เสียงรถม้าเคลื่อนตัวตามถนนหลัก นำพาสมาชิกปีกสีเงินทั้งสี่เดินทาง โดยมีโยฮันเป็คนขับ ระหว่างทางมีชาวบ้านและรถม้าหลายต่อหลายกลุ่มมุ่งหน้าสวนทางเข้าเมือง ซึ่งน่าจะเป็ชาวบ้านที่ทำการอพยพหนีมา
“ทำไมข้าต้องเป็คนขับรถม้าด้วย ทั้งๆ ที่เ้าก็มีไอ้เวทมนตร์สีฟ้านั่นพาเราไปที่นั่นได้” โยฮันบ่น หลังมติจากกลุ่มโหวตอย่างเป็เอกฉันท์ ว่าเขาควรเป็คนขับเพราะได้พักผ่อนมากกว่าทุกคน
ฟิโลน่าชะโงกหน้าออกมาจากด้านหลัง
“เวทมนตร์นั้นพาเราไปได้แต่สัมภาระทั้งหมดของเราล่ะ อีกอย่างเราต้องเก็บแรงไว้เผื่อเหตุการณ์ข้างหน้า” เธอใช้ไม้เท้าตีที่เกราะเหล็กของเขาเบาๆ ก่อนจะพูดต่อ
“แล้วอีกอย่างเ้าเองก็นอนเต็มอิ่มกว่าใครทั้งหมด”
“แล้วทำไมเ้านั่นสบายกว่าคนอื่นล่ะ บินอยู่บนฟ้าไม่ต้องมานั่งก้นกระแทกจนชาแบบพวกเรา” โยฮันบ่นไม่หยุดพร้อมกับมองไปยังเซอเทนต์และอิงกริดพาหนะคู่ใจที่ลอยเหนือพวกเขา
อัสพานที่นั่งงีบโดยมีหมวกปิดหน้ามาตลอดขยับตัวเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยเรียบๆ
“หากว่าการเดินทางโดยมุ่งตรงไปยังจุดหมายทันที ข้าว่าเ้าคิดไม่ผิดนะ แต่เ้าคิดว่าการอยู่บนฟ้าโดยใช้ความเร็วพอๆ กับรถม้า ท่ามกลางแสงอาทิตย์ตลอดเวลา โดยไม่มีร่มเงาจากต้นไม้ พร้อมกับดูความผิดปกติด้านหน้าให้เราตลอดเวลา สบายกว่างั้นรึ”
โยฮันเงียบกริบ เขาไม่ทันคิดถึงเื่นั้น เพียงแต่บ่นตามนิสัยไม่ได้จริงจัง
เมื่อถึงจุดพัก ทุกคนลงมายืนยืดเส้นยืดสาย ไม่นานเซอเทนต์ก็ตามมาสมทบ โยฮันโยนถุงน้ำให้เขาหลังจากที่คิดได้ว่าการบินดูลู่ทางบนฟ้ามันลำบากเพียงใด เซอเทนต์ยกน้ำดื่มอึกใหญ่ ก่อนจะกล่าวขอบคุณ
รอบกองไฟหลังมื้อค่ำ สมาชิกคนสุดท้ายก็เดินเข้ามาเงียบๆ หยิบเนื้อแห้งข้างหน้าโยฮันเข้าปากก่อนนั่งลงข้างๆ ถึงแม้จะดูออกว่าเธอไม่ใช่สาววัยรุ่น แต่รูปร่างของเธอผอมเพรียวสวมเสื้อฮูดขนาดพอดีตัวและกางเกงสีดำดูคล่องแคล่ว ผมสีดำที่ยาวประบ่าถูกรวบไว้อย่างง่ายๆ ข้างเอวซ้ายขวานั้นมีมีดสั้นข้างละสองเล่ม
“เ้าเจออะไรบ้างเวสต้า” โยฮันถาม เขายื่นซุปอุ่นๆ ที่พึ่งตักใส่ชามไม้หลังจากที่เห็นเธอนั่งลง
“ชาวบ้านที่นี่อพยพออกไปหมดแล้ว เพราะทางการแจ้งข่าวได้รวดเร็วจึงทำให้ไม่มีการสูญเสีย ในหมอกมีมอนสเตอร์หลายชนิดอยู่รวมกันผิดปกติ จากหลายที่ที่ข้าผ่านมา ทางหมอกบางที่เกิดจากในป่า แต่มีบางที่เริ่มต้นเกิดจากในเมืองขยายออกมาอย่างช้าๆ” เวสต้ายกซุปดื่มอึกใหญ่ก่อนจะพูดต่อ
