1 วันก่อนวันแต่งงาน กัญญาขนกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ขึ้นรถ Taxi
“ไป สุวรรณภูมิค่ะ”
“ครับผม”
“คุณลุง ไม่สบายหรอคะ ทำไมต้องใส่หน้ากาก”
“ผมแพ้อากาศครับ” “เอ้อ ่นี้มันเป็เวลาเลิกงาน รถติดยาว คุณเผื่อเวลาขึ้นเครื่องแล้วใช่มั้ยครับ”
“ไม่เป็ไรค่ะ เผื่อเวลาเรียบร้อยแล้วค่ะลุง”
“นี่ลุง มันไม่ใช่ทางไปสุวรรณภูมิ จะพาฉันไปไหน”
“มันเป็ทางลัดครับ”
“จอดเดี๋ยวนี้ อย่าหาว่าฉันไม่เตือน”
ลุงขับ Taxi เลยยอมจอดรถข้างทาง ทันใดนั้นก็มีรถตู้ขับมาจอดที่หน้ารถ Taxi คันนี้พอดี สักพักประตูรถตู้ก็เลื่อนเปิดเห็นมีทีมตำรวจ 5 นาย มุ่งเข้ามาหมายจะจับตัวกัญญา กัญญากำลังเตรียมที่จะสู้แต่แล้วกลับถูกคนขับ Taxi ล็อคตัวโปะยาสลบ ในตอนนี้สติของกัญญาดับวูบไป
คนขับรถ Taxi อุ้มกัญญาเข้าไปนั่งในรถตู้คันนั้น พร้อมกับสั่งว่า “อะ ฝากนายนำกระเป๋าเดินทางไปบ้านฉันเลย และฝากนำรถไปคืนศูนย์ด้วย”
“รับทราบครับ”
รถตู้ไปจอดที่โบสถ์คริสต์ เมื่อมองไปก็เห็นกลุ่มคนที่กำลังวุ่นวายกับการจัดสถานที่สำหรับงานแต่งงาน คนขับรถ Taxi คนนั้นถอดหน้ากากมา เขาก็คือเ้าบ่าวในงานแต่งงานนี้ เขาอุ้มพาตัวเ้าสาวไปห้องแต่งตัวเพื่อให้ทีมงานจัดการแต่งตัวและแต่งหน้าให้พร้อม ทั้งๆที่เ้าสาวยังคงสลบไสล
กัญญาสะลึมสะลือตื่นขึ้นแล้วมองตัวเองในกระจก ขณะนี้เธอพร้อมที่จะเข้าสู่พิธีงานแต่งงานได้แล้ว ในใจคิดว่า “พวกนายลาร์ฟแน่ๆเลย ที่จับฉันมา แต่ฉันไม่ยอมเข้าพิธีง่ายๆหรอกนะ จะบอกให้” กัญญาเลยแกล้งอาละอาดในห้องแต่งตัวนั้น แล้วเดินออกไปจากห้อง แต่เธอชนเข้ากับผู้ชายคนหนึ่ง และถูกผู้ชายคนนั้นกอดไว้
“ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้ ถึงฉันใส่ชุดเ้าสาว ฉันก็ฆ่านายตายคามือได้นะจะบอกให้”
“ผมเอง กัญญา คุณไม่อยากแต่งงานกับผมขนาดนั้นเลยหรอ”
“นายลาร์ฟ! นายปล่อยฉันไปเถอะนะ มีผู้หญิงดีๆตั้งมากมายที่พร้อมจะเป็เ้าสาวให้นายน่ะ”
“แต่คนที่ฉันรักมีเธอคนเดียวนี่กัญญา ฉันไม่ได้แต่งกับเธอเพราะอยากเอาชนะหรอกนะ ฉันอยากแต่งงานกับเธอเพราะรักเธอจริงๆ”
กัญญาได้ฟังก็รู้สึกซึ้งใจ “แต่…ฉัน…ไม่….” ยังไม่ทันพูดจบ
