สองเดือนที่ผ่านมาการผสานทักษะดาบและกระบี่เริ่มลงตัวมากขึ้นและไม่ติดขัดอีกต่อไปและเมิ่งเจี้ยนเฉินยังสามารถสับเปลี่ยนมือในการถือกระบี่และดาบได้อย่างไม่มีปัญหาอีกด้วย
“ท่านอาจารย์ดาบและกระบี่เล่มนี้มีชื่อหรือไม่”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“น่าจะมีแต่ข้าไม่รู้หรอก”เจ๋อเทียนกล่าว
“น่าเสียดายจริงๆเช่นนั้นข้าจะเรียกดาบเล่มนี้ว่าดาบพิฆาต ส่วนกระบี่เป็ ลงทัณฑ์ก็แล้วกัน”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ทำไมเ้าถึงตั้งชื่อพวกนี้”เจ๋อเทียนใ
“เพราะข้าจะชักกระบี่และดาบเมื่อยามที่ตัดสินใจว่าอีกฝ่ายมีโทษผิดถึงตายแล้วเท่านั้น”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“อย่าไร้สาระหากอีกฝ่ายโทษไม่ถึงตายแต่้าฆ่าเ้าแล้วเ้าจะไม่ดึงดาบออกมาหรือไง” เจ๋อเทียนกล่าว
“ก็ใช้หมัดก็ได้นี่”เมิ่งเจี้ยนเฉินยกหมัดของตัวเองออกมา
“เหอะมั่นใจจริงนะทั้งๆที่เ้ายังไม่ได้เริ่มฝึกหมัดเลยแม้แต่น้อยแต่เอาเถอะข้าเรียกคนที่จะมาสอนหมัดให้กับเ้าแล้ววางใจได้เลยว่าต่อจากนี้เ้าจะไม่มีเวลามาคิดเื่ไร้สาระอีก” เจ๋อเทียนยกยิ้มชั่วร้าย
เมิ่งเจี้ยนเฉินสั่นสะท้านเมื่อเจ๋อเทียนยิ้มแบบนี้ทีไรย่อมมีเื่ไม่ดีเกิดขึ้นเสมอหลายวันต่อมาชายร่างใหญ่คนหนึ่งก็มาถึงถ้ำที่พวกเมิ่งเจี้ยนเฉินฝึก
“คารวะเ้าลัทธิห้า”ชายร่างใหญ่กล่าว
“มาแล้วงั้นเหรอดีเลยข้าอยากจะให้เ้าช่วยสอนหมัดให้กับศิษย์ตัวน้อยของข้าหน่อยสามารถลงมือได้เต็มที่เลย” เจ๋อเทียนกล่าว
“เดี๋ยวก่อน”เมิ่งเจี้ยนเฉินยกมือขึ้นทันที
“ทำไมกลัวแล้วงั้นเหรอไหนว่ามั่นใจในหมัดของตัวเอง”เจ๋อเทียนกล่าว
“สามารถทำร้ายส่วนไหนของข้าก็ได้ยกเว้นใบหน้า”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“เอ่อข้าแค่สอนหมัดเ้าเท่านั้นไม่ทำร้ายเ้าหรอก” ชายร่างใหญ่กล่าว
“จริงเหรอ”เมิ่งเจี้ยนเฉินดีใจอย่างมาก
“จริงซะที่ไหนกัน”ชายร่างใหญ่พุ่งเข้าหาเมิ่งเจี้ยนเฉินหนึ่งหมัดต่อยไปที่หน้าอกของเมิ่งเจี้ยนเฉินจนร่างกระเด็นฝังเข้าไปในกำแพงหิน
“ฮ่าฮ่า ไร้เดียงสาเกินไปแล้วเมื่ออยู่ในยุทธภพกฎข้อแรกอย่าได้เชื่อใจคนแปลกหน้าเด็ดขาด” ชายร่างใหญ่กล่าว
