ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    เล่มที่ 6 บทที่ 155 งานเลี้ยงชมดอกเก๊กฮวย

          

            “ทูลพระชายาคุณหนูเจียง...คุณหนูเจียงอยากอุ้มหมาสีขาวตัวนั้นเล่นเจ้าค่ะแต่หมาสีขาวตัวนั้นไม่เชื่อง พวกเราเลยวิ่งไล่จับมัน”

             

            คำพูดของสาวใช้คนหนึ่งทำให้คนที่เหลือพยักหน้าลง

             

            ทุกคนในที่นี้ล้วนเหลือบมองทางสัตว์เลี้ยงสีขาวทั้งสองบริเวณชายกระโปรงของหลินเมิ้งหยาด้วยท่าทางหวาดกลัว

             

            เจ้าสัตว์เลี้ยงสองตัวนี้เร็วยิ่งนักขนาดสาวใช้สิบกว่าคนวิ่งต้อน ยังไม่อาจแตะได้กระทั่งปลายขน

             

            “เสี่ยวป๋ายของข้าใช่ว่าใครจะเข้ามาจับก็จับได้”

             

            หลินเมิ้งหยาอุ้มเสี่ยวป๋ายขึ้นมาเจ้าตัวน้อยดิ้นเล็กน้อย ก่อนจะนอนนิ่งในอ้อมกอดของหลินเมิ้งหยา

             

            “ดูเจ้าสิ เพียงเพราะหมาตัวเดียวแต่กลับทำเรื่องให้ใหญ่โต หมาตัวนั้นเพียงหวงตัวเท่านั้นดูนั่น พออยู่ในมือของเมิ้งหยา มันเชื่องเสียยิ่งกว่ากระไร”

             

            พระสนมเต๋อเฟยมองหลินเมิ้งหยาที่กำลังอุ้มลูกหมาสีขาวก่อนจะตำหนิเจียงหรูฉิน

             

            ขนาดหมาน้อยตัวเดียวยังเมินนางความโกรธเริ่มพุ่งพล่านในใจของเจียงหรูฉิน

             

            “หมู่เฟยพูดถูกแล้วเพคะหม่อมฉันเป็นคนเก็บเจ้าตัวน้อยเหล่านี้มาเลี้ยงเอง พวกมันค่อนข้างดุไปสักหน่อยข้าว่าน้องหรูฉินอย่ายุ่งกับพวกมันเลยจะดีกว่า มิเช่นนั้นหากถูกกัดขึ้นมาจะเป็นรอยแผลเป็นเอาเสียเปล่าๆ ”

             

            เสี่ยวป๋ายในอ้อมกอดของหลินเมิ้งหยาสงบนิ่งเชื่อฟัง

             

            แม้อุปนิสัยของหมาป่าจะเย่อหยิ่งไร้ซึ่งอุปนิสัยออดอ้อนเจ้าของเหมือนหมาพันธุ์อื่น

             

            แต่มันกลับซุกไซ้อ้อมกอดของหลินเมิ้งหยาและแสดงท่าทางเชื่อฟังเจ้าของเป็นอย่างมาก

             

            สายตาอิจฉาเล็กน้อยของเสือน้อยพุ่งมาจากทางด้านหลังของหลินเมิ้งหยาดวงตาเสมือนแมวของมันกำลังเปล่งประกายวาววับ

             

            น่าเสียดายตอนนี้เจ้านายของมันมองไม่เห็นท่าทางน่าสงสารของมันเลย

             

            “ได้ข้าไม่อุ้มก็ได้ คนอะไรเลี้ยงหมาเลี้ยงแมว”

             

            เจียงหรูฉินยังรู้สึกโกรธแต่ถึงกระนั้นก็ไม่สามารถทำอะไรได้

             

            “อย่ากล่าวเช่นนั้นเมิ้งหยา หมาน้อยของเจ้าน่ารักยิ่งนัก”

             

            พระสนมเต๋อเฟยเองก็เคยเลี้ยงหมาพันธุ์พุดเดิ้ลแต่น่าเสียดายที่มันตายจากไปแล้ว

             

            ดังนั้นนางจึงรู้สึกชอบหมาสีขาวในอ้อมกอดของหลินเมิ้งหยามาก

             

