ยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80

    เล่มที่ 5 บทที่ 137 จะก่อเรื่องอีกแล้ว

            ซูไป่ชิงยอมโดนดุด่า ยังดีกว่าที่จะต้องคุยเรื่องนี้กับคุณปู่ เขาจึงตอบไปว่า “เรื่องแต่งงานมันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกครับ อย่างแรกก็ต้องดูว่าถูกใจกันหรือเปล่า ปู่ครับ อย่ามาเร่งผมเลย ผมรู้ตัวดี”

            “แกรู้บ้าอะไร” คุณปู่ซูอดไม่ได้ที่จะด่าอีกครั้ง “เมื่อก่อนพ่อแกก็บอกว่ารู้ตัวดี สุดท้ายก็…”

            เรื่องนี้เป็นเรื่องต้องห้ามของตระกูลซู วันนี้คุณปู่ซูกลับพลั้งปากพูดออกมาเอง สีหน้าของเขาจึงดูหม่นหมองลง สายตาเหลือบมองซูไป่ชิงแล้วถอนหายใจ “ฉันรู้ว่าแกคิดอะไร เงินทองในโลกนี้มันหาเท่าไหร่ก็ไม่จบไม่สิ้นหรอก”

            ซูไป่ชิงยิ้มแล้วพยักหน้า คุณปู่ซูยังถามต่อว่า “แล้วคู่หมั้นของเยี่ยนกุยคนนั้น เป็นใครมาจากไหนกันแน่?”

            “ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจ แต่ดูท่าทางแล้วมีอิทธิพลมาก” ซูไป่ชิงพูดตามความจริง “เขาแซ่ฟาง ในเมืองหลวงก็มีตระกูลฟางที่ใหญ่โตเหมือนกัน”

            คุณปู่ซูขมวดคิ้วเล็กน้อย “เมื่อก่อนเห็นคู่หมั้นของเยี่ยนกุยคนนั้นไม่ค่อยพูดจาอะไร ฉันก็เลยไม่ได้คิดมาก ไม่คิดว่าเจ้าหนุ่มนั่นจะเป็นคนมีอิทธิพลขนาดนี้ ถ้าเขาเป็นคนของตระกูลฟางจากเมืองหลวงจริง เกรงว่าต่อไปจะขัดขวางไม่ให้เยี่ยนกุยเรียนหมอ ไม่ได้ ฉันต้องหาทางแยกพวกเขาออกจากกัน”

            ซูไป่ชิงได้แต่หัวเราะ “ปู่ครับ พวกเขารักกันดีจะตายไป ไม่ว่าตอนนี้ฟางเสียนจือจะเป็นคนของตระกูลฟางจากเมืองหลวงหรือไม่ก็ตาม ถึงจะเป็นเรื่องจริง ครอบครัวของพวกเขาก็มาอยู่ที่เมืองหยางเฉิงนานหลายปีแล้ว คงจะห่างเหินจากทางเมืองหลวงไปแล้ว ใช้ชีวิตของตัวเอง จะไปมีแรงทัดทานอะไรอย่างที่ปู่คิด”

            คุณปู่ซูคิดตามก็เห็นว่าจริง เรื่องพวกนี้เขาไม่ควรไปกังวลใจนัก แต่ด้วยความเป็นคนปากแข็งก็เลยพูดว่า “ยากที่จะเจอคนที่มีพรสวรรค์ในการเรียนหมออย่างเยี่ยนกุย ก็ต้องป้องกันไว้ก่อน! จะปล่อยให้พรสวรรค์ของเธอสูญเปล่าไปไม่ได้”

            จิ่งเยี่ยนกุยไม่รู้ว่าท่านอาจารย์ของเธอกำลังเป็นห่วงเรื่องคู่ครองของเธออยู่ หลังจากออกจากร้านชิ่งอันถังแล้ว เธอก็ไปที่โรงงานแก้วของเมือง เพื่อจะไปขนขวดแก้วที่เหลืออีกสองพันใบกลับมา

            เมื่อเจิงจื้อเฉิงผู้จัดการฝ่ายขายของโรงงานแก้วเห็นเธอมาหาก็แย้มยิ้ม “มาได้จังหวะพอดีเลย ขวดทำเสร็จหมดแล้ว พวกเราบรรจุใส่กล่องให้เรียบร้อยแล้ว เอ๊ะ คราวนี้คู่หมั้นเธอไม่ได้ขับรถมาด้วยเหรอ?”