“เ้าหัวหมีเล่นเอากระดูกข้าหักเลยนะ”เมิ่งเจี้ยนเฉินพ่นเืออกมามองอีกฝ่ายด้วยแววตาคมกริบ
“โอ้แววตาดีใช้ได้ ท่านเ้าลัทธิท่านบอกข้าเองนะว่าให้ลงมือเต็มที่เพราะงั้นหากพิการขึ้นมาอย่ามาโทษข้าแล้วกัน”ชายร่างใหญ่กล่าว
“แน่นอนแต่เ้าต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย” เจ๋อเทียนนอนแคะจมูกด้วยสีหน้าเฉยเมย
“ล้อเล่นน่าข้ารู้ว่าควรจะทำอย่างไร” ชายร่างใหญ่อดที่ใจสั่นเขาย่อมไม่กล้าท้าทายอีกฝ่ายอยู่แล้วแค่อยากจะรู้ว่าเด็กน้อยตรงหน้าสำคัญมากกับเจ๋อเทียนมากน้อยแค่ไหน
ชายร่างใหญ่คนนี้คือหนึ่งในผู้ฝึกวรยุทธขอบเขตที่8 คนหนึ่งความแข็งแกร่งเทียบได้กับเซียนพิภพเลยก็ว่าได้
“เอาละเ้าหนูหลังจากนี้เ้าจะเรียนรู้วิชาหมัดของข้าได้มากน้อยแค่ไหนก็ต้องดูที่ความอดทนของเ้าแล้ว”ชายร่างใหญ่นามว่าโถวซางพุ่งเข้าหาเมิ่งเจี้ยนเฉินใช้วิชาหมัดโจมตีไปอย่างต่อเนื่อง
แม้อีกฝ่ายจะกดพลังของตนลงแต่ว่าประสบการณ์ย่อมดีกว่าเมิ่งเจี้ยนเฉินทำให้เมิ่งเจี้ยนเฉินไม่อายตอบโต้กลับไปได้เลยทำเพียงยอมให้อีกฝ่ายโจมตีเข้ามาที่ร่างกายขณะเดียวกันก็รอบเรียนรู้วิชาหมัดของอีกฝ่าย
“เ้าเด็กนี่”แววตาของโถวซางเปลี่ยนไปััได้ว่าเรือนกายของเมิ่งเจี้ยนเฉินแข็งแกร่งมากทั้งๆที่ยังอยู่ขอบเขตสองเท่านั้น
“เหอะคิดว่าศิษย์ของข้าจะรังแกง่ายนักหรือไง” เจ๋อเทียนเค้นเสียง
ความอดทนของเมิ่งเจี้ยนเฉินนั้นยอดเยี่ยมมากทำให้โถวซางต้องมองเมิ่งเจี้ยนเฉินใหม่ทันทีเพราะเมิ่งเจี้ยนเฉินทนต่อหมัดของตนได้นานหลายชั่วโมงกว่าจะล้มลง
“ท่านเ้าลัทธิข้าไม่เข้าใจว่าทำไมถึงสอนวรยุทธให้กับเขาจากที่ข้าััได้เขาน่าจะเดินบนเส้นทางของเซียนกระบี่แล้ว” โถวซางกล่าว
“ศิษย์คนสุดท้ายของข้าจะเหมือนคนอื่นได้อย่างไร”เจ๋อเทียนกล่าว
“ท่านคงไม่คิดที่จะนำจุดแน่นของศิษย์ทั้ง5 คนมารวมไว้ที่เด็กคนนี้ใช่หรือไม่” โถวซางกล่าวด้วยสีหน้าใ
“แล้วไม่งั้นละ”เจ๋อเทียนกล่าว
