บทที่ 20
"นี่เป็ข้อมูลที่องครักษ์ลับส่งมาให้อย่างนั้นหรือ" หลงอันจวิ้นถามสวีกงกงที่นำรายงานเข้ามา
"พ่ะย่ะค่ะฝ่าา เพราะหลังจากใต้เท้าฉู่ออกไป เขาไม่ได้ตรงกลับจวนของตัวเอง เขาไปบ้านหลังหนึ่งเขาหายไปประมาณหนึ่งเค่อก็ออกมา
คนของเราไม่สามารถเข้าใกล้บ้านหลังนั้นได้เลยพ่ะย่ะค่ะ เพราะดูเหมือนว่าบ้านหลังนั้นถูกคุ้มกันไว้จากองครักษ์มากฝีมือ เพื่อไม่เป็การแหวกหญ้าให้งูตื่นพวกเขาจึงไม่กล้าเข้าไปพ่ะย่ะค่ะ" สวีกงกงรายงานตามที่องครักษ์รายงานมา
"แล้วข้อมูลขององค์ชายผู้นี้ล่ะ พวกเ้าได้มันมาอย่างไร" หลงอันจวิ้นถาม ตาก็อ่านรายละเอียดขององค์ชายคนใหม่ของราชวงศ์ไปด้วย คนผู้นี้เก็บตัวได้มิดชิดเลยทีเดียว
"ค้นจากห้องลับของใต้เท้าฉู่พ่ะย่ะค่ะ กว่าคนของเราจะหาห้องลับเจอไม่ใช่เื่ง่ายเลย เพราะใต้เท้าฉู่ระวังอย่างมาก คนของเราที่ลอบเข้าไปโดนกับดักาเ็หลายคนเลยทีเดียว" สวีกงกงรายงานใบหน้าของเขามีเหงื่อออกมาเพราะกว่าจะได้ข้อมูลนี้มาลำบากเหลือเกิน
"ถ้าอย่างนั้นแสดงว่าข้อมูลที่อยู่ในนี้เป็แค่รายงานที่พวกเขาคัดลอกมาอีกทีอย่างนั้นหรือ" หลงอันจวิ้นถาม
"พ่ะย่ะค่ะ เพราะทันทีที่ใต้เท้าฉู่กลับถึงจวนก็รีบเข้าไปในห้องลับทันที เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยแล้วจึงค่อยออกมา" สวีกงกงรายงาน
"ไปเชิญอวิ้นหานมาพบข้า"
"พ่ะย่ะค่ะฝ่าา" สวีกงกงรีบออกไปสั่งให้คนไปเชิญเหยาอวิ้นหานทันที
"ว่าอย่างไร ทุกอย่างเรียบร้อยหรือไม่" จางชิงหลินเอ่ยถามชายที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า
"เรียบร้อยขอรับ" ชายตรงหน้ายังคงก้มหน้าพูด
"ป่านนี้เขาคงให้คนไปล้อมบ้านหลังที่ตาแก่ฉู่เข้าไปแล้วกระมัง" หลงเจิ้นอี้พูดขึ้น
"ขอรับนายท่าน เอ๊ะ" หยางเหวินตอบออกไปราวกับเป็เื่ปกติ แต่ก็ต้องเอ๊ะขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงที่เขาไม่ได้ยินมานานแล้ว แต่มันเป็ไปไม่ได้ที่เขาจะได้ยินเสียงนี้อีก และเมื่อกี้เขาเรียกอีกฝ่ายว่านายท่านอย่างนั้นหรือ หยางเหวินเงยหน้าขึ้นทำให้เขาได้เห็นชายคนหนึ่งนั่งจิบน้ำชาอยู่
"เ้าจะร้องไห้อีกคนหรือไม่หยางเหวิน ข้าจะได้ปล่อยให้เ้าร้องไห้ก่อน" หลงเจิ้นอี้ถามด้วยน้ำเสียงขำ ๆ
"นายท่าน นายหญิง" หยางเหวินมองทั้งสองคนด้วยสายตาแดงก่ำ
"ถ้าเ้าอยากรู้ว่าเื่เป็อย่างไรไปถามเอากับจางกงกง ในเมื่อเ้าไม่ร้องไห้ก็ตอบคำถามข้ามาก่อน ว่าอันจวิ้นส่งคนไปบ้านที่ตาแก่ฉู่เข้าไปใช่หรือไม่ และก็ลุกขึ้นเถอะ" หลงเจิ้นอี้ถามย้ำอีกครั้ง
