ตอนที่3 ย้ายที่อยู่
"ไปอยู่กับพี่สาวเจ้สักพักมั้ย รอเื่เงียบแล้วค่อยกลับมาก็ได้"เจ้ป๋อมแป๋มเป็คนเชียงราย บ้านเกิดอยู่ที่นั่น พ่อแม่ก็อยู่ที่นั่น
"พี่สาวไหน อย่าบอกนะว่าที่เชียงราย" ที่นั่นอากาศดีหนูเล็กอยากไป
"แล้วจะที่ไหนได้ล่ะ จะไปหรือไม่ไป ไปไกลขนาดนั้นรับรองลุงกับป้าหาหล่อนไม่เจอแน่"ในใจของหนูเล็กไม่อยากกลับไปที่บ้านหลังนั้นอีกแล้วเธอขอไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในที่ใหม่ๆดีกว่า
"อยู่ที่นั่นมีแต่งานสวนหนูเล็กจะทำไหวเหรอค่ะดูสิแขนก็เล็กแค่นี้เอง" เธอเกรงว่าตัวเองจะไปเป็ตัวถ่วง เกิดมาเป็คนจนก็จริงแต่ก็ไม่เคยทำงานแบกหามมาก่อน
"รู้ย่ะว่าทำไม่ไหว เดี๋ยวเจ้จะลงทุนให้หล่อนสักก้อนเอาไปเปิดร้านเสริมสวยที่นั่น ถ้าไปได้สวยเจ้ก็อยากจะกลับไปอยู่ที่นั่นเหมือนกันเบื่อกรุงเทพฯแล้ว" ร้านเสริมสวยที่กรุงเทพฯเงินดีก็จริงแต่ได้เงินมาค่าเช่าร้านก็เอาไปกินหมด
"เจ้พูดจริงใช่มั้ยคะ" หนูเล็กรักอาชีพเสริมสวยมากเธอสามารถตัดผมได้ทั้งผมผู้หญิงและผมผู้ชายเลยส่วนวิชาที่ได้ก็มาจากเจ้ป๋อมแป๋มนี่แหละที่เป็คนช่วยสอนให้
"จริงสิย่ะ ฉันเคยหลอกหล่อนด้วยเหรอ" หนูเล็กยิ้มหน้าบานต่อจากนี้ไปเธอกำลังจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่สักที
"ขอบคุณนะคะ หนูเล็กรักเจ้ที่สุดส่วนเงินที่เจ้ลงทุนให้หนูเล็กจะทยอยคืนให้ค่ะ"
"ย่ะ ฉันไม่ให้หล่อนฟรีหรอกนะ เพราะฉันยังมีผู้ชายที่ต้องเลี้ยงดูอีกไม่เอาดอกแต่อย่าชักดาบก็พอ"
"หนูเล็กไม่ทำแบบนั้นแน่ ขอบคุณเจ้อีกครั้งนะคะ"
สามเดือนผ่านไป
หลังจากวันนั้นเจ้ป๋อมแป๋มก็ได้ส่งหนูเล็กมาอยู่ที่เชียงรายโดยให้เงินมาซื้ออุปกรณ์เปิดร้านเสริมสวยหนึ่งก้อน เธอพักอาศัยอยู่ที่ร้านไม่ได้ไปรบกวนพี่สาวของเจ้ป๋อมแป๋มแต่อย่างใดซึ่งตอนนี้ร้านเสริมสวยที่เพิ่งเปิดได้แค่เพียงสองเดือนก็กำลังไปได้ด้วยดีในทุกๆวันคนเข้าร้านแน่นในแบบไม่ให้เ้าของร้านได้พักเลยั้แ่เช้าจนถึงเย็น
"เชิญค่ะ ทำอะไรดีคะวันนี้"ลูกค้าที่แวะเวียนมาที่ร้านจะมีทั้งหน้าเก่าและหน้าใหม่
"สระไดร์ค่ะ วันนี้พี่จะไปงานสักหน่อย"
"ได้เลยค่ะ" แม่ค้าพูดเพราะ ยิ้มแย้มแจ่มใส ใบหน้าสวยใสจิ้มลิ้มใครเห็นใครก็อยากคุยด้วย แถมมือยังเบ๊าเบา ร้านของเธอจึงแน่นไปด้วยลูกค้าทุกวันและที่สำคัญทำเลดีอยู่ติดโรงเรียนอีกด้วย
่เย็นในขณะที่ลูกค้าหมดแล้วเสียงโทรศัพท์มือถือส่วนตัวของหนูเล็กก็ดังขึ้น
Rrrrrr
"ฮาโหลค่ะเจ้"
"นี่หล่อนทำอะไรอยู่เปิดทีวีดูเร็ว"
"เปิดทีวี มีอะไรเหรอคะ"
