เสียงคำรามต่ำๆ ดังอยู่สักพักเมื่อไม่เห็นปฏิกิริยาตอบสนองของร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนพื้นเสียทีมันจึงค่อยเผยตัวออกมาจากเงามืดถึงได้เห็นว่ามันคือออนซิลลาตัวหนึ่ง
เมื่อพูดถึงออนซิลลา มันคือสัตว์กลายพันธุ์ระดับ S เป็สัตว์ตระกูลนักล่าสายพันธุ์เสือ กลายพันธุ์มาจากแมวเสือผสมเสือจากัวร์ มันจึงมีขนเรียบลื่นสีเทาดำคล้ายเสือจากัวร์ดำแต่มีลายจุดที่น้ำตาลเหมือนแมวเสือ ขึ้นชื่อเื่ความดุร้ายและขี้โมโห และที่สำคัญมันกินเนื้อเป็อาหาร
เมื่อก้าวพ้นออกมาจากพงหญ้า ร่างปราดเปรียวขนาดเท่าครึ่งตัวเด็กวัย 2-3 ขวบะโพรวดเดียวไปหยุดยืนอยู่ข้างร่างคนตัวเล็กอย่างง่ายดาย มันก้มลงดมกลิ่นของร่างตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ โดยเอาส่วนหัวของตัวเองวางพาดลงบนหน้าอกของร่างเล็กเอาไว้ ซึ่งพฤติกรรมนี้เป็การแสดงอาณาเขตของมัน ดังนั้นเมื่อสัตว์ตัวอื่นเห็นจึงไม่กล้าเข้าใกล้บริเวณนี้อีก
ดวงตาสีแดงวาววับจับจ้องดวงหน้าเล็กที่สกปรกมอมแมมอยู่เงียบๆ อย่างคุ้นเคย ใบหูยาวของมันข้างหนึ่งวางแนบลงบนหน้าอกเล็กเพื่อฟังเสียงหัวใจเต้นของคนใต้ร่าง อีกข้างยกขึ้นโบกสะบัดเพื่อฟังเสียงการเคลื่อนไหวรอบๆตัวอย่างระแวดระวัง
มันจดจำกลิ่นอายสะอาดบริสุทธิ์รอบตัวมนุษย์ตัวน้อยผู้นี้ได้เพราะมันไม่ฉุนและน่าสะอิดสะเอียนเหมือนมนุษย์คนอื่นๆ และมันก็รับรู้ได้เช่นกันว่ามนุษย์ตัวน้อยคนนี้ไม่เป็อันตรายกับมัน ทั้งยังเคยช่วยรักษาาแจากการต่อสู้แย่งชิงตำแหน่งจ่าฝูงเมื่อครั้งก่อนให้มันด้วย
ครั้งนั้นถึงมันจะชนะแต่ก็าเ็ไม่น้อย และเพราะพวกมันเป็สัตว์กลายพันธุ์จึงมีสติปัญญาเหนือกว่าสัตว์เดรัจฉานทั่วไป แม้ว่าพวกมันจะสามารถเข้าใจภาษาและพฤติกรรมของมนุษย์ได้ แต่การดำเนินชีวิตของพวกมันก็ยังคงทำไปตามสัญชาตญาณดิบไม่ได้ผ่านกระบวนการขบคิดหลายขั้นตอนเหมือนมนุษย์
