ตอนที่ 135 ประจาน
“ท่านกระทะทอง ไหนว่าแผนการของเราสำเร็จ ลุล่วงไปด้วยดีไงครับ” พวกมันกำลังนั่งปรับทุกข์อยู่ภายในร้านกระทะทอง ที่มีเพียงโต๊ะและเก้าอี้ที่ว่างเปล่า
“ฉันไม่รู้ ฉันไม่รู้!” เจ้าของร้านกระทะทอง ตะโกนออกมา มือของมันขูดเกาศีรษะอย่างแรง จนแทบจะกลายเป็นจิก
มันไม่รู้เลยว่า...สิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร?
ร้านอาหารสามเวลาก็ปิดทำความสะอาดกันไปแล้ว...อีกทั้งแผนการของมันแม้จะถูกจับได้และถูกเปิดโปง แต่พวกมันก็ไม่ถูกจับเพราะไม่มีพยาน
แต่ไฉนเลยที่ ลูกค้าที่ไม่รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นในช่วงบ่าย จะไม่แวะเวียนมากินที่ร้านของพวกมัน ทั้งๆ ที่บริเวณนี้ไม่มีร้านอาหารอื่นอีกแล้ว
“แย่แล้ว! ท่านกระทะทองและพวกท่านทุกคน รีบตามผมมาดูสิ่งนี้สิ!” เจ้าของร้านรวงคนหนึ่งที่อยู่ในกลุ่มของพวกมัน รีบวิ่งหน้าตั้งเข้ามาในร้าน
ก่อนจะชี้นิ้วไปยัง ทิศทางของร้านอาหารสามเวลา ด้วยความกระวนกระวาย ราวกับคนบ้าที่กำลังเสียสติ
เจ้าของร้านกระทะทองและคนอื่นๆ ต่างวิ่งตามไปดูสิ่งที่เจ้าของร้านรวงคนนั้นที่เข้ามาแจ้ง ก่อนจะพบเห็นภาพฉากต่างๆ ที่พวกมันเคยเห็นเมื่อตอนกลางวัน ปรากฏอยู่บนกำแพง วนซ้ำไปซ้ำมาอยู่อย่างนั้น
ภาพของพวกมันที่ สั่งการแผนต่างๆ กับคนร้ายทั้งสามคน...ภาพของพวกมันที่กำลังให้เงินแก่คนร้าย
ทั้งหมดนี้เองก็ทำให้ เจ้าของร้านกระทะทองและเจ้าของร้านรวงบางคน ถึงกับทรุดฮวบลงไปนั่งกับพื้น บางคนน้ำตาตก แต่ก็มีบางคนที่มีจิตใจชั่วร้าย หวังจะทำลายร้านอาหารสามเวลาให้สิ้นซาก โดยเฉพาะเจ้าโปริ่ง ที่กำลังฉายภาพบนกำแพงนั่นเอง
แต่กระนั้นยังไม่ทันที่พวกมันจะกล้าลงมือ กลุ่มทหารยามจากหน่วยของท่านไวทเคานต์ก็ได้ ผลัดเปลี่ยนเวรยามเข้ามาเฝ้าที่หน้าร้านอาหารของไลท์
ทหารมากกว่า 5 นาย พร้อมด้วยอาวุธครบมือและอาหารอีกชุดใหญ่ ได้เดินเข้ามายืนอยู่ข้างๆ กับเจ้าโปริ่ง
ที่กระโดดโลดเต้น เมื่อเห็นอาหารของไลท์ ที่ได้ฝากมาให้มันกิน เป็นเสมือนค่าแรงที่อุตส่าห์เหน็ดเหนื่อยประจานร้านชั่วๆ นั่นเอง
“กลับ!”