"บอกให้เปิดก็เปิดสิ ลุงกับป้าของเธอฆ่าตัวตายหนีหนี้ไปแล้ว"หนูเล็กได้ยินดังนั้นจึงรีบเปิดทีวีดูข่าวที่กำลังออกอากาศอยู่ในขณะนี้เธอยอมรับว่ารู้สึกใจหายมากแต่หนี้ที่เกิดขึ้นเกิดจากที่พวกเขาพากันไปเล่นการพนันไม่เกี่ยวกับเธอถึงแม้ว่าพวกท่านจะเลี้ยงดูเธอมามีบุญคุณแต่พ่อกับแม่ของเธอก็ได้ทิ้งสมบัติไว้ให้ไม่น้อยบ้าน รถ ไหนจะเงินสดอีกจำนวนหนึ่ง และแล้วสมบัติของเธอก็หมดไปสมบัติหมดยังไม่พอหลอกเอาตัวเธอไปขายให้เสี่ยที่ไหนก็ไม่รู้เธอคิดว่าบุญคุณที่พวกท่านมีควรจะจบลงที่ชาตินี้ได้แล้ว
"หนูเล็กเป็ไงบ้าง" เสียงเจ้ป๋อมแป๋มเอ่ยถามขึ้นในขณะที่หนูเล็กนิ่งเงียบไป
"หนูเล็กไม่เป็ไรค่ะ แค่ใจหายนิดหน่อย"
"ไม่เป็ไรก็ดีแล้วเจ้หวังว่าพวกเ้าหนี้จะไม่มาตามเก็บหนี้ที่หล่อนหรอกนะ"
"ไม่หรอกมั้ง คนตายหนี้ต้องศูนย์ หนูเล็กไม่เกี่ยวด้วยสักหน่อย"
"เจ้ก็หวังว่ามันจะเป็แบบนั้น เห็นว่าตำรวจถามหาหล่อนด้วยนะแต่มีชาวบ้านแถวนั้นให้ข้อมูลกับตำรวจไปว่าหล่อนหนีไปแล้วเพราะลุงกับป้าหลอกหล่อนไปขายแต่ไม่สำเร็จ"วันนั้นไม่รู้เกิดอะไรขึ้นแต่เสี่ยคนที่ถูกเธอตีหัวคงมาเอาเื่ลุงกับป้าที่บ้านแน่นอนแต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็เป็เพราะพวกเขาทำตัวเอง ส่วนเธอแค่ปกป้องตัวเองเท่านั้น
"แล้วตำรวจว่ายังไงบ้างคะ"
"ไม่เห็นว่าอะไรนะ คงนึกดีใจเหมือนเจ้มั้ง หนีไปซะได้ก็ดี"พูดคุยและปลอบใจกันเสร็จ สายสนทนาก็ถูกตัดไป
ทางด้านพีรเดชในขณะที่เขากำลังก้าวขาเข้าไปในบ้านอย่างใจเย็นอยู่ๆเสียงของผู้เป็แม่ก็ร้องเรียกชื่อเขาเสียงดัง
"ตาพี!"
"อุ้ย! เ้าขาเรียกซะเสียงดังเชียว ผมใหมด"พีรเดชรีบหันไปส่งยิ้มให้ผู้เป็แม่ทันทีเพราะรู้ว่าผู้เป็แม่กำลังจะต่อว่าเขาเื่อะไร
"เมื่อไหร่แกจะไปตัดเผ้าตัดผมสักทีเนี่ย ทำไมถึงได้ปล่อยตัวรกรุงรังขนาดนี้ฮะ"แถวนี้ไม่มีร้านตัดผม ถ้าจะตัดผมก็ต้องเข้าตลาดอย่างเดียวซึ่งตอนนี้เขายังไม่ว่างไปตัดขับรถผ่านหน้าร้านเสริมสวยทีไรเห็นคนแน่นทุกร้านเขาี้เีนั่งรอเสียเวลาทำงานทำการ
"ไม่ว่างไปร้านเลยครับ เ้าขาก็เห็นวันๆผมทำแต่งาน" ั้แ่เล็กจนโตพีรเดชมักจะเรียกแม่ด้วยชื่อเล่น ตามผู้เป็พ่อและคนอื่นๆ จนเคยชินปากไปแล้วแต่พีรเดชก็รักและเคารพแม่ของเขามาก
"เคยส่องกระจกดูสารรูปตัวเองบ้างมั้ยว่าเหมือนโจรป่าเข้าไปทุกทีแล้ว"ผมยาวจนสามารถมัดจุกได้ อีกทั้งหนวดเครายังรกรุงรังราวกับอยู่ในป่ามาเป็แรมปี
"แหมแม่ก็พูดไป ผมลูกแม่นะครับ" พีรเดชเริ่มอ้อน