นายลาร์ฟก็ดึงกัญญาเข้าไปจูบกันอย่างดูดดื่ม กัญญาพยายามดิ้นแต่สุดท้ายเธอก็ยินยอมรับจูบนั้นแต่โดยดี จนกระทั่งนายลาร์ฟยอมหยุด
“ผมไม่เชื่อหรอกว่าคุณไม่รักผม ตอนคุณเมาคุณก็บอกรักผมไปแล้ว”
“ห๊า อะไรนะคะ ฉันบอกรักคุณไปแล้ว”
“ไม่เชื่อคุณก็ลองดูในคลิปก็ได้นี่”
“ไม่ ฉันไม่อยากดู”
“ผมรู้ว่าคุณโกรธผม แต่ผมจะกล้าทำแบบนั้นกับคุณได้ยังไง หากคุณไม่ยินยอมเอง”
“ฉันอาจจะเห็นคุณเป็รุ่นพี่ก็ได้นี่”
“รุ่นพี่คุณชื่อลาร์ฟงั้นหรอ”
กัญญาได้ฟังก็เริ่มเขินจนหน้าแดง ไม่คิดว่าเมื่อเมาแล้วเธอจะเปิดเผยความรู้สึกทุกอย่างแบบนี้ ในใจว่า “ต่อไปฉันจะไม่แตะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์อีกเลย ตลอดชีวิต”
“เข้าพิธีกับผมนะครับ ที่รัก”
กัญญารู้สึกเขินมาก ทำได้แต่พยักหน้าแล้วเดินตามนายลาร์ฟไป
ในที่สุดพิธีงานแต่งงานระหว่างกัญญากับนายลาร์ฟก็สำเร็จราบรื่นไปด้วยดี ทั้งสองร่วมหอลงโรงอย่างมีความสุข
ในวันถัดมานายลาร์ฟพากัญญาไปฮันนีมูนที่อเมริกา ทั้งสองขึ้นเครื่องไปด้วยกัน ระหว่างที่นั่งเครื่องบินไปด้วยกันนั้น
“ทำไมถึงเลือกไปฮันนีมูนที่อเมริกาล่ะคะ”
“นอกจากฮันนีมูนแล้ว ผมยังอยากพาคุณไปเคารพศพพ่อและแม่ของผมที่นั่นด้วยครับ
“เสียใจด้วยนะคะเื่พ่อแม่ของคุณ” กัญญารู้สึกเห็นใจเลยจับมือให้กำลังใจนายลาร์ฟ
สักพักกัญญาก็นึกขึ้นได้เื่หนึ่งว่าตัวเธอเองแอบทึ่งในความสามารถของนายลาร์ฟ เลยว่า “พวกคุณนี่สืบเก่งจังเลยนะคะ ขนาดฉันจะหนีงานแต่งงาน พวกคุณยังพาฉันมาแต่งงานได้น่ะ ถึงว่าหน่วยลาร์ซาร์ถึงสู้หน่วยซิกร์ไม่ได้”
“ผมไม่เก่งขนาดนั้นหรอกกัญญา หากไม่ได้น้องคนนั้นช่วย ผมคงสูญเสียคุณไปแล้ว น้องคนนั้นเขารักคุณมากนะครับ เขาบอกว่าไม่อยากให้คุณเสียใจภายหลัง เลยยอมบอกทุกอย่างกับผม”
“น้องคนไหนหรอคะ???”
“อ้าว ก็น้องฝนไง ที่ชอบไปไหนมาไหนกับคุณบ่อยๆ”
“อ้อ ค่ะ” แล้วกัญญาก็หันไปทางหน้าต่าง ในใจคิดว่า ”ยัยเฉินชิง ไอ้เพื่อนเลว ฝากไว้ก่อนเถอะ”
**********************************************
เฉินชิงนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ แต่เธอยังคงจามไม่หยุด “ฮัดเช้ย ฮัดเช้ย ฮัดเช้ย เป็อะไรนี่ แพ้อากาศหรือเปล่านะ”