ตอนที่15 "โอ้โห..กายอสูรเพิ่มขึ้นระดับนี้ได้เยี่ยงไร"
"นายท่านรวบรวมสมาธิเดี๋ยวนี้เพ่งดวงจิตไปที่ลูกแก้วของท่าน นายน้อยเห็นว่ามันแจ่มชัดขึ้นหรือไม่
ถ้ามันมีการกระเพื่อมเป็สีเขียวเข้มมากขึ้นแสดงว่ากายอสูรของท่านกำลังเลื่อนระดับมันมีความเข้มขนาดไหนสังเกตจากสีที่มันเพิ่มขึ้นทีละน้อยในบอลดวงแก้วกายอสูรวารีน้ำจืด
ถ้ามันเขียวเข้มจนถึงดวงจิตเป็ประกายสีทองมันก็จะเลื่อนระดับเป็อีกขั้นหนึ่งร่างกายของท่านจะเ็ปมาก
มันเข้าวิกฤตเผาผลาญบอลดวงแก้วกายอสูรระดับสอง ท่านต้องอดทนให้ได้นะไม่อย่างนั้นถ้าระงับความเ็ปไม่ได้ดวงจิตแก่นแท้ของท่านจะะเิภายในถึงกับสิ้นชีวิตตายทันที มันร้ายแรงมากต้องกัดฟันอดทนให้ได้นะนายน้อย......"
หนิงหนิงพูดเร็วจี๋ขณะที่บอกกริชเพชรเธอรู้ว่าเขากำลังเลื่อนระดับสู่กายอสูรที่ สอง เพราะเขาได้กินเนื้ออสูรระดับสูงที่ทรงพลังอย่างมาก แม้เนื้อมันจะชิ้นบางแต่ก็ทำให้ชายหนุ่มเลื่อนระดับได้อย่างรวดเร็ว เพราะสังเกตถึงอาการสะดุ้งผวาในกายของเขามันลั่นเปี๊ยะๆ จนหญิงสาวััได้
"โอ้วโน..อ๊าสสสส...." กริชเพชรร้องคำรามอย่างเ็ปเหมือนเนื้อหนังของเขาจะะเิออกมาเป็เสี่ยงๆ
ชายหนุ่มกัดฟันกรอดนึกถึงอดีตขณะที่เข้าฟิตเนสเขาใช้แขนดันเหล็กยกน้ำหนัก ที่เพื่อนแกล้งทิ้งลงบนสองมือขณะนอนซิทอัพบนเบาะในห้องฟิตเนส
มันหนักมากกว่าเป็พันเท่าเหมือนกล้ามเนื้อเขาจะแตกละเอียดในทันทีทันใด มรสุมครั้งนี้ทำให้ชายหนุ่มตาแดงฉานเืฝอยในตาแทบจะแตกออกมา มองเห็นดาวระยิบระยับเหมือนคนหน้ามืดกำลังจะเป็ลม
ลูกแก้วสีเขียวในห้วงดวงจิตของเขาที่เพ่งดูอยู่นั้นได้เพิ่มเป็สีเขียวเหมือนคนเทน้ำสีลงไปในแก้วไม่มีผิดมันไหลล้นอัดแน่นอย่างรวดเร็วจนเขียวข้นเมื่อเต็มแล้ว มันก็ส่องแสงวูบวาบเป็ประกายสีทอง ร่างกายของกริชเพชรก็เหมือนถูกไฟฟ้าช็อตชาไปทั้งตัว
ครั้งแรกยังพอทำเนาแต่มันเกิดขึ้นติดต่อกันถึงสี่ครั้ง และครั้งสุดท้ายที่แสงสีทองประกายวาบขึ้น ชายหนุ่มก็หงายท้องผึงล้มลงกับพื้นทันทีเหมือนกับว่าเขากำลังจะตาย
โครม!!