            เจ้าเด็กคนนี้มีสัญชาตญาณที่ดีมันรู้ว่าใครดีกับมัน

             

            พระสนมเต๋อเฟยยกมือขึ้นลูบเมื่อมันได้เห็นสายตาของพระสนมเต๋อเฟย มันจึงแสดงท่าทางเชื่อฟังและปล่อยให้พระสนมเต๋อเฟยลูบไล้ได้อย่างอิสระ

             

            “ดูสิ มันเชื่องมากเลยนี่นา เจ้าดูนี่ เมื่อครู่เจ้าทำให้มันตกใจ”

             

            เจียงหรูฉินกัดฟันไม่ยอมยิ้มตาม

             

            สมแล้วที่เป็นหมาของหลินเมิ้งหยาน่ารังเกียจเหมือนเจ้าของไม่มีผิดเพี้ยน

             

            “จริงซิเมิ้งหยา ข้ามีเรื่องต้องการปรึกษากับเจ้า”

             

            พระสนมเต๋อเฟยยิ้มยิ่งได้เห็นหลินเมิ้งหยาก็ยิ่งรู้สึกชื่นชม

             

            “เชิญหมู่เฟยรับสั่งได้เลยเพคะ”

             

            ต้นไม้ดอกไม้ที่ล้มระเนระนาดถูกชิงหูจัดเรียงให้เหมือนเดิม

             

            เพราะดอกเก๊กฮวยบานสะพรั่งดั่งนั้นทุกคนจึงรู้สึกสดชื่น

             

            พระสนมเต๋อเฟยสูดลมหายใจกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของดอกไม้ ทำให้บรรเทาความโศกเศร้าในหัวใจของนางไปได้

             

            “แต่ก่อนเวลาที่ดอกเก๊กฮวยบานเมืองหลวงของพวกเรามักจะจัดงานเลี้ยงชมดอกเก๊กฮวยปีนี้ข้ารู้สึกว่าดอกเก๊กฮวยในสวนของเจ้าบานสะพรั่งงดงามยิ่งนัก เช่นนั้นพวกเรามาจัดงานเลี้ยงชมดอกเก๊กฮวยดีหรือไม่? ”

             

            พระสนมเต๋อเฟยเอื้อนเอ่ยด้วยความดีใจนางอยู่อย่างหงอยเหงาในตำหนักหยาเสวียน นอกจากออกไปไหว้พระแล้ว ก็มิได้ทำสิ่งใดอีก

             

            ยากมากกว่าจะได้เห็นดอกเก๊กฮวยบานสะพรั่งสวยงามเช่นนี้ดังนั้น นางจึงเกิดความคิดนี้ขึ้นมา

             

            “นั่นสิพี่สะใภ้มีเพียงดอกเก๊กฮวยในสวนของท่านที่บานได้งดงามที่สุดในเมืองหากฮูหยินท่านอื่นได้เห็นเข้า ข้าว่าพวกนางจะต้องรู้สึกถึงความพ่ายแพ้อย่างแน่นอน”

             

            เจียงหรูฉินแสดงท่าทางหยิ่งยโสหลินเมิ้งหยาชำเลืองมองนางเล็กน้อย

             

            “หม่อมฉันขอน้อมรับเรื่องนี้เอาไว้ในหัวใจแต่ว่า หม่อมฉันขอปรึกษากับท่านอ๋องก่อนนะเพคะ หมู่เฟยได้โปรดวางใจท่านอ๋องเป็นคนกตัญญู จะต้องอนุญาตอย่างแน่นอน”

             

            หลินเมิ้งหยาแสดงท่าทางนอบน้อมใบหน้าของพระสนมเต๋อเฟยจึงปรากฏรอยยิ้ม

             

            “เช่นนั้นข้าก็วางใจข้ารู้สึกว่านับวันเจ้ายิ่งใจกว้าง”

             

            พระสนมเต๋อเฟยรู้สึกพึงพอใจมากที่มีลูกสะใภ้เช่นนี้

             

            ชื่นชมอยู่พักใหญ่อีกทั้งยังดื่มชาเก๊กฮวยที่หลินเมิ้งหยาทำ ก่อนจะกลับไปที่ตำหนักหยาเสวียน

             

