เมื่อหลินเฟิงมาถึงป่าหลังหมู่บ้านตระกูลหลิน เขาก็เห็นต้นไม้สูงใหญ่มากมายต้นไม้เหล่านี้สูงไม่ต่ำกว่าสิบเมตร ขนาดของมันมีประ3-4คนโอบเป็อย่างน้อย หากเทียบกับโลกที่เขาจากมา เขารู้สึกว่าต้นไม้เหล่านี้หาดูได้ยาก แต่โลกนี้ถือว่าเป็ขนาดปกติไม่ได้สูงใหญ่แต่อย่างใด
ก่อนที่หลินเฟิงจะเข้าไปเขาสำรวจรอบๆก่อนว่ามีใครอยู่หรือเปล่าเพราะรุ่นเยาว์ที่มีระดับพลังพื้นฐานขั้น 5 จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป เพราะมันเป็เื่ที่อันตรายอย่างมาก ข้างในป่าไม่ได้มีเพียงสัตว์ป่าเท่านั้น ยังมีสัตว์อสูรระดับต่ำอีกมากมาย อีกลึกเข้าไปสัตว์อสูรก็ยิ่งแกร่งมากยิ่งขึ้น มีทั้งตัวที่แข็งแกร่งใกล้เคียงกับหลินเทียนในสมัยก่อนที่จะได้รับาเ็ด้วยซ้ำ
ในตำนานกล่าวไว้ว่าสัตว์อสูรเกิดจากสัตว์ป่าธรรมดาที่กลายพันธุ์ โดยได้รับพลังงานกลายพันธ์ุมาจากปีศาจ ที่สำคัญกว่านั้นคือพวกมันสามารถขยายพันธ์ุด้วยตัวมันเอง และยังสามารถทำให้สัตว์ป่าตัวอื่นๆได้รับผลกระทบจากพลังปีศาจที่พวกมันแพร่กระจายออกมาจากร่างกายจนให้กำเนิดสัตวธ์ุอสูรพันธุ์ต่างๆจนถึงทุกวันนี้
สัตว์อสูรแบ่งออกได้คล้ายๆกับคนที่มี 9 ระดับ สัตว์อสูรระดับต่ำจะแบ่งออกเป็ระดับ1-3 ระดับกลางคือ 4-6 ระดับสูงคือ7-9 หากคนที่มีระดับพลังพื้นฐานขั้น 3 เจอกับสัตว์อสูรระดับ3 พวกเขาจะไม่สามารถสู้ได้ เพราะสัตส์อสูรมีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่า รวมไปถึงความชำนาญและสัญชาตญาณสัตว์ป่าที่มนุษย์ไม่มี นี้คือข้อได้เปรียบของสัตว์อสูร
นี้จึงเป็เหตุที่ว่าทำไมต้องมีระดับพลังพื้นฐานขั้น 5 ขึ้นไปถึงจะเข้าได้ แล้วยังเข้าได้เฉพาะรอบนอกเท่านั้นหากไม่มีเื่จำเป็หรือภารกิจจะไม่มีใครได้รับอนุญาตให้เข้าไปในส่วนลึกของป่า ขนาดอัจฉริยะอย่างหลินเทียน ยังต้องประสบอุบัติเหตุจนพลังถดถอยแล้วจะมีใครเล่าที่จะกล้าเข้าไปอีก
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครอยู่บริเวณรอบๆ และก็ยังไม่มีสัตว์ป่าหรือสัตว์อสูร หลินเฟิงจึงเดินเข้าไปทันที เขาใช้วรยุทธ์ [ย่างก้าวไร้เงา] ในการเข้าไปโดยเร็วที่สุด เขากลัวว่าจะมีผู้าุโเห็นและสั่งห้ามเขา ยิ่งคราวก่อนที่เขาแอบเข้าไปทำให้มีการตรวจตราที่มากขึ้นกว่าเมื่อก่อนมาก
ลักษณะการเคลื่อนไหวของเขาตอนนี้ดูสับสนซับซ้อนอย่างมาก ยากจะคาดเดาการเคลื่อนไหวต่อไปของหลินเฟิงได้ และความเร็วของเขาตอนนี้บางทีอาจจะพอๆกับผู้ที่มีระดับพลังพื้นฐานขั้น 3 หรืออาจเร็วกว่าเล็กน้อย แน่นอนว่าเขายังไม่สำเร็จขั้นสอง แต่ก็ผ่านมาครึ่งทางแล้วแน่นอน
ยิ่งหลินเฟิงใช้ [ ย่างก้าวไร้เงา ] มากเท่าใด เขาก็รู้สึกว่าเข้าเริ่มเข้าใจมากยิ่งขึ้น ตอนนี้หลินเฟิงเข้าใจแล้วว่าการจะสำเร็จวรยุทธ์ได้นั้นไม่สามารถทำได้เพียงฝึกฝนท่าทางตามตำราเท่านั้น ยังต้องใช้วรยุทธ์เพื่อเพิ่มความเข้าใจอีกอีก เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าเขาพิดพลาดตรงไหนและอะไรที่ทำให้เขาฝึกฝนได้ช้า ดังนั้นหลังจากวันนี้เขาจะสามารถฝึกฝนได้เร็วยิ่งขึ้นแน่นอน
โฮกกก!!