“ข้าลองเข้าไปในหมอกนั่นดู แต่เข้าไปได้ไม่ลึกมาก พวกมันเยอะเกินไป แต่ดูแล้วเหมือนจะมีบางส่วนที่พวกมันไม่เข้าใกล้ ที่นี่หมอกพึ่งจะเริ่มเกิด น่าจะง่ายถ้าเราจะหาต้นตอของมัน”
เซอเทนต์เดินเอาน้ำและห่อขนมปังยื่นให้เธอก่อนเขาจะพูดขึ้น
“สิ่งที่เราต้องหาคือ มันมีต้นกำเนิดจากอะไร แล้วพวกมอนสเตอร์โผล่มาจากไหน พรุ่งนี้เราต้องเข้าไปในหมู่บ้านคอนปา พวกท่านพักผ่อนเถอะ คืนนี้ข้าจะเฝ้ายามเอง”
“เ้าควรพักผ่อนมากกว่าใคร วันนี้ข้ารอพวกเ้าอยู่แถวนี้ทั้งวัน มีเวลาพักผ่อนมากพอแล้ว คืนนี้เป็ข้าเอง” เวสต้าเสนอตัวแทนทุกคน ทั้งหมดเห็นด้วย การพักผ่อนหลังจากเดินทางเป็สิ่งสำคัญ ก่อนที่พวกเขาจะเข้าสำรวจหมู่บ้าน ทุกคนจึงแยกย้ายกันพักผ่อน
รอบหมู่บ้านทัศนวิสัยถูกปกคลุมด้วยหมอกดำ เสียงคำรามปะปนกับเสียงทำลายข้าวของยังดังเป็ระยะ
ทำให้เดาได้ว่าตรงจุดไหนที่มีมอนสเตอร์อยู่ เวสต้าใช้ความคล่องตัวสอดส่องนำทางที่ปลอดภัยให้กับทั้งสี่คน พวกเขาค่อยๆ เดินตามด้วยความระวังเพื่อไปยังจุดที่เวสต้าเคยมาสอดแนม
ก็อบลินหลงฝูงถูกสังหารในความเงียบโดยไม่ทันได้ส่งเสียงร้อง ด้วยความไวและแม่นยำจากมีดสั้นที่คมกริบของเธอ ทุกคนเดินตามมาอย่างเงียบๆ ซ่อนตัวข้างบ้านหลังหนึ่งใกล้ลานกว้างกลางหมู่บ้าน แต่เมื่อถึงระยะนั้นกลิ่นแปลกปลอมก็ไม่พ้นความไวของจมูกไวท์แฟง
“โฮ่ง โฮ่ง โฮ่ง บรู๊วว” พวกมันเริ่มค้นหา ส่งเสียงไปทั่ว ตามหาที่มาของกลิ่นแปลกปลอม
“รู้ตัวกันแล้วสินะ เ้าพวกนี้จมูกไวเป็บ้า ขนาดใช้กลิ่นหนังสัตว์พรางตัวแล้วนะ” โยฮันพูดพร้อมกับเดินนำหน้าออกไป
“ลุยกันเลยไหม ข้าจะให้ดูว่าโยฮันคนนี้ยังฟิตเหมือนเดิม” โยฮันหันมายิ้มให้พร้อมยกขวานใหญ่ในมือขึ้นพาดบ่า
“ข้ากลัวว่า ท่านจะหอบแฮกก่อนเพื่อนน่ะสิ” เซอเทนต์ชักดาบสีเงินยาวข้างเอวเดินตามออกไปด้วยรอยยิ้ม
การจิกกัดกันระหว่างทั้งคู่เรียกรอยยิ้มเล็กๆ ให้ทุกคน ก่อนเข้าสู่การต่อสู้กับเหล่าฝูงมอนสเตอร์ที่ส่งเสียงขู่คำราม
ก็อบลินหลายสิบตัวยืนปะปนกับฝูงหมาป่าสีเทา อีกทั้งด้านหลังยังมีออร์คสีเขียวตัวใหญ่ถือกระบองหนาม พร้อมที่จะพุ่งเข้ามาทุกเมื่อ
โยฮันและเซอเทนต์ตั้งท่าต่อสู้ โดยมีด้านหลังเป็อัสพาน ฟิโลน่า และปิดท้ายแถวด้วยเวสต้าที่ตั้งท่าพร้อมรับการโจมตีจากมอนสเตอร์จากทางด้านหลังอีกฝูงหนึ่งที่พึ่งเข้ามาสมทบ
“ชิลด์ พาวเวอร์ ควิก” ฟิโลน่าชูไม้เท้าขึ้นเปล่งแสงสีเขียว เธอร่ายเวทมนตร์เสริมพลังให้ทุกคน เมื่อแสงสีเขียวห่อหุ้มตัว โยฮันก็พุ่งออกไปทันที ขวานในมือของเขาฟาดใส่ไวท์แฟงและก็อบลินตัวแล้วตัวเล่า พร้อมเสียงหัวเราะดังลั่นอย่างสะใจ
“ฉัวะ!!! ฉัวะ!!! ฉัวะ!!!”
