าถึงกลายเป็...”
“พอเสียที!” มู่อวิ๋นฮวาตัดบท ยกมือขึ้นเพื่อหยุดการแสดงละครของมู่อวี่ซีพร้อมกล่าวอย่างเ็า “เพื่อให้เกียรติตระกูลของเรา ข้าอนุญาตให้เ้าเรียกข้าว่าน้องสาว แต่หากข้าตัดสินใจเื่อื่น เ้าต้องเรียกข้าด้วยความเคารพอย่างเหมาะสมว่า 'ราชินีแห่งยมโลก'!”
ไม่ทันเปิดโอกาสให้มู่อวี่ซีใ มู่อวิ๋นฮวาก็หันไปเผชิญหน้ากับองค์รัชทายาทไป๋หลี่หย่งหนิง “ท่านเรียกหม่อมฉันว่าสามัญชนหรือ หม่อมฉัน มู่อวิ๋นฮวาได้แลกคำสาบานกับิอ๋อง ได้ร่วมหอและเป็ราชินีแห่งยมโลกโดยชอบธรรมแล้ว เป็พระชายาเพียงผู้เดียวของท่านอ๋องเจ็ดแห่งอาณาจักรต้าซี และเป็ภรรยาเอกของเขา! แม้แต่ฮ่องเต้ยังต้องเรียกขานหม่อมฉันอย่างนอบน้อมว่า 'ชายาอ๋องเจ็ด' ตามประเพณีของบรรพบุรุษ!”
“ส่วนท่าน... ฝ่าา ฝ่าาควรเรียกหม่อมฉันว่า 'ชายาเสด็จอาเจ็ด'! ท่านยังกล้าบอกว่าหม่อมฉันเป็สามัญชนอีกหรือ ยังกล้าเรียกชื่อหม่อมฉันโดยไม่เคารพอีกหรือ ยังกล้าเรียกร้องให้หม่อมฉันคุกเข่าต่อหน้าท่านอีกหรือ หืม ว่าอย่างไรเล่า พระราชนัดดา”
จบถ้อยคำก้องกังวานของนาง ทั้งห้องก็ตกอยู่ในความเงียบกริบกระทั่งสามารถได้ยินเสียงเข็มตก ทุกคนต่างนิ่งงันด้วยความตกตะลึง
อะไรคือ ‘ท่านอ๋องเจ็ด’ ‘ชายาอ๋องเจ็ด’ และ ‘ชายาเสด็จอาเจ็ด’...
พักเื่เหล่านี้ไปก่อน ประเด็นสำคัญคือพระราชโองการของฮ่องเต้ระบุชัดเจนว่าิอ๋องไม่ได้แต่งงานกับเ้า มู่อวิ๋นฮวา เข้าใจหรือไม่!
หากิอ๋องไม่ได้อภิเษกกับเ้า แล้วความคิดที่จะเป็ราชินีแห่งยมโลกมาจากไหน หากเ้าไม่ใช่ราชินีแห่งยมโลก เ้าจะเกี่ยวข้องกับตำแหน่ง ‘ชายาเสด็จอาเจ็ด’ ได้อย่างไร ไม่มีทาง!
มู่อวิ๋นฮวา เ้าช่างเพ้อเจ้อเสียจริง!
ยามนี้ทุกคนปักใจเชื่อว่ามู่อวิ๋นฮวาเสียสติไปแล้ว แม้แต่องค์รัชทายาทที่กำลังบันดาลโทสะก็ยังรู้สึกว่าความโกรธของตนเองลดลงฉับพลัน ทิ้งไว้เพียงความเหนื่อยหน่ายไร้ซึ่งที่ระบายความโมโห
เขาคือองค์รัชทายาท เป็ผู้ทรงภูมิและเปี่ยมไปด้วยความสามารถ ทว่ากลับต้องมาเสียเวลาโต้เถียงกับคนเสียสติ!
ไร้สาระสิ้นดี...
“มู่อวิ๋นฮวา เ้าไม่นับเป็สิ่งใดนอกจากฟางที่ปลิวไปตามลม แต่เ้ากล้าเปรียบเทียบตัวเองกับชายาเสด็จอาของข้าหรือ ช่างโง่เขลานัก!” องค์ชายรัชทายาทเกือบจะหลุดหัวเราะออกมาด้วยความหงุดหงิด
มู่อวี่ซีคุกเข่าและฉวยโอกาสนี้กล่าวแทรกขึ้นว่า “น้องสาว หยุดเพ้อฝันได้แล้ว พระราชโองการได้ประกาศจัดพิธีอภิเษกสมรสระหว่างิอ๋องกับ... ข้า ไม่ใช่เ้า ดังนั้น... หากจะมีราชีนีแห่งยมโลก คนผู้นั้นก็ควรจะเป็ข้า...”
น้ำเสียงของนางค่อย ๆ แ่ลงขณะที่พูด มู่อวี่ซีเม้มริมฝีปากและก้มศีรษะราวกับอับอายเกินกว่าจะพูดถึงการหมั้นหมายของตนเอง
ผู้ที่คุกเข่าอยู่ข้าง ๆ นางพยักหน้าเห็นด้วย ยืนยันว่าสิ่งที่นางพูดเป็ความจริง หากจะมีใครสักคนเป็ราชีนีแห่งยมโลก ก็ควรเป็มู่อวี่ซี ไม่ใช่มู่อวิ๋นฮวา!
มันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับมู่อวิ๋นฮวาเลยไม่ใช่หรือ
เฮ้อ!
มู่อวิ๋นฮวาถอนหายใจแล้วหันไปหามู่อวี่ซี “มู่อวี่ซี เ้าอ้างว่าตัวเองน่ะหรือที่สมควรเป็ผู้อภิเษกกับิอ๋อง หึ ข้าเคยเห็นตัวเองเป็คนสำคัญมาก่อน แต่ไม่เคยพบใครเพ้อเจ้อเท่ากับเ้า เดินชูคอโอ้อวดเสมือนเป็นกยูง!”
“น้องสาว ข้าไม่ได้โกหกเ้า” มู่อวี่ซียืนกราน ทว่ากลับถูกมู่อวิ๋นฮวามองด้วยสายตาเหยียดหยาม
“มู่อวี่ซี เ้ากับอนุว่านได้อยู่ในคฤหาสน์ของเราอย่างสุขสบายมาหลายปีแล้ว ด้วยเห็นแก่สายสัมพันธ์ทางครอบครัว ข้าจึงเก็บเงียบ แต่ความโลภของเ้าไม่มีขอบเขต ขับไล่ข้าออกไปจนข้าจนตรอก วันนี้ข้าจะทวงคืนสิ่งที่เป็ของข้ากลับคืน”
“มู่อวี่ซี สาวงามผู้เปี่ยมด้วยปัญญาที่โด่งดังที่สุดในอาณาจักรต้าซี อย่าถือโทษไปเลยนะที่ข้าไม่สุภาพต่อเ้า!”
มู่อวี่ซีรู้สึกั้แ่แรกแล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติเกี่ยวกับมู่อวิ๋นฮวา พฤติกรรมและคำพูดของอีกฝ่ายล้วนแปลกประหลาด ผิดกับมู่อวิ๋นฮวาคนเดิมที่นางเคยรู้จัก และคำพูดของอีกฝ่ายในตอนนี้ก็ทำให้มู่อวี่ซีใจคอไม่ดีนัก
ทว่าคนโง่เขลาผู้นี้จะทำอะไรนั้น มู่อวี่ซีคาดเดาไม่ออกเลย
มู่อวิ๋นฮวาชี้ไปที่บ่าวรับใช้ซึ่งอยู่ใกล้ที่สุด “เ้าจำได้หรือไม่ว่าฝ่าาทรงบันทึกอะไรไว้ในพระราชโองการสำหรับราชีนีของิอ๋อง พูดให้ฟังเดี๋ยวนี้!”
บ่าวรับใช้ลนลานเมื่อจู่ ๆ ตนเองก็กลายเป็จุดสนใจของฝูงชน เขาหันไปมองอนุว่านอย่างไม่แน่ใจว่าจะท่องออกมาดีหรือไม่
อนุว่านเงยหน้า พระราชโองการหาใช่ความลับ เหตุใดจะกล่าวออกเสียงไม่ได้
“ตามพระบัญชาแห่ง์ ฝ่าาทรงมีพระราชโองการ คุณหนูใหญ่ตระกูลมู่แห่งอารามต้าเตี้ยนทรงคุณธรรมและเก่งกาจ มีความสามารถแปดประการ... เอ่อ ข้าลืมส่วนที่เหลือไปแล้ว แต่ทรงประทานการอภิเษกกับไป๋หลี่จงหัวิอ๋อง ยกให้เป็ภรรยาเอก โดยจะจัดงานสมรสในวันนี้!” บ่าวรับใช้พูดจบแล้วเกาหัวด้วยความทุกข์ใจที่จำเนื้อความโดยสมบูรณ์ไม่ได้
มู่อวิ๋นฮวาจึงเรียกบ่าวรับใช้มาอีกสองคน พวกเขาถึงได้สามารถปะติดปะต่อพระราชโองการขึ้นมาใหม่ได้สำเร็จ
“เยี่ยมมาก ทุกคนได้ยินชัดเจนแล้วใช่ไหม ถ้ายังไม่ชัดเจน ก็สามารถไปเอาราชโองการอันทรงเกียรติได้ที่คฤหาสน์ของเราและอ่านอีกครั้ง” มู่อวิ๋นฮวาป่าวประกาศพลางมองผู้ชมที่ตกอยู่ในอาการงุนงง
สายตาของนางจับจ้องไปที่มู่อวี่ซีก่อนพูดหยอกว่า “มู่อวี่ซี เ้าได้ยินทุกคำหรือยัง หืม”
มู่อวี่ซีทราบดีถึงเนื้อความในพระราชโองการ ทว่าก็ยังไม่เข้าใจนักถึงเหตุผลที่ยกเื่นี้ขึ้นมากล่าวอ้างในตอนนี้ กลับเป็อนุว่านผู้เคยถูกเอาชนะมาแล้วครั้งหนึ่งที่สามารถจับใจความบางอย่างได้ทันที
“ไม่นะ!” อนุว่านร้องเสียงหลง พยายามจะกล่าวแทรกแต่ก็สายไปแล้ว
“แม่นม อธิบายให้พวกเขาทั้งหมดได้เข้าใจอย่างชัดแจ้งที ว่าใครกันที่เป็คุณหนูใหญ่โดยชอบธรรมของตระกูลมู่!”