รอบๆ สนามประลองนั้นเสียงตะโกนเชียร์ที่ฮึกเหิมของเหล่านักเรียนชายดังขึ้นตลอดเวลา ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความเดือดพล่าน หากใครก็ตามที่ต้องมายืนอยู่ในสนามประลองที่เต็มไปด้วยเสียงเชียร์ของผู้คนดังกึกก้องเช่นนี้ด้วยตนเอง ก็จะมีสภาพไม่ต่างกันมากนัก ภานุนั้นเข้าใจความรู้สึกนี้ดีเพราะพึ่งจะผ่านมันมาเมื่อวานนี้เอง
เร็มหันไปมองผู้คนรอบๆ พร้อมกับแสดงรอยยิ้มที่ดูสนุกสนานออกมา ก่อนที่จะกล่าวบางอย่างกับภานุ
“แกดูผู้คนพวกนั้นสิ! พวกเขาคงอยากจะเห็นแกโดนฉันอัดแทบจะแย่แล้ว”
เห็นได้ชัดว่าเร็มนั้นมีความมั่นใจอย่างมากที่จะสามารถเอาชนะภานุได้ในการประลองครั้งที่สองนี้ ที่มันซะใจยิ่งกว่าคือหากมันสามารถเอาชนะภานุได้มันยังสามารถทำลายอนาคตของอีกฝ่ายได้ด้วย เนื่องจากหานักเรียนคนใดก็ตามที่ประลองแพ้ติดๆ กันสองรอบมันผู้นั้นจะถูกไล่ออกจากโรงเรียนทหารแห่งนี้ทันที และไม่มีโอกาสใดๆ อีกที่จะได้กลายเป็นทหาร
ท่ามกลางความประหลาดใจของผู้คนนั้นแทนที่ภานุจะรู้สึกหวาดกลัวที่จะถูกไล่ออกจากโรงเรียน ภานุกลับมีท่าทางที่แสดงออกตรงกันข้ามกับความคิดของผู้คน ชายหนุ่มทำสีหน้าสบายใจก่อนที่จะบิดตัวไปมา และท่าบิดตัวนั้นมันดูเหมือนเป็นการคลายเมื่อยเสียมากกว่าการยืดร่างกาย
“ฉันว่าแกคงบ้าไปแล้วใช่ไหมถึงได้ทำท่าทางแบบนั้น? ”
เร็มรู้สึกผิดหวังอย่างมาก มันคาดหวังเอาไว้ว่าจะได้เห็นท่าทางสิ้นหวังและหวาดกลัวของภานุเมื่อต้องเผชิญหน้ากับมันถึงสองครั้งติด แต่มันกลับต้องผิดหวังเสียแล้ว
“เห้อ…การจับฉลากแบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลย! เห็นได้ชัดว่ามันเป็นการพึ่งดวงอย่างเดียว ไอระบบบัดซบนี่ไม่ควรมีอยู่ตั้งแต่แรก! ”
เจ้าอ้วนหวังที่อยู่ข้างสนามกล่าวขึ้น ก่อนที่จะใช้สายตากอปรด้วยอารมณ์อันซับซ้อนมองมาที่สนามและจ้องมองมาที่ภานุ แม้ว่าตัวมันจะอยากช่วยเพื่อนรักขนาดไหนก็ตาม มันก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้อยู่ดี ทำได้เพียงแค่บ่นเท่านั้น
“นักเรียนทั้งสองพวกเธอพร้อมที่จะเริ่มการประลองหรือยัง? ”
อาจารย์ลีน่าที่เป็นผู้คุมการประลองได้กล่าวขึ้นในขณะที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างเร็มและภานุ
“พร้อมแล้ว! ”
เร็มกล่าวด้วยเสียงดังฟังชัด ในขณะเดียวกันอาจารย์ลีน่าได้หันหน้ากลับมาหาภานุเป็นเชิงถามถึงความพร้อม ภานุเพียงพยักหน้าเท่านั้น โดยสายตาของเขาไม่ได้มองไปที่อื่นเลยนอกจากเท้าของตนเอง ชายหนุ่มลองขยับเท้าตัวเองสองสามครั้งเพื่อดูว่าบาดแผลที่เท้าของตนเองนั้นยังเจ็บอยู่ไหม