หลินเฟิงเข้ามาได้ไม่นานก็ได้ยินเสียงสัตว์ป่าแล้ว ฟังดูเหมือนเป็เสียงของหมีตัวโตเต็มวัย ตอนนี้เขาอยากลองใช้ [ ดัชนีพิฆาต ] วรยุทธ์นี้เป็วรยุทธืสังหาร หากใช้เพียงสู้ปกติจะไม่สามารถแสดงประสิทธิภาพของวรยุทธ์นี้ออกมาได้เต็มที่ แต่หากเป็การสังหารเมื่อใด วรยุทธ์นี้จะแสดงประสิทธิภาพของมันมาได้เต็มที่แน่นอน เขาจึงตัดสินใจเคลื่อนที่เข้าหาที่มาของเสียง ที่โลกนี้ไม่มีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ป่า เขาสามารถล่าได้เท่าใดก็ตามที่เขา้า และไม่มีทางที่สัตว์ป่าจะหมดโลกแน่นอน
เมื่อหลินเฟิงมาถึงเขาก็เห็นกว่าตอนนี้หมีตัวใหญ่ มันใหญ่กว่าที่เขาเคยเห็นมาในโลกเก่า มันสูงประมาณ 3 เมตร มันกำลังหาของกินอยู่ แต่เมื่อมันเห็นหลินเฟิงมันก็จ้องมาที่เขาราวกับว่าเห็นของอาหารที่มันรอคอย มันจ้องมองหลินเฟิงไม่นาน มันกระโจมเข้าหาเขาทันที
หลินเฟิงยังไม่ได้โจมตีทันที เขาใช้ [ ย่างก้าวไร้เงา ] เพื่อหลับการโจมตีของมัน เขา้าฝึกฝนการเคลื่อนไว้โดยใช้ [ ย่างก้าวไร้เงา ] ด้วย ไม่ว่าหนีตัวนั้นจะโจมตีอย่างไรก็ไม่สามารถถูกตัวหลินเฟิงได้แม้แต่ชายเสื้อของหลินเฟิง ทั้งมันยังสับสนกับการเคลื่อนไหวของหลินเฟิง จนมันเริ่มทำอะไรไม่ถูก หลินเฟิงจึงตัดสินใจโจมตีทันที
เขาพุ่งเข้าหาหมีตัวนั้นด้วยความเร็วที่มากกว่าตอนที่เขาหลับการโจมตีของมัน เมื่อหมีเห็นว่าหลินเฟิงพุ้งเข้ามาหา มันก็ยกแขกของมันขึ้นและฟาดลงมาที่หลินเฟิงอย่างเต็มแรง ใครก็ตามที่มีระดับพลังพื้นฐานน้อยกว่าขั้น สอง ไม่สามารถรับการโจมตีนี้ได้แน่ และหลินเฟิงก็ไม่ได้คิดที่จะรับการโจมตีของมัน เขาเอี้ยวตัวเล็กน้อยก็หลบการโจมตีของมันพ้นแล้ว
ฉึก!!
เมื่อหลินเฟิงหลบเสร็จเขาก็ปลดปล่อยท่า [ ดัชนีพิฆาต ] ออกมาทันที เขายกนิ้วชี้ขึ้นมา จากนั้นก็แทงไปที่หน้าอกของหมี หรือก็คือบริเวณหัวใจมันนั่นเอง การเคลื่อนไหวของหลินเฟิงดูเหมือนไม่ได้รวดเร็วหรือรุนแรง แต่มันก็ไม่สามารถหลบได้ถึงแม้ว่ามันจะรู้สึกถึงอันตรายก็ตาม นิ้วของหลินเฟิงทิ้มกระทุหนังหมีเข้าไปจนถึงหัวใจของมัน จากนั้นหมีตัวนั้นก็ตายทันที ไม่สามารถร้องหรือดิ้นรนใดๆได้เลย นี้คือวรยุทธ์สังหารที่แท้จริง
หลินเฟิงค่อนข้างอึ้งกับสิ่งที่เห็น เขายังไม่ได้ใส่พลังทั้งหมด จริงๆเขาใส่เพียงครึ่งเดียวด้วยซ้ำ เขาไม่คิดเลยว่ามันจะรุนแรงขนาดเจาะหนังหมีที่แม้แต่คนที่อยู่ระดับพลังพื้นฐานขั้น 3 ยังยากที่จะเจาะเข้า ตอนนี้เขาเริ่มสำนึกแล้วว่าวรยุทธ์ที่เขาฝึกฝนอันตรายขนาดไหน หากเขาไม่ระวังบางทีอาจพลั้งมือสังหารใครไปโดยไม่ได้ตั้งใจ
เขามองร่างของหมีที่เขาฆ่าไม่นานก็ละความสนใจจากมัน เขาไม่รู้ว่าจะเอามันไปทำอะไร เพราะมันไม่มีประโยชน์นอกจากเอาไปเป็อาหาร แต่หากเป็สัตว์อสูรจะสามารถเอาไปขายได้เพราะมีคน้ามากมาย มันสามารถเอาไปทำเป็ชุด อาวุธหรืออื่นๆก็ได้