            ในมืออุ้มเสี่ยวป๋ายหลินเมิ้งหยานั่งอยู่ในศาลาเล็ก มองดูดอกเก๊กฮวยในสวน

             

            “เจ้าเด็กน้อยคิดอะไรอยู่อย่างนั้นหรือ? เหตุใดจึงเหม่อลอยเช่นนี้? ”

             

            ชิงหูยังคงแต่งกายด้วยเสื้อผ้าของผู้หญิงกรีดกรายเยื้องย่างมาทางหลินเมิ้งหยา

             

            “เจ้าถอดชุดนี้ออกก่อนได้หรือไม่? ”

             

            หลินเมิ้งหยามองทางชิงหูด้วยสายตารังเกียจ

             

            ทำไมเจ้านี่ถึงเสพติดการสวมเสื้อผ้าของผู้หญิงไปได้นะ?

             

            “ฮึเจ้าอิจฉาความงามของข้า! ”

             

            ถลึงตาใส่หลินเมิ้งหยาชิงหูเดินหายไปจากแนวสายตาของนาง

             

            “มีเรื่องให้ต้องคิดหรือเจ้าคะนายหญิง? ”

             

            ป๋ายจีเทชาเก๊กฮวยมองทางหลินเมิ้งหยา

             

            “เหตุใดอยู่ๆ พระสนมเต๋อเฟยจึงคิดอยากจัดงานเลี้ยงชมดอกเก๊กฮวยขึ้นมา?ตอนที่ข้าออกไปเมื่อครู่ มีสิ่งใดเกิดขึ้นหรือไม่? ”

             

            หลินเมิ้งหยารู้สึกว่าเรื่องนี้ต้องมีอะไรบางอย่าง

             

            หรือพระสนมเต๋อเฟยจะไม่ได้คิดอะไรและอยากจัดงานเลี้ยงแต่เพียงเท่านั้น

             

            แต่แม้กระทั่งเจียงหรูฉินที่มักจะตั้งตัวเป็นศัตรูกับนางก็ยังเห็นด้วยกับเรื่องนี้

             

            ดังนั้นสัญชาตญาณของนางจึงร้องเตือนขึ้นมา

             

            “ไม่ได้พูดอะไรนะเจ้าคะเพียงแต่เล่าเรื่องในวังสมัยก่อนของพระสนมเต๋อเฟยต่อมาคุณหนูเจียงจึงพูดขึ้นว่าทุกปีมักจะมีงานชมดอกเก๊กฮวยจัดขึ้นในวังแต่เพราะสองปีมานี้ฮ่องเต้ประชวร ดังนั้นจึงมิได้จัดงานขึ้น”

             

            ป๋ายจีครุ่นคิดอย่างละเอียดราวกับว่า ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมาจริง ๆ

             

            “ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เช่นนั้น ใครเป็นคนเสนอเรื่องจัดงานเลี้ยงชมดอกเก๊กฮวยขึ้นมา? ”

             

            “คุณหนูเจียงเจ้าค่ะอีกทั้งยังเอ่ยว่าอีกไม่นานจะถึงวันเกิดของท่านอ๋องดังนั้นจึงคิดจะจัดงานทั้งสองให้ครึกครื้นหนู่ปี้รู้สึกเหมือนนางกำลังจะยืมดอกไม้ถวายพระ เมื่อถึงเวลานั้นท่านอ๋องจะมอบความรักให้กับนาง! ”

             

            ป๋ายจื่อแย่งพูดใบหน้าแดงก่ำ ราวกับว่ามีความแค้นฝังลึกกับเจียงหรูฉิน

             

            หลินเมิ้งหยาพยักหน้าลงที่แท้เจียงหรูฉินก็เป็นคนเสนอเรื่องนี้ขึ้นมา ดังนั้น นางจึงต้องระมัดระวังให้ดี

             

            งานชมดอกเก๊กฮวยอันที่จริงก็เป็นเพียงงานเลี้ยงธรรมดาเท่านั้น

             

            แต่สิ่งเดียวที่น่าปวดหัวก็คือเมื่อถึงเวลานั้นจะมีคนแห่มาที่ตำหนักของนางมากมาย

             

            เมื่อคนเยอะและตกอยู่ในความวุ่นวายนางกลัวว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้น

             

            “นายหญิงยกเลิกเถิดเจ้าค่ะ”