“เมื่อทั้งสองฝ่ายพร้อมแล้ว! ขอประกาศเริ่มการประลองทดสอบรอบที่สามได้! ”
ทันทีที่อาจารย์ลีน่ากล่าวจบนางก็ได้เคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ร่างของนางพุ่งทะยานออกนอกข้างสนามไปเพียงแค่อาศัยการขยับเท้าเบาๆ เท่านั้น ซึ่งภานุก็เฝ้ามองมันอย่างละเอียดแต่กลับไม่พบสิ่งที่เขาสามารถเลียนแบบและนำมาใช้ได้ เนื่องจากการเคลื่อนไหวเมื่อครู่ของอาจารย์ลีน่านั้นใช้ออกมาด้วยกำลังฝึกตนของตนเองล้วนๆ
เร็มที่สังเกตท่าทางของภานุตลอดเวลาในขณะที่พุ่งตัวมาหาชายหนุ่มทันทีที่สิ้นเสียงของอาจารย์ลีน่าประกาศเริ่มการประลอง มันก็รู้สึกเหยียดหยามภานุอย่างมาก เนื่องจากอีกฝ่ายนั้นไม่เพียงแต่ไม่มองมาที่มันขณะเริ่มการต่อสู้แต่ยังละความสนใจไปสนใจสิ่งอื่นอย่างสิ้นเชิง
“ฟุบ! ”
หมัดขวาของเร็มถูกปล่อยออกมาด้วยสามัญสำนึกของนักสู้ เมื่อได้พุ่งเข้ามาและถึงระยะโจมตีของตนเองเท่าที่ตนเองจะโจมตีอีกฝ่ายได้แล้ว หมัดนั้นเต็มไปด้วยพละกำลังของผู้ฝึกตนขั้นที่หนึ่งและแฝงด้วยกำลังภายในที่ปะทะออกมาอย่างบ้าคลั่ง ผู้ชมที่เห็นหมัดนี้ของเร็มต่างรู้สึกหวาดผวา หญิงสาวที่ส่วนใหญ่ขวัญอ่อนต่างปิดตาไม่กล้ามองเพราะหวาดเสียว พวกเธอไม่อยากเห็นภาพที่ภานุโดนหมัดนั้นบี้จนเละ
อาจารย์ลีน่ามองหมัดของเร็มก็ส่ายหน้าออกมา ในใจของเธอไม่รู้ว่าอยากจะกล่าวสิ่งใดออกมา เพราะเร็มนั้นเพียงแต่เผชิญกับภานุที่เป็นคนธรรมดาไม่ได้มีพลังฝึกตนหรือทักษะต่อสู้อะไรที่โดดเด่นกลับใส่กำลังและลงมือกับอีกฝ่ายอย่างเต็มที่
หากหมัดของเร็มถูกเป้าหมายละก็แน่นอนว่าเป้าหมายที่เป็นคนธรรมดาสามารถเข้าไปนอนในโรงพยาบาลหลายเดือนเลยทีเดียว
เร็มได้ยิ้มออกมาด้วยท่าทางมั่นใจว่าหมัดของมันต้องถูกภานุอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตามในเวลานั้นภานุที่มองไปทางอื่นอยู่เพียงแค่เอียงศีรษะของตนเองเล็กน้อยก็สามารถหลบหมัดของเร็มได้อย่างง่ายดาย
“หมัดของนายมันช้าเกินไป! ”
ภานุกล่าวออกมาด้วยท่าทางดูถูก ซึ่งเร็มเมื่อได้ยินเช่นนั้นรอยยิ้มบนใบหน้าของมันก็กระตุก ก่อนที่จะค่อยๆ หุบลงและเปลี่ยนเป็นใบหน้าที่โกรธแค้น
“ฟุบๆๆ”
เสียงของหมัดพุ่งแหวกอากาศ ดังขึ้นอย่างต่อเนื่องซึ่งต้นเสียงนั้นมาจากเร็มที่โจมตีภานุอยู่เพียงฝ่ายเดียวเท่านั้น อย่างไรก็ตามการโจมตีเหล่านั้นกลับไม่ถูกตัวของภานุเลยแม้แต่ครั้งเดียว แม้กระทั่งลูกเตะที่รวดเร็วและดุดันยิ่งกว่าหมัดภานุยังสามารถหลบมันได้ และที่สำคัญก็คือท่าทางของภานุที่หลบมันได้ราวกับว่าไม่ได้ใช้ความพยายามใดๆ