“ฮ่าๆๆ เข้ามาเลย เข้ามาให้หมด!!!” โยฮันะโเสียงดังด้วยความเกรี้ยวกราด ข่มขวัญจนพวกมันบางตัวยืนนิ่งด้วยความใไม่กล้าจะเข้ามา
เซอเทนต์ที่ไม่ได้มีพละกำลังมากมายเท่า ใช้ความรวดเร็วและวิชาดาบมาทดแทน การตวัดดาบของเขาแม่นยำคล่องแคล่ว ไม่ว่าจะเป็ไวท์แฟงที่กระโจนเข้ามาหรือก็อบลินที่ถือมีดหินพุ่งเข้าใส่ ก็ไม่สามารถมาถึงตัวของเขาได้ การเคลื่อนไหวที่คล่องแคล่วกวัดแกว่งดาบยาวฟันเข้าใส่มอนสเตอร์อย่างว่องไว ทำให้เขาสังหารมอนสเตอร์ได้หลายตัวไม่แพ้โยฮันเลย
“ไฟร์ฟอร์ซ” อัสพานร่ายเวทมนตร์ไฟออกจากไม้เท้าสีดำ ลูกไฟขนาดเท่ากำปั้นหลายลูกพุ่งตรงเข้าใส่ออร์คที่ยืนอยู่แถวหลัง ถึงแม้ขนาดของลูกไฟจะไม่ใหญ่ แต่เมื่อมันกระทบกับตัวออร์คแล้วเปลวเพลิงะเิลุกโชนครอบคลุมทั้งตัวของพวกมัน
“โฮก!!!” เสียงคำรามด้วยความเ็ปจากเปลวไฟของเหล่าออร์คดังลั่น
พวกมันล้มลงจมกองเพลิงทั้งที่ยังไม่มีโอกาสได้เหวี่ยงกระบองไม้หนามในมือด้วยซ้ำ การต่อสู้เริ่มดุเดือดขึ้นเมื่อเสียงการต่อสู้ทำให้มอนสเตอร์รอบๆ บริเวณเข้ามารวมตัวกัน ทั้งก็อบลินอีกหลายสิบตัว เมทัลฮอร์น รวมถึงพวกออร์คที่มาพร้อมกระบองใหญ่ในมือ
เมทัลฮอร์นกระทิงเขาเหล็ก พุ่งเข้าใส่อัสพานที่ยืนไม่ห่างจากฟิโลน่า มันพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วทางด้านหลัง แต่ด้วยความไวของเวสต้า เธอพุ่งเข้าหามันอย่างไม่กลัวก่อนจะย่อตัวลงต่ำ ใช้มีดสั้นของเธอเฉือนเข้าที่เท้าของมันจนล้มคะมำ ร่างของมันไถลไปกับพื้นเป็รอยยาว
“ไฟร์ฟอร์ซ” อัสพานที่ตั้งท่าร่ายเวทย์อยู่ก่อนแล้วก็ส่งก็ลูกไฟพุ่งเข้าเผาร่างที่พยายามจะลุกขึ้นจนมันแน่นิ่ง ทำให้ตัวอื่นๆ ที่กำลังจะเข้าโจมตีหยุดชะงัก
จำนวนของเหล่ามอนสเตอร์ที่มารวมตัวกันเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนนักรบแนวหน้าทั้งสองต้องหยุดถอยมาตั้งหลัก
เซอเทนต์และโยฮันพยักหน้าให้กันก่อนจะเริ่มโจมตีอีกครั้ง โดยครั้งนี้มีเวสต้าเข้าร่วมด้วย แต่ครั้งนี้พวกเขาไม่ได้มีเป้าหมายจะสังหารมอนสเตอร์อย่างเดิม พวกเขาพยายามโจมตีบีบต้อนพวกมันให้มารวมกันตรงหน้า โดยมีฟิโลน่าใช้เวทย์ฟื้นกำลังให้เรื่อยๆ อัสพานใช้เวลาไม่นานพึมพำเพื่อร่ายเวทย์ซักบทอยู่ด้านหลัง เขาเคาะไม้เท้าลงพื้นสองครั้งเป็สัญญาณ แนวหน้าทั้งสามก็ะโถอยหลังเข้ามารวมตัวทันที
“ธันเดอร์สตรอม” อัสพานชูไม้เท้าขึ้น
“เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!! เปรี้ยง!!!!”