"หน้าตาก็ดีทำตัวเป็โจรห้าร้อย"เป็เสียงของผู้เป็พ่อท่านกำลังนั่งดูข่าวในจอทีวีเื่สองผัวเมียฆ่าตัวตายหนีหนี้
"ผมไม่หล่อแข่งกับพี่ภูมิหรอกครับ"พีรเดชเดินเข้าไปหาผู้เป็พ่อแล้วทิ้งตัวนั่งลงไปที่โซฟาข้างๆคุณพ่อของเขาสายตามองไปที่หน้าจอทีวีเห็นข่าวในจอก็รู้สึกหดหู่ใจเหลือเกิน
"สภาพแบบนี้ไปไหนมาไหนก็อย่าเที่ยวไปบอกใครล่ะว่าเป็ลูกฉัน"ภูวดลมองหน้าลูกชายคนโตแล้วก็อดพูดไม่ได้ ส่วนคนเล็กก็ไม่รู้จะหล่อไปไหนเข้าร้านตัดผมเกือบทุกอาทิตย์
"ทำไมล่ะ ผมว่าเท่ดีออก"
"ใครบอกลูกล่ะ" เ้าขาเบรกลูกชายทันทีไม่รู้ไปเอาความมั่นอกมั่นใจมาจากไหน
"ก็ผมนี่แหละ"
"ถ้าคิดใหม่ได้ก็คิดใหม่ซะนะลูกอายุก็ไม่น้อยแล้วปล่อยตัวโทรมอยู่แบบนี้ผู้หญิงที่ไหนจะมามอง"พีรเดชเบื่อฟังแม่พูดเื่นี้แล้ว...เปลี่ยนเื่คุยดีกว่า!
"ไปๆกินข้าวกันดีกว่าครับ แล้วไอ้เหมล่ะมันไปไหน"เหมันต์น้องชายคนเล็กของบ้าน อายุสามสิบปี
"อยู่ที่บ้านท้ายไร่โน่นแหละโทรมาบอกแม่เมื่อกี้ว่ากินข้าวแล้วไม่ต้องรอ"
"ไปครับกินข้าวกัน ผมหิวจนท้องแสบแล้วเนี่ย"
ในขณะที่ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกกำลังนั่งกินข้าวกันอยู่นั้นผู้เป็แม่ก็พูดเื่เดิมขึ้นมาอีก
"หน้าตายังรกขนาดนี้ บ้านช่องเป็ยังไงบ้างก็ไม่รู้่นี้แม่ไม่ได้เข้าไปดูบ้านเราเลยหนอนขึ้นแล้วมั้ง"ปกติท่านจะแวะเวียนไปช่วยทำความสะอาดบ้านให้ แต่พีรเดชจะให้ลูกน้องในสวนมาช่วยทำไม่ให้ถึงมือผู้เป็แม่หรอก
"เ้าขาก็พูดไป บ้านสะอาดดีครับ ไม่ต้องไปดูหรอก ถึงผมจะไม่ได้ตัดผมโกนหนวดแต่ผมก็อาบน้ำสระผมทุกวัน ไม่เชื่อเ้าขาลองดมดูสิ หอมจะตาย"
"ไม่ต้องเลย แกจะหอมหรือจะเหม็นมันก็เื่ของแก"เสียงของผู้เป็พ่อพูดขัดขึ้นทันทีพร้อมกับทำท่าทำทางหวงเมีย
"ทำเป็หวง นี่แม่ผมนะครับ"
"พ่อหวง แกไม่เคยมีเมียคงไม่เข้าใจหรอก"
"ขนาดนั้น"
"ก็เออสิวะ กินๆเข้าไปอิ่มแล้วก็กลับบ้านใครบ้านมัน"โดนไล่เลย...ซึ่งน้ำเสียงของท่านก็ไม่ได้จริงจังมากนัก
"เอาน่าพี่ภูมิก็แกล้งลูกอยู่ได้"
"มันนั่นแหละแกล้งพี่ คิดว่าตัวเองห้าขวบหรือไง น่ารักตายแหละ"พีรเดชชอบอ้อนแม่ ส่วนคนเป็พ่อก็หวงเมียยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดสองคนพ่อลูกจึงไม่ค่อยได้คุยกันดีๆสักเท่าไหร่
"เ้าขารักผมมั้ย" พีรเดชหันไปถามแม่ั้แ่เขาจำความได้พ่อของเขาก็มักจะห่วงแม่แบบนี้เสมอไม่เคยเปลี่ยน
"รัก...แต่พรุ่งนี้ต้องไปตัดผมให้เรียบร้อย ปล่อยตัวเป็โจรแบบนี้แม่ไม่ชอบ"
"ค้าบ...พรุ่งนี้ผมจะไปตัดให้นะครับ" น้ำเสียงอ้อนแม่น่าหมั่นไส้จนคนเป็พ่อแอบส่งสายตามองมาที่ลูกชายนิ่งๆ