ดังนั้นไม่ว่าจะเป็สัตว์เดรัจฉานปกติหรือสัตว์กลายพันธุ์ก็ยังคงอาศัยสัญชาตญาณดั้งเดิมในการดำรงชีวิต การรักษาาแจึงอาศัยเพียงการกินหญ้าตามป่าเขาและเลียทำความสะอาดเท่านั้น ถ้าไม่ได้การช่วยเหลือจากมนุษย์ตัวน้อยผู้นี้มันอาจจะตายไปนานแล้วก็ได้
วันนี้มันรับรู้ได้ถึงสัญญาณอันตรายจากภัยธรรมชาติเลยหลบหนีเข้ามาซ่อนตัวในป่า พอพายุสงบมันถึงออกจากที่ซ่อนแต่กลับได้กลิ่นที่คุ้นเคยเข้า ดังนั้นมันเลยออกมาคุ้มครองมนุษย์ตัวน้อยเอาไว้ตามสัญชาตญาณของมัน
ไม่รู้ว่าเวลา้าหุบเขานั้นผ่านไปนานเท่าไรแล้ว จวบจนกระทั่งอากาศรอบตัวลดต่ำลงเกือบติดลบ คนที่หมดสติไปจึงค่อยเริ่มรู้สึกตัวขึ้นมาอีกครั้ง
บาร์เซทท์กะพริบตาถี่ๆ เพื่อปรับสภาพสายตาแม้รอบตัวจะสลัวรางเพราะแสงส่องไม่ถึงก็ไม่เป็อุปสรรคต่อการมองเห็นของเขา ชายหนุ่มยังจดจำเหตุการณ์ก่อนหมดสติได้ดี แต่เมื่อลองขยับตัวความปวดร้าวจาก่ต้นขาไปถึงปลายเท้ากับแล่นริ้วขึ้นมากะทันหันจนเ้าตัวเผลอครางออกมาด้วยความเ็ป
บาร์เซทท์เหลือบมองลงไปก็พบว่ามีท่อนไม้ปลายแหลมขนาดใหญ่แทงทะลุต้นขาด้านซ้ายของตนอยู่ แต่เืบริเวณาแไม่ค่อยไหลออกมามากแล้วคงเพราะไม่ได้ไปขยับท่อนไม้ออก ยังโชคดีที่ร่างกายส่วนอื่นแม้จะมีาแมากมายแต่ก็ไม่สาหัสเท่าาแที่ต้นขา
ชายหนุ่มข่มความเ็ปเอาไว้พยายามคลำหานาฬิกา AI เพื่อค้นยารักษาตามความเคยชิน แต่ข้อมือกับว่างเปล่าจึงได้แต่ถอนหายใจออกมา
สงสัยมันคงหลุดไปตอนที่เขาตกอยู่ภายในวงวันของพายุหมุน
เมื่อไม่มีนาฬิกา AI แล้วตอนนี้ก็ได้แต่หวังว่าจะมีคนตามหาเขาให้พบก่อนที่จะถูกตัวอะไรคาบไปก่อนเท่านั้น
พอสำรวจตัวเองแล้วชายหนุ่มก็เหลียวมองหาเด็กชายที่อยู่ในโกดังกับตัวเองไปรอบๆ ก่อนจะพบว่าบนร่างของเด็กน้อยมีออนซิลลาโตเต็มวัยตัวหนึ่งนอนหมอบอยู่บน่อก และมันก็กำลังจ้องมองมาที่เขาอย่างไม่เป็มิตร ซึ่งบาร์เซทท์ััไอสังหารที่แผ่ออกมาจากตัวมันได้อย่างชัดเจน
ด้านบาร์เซทท์เองก็ปล่อยพลังกดดันออกมาเพื่อกดข่มมันเอาไว้เช่นเดียวกัน
ถึงว่าทำไมไม่มีสัตว์ป่ามาปรากฏตัวอยู่แถวนี้เลยทั้งที่กลิ่นคาวเืคละคลุ้งขนาดนี้ ที่แท้ก็เพราะเ้าออนซิลลาตัวนี้เฝ้าอยู่นี่เอง
กรรรร!!!