กริชเพชรกัดฟันกรอดยังไงก็ต้องอดทนผ่านมันไปให้ได้ เขานึกถึงภาพเหล็กยกน้ำหนักที่เพื่อนทิ้งกดทับลงมาแบบไม่รู้ตัว มันอัดเข้าใต้ลูกกระเดือกจนหายใจไม่ออกตาเหลือกลาน เขาหายใจลึกๆ ดันมันขึ้นด้วยกำลังเท่าที่มี
ชายหนุ่มกัดฟันแน่น ยังไงเขาก็ต้องมีชีวิตต่อไปให้ได้ จะตายซ้ำตายซ้อนแบบนี้บ่อยๆ คงไม่ดีแน่ ความโดดเดี่ยวที่ล่องลอยเหมือนิญญาพเนจรเป็ปี มันเงียบเหงาวังเวงไร้จุดหมาย แสนทรมาน เขาไม่อยากพบเจอมันอีกต่อไป ดังนั้นสิ่งสุดท้ายในจิตสำนึกของชายหนุ่ม ที่เขาพยายามทําสุดความสามารถคือต้องอดทนให้ได้
หนิงหนิงผวาเงียบกริบในความรู้สึกของหญิงสาวเธอมองดูเขาผ่านมรสุมวิกฤตการณ์เผาผลาญเพื่อเลื่อนระดับ ไม่รู้ว่าทำไม? ชายหนุ่มถึงอ่อนแอขนาดนี้ กายอสูรระดับสองมันไม่น่าจะทำให้เขา ต้องหัวทิ่มหงายหลังสลบไสลไปเกือบสองชั่วโมง แต่ยังไงก็ยังดีที่นายน้อยของเธอเริ่มขยับตัว
"เฮ้อ.!! ..."หญิงสาวถอนใจอย่างโล่งอก
"นายน้อยท่านเป็เยี่ยงไรบ้างรู้สึกว่าการเลื่อนระดับของท่านครั้งนี้จะเ็ปเป็พิเศษ พลังวิกฤตการณ์เผาผลาญเหมือนท่านรับมันได้อย่างแสนยากลำบาก...."
เธอพูดเหมือนกับผิดหวังนิดๆ ที่นายน้อยของหญิงสาว เหมือนมีปัญญาล้ำเลิศแต่กำลังกายกำลังใจกับเบาบางเหลือเกิน
"ข้าเ็ปมากเหมือนใจจะขาด กล้ามเนื้อรู้สึกเหมือนจะะเิแตกออกจากภายใน รู้สึกเหมือนรอดตายจากขุมนรก
การกินอาหารเพียงชิ้นเดียวทำเหมือนกับว่าข้ากินปลาปักเป้าที่เป็พิษไปเป็กิโล ฉุดกระชากข้าถึงขอบปากนรก ยิ่งแสงวาบสีทองครั้งสุดท้าย มันเหมือนกับว่าร่างกายของข้าถูกฉีกขาดออกเป็ชิ้นๆ ถ้าเ็ปมากกว่านี้อีกนิดเดียวข้าคงตายแน่ๆ ...."
กริชเพชรพึมพำถึงความทรมานกับหนิงหนิง เหมือนเขาเข็ดขยาดหยิบกล่องเนื้อสองชิ้นที่เหลืออยู่ปิดฝาลงอย่างรวดเร็ว บังคับให้อาวุธเกร็ดเทพหดตัวลงแบบเก่าแล้วเก็บเข้ากล่องเหมือนเดิม
"นายน้อยท่านว่าอะไรนะ...แสงสีทองขึ้นสองครั้งอย่างนั้นรึ ท่านทนภัยพิบัติในระดับสองขั้นเชียวนะเก่งมากๆ ..."
หนิงหนิงรู้สึกละอายที่คิดตำหนินายน้อยในใจ ตอนนี้เธอรู้แล้วว่าชายหนุ่มผ่านภัยพิบัติเลื่อนระดับมาได้ถึงสองขั้นทำให้หญิงสาวรู้สึกภูมิใจในตัวนายน้อยของเธอขึ้นมาแบบจับขั้วหัวใจ
"สองครั้งบ้าอะไรเล่า แสงสีทองมันเกิดขึ้นสี่ครั้งต่างหากล่ะ ครั้งที่สี่นี่เล่นเอาข้าเกือบตายเ้ารู้หรือเปล่าหนิงหนิง..."