เจ้าของร้านกระทะทอง มองดูเหตุการณ์ด้วยความอับอาย มันรู้สึกเหมือนกับถูกอีกฝ่ายประจานโดยที่ไม่อาจตอบโต้กลับไปได้เลย
มันทั้งอับอายและขายขี้หน้าเป็นอย่างมาก ที่ภาพบนกำแพงล้วนเต็มไปด้วยใบหน้าของพวกมันที่กำลังตกใจ ตอนที่ถูกจับได้เมื่อตอนกลางวัน
“ในเมื่อกฎหมายทำอะไรพวกแกไม่ได้...งั้นถึงฉันจะประจานพวกแกสักแค่ไหน ก็ไม่ผิดกฎหมายเหมือนกัน” ไลท์และพนักงานของร้านอาหารสามเวลา ต่างก็กำลังจะเดินกลับมาที่ร้านของพวกเขา เพื่อแยกย้ายกลับไปพักผ่อนเช่นกัน
“อย่าทำเป็นได้ใจเกินไป ไอ้เด็กเมื่อวานซืน...อย่าลืมสิว่า ร้านของแกต้องปิดเป็นเพราะพวกฉัน จำใส่กะโหลกเอาไว้ด้วย”
“ร้านปิดเพราะคุณ? ผมว่าคุณสำคัญตัวผิดไปแล้ว จริงๆ ผมก็แค่หาข้ออ้างปิดร้านเพื่อพักผ่อนกันสักวันก็เท่านั้น ส่วนเรื่องทำความสะอาดร้านที่พวกคุณ จงใจปล่อยหนูและแมลงสาบ งั้นจะบอกอะไรให้พวกเราทำความสะอาดเสร็จไปตั้งแต่เมื่อเย็นแล้ว”
ไลท์และเจ้าของร้านกระทะทองกำลังฟาดฝีปากกันอย่างดุเดือด แต่ในระหว่างนั้นโทมัสและจิมที่ติดตามไลท์อยู่ข้างๆ ก็พลันเอามือจับไปที่กระเป๋า พลางขยุกขยิก เหมือนกับว่าในกระเป๋าของพวกเขามีอะไรซ่อนอยู่
แน่นอนว่า เจ้าของร้านกระทะทองและเจ้าของร้านต่างๆ ก็ได้เห็นถึงการกระทำของ โทมัสและจิมอย่างชัดเจน
‘หรือว่าในกระเป๋าของพวกมันจะมีหนูและแมลงสาบ ซ่อนอยู่?!’ พ่อค้าเหล่านั้นต่างหวาดระแวงกันขึ้นมา
เพราะดูจากเส้นทางของถนนในเขตป่าดาราฉาย และจากที่กลุ่มของไลท์กับกลุ่มของพวกมันเดินสวนมา ก็มีความเป็นไปได้ที่กลุ่มของไลท์จะแวะไปยังร้านของพวกมันที่อยู่ใกล้ๆ นั่นเอง
หรือว่าเจ้าพวกนี้ กำลังจะใช้แผนสกปรกกับร้านของพวกมันเช่นกัน อีกทั้งไม่มีพยานที่จะเอาผิดได้อีกด้วย
“พวกแกทำอะไรกับร้านของฉัน?” เจ้าของร้านกระทะทองเองก็คิดแบบเดียวกับคนอื่นๆ มันจ้องมองมาไลท์ด้วยความเคียดแค้น พลางสะบัดหน้ากลับไปอย่างคนที่กำลังเดือดดาล ก่อนจะรีบวิ่งหน้าตั้ง กลับไปยังร้านของพวกมัน
หากแต่ ในระหว่างที่เจ้าของร้านรวงกำลังรีบโกยกลับไปยังร้านของตัวเอง เพื่อตรวจเช็กความเรียบร้อย ว่าร้านของพวกมันไม่ได้ถูกปล่อยหนูและแมลงสาบ
ทางด้านเจ้าของร้านที่เดินก้มหน้า หมดอาลัยตายอยากอยู่ด้านหลังกว่า 5 คน กลับไม่ได้เดินผ่านไลท์ไปเฉยๆ หรือรีบกลับไปตรวจสอบร้านเหมือนเช่นที่คนอื่นๆ ทำ
ทว่าพวกมันกลับ ‘ตึง’ เจ้าของร้าน 5 คนคุกเข่าลงกับพื้น
“ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ” พวกมันทั้ง 5 เอาแต่คุกเข่าขอโทษไลท์อยู่อย่างนั้น หน้าตาของมันไหลพราก ประหนึ่งเด็กคนหนึ่งที่หมดหนทางสู้
หมดทั้งเงินที่เดินทางมาตั้งร้านค้า หมดทั้งทองที่ต้องจ่ายเป็นค่าแรงให้กับคนร้ายทั้งสามคนที่ถูกจับได้ หมดทั้งชื่อเสียงที่ถูกไลท์ประจานและหมดแรงที่จะต่อสู้กันในศึกนี้แล้ว
ติ้ง!