             

            ใบหน้าของป๋ายซ่าวแฝงไว้ซึ่งความกังวลขณะที่เอ่ยกับหลินเมิ้งหยา

             

            หลังจากผ่านเรื่องอันตรายกับหลินเมิ้งหยามาอย่างมากมายพวกนางรู้ว่ามิควรปล่อยให้ใครเข้ามาในตำหนักหลิวซิน

             

            หากคนเข้ามาที่นี่มากมายเกรงว่าพวกนางคงมิอาจดูแลได้อย่างทั่วถึง

             

            “ไม่มีทางเลือกพวกเจ้ามองไม่เห็นสีหน้าของพระสนมเต๋อเฟยอย่างนั้นหรือ”

             

            สิ่งที่ยากที่สุดคือพระสนมเต๋อเฟย

             

            ยิ่งไปกว่านั้นหากนางปฏิเสธ เกรงว่าพระสนมเต๋อเฟยจะต้องรู้สึกไม่พึงพอใจอย่างแน่นอน

             

            จะได้คุ้มเสียหรือไม่เจียงหรูฉินจ้องจับผิดนางอยู่เสมอ นางไม่มีทางปล่อยโอกาสในการทำลายนางไปง่ายๆอย่างแน่นอน

             

            “ถึงอย่างไรงานเลี้ยงก็จัดที่ตำหนักใหญ่หากมีคนมาชมดอกไม้ พวกเจ้าคอยจับตามองก็เพียงพอ”

             

            ตอนนี้คงทำได้เพียงระมัดระวังและแก้ปัญหาไปทีละก้าวอย่างน้อยที่นี่ก็คือจวนอวี้ที่ซึ่งนางควบคุมดูแลอยู่



             

            ทันทีที่หลงเทียนอวี้กลับมาเขาถูกหลินเมิ้งหยาเชิญมาที่ตำหนักหลิวซิน

             

            ยังไม่ทันที่จะเดินผ่านสวนเข้ามาเสียงหัวเราะคิกคักก็ดังลอดออกมา

             

            “เสี่ยวป๋ายมานี่มา เสือน้อย! อย่ากัดหางของเสี่ยวป๋ายสิ รีบมานี่เร็ว”

             

            เพียงเปิดประตูก็ได้เห็นป๋ายจื่อกับหลินจงอวี้กำลังเล่นกับสัตว์เลี้ยงสองตัวอย่างสนุกสนาน

             

            หลินเมิ้งหยานั่งอยู่ในศาลาหยักยิ้มอบอุ่น สายตาอ่อนโยน

             

            ใบหน้านวลประดับไว้ซึ่งรอยยิ้มชีวิตที่เงียบสงบคงเป็นเช่นนี้สินะ

             

            “ท่านอ๋องมาแล้วท่านอ๋อง ท่านอ๋องมาแล้ว”

             

            ป๋ายจื่อสังเกตเห็นหลงเทียนอวี้ก่อนใครเพื่อนใบหน้าเรียวเล็กฉีกยิ้มกว้าง ก่อนจะร้องตะโกนออกมา

             

            สองขาวิ่งไปทางหลินเมิ้งหยาก่อนจะกลับมามีท่าทางประหนึ่งผู้ที่ถูกอบรมมาอย่างดีมิเหมือนเด็กน้อยที่สดใสร่าเริงเมื่อครู่

             

            “อืมข้ามาแล้ว”

             

            ไม่เพียงแค่ป๋ายจื่อแม้แต่คนอื่น ๆ ในจวน หลังจากได้เห็นหลงเทียนอวี้แล้ว พวกเขาต่างพากันหุบยิ้ม

             

            มีเพียงหลินเมิ้งหยาที่ยังคงหยักยิ้มอ่อนโยนเท่านั้น

             

            “ท่านอ๋องเสวยอาหารเย็นหรือยังเพคะ? ”

             

            หลินเมิ้งหยาลุกขึ้นก่อนจะเอ่ยถามเสมือนภรรยาปกติทั่วไปที่ถามสามี

             

            “กินแล้ว”

             

            หัวใจเย็นชาดุจหิมะมีความอบอุ่นจางๆ แผ่ซ่าน

             

            หิมะที่เกาะกุมหัวใจของหลงเทียนอวี้อยู่เริ่มละลายช้าๆ

             