“เอาจริงเหรอแบบนั้นมันจะไม่โหดร้ายกับเด็กคนนี้มากเกินไปงั้นเหรอการที่ต้องฝึกฝนหลายๆด้านในเวลาเดียวกันจะทำให้เข้าก้าวขึ้นไปช้ากว่าคนทั่วไปมากถึงขั้นถูกเพื่อนร่วมรุ่นทิ้งห่างไปเลยนะแม้ในระดับเดียวกันเขาจะแข็งแกร่งกว่าคนอื่นแต่เมื่อคนอื่นอยู่ระดับที่สูงกว่าเขาแล้วความได้เปรียบเ่าั้จะมีความหมายอะไร”โถวซางกล่าว
“เ้ากำลังสอนข้าว่าควรจะทำอย่างไรงั้นเหรอ”เจ๋อเทียนหรี่ตาลง
“ข้าก็แค่เสียดายพร์ของเขาเท่านั้นเองหากทำให้ท่านเ้าลัทธิห้าขุ่นเคืองข้าก็ต้องขออภัยด้วย”โถวซางกล่าว
“เห็นแก่ที่เ้าหวังดีต่อศิษย์ของข้าข้าจะปล่อยไปสักครั้ง” เจ๋อเทียนกล่าว
โถวซางได้แต่ถอนหายใจหลังจากนั้นโถวซางก็ยิ่งตั้งใจในการสอนหมัดให้เมิ่งเจี้ยนเฉินไม่ได้กลั่นแกล้งเหมือนในวันแรกทำให้เมิ่งเจี้ยนเฉินสามารถเรียนรู้การออกหมัดได้ไว้ขึ้น
การออกหมัดที่โถวซางสอนนอกจากใช้กำลังสยบศัตรูแล้วยังมีลูกเล่นที่เอาไว้ใช้ยามที่เผชิญหน้ากับศัตรูที่แข็งแกร่งกว่าตนอีกด้วยอย่างเช่นหมัดหลอกที่เอาไว้หลอกล่อศัตรูทำให้ศัตรูสับสน
สุดท้ายโถวซางก็ช่วยฝึกหมัดให้เมิ่งเจี้ยนเฉิน3 เดือนก่อนจะจากไป เมิ่งเจี้ยนเฉินที่ผ่านการทดสอบทั้งหมดแล้วก็ได้กลับมาูเาเซียนตูของตน
“ตอนนี้ข้าได้สอนเ้าทุกอย่างแล้วไม่สิไม่ถือว่าทุกอย่างแต่ถือว่าปูพื้นฐานให้เ้าหมดแล้วซึ่งถือว่าเร็วกว่าที่ข้าคิดมากเวลาที่เหลือเ้าก็ฝึกฝนไปตามปกติหลอมกระบี่ทั้งสามเล่มให้ดีวันหน้ามันจะช่วยเ้าได้มากจริงๆส่วนต่อจากนี้ศิษย์พี่ของเ้าจะสอนการวาดยันต์ในบางเวลาเมื่อครบกำหนดเวลา 5ปีนางก็ต้องจากไปเช่นกัน” เจ๋อเทียนกล่าว
“ท่านอาจารย์จะไปแล้วงั้นเหรอ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ทำไมไม่อยากให้ข้าจากไปงั้นเหรอ”เจ๋อเทียนยกยิ้มพึงพอใจ
“อยากสิทำไมจะไม่อยาก” เมิ่งเจี้ยนเฉินหัวเราะ
“เ้าตัวแสบศิษย์ที่ไหนเขาพูดแบบนี้กับอาจารย์กัน” เจ๋อเทียนไม่ได้โกรธแค่ยิ้ม
“ขอให้อาจารย์เดินทางปลอดภัย”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“ที่เหลือต้องฝากเ้าแล้วอีกปีครึ่งเ้าก็สามารถกลับไปยังูเาของเ้าได้แล้ว” เจ๋อเทียนมองไปยังชิงเสวี่ย
“ศิษย์จะดูแลศิษย์น้องเล็กเอง”ชิงเสวี่ยกล่าว
“ดูแลที่ว่าหมายถึงอะไรหมายถึงคิดจะกินศิษย์น้องตัวเองงั้นเหรอ” เจ๋อเทียนกล่าว