[รายงานความคืบหน้าภารกิจรอง: ร้านอาหารสามเวลากำลังถูกคุกคาม]
จำนวนร้านในเขตป่าที่ยอมแพ้ 8/24
ทันทีที่เจ้าของร้านทั้ง 5 คน คุกเข่าลงไปกับพื้น ทันใดนั้นระบบก็พลันแจ้งถึงความคืบหน้าของภารกิจรองให้กับไลท์ในทันที
ไลท์ยิ้มออกมาเล็กน้อยที่ภายในวันเดียวก็มี เจ้าของร้านยอมแพ้ไปแล้วด้วยกันถึง 8 ร้าน
และไลท์ก็เชื่อว่า จำนวนร้านที่จะขอยอมแพ้จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว เมื่อถึงวันพรุ่งนี้ แม้ว่าร้านอาหารของเขาจะปิดทำความสะอาดอยู่ก็ตาม
“หากพวกคุณยอมรับในสิ่งที่ได้ทำลงไปก็จงไปสารภาพความผิดกับท่านไวทเคานต์นิคด้วยตัวเอง แล้วเมื่อนั้นผมจะช่วยลบภาพบนกำแพงที่มีใบหน้าของพวกคุณออกให้เอง” ไลท์นั้นไม่ได้ใจร้ายถึงขนาดต้องฆ่าแกงกันให้ตาย หากอีกฝ่ายสำนึกผิดและยอมรับความผิดของตัวเองที่ทำลงไป เขาก็จะยอมให้โอกาสกับเจ้าของร้านพวกนี้อีกสักครั้ง
แน่นอนว่าการยอมรับผิดกับท่านไวทเคานต์ อย่างมากที่สุด เจ้าของร้านพวกนี้ก็แค่ถูกลงโทษด้วยการเสียค่าปรับด้วยเงินจำนวนหนึ่งที่ทำให้ร้านอาหารสามเวลาต้องเสียหายและเสียโอกาส
แต่ก็ยังดีกว่าต้องติดคุก ติดตะรางดั่งเช่นคนร้ายทั้งสามคนที่จับได้คาหนังคาเขา จนตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่าจะเป็นตายร้ายดีอย่างไรนั่นเอง
“พวกเราจะไปสารภาพความผิดกับท่านไวทเคานต์ตามที่ท่านบอกครับ ฉะนั้นได้โปรดลบภาพของพวกเราด้วยนะครับ”
“ผมพูดคำไหนคำนั้นอยู่แล้ว...แต่ขอให้จำเอาไว้เรื่องหนึ่ง ถึงผมจะยอมลบภาพคุณออกจากกำแพง แต่สิ่งที่พวกคุณได้ทำลงไป ผมจะไม่มีวันยกโทษให้และพวกคุณจะต้องอยู่กับความผิดนี้ไปตลอดชีวิต”
เมื่อพูดจบไลท์และพนักงานของร้านอาหารสามเวลาก็เดินผ่านเจ้าของร้านเหล่านี้ไปโดยไม่เหลียวมองกลับมาอีกเลย
ไลท์ไม่สนว่าคนเหล่านี้จะไปสารภาพผิดกับไวทเคานต์นิคหรือไม่? เพราะคนเหล่านี้ตามจริงแล้วก็เป็นแค่ ผู้สมรู้ร่วมคิดตัวเล็กๆ ที่ต้องคล้อยตาม เจ้าของร้านกระทะทอง ที่จัดว่าเป็นร้านใหญ่และคนที่มีหน้ามีตามากที่สุดก็เท่านั้น
เผลอๆ คนเหล่านี้ บางคนอาจจะไม่อยากจะทำผิด แต่จำเป็นต้องร่วมมือและทำไปแบบนั้นก็เพราะสถานการณ์ที่บีบบังคับ อะไรเทือกนั้น