หนึ่งคนหนึ่งสัตว์ต่างจ้องตากันคุมเชิงอีกฝ่ายเอาไว้ แต่ก็ไม่มีฝ่ายใดเปิดฉากโจมตีก่อน จนกระทั่งร่างเล็กของเด็กชายขยับเคลื่อนไหวหนึ่งคนกับอีกหนึ่งตัวถึงละสายตาออกจากกัน
ไนเจลที่หมดสติไปนานขมวดคิ้วพลางยกมือขึ้นคลึงขมับที่ปวดหนึบเบาๆ เด็กน้อยรู้สึกว่าร่างกายของตัวเองเจ็บร้าวไปหมดทั้งยังหน่วงๆบริเวณหน้าอกเหมือนโดนอะไรกดทับอีกด้วย แต่จนใจที่รอบตัวค่อนข้างมืดเด็กน้อยจึงมองอะไรไม่ค่อยชัดเจนนัก
แง้ว~~~~
ในขณะที่ไนเจลกำลังพยายามเพ่งมองรอบข้างอยู่นั้นเสียงร้องที่คุ้นหูก็ดังขึ้นใกล้ๆ พร้อมกับััสากๆและความเปียกชื้นที่ลากผ่านใบหน้า
" เ้าเหมียว~~ "
แม้จะมองเห็นไม่ชัดแต่ไนเจลจำััและเสียงของแมวน้อยที่ตัวเองตามหาได้ ความยินดีทำให้เด็กน้อยลืมความเ็ปไปชั่วขณะจนเผลอขยับตัวแรงเป็เหตุให้าแฉกรรจ์ที่แผ่นหลังและท่อนแขนเล็กๆ ปริแตกออกมาเล็กน้อย
เด็กน้อยร้องครางด้วยความเ็ป ออนซิลลาที่อยู่ด้านข้างก้มลงจะเลียาแให้ไนเจลตามสัญชาตญาณแต่ถูกเสียงเข้มของบาร์เซทท์หยุดเอาไว้ก่อน
" อย่าเพิ่งขยับตัวแรง บนตัวนายมีแผลหลายที่ แล้วก็อย่าให้มันเลียแผลมันจะติดเชื้อเอาได้ "
" พี่ชาย "
เมื่อได้ยินเสียงพี่ชายที่ช่วยตัวเองไว้ไนเจลก็ร้องออกมาด้วยความดีใจอีกครั้งและทำตามที่พี่ชายบอกอย่างเชื่อฟังแต่ก็อดถามออกไปด้วยความเป็ห่วงไม่ได้
" พี่ชาย พี่ชายเป็ยังไงบ้าง าเ็ตรงไหนไหมครับ "
" ไม่ต้องห่วงฉันสบายดี " บาร์เซทท์รู้ว่าเด็กน้อยมองเห็นไม่ชัดเหมือนตัวเองจึงไม่ได้บอกความจริงออกไปให้เ้าตัวน้อยเป็กังวล
" ดีจริง แล้วพี่ชายอยู่ตรงไหนครับ ที่นี่มืดมากผมมองอะไรไม่ค่อยชัดเลย "
" ฉันอยู่ใกล้ๆ นี่แหละ ว่าแต่นายรู้จักกับมันด้วยเหรอ "
บาร์เซทท์มองเ้าออนซิลลาที่กลายร่างเป็แมวตัวโค่งอย่างนึกแปลกใจ พฤติกรรมแบบนี้ชายหนุ่มไม่เคยเห็นมาก่อน ปกติแล้วสัตว์กลายพันธุ์มักจะดุร้ายและฉลาดเป็กรด ไม่มีตัวไหนดูปัญญาอ่อนเหมือนเ้าออนซิลลาตัวนี้สักตัว
" ครับ ผมเก็บมันได้ข้างทาง มันน่ารักมากเลยนะครับ เป็แมวที่ใจดีมากเลย "
เหมือนเ้าออนซิลลาจะรับรู้ถึงคำชมมันเลยซุกตัวลงคลอเคลียร่างเล็กไม่ห่างทำให้เด็กน้อยไม่รู้สึกหนาวมากนัก
บาร์เซทท์เลิกคิ้วอย่างไม่เชื่อถือ
มันเนี่ยน่ะหรือใจดี เมื่อกี้ยังขู่ฟ่อๆ กับเขาอยู่เลย
แต่เอาเถอะ ในเมื่อมันไม่เป็อันตรายต่อพวกตนเขาก็จะปล่อยให้มันอยู่แบบนี้ต่อไป อย่างน้อยมันก็พอจะช่วยไล่พวกสัตว์อันตรายออกไปได้ ถึงแม้ว่าเขาจะาเ็แต่การจะกำจัดออนซิลลาสักตัวหรือสัตว์ป่าอีกไม่มากก็ยังพอทำได้อยู่ แต่เขาเกรงว่าเด็กน้อยข้างตัวคนนี้จะโดนลูกหลงจากการต่อสู้ไปด้วย ยิ่งตอนนี้พวกตนาเ็ขยับตัวก็ลำบาก อะไรที่เลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยงไปดีกว่า