“ท่านอาจารย์การล้อเล่นของท่านออกจะไม่สนุกแล้วนะ”ชิงเสวี่ยส่ายหน้า
“รู้ตัวก็ดีแล้วหากเ้ากล้าคิดอะไรกับศิษย์น้องของเ้าละก็ เหอ เหอไม่ต้องให้ถึงมือข้าหรอกเ้าพวกตะพาบพวกนั้นคงเล่นงานเ้าจนไม่กล้าออกไปเจอหน้าใครแน่”เจ๋อเทียนโบกมือร่างก็หายไปเหมือนไม่เคยมีตัวตนอยู่ั้แ่เริ่ม
“หลังจากวันนี้่เช้าเ้าจะต้องไปหลอมกระบี่เป็เวลาครึ่งวันหลังจากนั้นค่อยมาเขียนยันต์กับข้าส่วนการฝึกหมัดเ้าแค่ฝึกการก้าวเดินเพียงอย่างเดียวก็พอ” ชิงเสวี่ยกล่าว
“ข้าเข้าใจแล้ว”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
การเรียนวาดยันต์ของเมิ่งเจี้ยนเฉินถือว่าราบรื่นเพราะเมิ่งเจี้ยนเฉินเรียนรู้เร็วมากการวาดยันต์ค่อนข้างจะยอดเยี่ยมเลยด้วยซ้ำตัวอักษรงดงามเป็ระเบียบ
“ยันต์ปราณหยางพวกนี้สามารถช่วยให้เ้ากำจัดสิ่งชั่วร้ายได้อย่างเช่นพวกิญญาชั่วร้ายที่มีพลังหยินสูงยันต์ปราณหยางจะยิ่งได้ผลดียิ่งขึ้น”ชิงเสวี่ยกล่าว
“ภูตผีพวกนั้นน่ากลัวหรือไม่”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“แน่นอนสิพวกมันมีใบหน้าที่น่ากลัวแถมเสียงของพวกมันเองก็สยองสุดๆ” ชิงเสวี่ยยิ้ม
“อึกเวลาข้าออกเดินทางจะต้องระวังตัวเสียแล้ว” เมิ่งเจี้ยนเฉินพยักหน้าให้ตนเอง
“สำหรับศิษย์น้องเื่ิญญาร้ายคงไม่น่ากลัวเท่าไหร่แต่ที่น่ากลัวคือภูติจิ้งจอกมากกว่าพวกนั้นน่าจะชอบเข้ามาหยอกเย้าเ้าอย่างแน่นอน” ชิงเสวี่ยหัวเราะ
“ใครจะหยอกเย้าใครก็ยังไม่แน่”เมิ่งเจี้ยนเฉินย่อมเคยอ่านเื่ราวของภูติจิ้งจอกว่ากันว่าพวกภูติจิ้งจอกมักจะชอบแปลงเป็สาวงามมาหลอกเอาพลังหยางจากพวกชายหนุ่มที่ขึ้นไปบนูเาตอนกลางคืนแน่นอนว่าพวกนางไม่ถึงขั้นสังหารพวกชายหนุ่มเ่าั้แค่ดูพลังหยางจากพวกเขาไปทำให้เหล่าชายหนุ่มอ่อนแอลงเท่านั้นเอง
“จริงสิข้าได้ยินท่านป้าบอกว่าที่เมืองทางเหนือเหมือนจะมีเทศกาลปีใหม่จัดขึ้นหากเ้าสนใจสามารถไปเที่ยวพักผ่อนได้หนึ่งวัน”ชิงเสวี่ยกล่าว
“ศิษย์พี่ไม่ไปงั้นเหรอ”เมิ่งเจี้ยนเฉินกล่าว
“อย่าดีกว่ามีแต่จะสร้างปัญหาเปล่าๆ”ชิงเสวี่ยส่ายหน้า