กริชเพชรบอกนางขณะยันกายลุกขึ้น หนิงหนิงอ้าปากค้างเขาผ่านวิกฤตการณ์เลื่อนระดับถึงสี่ครั้งติดๆ กัน หมายความว่าชายหนุ่มมีพัฒนาการกายอสูรจากเนื้อชิ้นเดียว ถึงระดับสี่เลยหรือ มันช่างเหลือเชื่อโคตรๆ
"โอ้โห..กายอสูรเพิ่มขึ้นระดับนี้ได้เยี่ยงไร? ..นายน้อยท่านรู้หรือไม่ว่าตอนนี้กายอสูรของท่านทะลุถึงระดับห้าแล้วนะ ท่านช่างเก่งสุดยอดจริงๆ ...." หญิงสาวละล่ำละลักบอกชายหนุ่ม แบบสุดจะเหลือเชื่อ เขาช่างเป็บุรุษที่อดทนโคตรๆ เท่าที่เธอเคยเห็นมา
กำลังใจของชายหนุ่มมันสุดยอดสุดโค่ยไม่ใช่เพียงพลังปัญญาเท่านั้น แต่อสูรที่ผ่านระดับห้าได้ภายในครั้งเดียวแทบจะไม่เคยปรากฏในโลกอสูรมาก่อน เนื้อที่เขากินลงไปมันต้องมีพลังกายอสูรระดับเทพจริงๆ ถึงส่งผลให้ชายหนุ่มยกระดับได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้
"ถ้าอย่างนั้นข้าก็เรียกเ้าออกมาได้แล้วสินะหนิงหนิง สอนคาถาเรียกเ้าออกมาเป็เพื่อนข้าดีกว่า ข้ามีกายอสูรเกินระดับสี่แล้วนี่...." กริชเพชรละล่ำละลักบอกหญิงสาว
เขารู้สึกดีใจมากๆ ที่เลื่อนระดับได้เร็วขนาดนี้ ไม่ต้องผจญภัยในโลกกว้างเดินทางกลับดินแดนอสูรวารีน้ำจืดคนเดียว
"ได้ๆ ..เดี๋ยวข้าจะถ่ายทอดคาถาในดวงจิตแก่นแท้ของท่าน นายน้อยก็สามารถเรียกข้าออกมาได้อย่างสบาย กายอสูรระดับนี้ สามารถเรียนอะไรก็ได้แล้วล่ะนายน้อย
แต่น่าแปลกใจมากๆ ทำไม? ท่านถึงไม่ได้รับผลกระทบ ของการกินเนื้ออสูรระดับเทพมันต้องส่งผลที่ทำให้ร่างกายส่วนอื่นผิดปกติ กายระดับนี้มันต้องมีสิ่งเจือปนอยู่อย่างมาก นายท่านลองสังเกตดูสิว่าร่างกายของท่านมีอะไรผิดปกติหรือเปล่า...."
กริชเพชรเมื่อได้ยินหญิงสาวพูดเขาก็ฉุดคิดได้ก้มดูร่างกายของตัวเอง ทั้งมือทั้งเท้ามันก็เหมือนเดิมไม่มีอะไรผิดปกติ ขนาดก็เปลี่ยนนิดหน่อยเหมือนจะสูงขึ้นเกือบเมตรครึ่งและความรู้สึกภายในเหมือนกล้ามเนื้อทั่วร่างกาย แข็งแกร่งยืดหยุ่นเหนียวหนึบแสนทรงพลังกว่าเก่าเป็พันเท่า
"ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนะหนิงหนิงรู้สึกว่ากล้ามเนื้อจะแข็งแรงและสูงขึ้นอีกสิบเท่า แต่เอ๊ะ.! .ปลายนิ้วของข้ามันเหมือนมีเล็บงอกออกมาเป็สีเขียวตรงนิ้วชี้ เคลือบลวดลายสีทองลางๆ ห้าเส้น...."
กริชเพชร งอนิ้วขึ้นดูเหมือนมือของเขาจะสั้นลงแต่มีเล็บที่นิ้วชี้ยาวขึ้นเกือบสามเซน
"นายน้อยกายอสูรของท่านเลื่อนระดับถึงขั้นที่ห้า เล็บเขียวลายทองห้าเส้นบงบอกถึงลำดับกายอสูรของท่าน แต่น่าแปลกใจทำไมไม่มีส่วนที่พิกลพิการเหมือนอสูรทั่วไปที่มีสิ่งเจือปนจากเนื้ออสูรที่กินลงไป ท่านเลื่อนระดับสี่ขึ้นเป็ระดับห้าโดยไม่ต้องใช้เหรียญดอร์
น่าแปลกใจมากๆ นายท่านเนื้ออีกสองชิ้นนั้นมันจะเพิ่มพลังระดับกายอสูรให้ได้ถึงอย่างน้อยก็ระดับหกเลยนะ ท่านย่างมันกินใหม่อีกรอบนึงสิ....."