            ฟางเสียนจือเคยขับรถพาจิ่งเยี่ยนกุยมาที่โรงงานแก้วอยู่หลายครั้ง พอมาบ่อยๆ ก็คุ้นเคยกัน การพูดจาเลยเป็นกันเองมากขึ้นกว่าเมื่อก่อน

            จิ่งเยี่ยนกุยยิ้มแล้วพูดว่า “จะให้เขามาเป็นกรรมกรทุกวันได้ยังไง เขาก็มีงานของตัวเองนะคะ”

            เจิงจื้อเฉิงพยักหน้า แล้วช่วยเธอผูกขวดแก้วไว้ที่เบาะหลังของจักรยาน ขวดแก้วสองพันใบ จักรยานของจิ่งเยี่ยนกุยขนไปครั้งเดียวไม่หมด จึงต้องมาขนอีกรอบในวันพรุ่งนี้

            เจิงจื้อเฉิงก็ยอมรับในความสามารถของเธอ เมื่อตอนที่เธอมาขอซื้อขวดจากเขาเป็นครั้งแรก เขาเห็นว่าเธอลำบากจึงขายของที่มีตำหนิให้เธอไป ไม่คิดว่าเวลาผ่านไป เธอก็เปิดพิมพ์ขวดเองได้แล้ว อีกทั้งยอดสั่งซื้อก็เพิ่มขึ้นเป็นหมื่นใบ

            ยอดสั่งซื้อขนาดนี้ สำหรับโรงงานแก้วแล้วยังถือว่าน้อย แต่เจิงจื้อเฉิงรู้สึกว่าภายหน้าเธออาจจะกลายเป็นลูกค้ารายใหญ่ของโรงงาน

            เขาพูดตามความเคยชิน “ถ้าเธอต้องมาขนขวดแบบนี้บ่อยๆ มันก็ไม่ใช่เรื่องนะ ถ้าเธออาศัยอยู่ในเมือง พวกเราก็จะขับรถเอาไปส่งให้ถึงที่”

            ถนนที่จะไปหมู่บ้านอิ๋นซานไม่ค่อยไม่ดีนัก แถมยังขรุขระอีกด้วย อีกทั้งโรงงานแก้วยังเป็นของรัฐ ถึงจะมีบริการส่งของ แต่ก็อย่าไปพูดถึงเรื่องการบริการเลย ถนนแย่ๆ แบบนั้น คนขับรถของโรงงานก็ยังไม่อยากไป กลัวจะทำให้แก้วแตกแล้วต้องชดใช้

            เรื่องนี้จิ่งเยี่ยนกุยก็คิดไว้แล้วว่าไม่ช้าก็เร็วเธอจะต้องสร้างโรงงานยา

            บ้านเก่าของตระกูลจิ่งก็เล็กอยู่แล้ว แค่ครั้งนี้มีคำสั่งซื้อยาถึงหมื่นขวด เธอก็ต้องแบ่งทำหลายรอบ ห้องโถงที่ไม่กว้างอยู่แล้วก็ยิ่งแคบลงไปอีกจนเดินไม่สะดวก การย้ายเข้าไปอยู่ในเมืองกลายเป็นสิ่งที่จำเป็น

            เธอคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็พูดว่า “ลุงเจิงคะ ลุงอยู่ในเมืองมานาน รู้จักคนเยอะ ลุงพอจะรู้ไหมว่าที่ไหนมีบ้านเช่าแบบชั้นเดียวที่พื้นที่กว้างๆ หน่อยบ้าง?”

            สมัยนี้ยังไม่มีการปฏิรูประบบอสังหาริมทรัพย์ คนในเมืองจึงอาศัยอยู่อย่างแออัด การที่คนเจ็ดแปดคนในสามรุ่นอาศัยอยู่ในบ้านขนาดหกถึงเจ็ดสิบตารางเมตรเป็นเรื่องปกติ อย่างบ้านตระกูลซูถือว่าเป็นข้อยกเว้น

            เจิงจื้อเฉิงคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เรื่องนี้เดี๋ยวฉันช่วยถามให้เธอ แต่ก่อนหน้านี้ก็เคยได้ยินเธอพูดว่าจะสร้างโรงงานอะไรสักอย่าง ถ้าเธอมีเงินทุนพอ ฉันว่าเธอหาซื้อที่ดินจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปก่อน แล้วสร้างโรงงานเองจะดีกว่า จะได้สะดวกในการทำอะไรหลายๆ อย่าง”

            เรื่องนี้จิ่งเยี่ยนกุยก็คิดไว้แล้ว แต่ปัญหาคือเธอจนจริงๆ ถึงแม้จะมีเงินติดตัวอยู่สองสามหมื่นจากการปรุงยาตามคำสั่งซื้อที่ได้มา แต่ก็ยังห่างไกลจากจำนวนเงินที่ต้องใช้ในการซื้อที่ดินและสร้างโรงงาน

            วันที่ฟางเสียนจือให้สมุดบัญชีเงินฝากของเขาแล้วไม่ยอมรับคืน เงินก้อนนั้นก็ยังอยู่ในกระเป๋าของเธอ แต่ทั้งสองก็ยังไม่ได้แต่งงานกัน อีกทั้งยังมีสัญญากับเจียงอี่โหลวอยู่ด้วย ถ้าเอาเงินก้อนนั้นมาใช้ ก็เท่ากับเป็นการตบหน้ากัน