หลังจากที่นั้นไม่นานหลินเฟิงก็เคลื่อนที่เข้าไปภายในป่าอีก แต่เขายังคงอยู่รอบนอกของป่า ถึงจะมีวรยุทธ์สังหารที่น่ากลัวแต่เขาก็ไม่ประมาทสัตว์อสูรเด็ดขาดเพราะมันมีร่างกายที่แข็งแกร่ง แม้แต่หมีตัวโตเมื่อสักครู่ที่เขาเพิ่งฆ่าไปไม่สามารถเทียบได้
ระหว่างที่หลินเฟิงเคลื่อนที่เข้ามาภายใน เขาเจอสัตว์ป่าอีกหลายตัว ไม่ว่าจะเป็เสื้อ หมี หมาป่า แต่พวกมันก็ไม่สามารถแตะได้แม้แต่ชายเสื้อของหลินเฟิง ทั้งยังคงถูกสังหารด้วยเพียงนิ้วเดียวของหลินเฟิง และด้วยเหตุนี้เอง ทำให้ความเข้าใจและความชำนาญของหลินเฟิงใน วรยุทธ์ [ ย่างก้าวไร้เงา ] และ [ ดัชนีพิฆาต ] เพิ่มมากขึ้นกว่าแต่ก่อน ทรงพลังมากขึ้นเรื่อยๆ
โบ๋ววว!!
ระหว่างที่เขากำลังเคลื่อนที่ไปรอบๆบริเวณรอบนอกของป่า เขาก็ได้ยินเสียงหมาป่า และในระหว่างที่เขากำลังคิดอยู่นั้นเขาก็เห็นหมาป่าตัวหนึ่งอยู่ด้านหน้าของเขา ตัวมันใหญ่กว่าหมาป่าธรรมดาอย่างน้อยสองเท่า และสีของเขาเหมือนกับเทาเงาคล้ายกับเหล็กอย่างไรอย่างนั้น มันกำลังจ้องมองหลินเฟิงด้วยสายตาที่ไม่เป็มิตร
“แย่ละ”หลินเฟิงร้องออกมาด้วยความใพร้อมกับหยุดชะงักไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆ
แน่นอนว่าหลินเฟิงรู้ว่าเ้าตัวที่อยู่หน้าของเขา คือ หมาป่าเหล็ก สัตว์อสูรระดับ 3 ที่มีจุดเด่นที่ความเร็วของเขา ทั้งยังมีร่างกายที่แข็งแกร่งราวกับเหล็ก อาวุธธรรมดาไม่สามารถฟันมันได้ และเมื่อฟันจะเหมือนกับว่าฟันใส่เหล็ก หลินเฟิงตอนนี้เคลื่อนที่มาทั้งวันแล้ว เขาแทบจะไม่ได้พัก ถึงจะเหนื่อยไม่มาก แต่เขาก็ยังรู้สึกเหนื่อยล้าเล็กน้อย
หลินเฟิงคิดว่าหากเขาจะหนีเขาอาจจะหนีไม่พ้นเพราะความเหนื่อนล้าที่สะสมมาทั้งวัน เขาจึงตัดสินใจแล้วว่าเขาจะสู้กันมัน และในใจของเขาก็อยากสู้กับมันอยู่แล้วด้วย เพราะมันเหมาะกับตัวทดลองความสามารของหลินเฟิง ไม่ว่าจะเป็ความเร็วหรือร่างกายที่แข็งแกร่งของมัน เหมาะกับการทดสอบความแข็งแกร่งวรยุทธ์ของหลินเฟิง
กรรร!!
เมื่อมันเห็นว่าหลินเฟิงไม่ได้จะวิ่งหนีแล้วยังเตรียมจะรู้ มันคำรามดังสนั่นแล้วพุ่งเข้าหาหลินเฟิงด้วยความเร็วของมันทันที ตอนนี้ในสายตาของมันหลินเฟิงเป็เหยือของมันแล้ว และจะไม่สามารถหนีจากมันพ้นแน่นอน
ตุบๆๆๆ
หลังจากที่เห็นว่ามันพุ่งเข้ามาหา หัวใจหลินเฟิงก็เต้นรัวๆ จากนั้นก็พุ่งเขาหามันเช่นกัน เขาไม่ได้รู้สึกกลัวแต่เขารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้สู้กับสัตว์อสูร มันเป็การต่อสู้ครั้งแรกของเขาั้แ่เขาเข้ามาในป่า เพราะเขาไม่ถือว่าการฆ่าสัตว์ป่าคือการต่อสู้ แต่มันเป็การล่าซะมากกว่า และในกรณีนี้คือกรณีที่หมาป่าเหล็กเป็ฝ่ายล่าเขา เขาเป็ฝ่ายตอบโต้มันแทน