สายฟ้าจำนวนมากพุ่งตรงมายังพื้นเป็วงกว้างตรงที่มอนสเตอร์ถูกต้อนรวมกัน แสงวาบและเสียงดังสนั่นไปทั่ว
พวกมันล้มลงกองกับพื้น ร่างไหม้เกรียม บางตัวทับก่ายกันไปมาอยู่เบื้องหน้า พื้นดินมีรอยไหม้เป็วงกว้าง
“พวกมันมีเยอะกว่าในดันเจี้ยนอีกนะ แล้วไอ้ที่มันอยู่รวมกัน ข้าไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้เลย” โยฮันยกขวานขึ้นพาดบ่าก่อนเดินไปนั่งบนถังไม้ข้างๆ
ถึงการต่อสู้นี้จะไม่เหลือบ่ากว่าแรงปาร์ตี้ปีกสีเงิน แต่ก็เห็นได้จากอาการเหนื่อยของแต่ละคน อายุทำให้พวกเขาไม่เหมือนแต่ก่อน
เซอเทนต์เก็บดาบยาวเข้าฝักสีเงินข้างเอว เดินสังเกตดูร่างที่ไหม้เกรียมของพวกมันพร้อมๆ กับอัสพาน ฟิโลน่ายืนร่ายเวทย์ฟื้นพลังให้ทุกคนอยู่ไม่ห่าง แสงสีเขียวห่อหุ้มทุกคนอีกครั้งบรรเทาความเหนื่อยล้ารวมถึงาแที่มีให้หายไป มีเพียงเวสต้าเท่านั้นที่ะโขึ้นไปบนหลังคาบ้านเพื่อสังเกตการณ์รอบๆ
“เรายังไม่ถึงจุดที่เวสต้าบอก ท่านยังไหวไหมไหนว่ายังฟิตเหมือนเดิมไง” เซอเทนต์หันไปแซวโยฮันที่ยังนั่งหายใจแรงบนถังไม้
“มาอีกเป็ร้อยข้าก็ยังจัดการได้สบาย เ้าเองก็ดูจะเหนื่อยไม่เบานะไอ้หนู” โยฮันกับเซอเทนต์จิกกัดกันเหมือนเคยไม่ว่าจะสถานการณ์ไหนก็ตาม
อัสพานสังเกตเห็นบางอย่างที่ข้อมือของฟิโลน่า เหมือนจะมีริ้วรอยความชราเกิดขึ้นเล็กๆ เขารู้ดีว่าการใช้เวทย์รักษาอย่างต่อเนื่อง ทำให้พลังเวทย์ที่เธอใช้บดบังอายุได้รับผลกระทบ
ฟิโลน่ารู้ทันทีว่าไม่สามารถรอดพ้นสายตาเขาได้ เธอดึงแขนเสื้อบังข้อมือไว้ รีบพูดเบนความสนใจ
“รีบหาต้นตอของมันกันก่อนที่พวกมันจะยกมาอีกระลอกเถอะ”
ทุกคนเตรียมตัวเดินเข้าไปในหมู่บ้านส่วนที่เวสต้าเคยบอก แต่ก็ถูกขัดด้วยเสียงจาก้า
“ไม่ต้องหาแล้วล่ะ การต่อสู้เมื่อกี้นี้ทำให้มันมาหาเราเองแล้ว เตรียมตัวไว้” เวสต้าะโลงมารวมกลุ่ม