            “ที่เชิญท่านอ๋องมาก็เพราะมีเรื่องต้องการปรึกษาเพคะ”

             

            หลินเมิ้งหยาหยุดยืนตรงหน้าหลงเทียนอวี้

             

            แสงแดดรำไรส่องผ่านใบหน้านวลดั่งหยกของนางดังนั้นนางจึงยิ่งงดงามและเปล่งประกาย

             

            “เรื่องอะไร? ”

             

            หลงเทียนอวี้มิได้สังเกตเห็นเลยว่าน้ำเสียงของตนเองอ่อนโยนลงมาก

             

            “หลังจากที่หมู่เฟยมาชมดอกเก๊กฮวยในสวนของหม่อมฉันแล้วพระองค์ดีใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังต้องการจัดงานเลี้ยงชมดอกเก๊กฮวย หม่อมฉันรอฟังความเห็นจากท่านอ๋องเรื่องนี้เพคะ”

             

            หลินเมิ้งหยาหลุบตาต่ำส่งเสียงอ่อนหวาน

             

            “ได้จัดการตามที่เจ้าเห็นสมควรเถิด”

             

            ครั้งแรกนี่เป็นครั้งแรกที่หลงเทียนอวี้เห็นนางเป็นนายหญิงของจวนอวี้อย่างแท้จริง

             

            เมื่อก่อนเขารังเกียจผู้หญิง ดังนั้นในจวนจึงไร้ซึ่งสาวใช้

             

            มิรู้ว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นเมื่อเขากลับมาจากข้างนอก สิ่งที่เขาอยากเห็นคือใบหน้าเปื้อนยิ้มของหลินเมิ้งหยา

             

            “เพคะท่านอ๋องมีสิ่งใดต้องการรับสั่งหรือไม่? ”

             

            หลินเมิ้งหยาไม่กล้าสบตากับหลงเทียนอวี้ ดวงตาของเขา สีดำคมกริบ ราวกับว่าจะสามารถดูดกลืนวิญญาณของนางได้

             

            ไม่ได้ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้

             

            หลินเมิ้งหยาร้องเตือนตัวเองในใจถ้าหากปล่อยให้ตนเองถลำลึกมากไปกว่านี้ สุดท้าย คนที่จะเจ็บปวดก็คือตัวนางเอง

             

            “ไม่มีเรื่องนี้คงต้องลำบากเจ้าแล้ว”

             

            หลงเทียนอวี้ไม่รู้ว่าควรพูดอะไรบรรยากาศระหว่างทั้งคู่จึงเริ่มอึดอัดขึ้นมา

             

            “พี่สาวเหมือนเสี่ยวป๋ายกับเสือน้อยจะผิดปกติไป! ”

             

            บังเอิญเสียงร้องของหลินจงอวี้พลันดังขึ้น

             

            หลินเมิ้งหยากับหลงเทียนอวี้หันหน้าไปมองก่อนจะได้เห็นเสือน้อยล้มลงกับพื้น มุมปากมีฟองสีขาว

             

            ร่างบางรีบพุ่งออกไปราวกับกำลังบินสมองเกิดเสียงร้องเตือนขึ้นมา

             

            คิ้วขมวดเข้าหากันแน่นอุ้มเสือน้อยเข้าหาอ้อมกอด ใครกันที่ใจคออำมหิตเช่นนี้ กล้าวางยาสัตว์ตัวเล็ก ๆที่น่าสงสาร

             

            “รีบไปเอานมวัวมาจากห้องครัวพิษชนิดนี้รุนแรงมาก จะต้องทำให้มันอ้วกออกมาก่อนจึงจะแก้พิษได้”

             

             





    คล้ายกับเรื่องข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชนบทตัวน้อยๆ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    862K 774
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    สาวแกลที่มาสารภาพรักกับคนมืดมนอย่างผมเพราะเกมลงโทษ ดูยังไงก็หลงผมหัวปักหัวปำเลยครับ

    นิยาย รัก
    85K 245
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ภรรยานายพรานตัวน้อยกับระบบร้านค้ามือสอง [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    712K 1023
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    เกิดใหม่ชาตินี้ ขอเป็นเศรษฐีนีในยุค 80 [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.27M 2359