“เป็นไปไม่ได้! ”
เร็มกล่าวออกมาในขณะที่ความโกรธและความไม่เข้าใจได้เกาะกุมที่จิตใจของเขาเต็มที่แล้ว จนมันไม่เหลือความเยือกเย็นเลยแม้แต่น้อย ซึ่งในการต่อสู้นั้นการสูญเสียความคิดไปมันก็เท่ากับแพ้ไปครึ่งหนึ่งแล้ว ดั่งคำกล่าวที่ว่า ถ้าคุณหัวเสียคุณจะเสียหัว
อย่าว่าแต่เร็มเลยเหล่าผู้ชมที่ชมอยู่รอบๆ สนาม แม้แต่อาจารย์ลีน่าเองก็ยังไม่เข้าใจ ภานุในวันนี้ราวกับร่างอวตารเปลี่ยนกลายเป็นคนละคนกับเมื่อวาน เพราะท่าทางของภานุในวันนี้หากไม่ใช่คนโง่ก็สามารถรู้ได้ว่าเขาเหนือกว่าเร็มไปมากนัก
“เขาหลบหมัดที่น่ากลัวนั่นได้หมดเลย เขาเก่งจริงๆ”
ภายในแววของชาลอตต์ที่จ้องมองไปที่การต่อสู้ในสนามประลองเต็มไปด้วยประกายความตื่นเต้น คริสติน่าที่อยู่ข้างเธอเองก็สังเกตเห็นเช่นเดียวกันจึงยิ้มออกมาและกล่าวหยอกล้อว่า
“หายากนะเนี่ยที่เธอจะชมผู้ชาย ปกติแล้วโรงเรียนของเราก็มีนักเรียนชายที่รูปงามและต่อสู้เก่งมากมายเธอกลับไม่เคยชมพวกเขาเลย หรือว่า…เธอชอบเขาเข้าให้แล้ว! ”
เมื่อชาลอตต์ได้ยินคำพูดของเพื่อนสนิทของเธอใบหน้าของหญิงสาวก็แสดงความไม่พอใจออกมาเล็กน้อย มันค่อยๆ แดงขึ้นเพราะความเขินอายก่อนที่นางจะกล่าวตอบพร้อมกับทุบไปที่คริสติน่าเบาๆ
“เธออย่าพูดมั่วๆ นะ! ”
….
ภายในสนามประลองนั้นเร็มยังออกหมัดและเท้าจู่โจมอย่างดุดัน อย่างไรก็ตามภานุกำลังเบื่อหน่ายที่ต้องคอยหลบการโจมตีที่ซ้ำซากและไร้รูปแบบของเร็มนี้ ชายหนุ่มเริ่มจะหาวออกมาก่อนที่จะสังเกตว่าความดุดันของเร็มนั้นลดลงไปอย่างมาก และเห็นท่าทางหอบหายใจของอีกฝ่าย
“เหนื่อยแล้วเหรอ? ”
ภานุกล่าวถามขึ้นในขณะที่หลบลูกเตะกวาดของเร็มด้วยการก้มอย่างสบายๆ
“แฮ่ก แฮ่ก… แก…แกตายแน่! ”
เร็มเผยความเกรี้ยวกราดออกมา โดยหารู้ไม่ว่าการกระทำของมันนั้นเป็นการกระทำที่โง่เง่าที่สุดในการต่อสู้
“ควรจะจบได้แล้ว…”
ภานุถอนหายใจออกมา เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อวานที่ตนเองถูกอีกฝ่ายเล่นงานอย่างหนัก กลับกันผ่านมาเพียงวันเดียวเท่านั้นกลับกลายเป็นว่าอีกฝ่ายถูกเขาปั่นหัวจนบ้าคลั่ง
เมื่อตัดสินใจว่าจะจบการต่อสู้ภานุก็ต่อยหมัดขวาออกไปด้วยความเร็วธรรมดาๆสามัญไม่มีเล่ห์กลใดๆ ทั้งสิ้น จากสภาพของเร็มตอนนี้ แม้แต่หมัดกระจอกๆ ของภานุมันก็ไม่มีทางหลบได้อย่างแน่นอนเนื่องจากสูญเสียสติในการควบคุมตนเองไป
“ปัก! ”