" พี่ชาย "
" อืม "
" พี่ชายหนาวไหม "
" ไม่หรอก "
แม้จะบอกไปแบบนั้นแต่อุณหภูมิที่ลดต่ำลงอย่างรวดเร็วก็ส่งผลต่อร่างกายของชายหนุ่มเป็อย่างมาก ยิ่งพอขยับตัวความปวดร้าวยิ่งทบทวีคูณ
ไนเจลได้ยินเสียงเคลื่อนไหวและเสียงหายใจหนักหน่วงของพี่ชายตรงข้ามก็เดาได้ว่าพี่ชายคงาเ็ไม่น้อย เพราะเวลาพ่อของเขาาเ็ก็จะมีอาการแบบนี้ ชอบปกปิดแม่ไม่ให้รู้แต่แม่ก็ดูออกทุกทีและเขาเองก็ดูออกเหมือนกัน!! แม่เคยบอกกับเขาว่าที่พ่อไม่บอกความจริงเป็เพราะไม่อยากให้พวกเขาเป็ห่วง และเด็กดีต้องไม่เปิดโปงออกไป
พี่ชายคงกลัวว่าเขาจะเป็ห่วงถึงไม่ยอมบอกความจริงออกมา ถ้าอย่างนั้นเขาก็จะไม่พูดมัน เพราะเขาเป็เด็กดี
" พี่ชาย "
" อืม "
" ผมหนาวจัง ผมขอไปอยู่ข้างๆ พี่ชายได้ไหมครับ "
ไม่รอให้บาร์เซทท์อนุญาต ไนเจลก็ค่อยๆ ขยับตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบาก แม้จะเจ็บาแแต่ก็ยังพยายามขยับคืบคลานไปข้างหน้าอย่างช้าๆโดยให้ออนซิลลานำทางให้เพราะมองทางไม่ชัด
บาร์เซทท์เฝ้ามองร่างเล็กๆ ที่ค่อยๆ คืบคลานเข้ามาใกล้ทีละนิดอย่างช้าๆ ริมฝีปากซีดเซียวขบเม้มจนเป็เส้นตรง บนหน้าผากกลมมนมอมแมมมีเม็ดเหงื่อผุดผายออกมาไม่หยุดไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเ้าตัวเ็ปแค่ไหน
ชายหนุ่มอยากจะบอกออกไปว่าไม่ต้องเข้ามาแล้วแต่เสียงนั้นกับไม่ได้หลุดออกจากลำคอแม้เพียงครึ่งคำ ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าเด็กน้อยคิดอะไรอยู่ ความคิดที่แสดงออกมาบนใบหน้านั้นเห็นได้อย่างชัดเจนยิ่งกว่าส่องกล้องซะอีก
ไม่นานไนเจลก็คลานมาถึงตัวบาร์เซทท์ได้ในที่สุด จากนั้นก็ทิ้งตัวลงนอนตะแคงข้างหันเข้าหาร่างใหญ่เพราะตอนนี้เด็กน้อยเจ็บแผลที่หลังมากจริงๆ จนไม่สามารถนอนหงายเหมือนตอนแรกได้แล้ว และเหมือนว่าเ้าออนซิลลาจะรับรู้ถึงความเ็ปของเขามันจึงใช้ร่างตัวเองอิงแผ่นหลังเล็กเอาไว้ าแจะได้ไม่ัักับพื้นหญ้าให้ทรมานเกินไป
ไนเจลแอบปาดเหงื่อบนใบหน้าออกแล้วผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ กว่าจะคืบคลานมาถึงไม่ใช่เื่ง่ายเลยทำเอาเขาเจ็บระบมไปหมดทั้งตัว
" เด็กดี " ไนเจลเอื้อมมือไปด้านหลังเพื่อััศีรษะเล็กๆ ของเ้าออนซิลลาเบาๆ อย่างชมเชย