            ดังนั้นสำหรับเธอตอนนี้ การเช่าบ้านที่กว้างๆ ในเมืองจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด หลังจากที่หาเงินได้มากขึ้นค่อยไปซื้อที่ดินและสร้างโรงงาน

            เธอยิ้มแล้วพูดว่า “ลุงเจิงพูดถูกแล้ว แต่ทุกอย่างต้องค่อยเป็นค่อยไปค่ะ จะให้กินคำเดียวแล้วอ้วนก็คงไม่ได้”

            เจิงจื้อเฉิงได้ยินเธอบอกแบบนั้นก็เห็นด้วย แล้วตอบอย่างสบายๆ ว่า “ได้เลย เรื่องหาบ้านเช่าเดี๋ยวฉันจัดการให้ เธอรอฟังข่าวก็แล้วกัน”

            จิ่งเยี่ยนกุยยกยิ้มแล้วกล่าวขอบคุณ พร้อมกับวางแผนเรื่องต่างๆ ในใจ ทั้งหมดนี้ต้องใช้เงิน เธอจึงต้องเร่งทำเงินให้เร็วขึ้น

            วันนี้เธอได้คุยกับซูไป่ชิงแล้ว เดือนนี้หลังจากส่งของให้ลู่เฉียวตงเสร็จ เธอก็ยังมีคำสั่งซื้ออีกสองพันขวด และคำสั่งซื้อใหม่อีกก็ต้องรอถึงเดือนหน้า นั่นก็หมายความว่าช่วงนี้เธอจะมีเวลาว่างประมาณสิบกว่าวัน เธอควรจะใช้สิบกว่าวันนี้ให้เป็นประโยชน์

            หลังจากที่จิ่งเยี่ยนกุยได้จัดลำดับความคิดเรียบร้อยแล้ว เธอก็อารมณ์ดีขึ้น เมื่อเดินผ่านตลาดสดก็เห็นคนกำลังขายกระเพาะหมู

            คนเมืองหยางเฉิงชอบกินกระเพาะหมู เชื่อกันว่ากินแล้วจะช่วยบำรุงร่างกาย พอเธอเห็นกระเพาะหมูก็ซื้อมาทันที และพอเห็นคนขายไก่ก็เลยซื้อติดมือมาด้วยตัวหนึ่ง ถึงแม้ว่าหยางหว่านซิ่วจะเลี้ยงไก่แต่ก็เอาไว้เก็บไข่ ไม่เคยหักใจฆ่ามันกิน

            เป็นจริงดังคาด ตอนที่เธอกลับถึงบ้านพร้อมกระเพาะหมูและไก่ เธอก็โดนหยางหว่านซิ่วบ่นไปตลอดทั้งบ่ายว่าเธอใช้เงินสุรุ่ยสุร่าย แต่บ่นก็ส่วนบ่น ทว่ายังคงเชือดไก่ด้วยความดีใจ และเอาไก่กับกระเพาะหมูมาตุ๋นด้วยกัน

            หลังจากที่ตุ๋นกระเพาะหมูใส่ไก่เสร็จ หยางหว่านซิ่วก็ตักกระเพาะหมูและไก่ออกมา ผัดกับพริก กระเทียม แล้วก็ใส่ต้นหอมลงไป กลิ่นหอมชวนน่ากินทีเดียว

            ในหม้อต้มน้ำซุปยังใส่บวบลงไปด้วย บวบดูดซับน้ำมันจากน้ำซุป มีกลิ่นหอมเฉพาะตัว ทำให้น้ำซุปอร่อยมาก

            ยังไม่ทันที่อาหารจะขึ้นโต๊ะ ก็มีเสียงร้องไห้ดังมาจากข้างนอก เป็นเสียงที่คุ้นเคยของหลิวชุนฮวานั่นเอง

            จิ่งเยี่ยนกุยขมวดคิ้วเล็กน้อย หลิวชุนฮวาจะก่อเรื่องอะไรอีกแล้ว

            จริงดังคาด หลิวชุนฮวาประคองจิ่งเจี้ยนกั๋วเดินเข้ามา พอเข้ามาก็ร้องไห้ “พ่อ แม่ เจี้ยนกั๋วมือขาดแล้ว คงใช้ชีวิตต่อไปไม่ได้แล้วค่ะ!”

            ตอนที่เธอเข้ามาก็ได้กลิ่นหอมลอยออกมาจากในบ้าน ดวงตาของเธอจึงเป็นประกายขึ้นมาทันที

    คล้ายกับเรื่องยามสกุณาหวนคืนขับขาน โผทะยานสู่ยุค 80 ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    การเกิดใหม่ของบุตรีภรรยาเอกผู้งามล่มเมือง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    289K 908