"ขอรับนายท่าน แต่ครั้งนี้ฝ่าาไม่ใช้องครักษ์ลับแต่ให้เหยาอวิ้นหานนำกำลังทหารไปตรวจสอบ" หยางเหวินตอบ หัวใจเขาเต้นแรงมากที่ได้เจอกับหลงเจิ้นอี้อีกครั้ง แม้จะแปลกใจที่เห็นคำสั่งของจางชิงหลินแต่องครักษ์ลับทุกคนต่างยินดีที่จะทำตาม
"คราวนี้อันจวิ้นคงแค้นใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อไปถึงแล้วไม่เจออะไร" หลงเจิ้นอี้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
"เรียนถามนายท่านและนายหญิง ทั้งสองคนคิดจะทำอะไรกันแน่หรือขอรับ องค์ชายหลงมู่มีจริงที่ไหน และถึงจวนใต้เท้าฉู่จะมีห้องลับแต่คนของเราก็ไม่ได้บุกเข้าห้องลับไป
เข้าไปแค่ห้องทำงานของใต้เท้าฉู่ก็เจอกับข้อมูลทั้งหมดแล้วและคนของเราก็ไม่ได้รับาเ็อย่างที่รายงานฝ่าาไป" หยางเหวินพูดออกมาอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมจางชิงหลินถึงให้เขารายงานหลงอันจวิ้นไปแบบนั้น
"เ้าได้อ่านข้อมูลขององค์ชายหลงมู่หรือยังเล่า" หลงเจิ้นอี้ถามต่อ
"อ่านแล้วขอรับ" หยางเหวินขมวดคิ้ว เพราะข้อมูลขององค์ชายหลงมู่นั้นมันคุ้นเหลือเกิน
"เ้าว่ามันคุ้น ๆ ใช่หรือไม่" จางชิงหลินถามอย่างรู้ทัน
"คุ้นมากขอรับ ถ้าด้านในไม่ระบุเอาไว้ว่าองค์ชายหลงมู่ไม่มีบุตรชายหรือบุตรสาวข้าน้อยจะคิดนึกนายท่านคนแรกเลย" หยางเหวินพูดออกมา
"ถูกต้อง หลงมู่ก็คือข้า" หลงเจิ้นอี้ตอบออกไปตามตรงไม่ปิดบัง
"ขออภัยที่จะต้องถาม นายท่านคิดจะทำอะไรกันแน่ขอรับ" หยางเหวินถาม รู้ดีว่าเขาไม่ควรถามเช่นนี้แต่เขาต้องถามจริง ๆ ถ้านายท่านของเขาคือองค์ชายหลงมู่ ถ้าอย่างนั้นนายท่านจะกลับมาเอาตำแหน่งฮ่องเต้คืนอย่างนั้นหรือ
"ที่ผ่านมาเ้าน่าจะเห็นแล้วว่าอันจวิ้นได้ทำอะไรไว้บ้าง ไม่ต้องคิดไปไกล แค่ฉู่ไหวจินเ้าน่าจะรู้แล้วว่าเขาทำอะไรบ้าง เ้าไม่คิดว่าพ่อที่มีลูกนิสัยร้ายกาจเช่นนี้ คนเป็พ่อต้องสั่งสอนบ้างหรือ เ้าเองก็มีลูกชายอายุพอ ๆ กับอันจวิ้นเ้าน่าจะเข้าใจในสิ่งที่ข้ากำลังจะทำ" หลงเจิ้นอี้พูดออกมาอย่างไม่ปิดบัง
"ข้าน้อยเข้าใจขอรับ นายหญิงเห็นด้วยกับนายท่านหรือขอรับ" หยางเหวินถามจางชิงหลิน เพราะคนเป็แม่น่าจะใจดีกว่าคนเป็พ่อ
"หยางเหวิน เ้าน่าจะรู้ดีกว่าข้าไม่ใช่หรือว่าที่ผ่านมาฝ่าาทำอะไรบ้าง คำสอนของข้า ความรักของข้าที่มีต่อฝ่าาไม่สำคัญเท่ากับอำนาจที่ฝ่าาอยากได้
ข้าเป็แม่ที่ล้มเหลวไม่สามารถทำให้เขารักข้าได้ แต่ข้าสามารถทำให้เขาหวาดกลัวได้ แม่อย่างข้าล้มเหลวจริง ๆ ถ้าแม่สอนเขาไม่ได้ก็ให้พ่อเขาสอนเถอะ" จางชิงหลินพูดออกมาด้วยรอยยิ้มเศร้า ๆ
"นายหญิงพูดเช่นนี้ได้อย่างไรเล่าขอรับ นายหญิงเป็แม่ที่ดีมาก นายหญิงทำทุกอย่างเพื่อฝ่าา นายหญิงจะพูดว่าตัวเองเป็แม่ที่ล้มเหลวได้อย่างไร