บาร์เซทท์ไม่คิดเปิดโปงความคิดของเด็กน้อยที่เอื้อมมือมาโอบกอดตัวเองเอาไว้ แม้การกระทำนี้จะไม่ได้สร้างความอบอุ่นให้ร่างกายเขามากมายอะไร แต่ชายหนุ่มกับรู้สึกอบอุ่นไปถึงหัวใจอย่างอธิบายไม่ถูก
นอกจากคนในครอบครัวแล้วก็ไม่มีใครโอบกอดเขาด้วยความห่วงใยจากใจจริงแบบนี้อีก
อาจเป็เพราะในชีวิตของชายหนุ่มเต็มไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและกลโกงสารพัด ผู้คนที่เข้าหาเขาต่างหวังผลประโยชน์และหลงใหลในรูปลักษณ์ภายนอก เงินทองและอำนาจที่เขามอบให้ ไม่ต้องพูดถึงความอิจฉาริษยาที่มีต่อเขาเลยเพราะมันมีมากจนนับไม่หวาดไม่ไหว ความจริงใจแบบนี้จึงหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก
" ผมไม่หนาวแล้ว ตัวพี่ชายอุ่นมากเลย "
" อืม "
บาร์เซทท์ขยับตัวมากไม่ได้จึงปล่อยให้คนตัวเล็กโอบกอดตัวเองเอาไว้อย่างน้อยก็มาสามารถทำให้เ้าตัวน้อยอบอุ่นขึ้นได้ ถ้าให้อาศัยแค่เ้าออนซิลลาปัญญาอ่อนนั่นคงไม่ได้ช่วยอะไรมาก
" พี่ชายไม่ต้องกลัวนะ พ่อกับลุงเจริคเก่งมาก อีกไม่นานพวกก็หาพวกเราเจอแล้ว "
" อืม "
" พี่ชาย "
" อืม "
" ขอบคุณที่ช่วยผมไว้นะครับ "
" ฉันเต็มใจ นอนเถอะเก็บแรงเอาไว้ ไม่นานพ่อกับลุงของนายก็ตามมาเจอเราแล้วล่ะ "
ไนเจลผงกหัวรับแล้วหลับตาลงอย่างว่าง่าย
ไม่ใช่ว่าเด็กน้อยจะไม่รู้สึกหวาดกลัวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตรงข้ามเขากลัวมากจนอยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ ด้วยซ้ำ แต่ยังดีที่มีพี่ชายคนนี้อยู่เป็เพื่อนไม่อย่างนั้นเขาคงรู้สึกย่ำแย่กว่านี้ ยิ่งมองอะไรไม่เห็นแบบนี้เขาก็ยิ่งหวาดกลัว
บาร์เซทท์รับรู้ถึงความหวาดกลัวในใจของไนเจล ไม่แปลกที่เด็กน้อยจะหวาดกลัว หากเป็เด็กคนอื่นคงร้องไห้กระจองอแงไปนานแล้ว ไม่อดทนอดกลั้นทำเป็เข้มแข็งเหมือนเด็กคนนี้แน่นอนจึงอดเอ่ยปลอบประโลมคนตัวเล็กด้วยความสงสารไม่ได้
" ไม่ต้องกลัว มีฉันอยู่ นายไม่เป็อะไรแน่นอน "
" อืม "
แง้ว~~
บาร์เซทท์อดหัวเราะออกมากับความประจบสอพลอของเ้าออนซิลลาปัญญาอ่อนตัวนี้ไม่ได้
" ยังมีมันด้วยอีกตัว "
" อืม มีพี่ชายกับแมวน้อยผมไม่กลัวอะไรแล้ว "
ในค่ำคืนที่มืดมิด ร่างกายเต็มไปด้วยาแ อุณหภูมิรอบตัวลดต่ำลงจนเกือบติดลบ ร่าง 3 ร่างภายใต้หุบเขาต่างนอนกกกอดกันและกันเอาไว้อย่างแแ่เพื่อส่งผ่านไออุ่นให้แก่กัน
และความอบอุ่นนี้ได้แทรกซึมเข้าไปภายในหัวใจอันแห้งแล้งของบาร์เซทท์อย่างช้าๆและฝังแน่นอยู่ในความรู้สึกไม่มีวันจางหายแม้ว่าวันเวลาจะผ่านไปเนิ่นนานเท่าไรก็ตาม...
*หวังว่าทุกคนจะเอ็นจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)