เสียงของหมัดกระทบกับใบหน้าของเร็มดังขึ้นเสียงดังฟังชัด เหล่านักเรียนทหารที่อยู่รอบๆ สนามเองก็ต่างเฝ้ามองอย่างตกตะลึง นี่เป็นการโจมตีของภานุครั้งแรกตั้งแต่เริ่มการต่อสู้
สติของเร็มกลายเป็นเลือนรางชั่วขณะ มันยกมือมาแตะที่จมูกและปากของมันพบว่ามีเลือดไหลออกมาจำนวนมาก ความโกรธของมันยิ่งทวีขึ้นไปอีก อย่างไรก็ตามก่อนที่มันจะได้ตอบโต้กลับนั้นกลับมีหมัดอีกหมัดกระแทกเข้าที่ท้องของมัน
“อ็อก! ”
เร็มรู้สึกทรมานอย่างมาก มันกุมท้องของตนเองด้วยความเจ็บปวดและคุกเข่าลงมีสภาพเหมือนขี้แพ้
“ปัก! ”
ยังไม่ทันจะได้บรรเทาความเจ็บปวดลูกเตะของภานุก็เสยคางของมันเสียแล้ว ส่งผลให้มันหงายหลังล้มลงไปกับพื้นและหมดสติไปในทันที
นักเรียนทหารที่เฝ้ามองการต่อสู้อยู่ต่างพร้อมใจกันเงียบไม่มีใครกล้ากล่าวสิ่งใดออกมา อาจารย์ลีน่าเองก็มองภาพเบื้องหน้าด้วยความไม่อยากจะเชื่อเช่นเดียวกัน ความเงียบถูกปกคลุมไปกว่าหลายวินาทีก่อนที่อาจารย์ลีน่าจะได้สติเธอกลืนน้ำลายพร้อมกับมองมาที่ภานุอย่างลึกซึ้งพร้อมกับประกาศว่า
“นักเรียนภานุได้รับชัยชนะ! ”
เมื่อสิ้นเสียงประกาศภานุก็ยิ้มเล็กน้อยก่อนที่จะก้าวลงจากเวทีไปท่ามกลางความเงียบและตกตะลึงของผู้คน เจ้าอ้วนหวังได้สติก่อนใครมันต้องการจะตามภานุไปอย่างไรก็ตามมันกลับถูกฝูงชนที่ยืนแข็งค้างกั้นทางเอาไว้ทำให้ไล่ภานุไม่ทัน
“เจ็บจริงๆ”
ภานุกล่าวขึ้นในขณะที่รู้สึกเจ็บที่แผลบริเวณเท้า ทิศทางที่เขาเดินไปแน่นอนว่าต้องเป็นห้องพยาบาลเนื่องจากการต่อสู้เมื่อสักครู่นั้นเขาขยับตัวมากเกินไปหน่อยทำให้บาดแผลบางส่วนเปิดยิ่งกว่าเดิม
….
ภายในสนามประลองนั้นตอนนี้อาจารย์ลีน่ายังไม่ได้ประกาศเริ่มประลองในคู่ถัดไปเนื่องจากเห็นว่านักเรียนของเธอนั้นอารมณ์ยังค้างอยู่
ชาร์ลอตต์นั้นได้ลุกขึ้นจากที่นั่งของตนเองและรีบไปกล่าวกับอาจารย์เอ็มม่าเพื่อแยกตัวออกไป โดยให้เหตุผลว่าจะไปเข้าห้องน้ำ
“คริสติน่าฉันขอตัวก่อนนะ ฉันต้องการจะไปขอบคุณเขาสักครั้ง! ”
ชาร์ลอตต์กล่าวลาเพื่อนสาวของเธอ อย่างไรก็ตามมีหรือที่คริสติน่าที่ขี้เล่นนั้นจะยอมปล่อยเรื่องสนุกแบบนี้ผ่านไป เธอรีบวิ่งตามหลังของชาลอตต์ไปติดๆ ทันที
“ชาลอตต์ฉันเองก็อยากไปกับเธอด้วย! ”
หญิงสาวกล่าวขึ้นไม่รีรอให้ชาลอตต์ได้ปฏิเสธใดๆ หญิงสาวทั้งสองนั้นไม่ใช่ผู้ฝึกตนที่ฝึกฝนพละกำลังและร่างกายโดยเฉพาะทำให้พวกเธอวิ่งเพียงนิดเดียวก็หอบกันมากแล้ว
แต่พวกเธอยังโชคดีที่ภานุนั้นบังเอิญว่าไม่สามารถเคลื่อนไหวเร็วๆ เนื่องจากพิษของบาดแผล ทำให้พวกเธอไล่ตามทันและสังเกตเห็นว่าภานุกำลังเดินเข้าไปภายในอาคารเรียนหลังหนึ่งพอดี