หญิงสาวรีบพูดเตือนชายหนุ่มขณะที่เขาเก็บกล่องเนื้อไว้ในมือ
"..ข้ายังไม่อยากกินมันตอนนี้่หรอก ข้าเ็ปเจียนตาย เอาไว้จำเป็ก่อน...."
กริชเพชรลูบคลำกล่องเนื้อที่อยู่ในมือเหมือนกำลังนึกถึงอะไรสักอย่างที่มันขาดหายไป
"มีอะไรผิดปกติเหรอเ้าค่ะนายน้อย...."
หนิงหนิงถามขึ้นอย่างสงสัยถึงปฏิกิริยาคำพูดของชายหนุ่ม
"มันเหมือนขาดน้ำจิ้มไปนะหนิงหนิงถ้ามีน้ำจิ้มรสแซ่บๆ มันก็คงจะดีกว่านี้...."
กริชเพชรพูดขึ้นลอยๆ แต่แฝงไปด้วยความจริงจังพร้อมกับกลืนน้ำลายลงคอแบบเสียดาย
"อะไรคือน้ำจิ้มหรอนายน้อยข้าไม่เข้าใจ...." หนิงหนิงถามขึ้นอย่างสงสัยเพิ่งได้ยินสิ่งที่เขาพูดเป็ครั้งแรก
"มันเป็ของวิเศษชนิดไหนหรือนายน้อย ท่านไปเอาความคิดแบบนี้มาจากไหน หรือท่านหยั่งรู้ด้วยญาณวิเศษของท่าน..."
หญิงสาวแปลกใจมากๆ กับสิ่งที่เขาพูดเธออดถามออกไปตรงๆ ไม่ได้ ตามนิสัยที่เป็คนตรงของหญิงสาว
"ญาณวิเศษอะไรข้าไม่มีหรอกข้าเพียงแต่นึกขึ้นว่า ถ้ามีอะไรที่มาทามาจิ้มกับเนื้อที่ย่างมันก็คงจะมีรสชาติที่ดีขึ้นก็แค่นั้นเอง...."
"อืม! ..." หญิงสาวครางในลำคอ สุดแสนประหลาดใจกับอสูรน้อยตัวนี้เหลือเกินเขาคิดอะไรเกินกว่าที่อสูรทั่วไปจะคิด
."อย่าสงสัยอะไรให้มากเลยหนิงๆ สอนคาถาเรียกเ้าออกมาเถอะ....."
กริชเพชรรีบพูดตัดบทก่อนที่เธอจะสงสัยอะไรเขามากไปกว่านี้
"ก็ได้นายน้อยนั่งสมาธินะเดี๋ยวข้าจะจารึกประทับคาถาลงไป ในดวงจิตแก่นแท้ของท่านนายน้อยก็เรียกข้าออกมาได้เลย...."
เธออยู่ในดวงจิตแก่นแท้ของกฤชเพชรอยู่แล้วดังนั้น จึงเป็การง่ายที่เธอจะประทับคาถาปลดปล่อยอสูรออกมา
ให้กับเขาได้เพียงไม่กี่อึดใจ
ชายหนุ่มก็เห็นอักษร ประหลาดๆ ที่เกิดขึ้นในใจของเขา มันเป็ภาษาที่เขาสามารถรู้ได้อย่างไม่น่าเชื่อ มันก็เป็เพียงการเรียกภูตอสูรออกมา พร้อมกับเอ่ยชื่อเรียกพวกมันแค่นั้น
"หนิงหนิงออกมา...." กริชเพชรทดลองทันทีเมื่อนึกเรียกชื่อภูตอสูรสาวเธอก็ลอยวูบออกมาจากแก่นแท้ดวงจิตในตัวของเขาทันที
โดยที่ชายหนุ่มไม่ต้องอ้าปากเลยด้วยซ้ำมันดีกว่าครั้งแรก ที่เขาต้องสำรอกดวงจิตออกมาไว้ที่ปากแล้วจึงดูดหนิงหนิงเข้าไปได้ สบายกว่ากันเยอะ
กริชเพชรมองเห็นร่างหญิงสาวที่ปรากฏตรงหน้าเธอมีอาการแปลกใจสำรวจมองเขาอย่างพิจารณา
"นายน้อยท่านเป็อสูรน้ำจืดที่มีรูปร่างสวยงามกว่าปกติ เมื่อยกระดับกายอสูรขึ้นระดับห้า ไหนลองดูเล็บอสูรของท่านซิว่ามันเป็เยี่ยงไร....."
.......................................................................................................................................................................................