หากนางที่เป็หญิงงามลงไปเดินเที่ยวกับศิษย์น้องของนางสายตาของผู้คนย่อมจะต้องมองมาที่นางอย่างไม่ต้องสงสัยและถึงตอนนั้นคงมีพวกสมองมีปัญหามาหาเื่เมิ่งเจี้ยนเฉินเป็แน่
เมิ่งเจี้ยนเฉินไม่ได้กล่าวอะไรอีกไปอาบน้ำเปลี่ยนแล้วตรงดิ่งลงจากูเาเซียนตูทันทีั้แ่ฝึกอยู่กับอาจารย์นอกจากถูกอัดจนหมดสติก็ไม่เคยลงจากเขาไปหาเที่ยวเล่นอีกเลย
เมื่อเมิ่งเจี้ยนเฉินลงมาจากูเาเซียนตูคนในตระกูลเมิ่งก็แสดงความเคารพเพราะสถานะของเมิ่งเจี้ยนเฉินไม่ใช่แค่นายน้อยของพวกเขาเท่านั้นแต่ตอนนี้ยังถือเป็เ้าขุนเขาของูเาเซียนตููเาหลักส่วนพวกเขาที่อาศัยอยู่บนูเารองรอบๆูเาเซียนตูก็ต้องเคารพเ้าขุนเขาอย่างเมิ่งเจี้ยนเฉินอยู่แล้ว
“ไม่ต้องมากพิธี”เมิ่งเจี้ยนเฉินโบกมือ
“นายน้อนจะไปเที่ยวงานปีใหม่ที่เมืองทางเหนืองั้นเหรอ”สาวใช้กล่าว
“ใช่แล้ว”เมิ่งเจี้ยนเฉินพยักหน้า
“ไม่สู้นายน้อยพาพวกนางไปด้วยพวกนางคือหน่วยเงาที่คอยปกป้องท่านผู้นำตระกูลอยู่ตลอดแต่ตอนนี้พวกนางได้เริ่มหันไปฝึกวิชาเซียนแล้วมีพวกนางอยู่ย่อมช่วยปกป้องท่านได้แน่”สาวใช้กล่าว
“ไม่ละข้ากลัวว่าจะถูกหาเื่เอามากกว่า” เมิ่งเจี้ยนเฉินมองไปยังหญิงสาวชุดดำที่มีผ้าปิดหน้าก็รู้ว่าย่อมเป็หญิงงามหลายปีมานี้เมิ่งเจี้ยนเฉินได้ยินอาจารย์ของตนบ่นให้ฟังหลายครั้งว่าสาวงามมักมาพร้อมกับหายนะ
“เช่นนั้นก็พาพวกเขาไปด้วยก็ยังดี”สาวใช้มองไปยังทหารเก่าที่กำลังแบกท่อนไม้ขนาดใหญ่ไปมาตอนนีู้เาสี่ลูกต่างก็เริ่มสร้างสิ่งก่อสร้างมากมายอย่างห้องพัก ลานฝึกฝนหรือแม้แต่สถานที่รับแขกเองเช่นกัน ส่วนนักโทษที่ถูกชิงเสวี่ยจับมาตอนนี้พวกนั้นถูกใช้ให้เป็การก่อสร้างของูเาเซียนตูบันไดหินทีู่เาเซียนตูมีในตอนนี้ก็เป็พวกนักโทษที่สร้างขึ้นกับมือพวกเขาต้องนำหินแต่ละก้อนมาเรียงกันอย่างสวยงามเพื่อให้ชิงเสวี่ยพอใจ
“อืมก็ได้”เมิ่งเจี้ยนเฉินมองออกว่าหากตนไม่ตอบตกลงพวกสาวใช้จะต้องไปฟ้องพวกบิดาตนแน่ถึงตอนนั้นก็จะยุ่งยากเสียเวลาเปล่าๆ
เมิ่งเจี้ยนเฉินพาชายร่างใหญ่ไปด้วยสองคนแต่ละคนคือขอบเขตที่4 ของผู้ฝึกยุทธ ที่จริงเมิ่งเจี้ยนเฉินเองก็ทะลวงจากขอบเขตที่ 2กลายเป็ของบเขตที่สามแล้วหลังจากที่ฝึกหมัดกับโถวซางเสร็จ