ดังนั้นหากจะต้องจัดการกับคนกระทำผิดจริงๆ ก็มีแค่เพียงเจ้าของร้านกระทะทองคนเดียวเท่านั้น
พนักงานร้านอาหารสามเวลาเมื่อเดินกลับมาถึงร้านของพวกเขา ทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน
สองตายายเดินปิดปาก ปิดจมูกเพื่อป้องกันน้ำยาฆ่าเชื้อ กลับขึ้นไปบนร้านอาหารที่อยู่ชั้น 2
ส่วนคาห์นและแมท ก็กลับไปยังเต็นท์ที่ตั้งอยู่กับกลุ่มนักผจญภัย ที่ซึ่งตอนนี้กลุ่มนักผจญภัยกำลังจัดข้าวของเพื่อที่จะเดินทางเข้าไปในป่าดาราฉายในวันนี้พรุ่งนี้กันตั้งแต่เช้าตรู่ตามขบวนของท่านไวทเคานต์นิคนั่นเอง
เพราะไหนๆ ร้านอาหารสามเวลาก็ปิดไม่ขายอาหารด้วยแล้ว ก็อาศัยเวลานี้ออกผจญภัยกันเสียเลย
“ท่านคาห์น ท่านแมทกลับมาแล้วเหรอครับ พวกผมได้เตรียมเสบียงและเนื้อเสียบไม้สำหรับวันพรุ่งนี้เอาไว้เรียบร้อยแล้วครับ”
หนึ่งในนักผจญภัยรีบรายงานความพร้อมให้กับคาห์นและแมท ที่จัดว่าเป็นหัวหน้ากลุ่มของพวกเขาในทันทีที่กลับมาถึง
“ทำได้ดีมาก คืนนี้หากทำอะไรเสร็จแล้วก็รีบแยกย้ายกันพักผ่อน พรุ่งนี้เราจะออกเดินทางร่วมกับขบวนกลุ่มของท่านไวทเคานต์กันตั้งแต่เช้ามืด”
ไม่นานนักหลังจากคาห์นและแมทได้สั่งให้ทุกคนแยกย้าย คบเพลิงและกองไฟที่คอยส่องสว่างบริเวณเต๊นท์นักผจญภัยก็ค่อยๆ ดับลง
ผิดกับภายในบ้านฝั่งตรงข้ามของร้านอาหารสามเวลา ที่เป็นบ้านของไลท์ใช้พักผ่อน กลับเปิดไฟสว่างโร่
โดยทุกคนต่างนั่งห้อมล้อม เจ้าโปริ่งร่างแยกตัวหนึ่งที่โทมัสเป็นคนนำออกมาจากกระเป๋าของตัวเอง วางเอาไว้ตรงกลางโต๊ะ
ใช่แล้ว...สิ่งที่ขยุกขยิกอยู่ในกระเป๋าของโทมัส ที่จริงแล้วมันคือเจ้าโปริ่งร่างแยกที่ไลท์ได้ส่งไปเฝ้า ร้านอาหารของมาร์คัสตั้งแต่เช้านั่นเอง
หาใช่ หนูและแมลงสาบ ตามที่เจ้าของร้านพวกนั้นคิดและหวาดระแวงกันไปเอง
นี้แหละน่า ที่เขาบอก ทำไม่ดีกับใครเอาไว้...ก็จะกลัวคนอื่นทำไม่ดีกลับคืน เป็นสัจธรรม
เจ้าโปริ่งร่างแยก ได้กลับเข้าไปรวมร่างกับเจ้าโปริ่งร่างจริง พร้อมๆ กับเริ่มฉายภาพร้านอาหารของมาร์คัสที่มันได้แอบมองมาตลอดทั้งวันให้กับทุกคนได้ดู
“ดูหน่อยสิ ว่าร้านอาหารของมาร์คัสจะเป็นยังไงบ้าง?” โทมัสและจิมที่อยากรู้อยากเห็น ได้แทรกตัวเข้ามานั่งอยู่ติดขอบกำแพงที่กำลังฉายภาพ