จริงหรือไม่ขอรับนายท่าน นายหญิงไม่ได้เป็แม่ที่ล้มเหลว นายหญิงเป็แม่ที่ดีมาก ๆ เพียงแต่ว่า นอกจากความเป็แม่แล้ว นายหญิงยังเป็ฮองไทเฮาที่สำเร็จราชการแทนฝ่าา
และลูกชายของนายหญิงยังเป็ถึงฮ่องเต้ มันไม่ง่ายเลยกับการเลี้ยงดู นายหญิงอย่าโทษความผิดของตัวเองเลยขอรับ" หยางเหวินพูดออกมาอย่างเข้าใจ เขาเป็องครักษ์ลับที่ทำงานอยู่ในเงา เื่ทุกเื่เขารู้ดีว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง
"จริงอย่างที่หยางเหวินพูดนะหลินเอ๋อร์ ถ้าจะโทษต้องโทษข้า ที่โยนภาระอันหนักอึ้งให้กับเ้า แต่ตอนนั้นนอกจากเ้า
ข้าก็คิดไม่ออกจริง ๆ ว่าจะให้ใครรับตำแหน่งเป็ผู้สำเร็จราชการแทน เพราะถ้าเ้าเป็แค่แม่ที่เลี้ยงดูลูกเฉย ๆ ความสัมพันธ์ของเ้ากับอันจวิ้นคงจะดีกว่านี้ ถ้าจะโทษว่าใครผิดก็ต้องเป็ข้า" หลงเจิ้นอี้พูดออกมา
"เื่นี้ไม่มีใครผิดหรอกขอรับ เพียงแต่เื่ที่เกิดขึ้นถ้าเป็ครอบครัวทั่วไปคงไม่มีปัญหาเช่นนี้ แต่เพราะนี่คือครอบครัวของราชวงศ์มันจะง่ายเหมือนครอบครัวชาวบ้านทั่วไปได้อย่างไรเล่าขอรับ" หยางเหวินพูดออกมา เขาเองก็ต้องเลี้ยงลูกชายคนเดียวบอกเลยว่าไม่ง่าย แต่เมื่อเห็นครอบครัวของนายท่านแล้ว เขารู้สึกว่าเื่ครอบครัวเขาง่ายขึ้นมาเยอะเลย
"ใช่ หยางเหวินพูดถูก" หลงเจิ้นอี้เห็นด้วย ที่ผ่านมาได้ชื่อว่าเป็คนของราชวงศ์ไม่เคยง่ายเลย
"เอาล่ะ ท่านพี่คุยกับหยางเหวินเถอะเ้าค่ะ ข้าขอตัวไปดูน้ำแกงที่ครัวก่อน" จางชิงหลินยิ้มให้กับหลงเจิ้นอี้แล้วเดินเลี่ยงออกไป
"นายท่าน นายหญิงดูไม่ค่อยดีเลยนะขอรับ" หยางเหวินพูดออกมาเพราะเขาจับสังเกตได้ว่าจางชิงหลินดูไม่ค่อยดีเลย
"ถ้าเป็เ้า เ้าจะรู้สึกอย่างไรเล่าที่โดนลูกชายทำแบบนั้น" หลงเจิ้นอี้ถามออกมา
"เพราะเหตุนี้หรือขอรับถึงทำให้นายหญิงคืนอำนาจให้กับฝ่าา และออกจากวังไป" หยางเหวินถามออกมาเบา ๆ
"เพราะนางคิดถึงข้ามาก ๆ ต่างหากเล่า" หลงเจิ้นอี้ตอบด้วยความมั่นใจ
"นายท่านล่ะก็" หยางเหวินหัวเราะออกมาเล็กน้อย
"ข้าพูดเื่จริง เพราะหลินเอ๋อร์คิดถึงข้ามาก ๆ เลยอยากไปอยู่ด้วย เ้าคิดจริง ๆ หรือว่าคนอย่างหลินเอ๋อร์จะยอมง่าย ๆ เล่ห์กลที่อันจวิ้นใช้ไม่คณามือนางเลยด้วยซ้ำ" หลงเจิ้นอี้พูดออกมา เื่เล่ห์เหลี่ยมจางชิงหลินนางไม่เคยแพ้ใคร แต่เพราะคนคนนั้นคือลูกชายที่นางเฝ้าดูแลปกป้องมาอย่างดี
เมื่อได้รับการหักหลังซ้ำ ๆ จิตใจของนางจะทนได้อย่างไร ต้องโชคดีที่หลงอันจวิ้นคือลูกชายของนาง เพราะถ้าเป็คนอื่นคงไม่มีโอกาสเลยด้วยซ้ำ
"การเป็พ่อแม่นี่ยากจังเลยนะขอรับ" หยางเหวินพูดออกมา
"นั่นสินะ" หลงเจิ้นอี้เห็นด้วย ไม่ง่ายเลยจริง ๆ กับการเลี้ยงให้เด็กคนหนึ่งเติบโตมาอย่างดี