ภาพที่เจ้าโปริ่งแสดงให้เห็นก็คือร้านอาหารที่เปิดใหม่ของมาร์คัส ทุกอย่างสงบนิ่งราวกับภาพกำลังที่กำลังค้าง
ไม่มีลูกค้า ไม่มีคนที่เดินผ่านไปมา ไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ นอกเสียจากภายในร้านที่มีกลุ่มของร็อกและเพื่อนของมาร์คัส เพียงกลุ่มเดียว
ไม่นานนักหลังจากที่ไลท์ช่วยปรับภาพให้เร็วมากขึ้น พวกเขาก็พบเห็นมาร์คัสกลับออกมาจากครัวด้วยถาดอาหารเต็มสองมือ
ซึ่งถาดอาหารที่ว่าก็คือ ข้าวผัดและข้าวไข่เจียวที่มาร์คัส ลอกเลียนมาจากไลท์นั่นเอง
ข้าวผัดถูกตักโกยกันอย่างวุ่นวาย เพียงไม่นานข้าวผัดถาดใหญ่ก็ถูกแจกจ่ายไปยังจานของร็อกและพรรคพวกของมัน
‘ตึง!’
ทันทีที่ทุกคนเริ่มกิน จู่ๆ ร็อกก็ทุบกำแพงจนร้านอาหารของมาร์คัสถึงกับสั่นสะเทือน
ร็อกลุกขึ้นยืนพลางชี้หน้าด่ากราดมาร์คัส ที่ยืนแข็งค้างด้วยความหวาดกลัว
“นี้ไม่ใช่รสชาติของข้าวผัดที่ฉันเคยกิน...นี้มันอาหารขยะอะไรกันมาร์คัส แกทำอะไรมาให้พวกฉันกิน?!” ร็อกแผดเสียงดังสนั่น
ข้าวในปากถูกคายทิ้ง พร้อมๆ กับที่มันได้ขว้างปาจานลงพื้นจนแตกละเอียด
“นี้ก็...ข้าวผัดไง พวกนายเลอะเลือนอะไรไปหรือเปล่า? หรือว่าพวกนักบวชแห่งแสงทรมานพวกนายจน ประสาทรับรสผิดเพี้ยนกันไปแล้ว” มาร์คัสพยายามเถียงและโบยไปว่า กลุ่มของร็อกอาจจะถูกทรมานจนประสาทการรับรสของพวกมันผิดเพี้ยนไป
“แกอย่าได้พูดถึงนักบวชแห่งแสงต่อหน้าฉันอีกเป็นอันขาด ไม่อยากนั้นแกตายแน่มาร์คัส” เมื่อได้ยินมาร์คัสพูดถึง นักบวชแห่งแสง
ร็อกและพรรคพวกก็พลันหวาดกลัวขึ้นมาจับใจ พวกมันลุกขึ้นยืนประจันหน้ากับมาร์คัส ด้วยความโกรธและความหวาดกลัวที่เคยเกิดขึ้นกับพวกมัน จนเป็นเสมือนตราบาปที่พวกมันนั้นอยากจะลืม
“ฉันพูดผิดไป ฉันขอโทษ” มาร์คัสรีบขอโทษขอโพยอีกฝ่าย ก่อนจะพยายามหลบซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของยูริ เมียของมันที่วันนี้แต่งตัวยั่วยวน สวยเป็นพิเศษ อย่างหน้าไม่อาย
...โปรดติดตามตอนต่อไป...
ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ
เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ
www.facebook.com/writelazy